LOGIN“ท่านพี่เจ้าคะ ซือชิงเคยพูดเอาไว้นานแล้วว่าต่อให้ท่านพี่แก่ชราผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ซือชิงก็จะยังรู้สึกดีกับท่านพี่ไม่แปรเปลี่ยน ยิ่งท่านพี่น่ารักกับซือชิงและลูกเช่นนี้ ต่อให้เหลือเพียงแค่กระดูกก็ตัดใจเลิกรักไม่ได้เจ้าค่ะ”“ชิงชิงปากหวานกับพี่อีกแล้ว...จริงสิ พี่มีเรื่องต้องแจ้งหนิงเอ๋อร์”เฉินฟาหยางยิ
เจ็ดปีผ่านไป...น้ำเสียงออดอ้อนของพระชายาคนงามสอบถามบุรุษที่นางรักอย่างเอาใจ ว่าเหตุใดวันนี้จึงไม่ยิ้มแย้มให้อย่างที่เคย ทั้งยังทำหน้าบูดบึ้งมิยอมให้เข้าใกล้ ถามอันใดก็มิค่อยยอมตอบ เดาได้ลำบากว่ามีเรื่องอันใดรบกวนสมองอันชาญฉลาดของเขาอยู่แน่“ท่านพี่...”“พี่ไม่อยากพูด ขอทำใจสักครู่แล้วจึงจะอารมณ์ดีไ
สัญชาตญาณ...“พวกเจ้าออกไปข้างนอกเถิด ข้าจะดูแลท่านอ๋องเอง”เสวียนซือชิงไม่ลืมกำชับเสี่ยวผิงว่าให้อธิบายเจ้าก้อนแป้งให้ดี แม้หลายวันที่ผ่านมาเสวียนหนิงอันไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังท่านอาหลี่ที่ยอมเดินทางมาเยี่ยมแทบทุกวัน แต่เรื่องความรู้สึกของเด็กนั้นต้องระวังให้มาก เพราะในวัยนี้อาจคิดแต่ไม่ยอมพูด ต้องสั
สามวันแล้วที่ตวนอ๋องเฉินฟาหยางนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียง โดยมีพระชายาคนงามนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง นางค่อย ๆ หยอดน้ำข้าวต้มและป้อนยาบำรุง พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ถูกเนื้อต้องตัวเพราะเขามักปัดมือออกเบา ๆ นิ่วหน้าคล้ายรังเกียจสัมผัสจากนางก็ไม่ผิดนัก‘หนูสกปรก!’‘เหม็น!’‘อย่าถูกตัวเรา!’นอกจากตวนอ๋องจะไม่
“ดี! แต่หากเรายอมทำตามที่เจ้าต้องการ ให้ถือว่าบุญคุณที่บิดาของเจ้าทำเพื่อเรานั้นเสมอกันแล้ว ไม่มีเรื่องอันใดติดค้างอีก ตกลงหรือไม่!”“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันยอมทุกอย่างแล้ว อย่าทรงพระทัยร้ายนักเลย!”“ทุกคนชอบคิดว่าเราใจร้าย กระทั่งเจ้าเองก็คงคิดว่าเราใจร้าย แม้รู้อยู่แก่ใจว่าฟาหยางทำไม่ดี แต่เราก็ยังต่อ
เหล่าภมรและดอกไม้นานาพรรณที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนยามนี้กลับมิอยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้เหวินจวิน เดิมทีเขาก็มิได้ชื่นชอบการออกนอกวังหลวง แต่เพราะต้องการให้ฮองเฮาและบรรดาพระสนม รวมถึงเหล่าองค์ชายได้มีโอกาสใกล้ชิด สร้างความปรองดอง ไม่แตกแยกเหมือนบรรดาพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมบิดา งานน่าเบื่อหน่ายจึงถูกจัดข
เสวียนซือชิงกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท ไม่นำเรื่องในอดีตที่เขาปิดบัง มิให้ใครรู้ว่าบิดาของนางเสียสละมากน้อยเพียงใดมาคิดให้เสียเวลา แม้แรก ๆ น้อยใจไปบ้างที่เขามิยอมบอกความจริงทุกอย่าง แต่นั่นก็เป็นเพราะบิดาของนางเป็นผู้สั่งการไว้มิใช่หรือ“เสด็จอาหญิง ความจริงข้าเองก็ผิดต่อท่านมาก เสด็จอากล่าวว่าทำไม่ด
หรือว่าลึก ๆ นางอยากได้ยินว่าเขายังไม่มีใครก็มิรู้“ชิงชิง พี่รักเจ้ามาก รักอย่างที่สุด แม้อยู่ใกล้แล้วมิได้กอดนั้นทรมานอย่างมาก แต่หากต้องเลือกระหว่างทนทรมานกับมิเห็นหน้าเจ้า พี่ขอเลือกอย่างแรกจะดีกว่า”“ท่านมักปากหวานเช่นนี้ คำพูดจึงเชื่อถือมากไม่ได้”เสวียนซือชิงมือสั่น รีบเตรียมของเป็นพัลวัน ทว่
“ได้! เอาไว้เจ้ามีสติแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันเถิด!”เฉินฟาหยางตะโกนสั่งคนให้เตรียมซวี่หยาม้าตัวโปรดให้พร้อม หลังจากนางและลูกกลับเข้าห้องก็รีบเดินทางออกจากตำหนักเยว่ฉีทันทีอาการของเสวียนหนิงอันดีขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งท่านหมอที่เพิ่งมาถึงยังกล่าวว่าไม่มีเรื่องอันใดน่าห่วง หากมีผื่นขึ้นอีกก็ให้แ
“อย่าได้คิดลวงข้าให้นอนเตียงเดียวกับท่าน!” เสวียนซือชิงหวาดระแวงบุรุษเจ้าแผนการ จึงเผลอตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก“ชิงชิง พี่อยากนอนกอดเจ้า อยากทำรักกับเจ้าอย่างที่สุดก็จริง แต่ที่กล่าวไปเมื่อครู่นั้นมีเจตนาดี คิดเสนอให้เจ้านอนในห้องที่พ่อบ้านหวังจัดเตรียมไว้ให้ มิใช่ห้องนอนของเรา และหากพี่คิ







