Se connecterรวมเรื่องจีนย้อนยุค เกิดใหม่และทะลุมิติเป็นหลัก มีฉากด่าหยาบคายและตบตีด้วย
Voir plus1
ภายในห้องสี่เหลี่ยมเป็นทางยาวขนาดใหญ่ที่มีกระจกรอบด้านและอุปกรณ์สำหรับเสริมความงาม เป็นร้านเสริมสวยอันมีชื่อเสียงที่มีหญิงสาวเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก มีพนักงานมากความสามารถเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น หนึ่งในนั้นรวมเจ้าของร้านเข้าไปด้วย
ปนัดดา หญิงสาวหน้าตาสะสวยน่ารักอายุน้อยร้อยล้านคนนี้ เธอเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยในจังหวัดแห่งหนึ่งของภาคกลาง ร้านเสริมสวยของเธอนั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก หากหญิงสาวท่านไหนต้องการเข้ามาใช้บริการจะต้องจองคิวก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถเข้าใช้บริการได้
“น้องคะ ที่เหลือพี่ฝากด้วยนะ เดี๋ยวพี่กลับก่อน”
“ได้ค่ะ”
พอถึงเวลาเลิกงาน ปนัดดาจะกลับบ้านก่อนใครเพื่อน ก็อย่างว่าแหละนะ เธอเป็นเจ้าของร้าน จะกลับตอนไหนก็ได้ไม่มีใครว่า ส่วนลูกน้องที่ยังทำงานอยู่ก็จะได้รับเงินค่าทำงานนอกเวลาโดยนับหลังจากเวลาทำงานปกติ ปนัดดาจ่ายเงินค่าทำงานนอกเวลาชั่วโมงละ 200 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก หาที่ไหนไม่ได้แล้ว แต่ที่เธอให้เยอะขนาดนี้ก็เป็นไปตามความเหมาะสมกับค่าแรงที่ลูกน้องควรได้รับนั่นแหละ
หลังจากปนัดดาขับรถกลับมาที่คอนโดซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเธอ จอดรถประจำที่แล้วลงจากรถ เดินเข้าไปในคอนโดแล้วตรงไปยังลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ห้องของเธอซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดสุดหรูหราหมาเห่า
พอเข้ามาในห้องเธอก็ทิ้งตัวลงโซฟาราคาแพงภายในห้องของเธอ แล้วเธอก็เอามือล้วงกระเป๋าหรูหราหมาเห่าที่เธอพกติดตัวเป็นประจำเพื่อหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาสั่งอะไรกิน
ของใช้ส่วนใหญ่ของเธอจะเป็นของที่มีราคาแพงที่คนธรรมดาอย่างเราไม่สามารถเอื้อมมือเข้าไปถึงได้
คนจนอย่างเรามีสิทธิ์ไหมคะ
มันก็อย่างว่าแหละ กว่าปนัดดาจะมาถึงจุดนี้เธอผ่านอะไรมาเยอะ คนนอกที่เอาแต่อิจฉาริษยาไม่มีทางที่จะเข้าใจคนอย่างเธอหรอกนะ
คนที่เข้าใจเธอก็ตายจากกันไปหมดแล้ว
“กดสั่งแล้วทำไมไม่รับสักที จะให้ฉันรอไปถึงไหน”
ปนัดดารู้สึกหัวเสียเมื่อเธอสั่งของกินผ่านทางออนไลน์ แต่กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครกดรับเลย ทั้งที่หน้าคอนโดก็มีคนขับรถส่งอาหารจอดรถอยู่เป็นจำนวนมาก
“หิวข้าวจัง”
รอเท่าไหร่ก็ไม่มีใครกดรับ ปนัดดาก็เลยนอนหลับบนโซฟาทั้งอย่างนั้น
ทว่า เธอหลับสนิทและหลับลึกจนลืมความรู้สึกหิวข้าวไปทั้งอย่างนั้น ถึงอย่างนั้นคนขับรถส่งอาหารก็ไม่ได้กดรับเลย เธอไม่รู้ว่าตนเองนั้นนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วแบบนี้เรื่องราวของปนัดดาเจ้าของร้านเสริมสวยจะเป็นยังไงต่อนะ
เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
.
.
.
เบื้องหน้าที่เห็นอยู่ตอนนี้ เป็นเบื้องหน้าของหญิงสาวที่พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบแต่ความมืดมนไร้ซึ่งแสงสว่าง มันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่
“ที่นี่มันที่ไหน ทำไมในนี้มันมืดจังเลย”
ถึงจะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่ความรู้สึกร้อนอบอ้าวนี้คงจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง แล้วคงจะเป็นห้องมืดซึ่งไม่รู้ว่าเป็นห้องอะไร แต่ความรู้สึกอึดอัดของเธอนั้นบอกว่าอยู่ในห้องอย่างแน่นอน แล้วหญิงสาวคนนี้จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
ปนัดดานั่นเอง
เพื่อไม่ให้ตนเองนอนอยู่เฉย ปนัดดาจึงลุกขึ้นเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์เฉกเช่นนี้
(จำได้ว่าเราทำงานเสร็จก็กลับมาคอนโดไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเราถึงมาอยู่ที่แบบนี้)
ปนัดดาครุ่นคิดว่าตนเองนั้นมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไง แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เปล่าประโยชน์
ดวงตาสีน้ำตาลดูมีความกังวลของเธอเริ่มที่จะปรับทัศนวิสัยตรงหน้าได้บ้าง ทำให้สามารถเริ่มมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ในระดับหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมืดอยู่ดี
มีแสงจากภายนอกส่องเข้ามายังห้องที่ปนัดดาอยู่ ดูเหมือนว่าช่องวางที่แสงส่องเข้ามานี้จะเป็นช่องว่างของประตู แล้วมันก็น่าจะเป็นประตูห้องนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ปนัดดาจึงเดินไปดูประตูที่ว่านี้ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ล็อคเอาไว้
ปนัดดาหมุนลูกบิดประตูเพื่อเปิดประตูออก
!?
ระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูออกไปนั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอไม่รู้ว่าทำไมมันถึงปวดหัวได้รุนแรงขนาดนี้ ร่างกายอันบอบบางของเธอค่อยๆ ทรุดลงและนอนลงไปดิ้นกับพื้น ความทรมานของอาการปวดหัวนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“โอ๊ย ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”
ขณะที่กำลังดิ้นทุรนทรายอย่างทรมาน ปนัดดาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเห็นภาพพวกนี้”
ขณะที่ดิ้นรนร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ภาพที่ปนัดดาเห็นนั้นมันก็ได้หลังไหลเข้ามาในหัวสมองของเธอเหมือนกับการถ่ายโอนข้อมูลจากที่ไหนสักแห่งเข้ามาในหัวของเธอทั้งอย่างนั้น มันเป็นภาพของความทรงจำของคนที่แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้จัก ไม่เคยพูดคุย ไม่เคยเห็นหน้า
แล้วทำไมต้องเป็นปนัดดาด้วย
“หยุดทีเถอะ ทรมานเหลือเกิน”
หลังจากนั้นไม่นาน ความทรงจำที่ได้หลังไหลเข้ามาในหัวของปนัดดาก็หยุดลง ทำให้อาการปวดหัวของเธอคลายลงและหายสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ปนัดดาได้รับนั้นเป็นความทรงจำของใครบางคน แล้วความทรงจำที่เธอได้รับมานี้ก็ทำให้เธอเข้าใจขึ้นมาทันที ร่างกายที่กำลังขยับอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายเดิมของปนัดดา แต่มันเป็นร่างกายของหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วความทรงจำที่ได้รับมานี้ก็เป็นความทรงจำของหญิงสาวคนนี้ด้วยเช่นกัน
“ร่างกายนี้ไม่ใช่ของฉัน แต่มันเป็นของเธอสินะ รั่วหยาง”
…
26 “ที่ผ่านมาลุงโจวทำตามที่ผมสั่งให้จับตาดูคุณกับลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินข้าวหรือเรื่องที่คุณออกไปข้างนอกบ้าน ลุงโจวจะจดบันทึกแล้วเอามาให้ผม อย่าได้โทษลุงโจวเขาเลยนะ แต่ที่ผมทำไปก็เพื่อต้องการรู้ความจริง ตลอดเวลายี่สิบปีมานี้มันคงนานเกินไปสำหรับผม แต่มันก็ไม่ได้เสียเปล่าที่ผมจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง” ฟังดูแล้วมันออกจะเห็นแก่ตัว แต่มันก็เป็นความตั้งใจของซินหลง ซูเม่ยไม่สามารถโต้เถียงหรือแย้งความจริงของเรื่องนี้ได้เลย ความจริงก็คือความจริง เป็นความจริงที่สองแม่ลูกยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะลูกสาวอย่างซีอันซึ่งตอนนี้เธอมองคนเป็นพ่อยังไงนั้นก็คงเดาไม่ยาก “ถึงมันจะเป็นอย่างที่คุณพูดก็เถอะ แต่คุณไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอที่จะทิ้งฉันกับลูกของฉันน่ะ” “เหอะ กล้าพูดออกมานะ แล้วคุณล่ะ เข้าใจความรู้สึกผมไหม
25 “เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เชิญคุณสองแม่ลูกนั่งลงก่อน เรื่องนี้ต้องคุยกันอีกนาน” “คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่ รีบๆ พูดมาสิ ฉันกับลูกจะไปนอน” “งั้นก็เขาเรื่องเลย เมื่อยี่สิบปีก่อนจนมาถึงตอนนี้ ผมต้องทนทุกข์ทรมานมาก คุณรู้ใช่ไหม” “ทรมานเหรอ เรื่องอะไรของคุณ ฉันไม่เห็นเข้าใจ” ซินหลงพูดอ้อมค้อมเพื่อให้ซูเม่ยที่นั่งฟังเข้าใจขึ้นมาว่าเขาอยากสื่ออะไร แต่การพูดอ้อมค้อมของซินหลงดูท่าเธอจะไม่เข้าใจ เขาก็เลยพูดออกไปตรงๆ โดยไม่สนใจว่าลูกสาวกำลังฟังอยู่ “ก็เรื่องที่คุณพาผมไปส่งที่บ้านไง แล้วคุณก็พาผมที่เมาไม่รู้เรื่องพาผมมาที่บ้านของคุณ ซึ่งก็คือบ้านหลังนี้
24 หลังจากเอาของไปเก็บไว้ที่บ้านเสร็จเรียบร้อย หนิงเหอ ลี่อิน หลิวอี้ พวกเธอทั้งสามก็ได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้าน ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานเทศกาลที่จัดขึ้น แล้วพอถึงเที่ยงคืนก็จะมีการจุดดอกไม้ไฟด้วย รับรองได้เลยว่ามันจะต้องออกมาสวยงามตระการตาอย่างแน่นอน “คนเยอะจัง” “นั่นสิลูก เดินระวังด้วย หลิวอี้ด้วยนะ” “ค่ะ น้าลี่อิน” ระหว่างที่ทั้งสามคนเดินชมบรรยากาศในงานเทศกาลอยู่นั้นก็ได้แวะซื้อขนมกินเล่น ขนมสายไหมที่หนิงเหอและหลิวอี้กำลังกินอยู่นี้ หนิงเหอไม่คิดว่าจะมีขนมสายไหมมาตั้งขายด้วย ซึ่งมันก็เหมาะกับงานเทศกาลแบบนี้ด้วย หลังจากกินขนมสายไหมก็ต่อด้วยขนมจีบและซาลาเปาที่ตั้
23 หนึ่งวันผ่านไปเร็วทันตาเห็น วันที่สองของงานเทศกาลก็ไม่ต่างอะไรกับวันแรก แซนด์วิชที่ขายดิบขายดีนี้ก็ยังคงขายดีตลอดไป แล้วก็ปลาดุกทอดกรอบรวมไปถึงเนื้อหมักพริกไทยดำสูตรพิเศษทอดกรอบเองก็ขายดีไม่ต่างกันมาก แล้ววันนี้ก็มีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อแซนด์วิชไปด้วยหลายชิ้น ขนาดชาวต่างชาติยังบอกว่าแซนด์วิชอร่อยเลย แค่ได้ยินพวกเขาเอ่ยชมมันก็ทำให้หนิงเหอและลี่อินมีกำลังใจขายของแล้ว แซนด์วิชที่ทำเอาไว้แล้วเก็บไว้ในมิตินั้นทำให้แซนด์วิชคงความสด ไม่ว่าจะทำเอาไว้นานแล้วก็ตามแต่มันช่วยให้วัตถุดิบที่ทำออกมาสดทุกอย่างเหมือนทำใหม่ ซึ่งเป็นข้อดีที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำให้เหนื่อย “คุณลี่อินครับ พอดีว่าผมกับภรรยาจะเข้าไปทำธุระที่เมือง ผมฝากลูกสาวเอาไว้กับคุณได้ไหมครับ” &ldqu











