LOGINจนมาถึงห้องรับประทานอาหาร เมื่อมองเข้าไปเห็นร่างของชายสูงศักดิ์กำลังนั่งรอนางอยู่ตรงกลางห้อง บนโต๊ะไม้ต่ำมีอาหารมากมายเต็มโต๊ะจนลานตา ชายผู้นั้นเหลือบมามองฟู่ฮ่านก่อนจะแสยะยิ้มอย่างลำพองใจที่สามารถเชิญฮูหยินตนเองออกมาได้สำเร็จ ใบหน้าบึ้งตึงของฟู่ฮ่านยังคงมองไปยังอวี้เหิงก่อนจะเดินมานั่งตรงหน้า แม้จะไม่พอใจที่ต้องร่วมโต๊ะกับคนผู้นี้แต่นางต้องสงบท่าทางให้เรียบร้อย
“พระชายามาทานข้าวแล้ว” อวี้เหิงเอ่ยพลางยิ้มให้นาง
หรงฟู่ฮ่านขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ตอบอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มทานข้าวตรงหน้าตนเอง
“เราไม่รู้ว่าพระชายาชอบทานอะไร เราจึงให้พ่อครัวเตรียมอย่างที่พ่อครัวอยากจะเตรียม หวังว่าพระชายาจะไม่ถือสา”
หรงฟู่ฮ่านยังคงไม่ตอบ
อวี้เหิงเห็นท่าทางของพระชายาตนเองเช่นนี้กลับนึกชอบใจ เขาเอื้อมมือไปคีบเนื้อปลาข้างตนเองก่อนจะวางลงในจานของฟู่ฮ่าน หญิงสาวถึงกับเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที
“ท่านเก็บเนื้อปลาดี ๆ เช่นนี้ให้ตนเองกินดีกว่า” หรงฟู่ฮ่านเอ่ยเสียงเรียบ ๆ “ต่อให้ท่านทำดีกับข้ามากแค่ไหน ข้าก็ยังอยากจะหย่ากับท่านอยู่ดี”
อวี้เหิงได้ยินเช่นนั้นจึงขมวดคิ้ว มองเข้าไปในตาของฟู่ฮ่านราวกับสงสัยในบางอย่าง
“เราไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงอยากจะหย่ากับข้าถึงขนาดนี้ งานแต่งงานของเราท่านพ่อก็เป็นคนประทานงานสมรสนี้ให้ ทำไมต้องคัดค้านเราถึงขนาดนี้ล่ะ…ฟู่ฮ่าน”
หญิงสาววางตะเกียบในมือตนเองลงเบา ๆ ไม่ได้มองใบหน้าของอวี้เหิงแต่กลับมองไปทางเจียงชิงที่ยืนก้มหน้าไม่ไกลตนเองมากนัก
“เจียงชิง เจ้ามานี้สิ” ฟู่ฮ่านเอ่ย ท่าทางยังคงสงบนิ่ง
ฝ่ายที่ถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองนายหญิงตนเองสลับกับมองอวี้เหิง นางค่อย ๆ เดินไปคุกเข่าต่อหน้านายหญิงตนเองด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“เจียงชิง ข้ารู้อยู่ว่าจริง ๆ แล้วชื่อจริงของเจ้าชื่ออะไร เป็นคนจากที่ไหน ไม่ต้องปิดบังข้าหรอก” หรงฟู่ฮ่านเริ่มซักถามอีกฝ่าย
หลังจากที่หรงฟู่ฮ่านปะทะคารมกับอวี้เหิงไป ผ่านไปหลายวันที่นางไม่ได้เจอหน้าของเขา ถึงแม้จะเจอ ตนก็หลบหน้าเรื่อย ๆ เช่นนี้ ราวกับไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาอย่างไรอย่างนั้น
ทุก ๆ วันยังคงดำเนินไปอย่างราบเรียบโดยที่หรงฟู่ฮ่านพยายามไถ่ถามอาการขององค์รัชทายาทที่กำลังประชวรผ่านทางคนสนิทของอวี้เหิง ดูแล้วอาการของพระองค์ยังไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยจนเหล่าขุนนางในวังเริ่มหมดหวังว่าองค์รัชทายาทจะดีขึ้นในเร็ววัน
ตัวของฟู่ฮ่านเองก็เริ่มร้อนรนใจ นางมีเวลาแค่สองปีเท่านั้นหากทุก ๆ อย่างยังไม่ดีขึ้น เมื่อนั้นจะเป็นอวี้เหิงหรือสกุลหรง แม้แต่ตัวของนางเอง ต่างต้องเข้าสู่สังเวียนการแย่งชิงที่ไม่มีทางชนะนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทางเดียวที่ทุก ๆ อย่างจะไม่เกิดขึ้นคือนางต้องหย่ากับอวี้เหิงให้ได้ในเร็ววันหรือไม่ก็สวดมนต์ภาวนาให้องค์รัชทายาทอาการดีขึ้น
หรงฟู่ฮ่านนั่งถอนหายใจพลางมองดูดอกไม้ในสวนที่ผลิบานสะพรั่งดูแล้วลานตา แสงแดดร้อนจ้าทำให้ดอกไม้เหล่านี้ล้วนมีสีสันมากยิ่งขึ้น นางโบกพัดในมือตนเองเพื่อคลายร้อนพลางดื่มน้ำชาข้างตนเอง หลายวันมานี้เซี่ยชิวยังคงรับใช้นางอยู่ไม่ห่างแม้นจะยังคงเงอะ ๆ งะ ๆ แต่ไม่ถึงกับทำอะไรแย่ขนาดนั้น วันนี้ก็เช่นกัน หญิงผู้นั้นคอยเติมน้ำชาให้ตนเองเป็นระยะ ๆ
หรงฟู่ฮ่านชำเลืองมองเซี่ยชิวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาพลางโบกพัดเบา ๆ “เซี่ยชิว ข้ากับเจ้าไม่มีอะไรต้องบิดบังกันแล้ว พักหลังนี้มาเจ้าดูจะกลัว ๆ ข้าไม่น้อยเลยทีเดียว”
เซี่ยชิวได้ยินเช่นนั้นจึงคุกเข่าลง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองฟู่ฮ่านจนฟู่ฮ่านต้องถอนหายใจ ไม่อยากนึกเลยว่านางเอกในนิยายที่ตนเคยอ่านจะมีท่าทางเช่นนี้ต่อนาง แต่จะให้โทษใครได้ล่ะ มักมีข่าวลือว่าคุณหนูตระกูลหรงเอาแต่ใจ ทั้งยังร้ายกาจ ไม่แปลกที่สาวใช้จะเกรงกลัว
“บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” เซี่ยชิวกล่าวเสียงสั่นพร้อมก้มหัวลง
“ลุกขึ้น ๆ ไม่มีใครตำหนิเจ้าหรอก เจ้ามาที่แห่งนี้อาจจะเพราะความจำเป็นบางอย่าง เจ้าก็อย่าทำตัวอ่อนแอแบบนี้เลยไม่ว่าจะกับข้าหรือกับใคร” หรงฟู่ฮ่านเอ่ย
เซี่ยชิวค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแต่ยังคงก้มหน้าไม่สบตานายตนเอง
“เจ้ากับองค์ชายจวิ้นเหยารักใคร่ชอบพอกันใช่ไหม?” หรงฟู่ฮ่านถาม
เซี่ยชิวได้ยินแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาฟู่ฮ่านตรง ๆ เป็นไม่กี่ครั้งที่หญิงสาวจะสบตากับนายตนเองตรง ๆ ด้วยแววตาเปล่งประกายราวกับกำลังมีความหวังแต่แล้วก็ต้องดับวูบลง
“บ่าวต่ำต้อยไม่คู่ควรกับองค์ชายจวิ้นเหยา” เซี่ยชิวกล่าวน้ำเสียงจำยอมในโชคชะตา
“เจ้ากับองค์ชายยังมีหวังได้ครองคู่กัน หากเจ้าต้องการ ข้าจะเชิญองค์ชายมาที่จวนบ่อย ๆ พวกเจ้าจะได้มีโอกาสพบหน้ากันมากยิ่งขึ้น”
“พระชายา…ท่านดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าละอายใจยิ่งนัก” เซี่ยชิวกล่าว
หรงฟู่ฮ่านเอื้อมมือไปจับมือหยาบกร้านของอีกฝ่ายเอาไว้ แม้มือนั้นจะหยาบเพราะตรากตรำทำงานหนักแต่มือนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและไร้เดียงสาของผู้หญิงคนหนึ่ง
“สักวันเจ้ากับเขาจะได้ครองรักกัน และเมื่อวันนั้นมาถึงเจ้าจะไม่ได้เป็นบ่าวในเรือนของอีกต่อไป เจ้าจะเป็นพระชายาของอ๋องจวิ้นเหยา” หรงฟู่ฮ่านกล่าวอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของเซี่ยชิวกลับมาเปล่งปลั่งอีกครั้งเมื่อได้ยินคำอวยพรจากนายหญิง “แม้นอ๋องจวิ้นเหยาจะมีพระชายาเอกอยู่แล้วก็ตาม แต่คนที่ท่านอ๋องรักก็คือเจ้า”
“พระชายา…เซี่ยชิว ไม่รู้จะขอบคุณพระชายาเช่นไรดี”
“ดังนั้นเจ้าอดทนรออีกสักหน่อย รอเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง จงเป็นคนที่อ่อนโยนเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่อย่าเป็นคนที่อ่อนแอ”
“บ่าวรับทราบแล้วเจ้าค่ะ” เซี่ยชิวยิ้มให้ฟู่ฮ่าน ฟู่ฮ่านเองก็รับยิ้มของอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
อวี้เหิงเลื่อนสายตามองออกไปข้างนอกพลันครุ่นคิดคำตอบของคำถามนี้อย่างถี่ถ้วน สำหรับเขามีโอกาสที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นถึงหกหรือเจ็ดส่วน สภาพร่างกายขององค์รัชทายาทในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดนั้นทำให้เขารู้สึกใจหายไม่น้อย ภาพจำขององค์ชายหยวนซีที่สง่างามและอ่อนโยนยังอยู่ในใจของอวี้เหิงถึงกระนั้นร่างกายที่อิดโรยนั้นก็คือองค์ชายหยวนซีเช่นกัน“ถึงครานั้นข้าจะปกป้องผู้ที่เสด็จพ่อต้องการฝากฝังบ้านเมืองเอาไว้”คำตอบของอวี้เหิงทำให้หรงฟู่ฮ่านมองอีกฝ่ายตาค้าง ไม่คาดคิดว่าคำตอบของเขาจะกลายเป็นเช่นนี้“ท่านไม่ต้องการบัลลังก์หรอกหรือ?”อวี้เหิงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นจากปากของภรรยาตนเอง“อะไรดลใจให้เจ้าคิดว่าข้าต้องการบัลลังก์” เขาถามเสียงแข็งจนหรงฟู่ฮ่านต้องหลบตา“ท่านอย่าใส่ใจข้าเลย ไม่ว่าท่านจะเลือกอะไรข้าก็ล้วนสนับสนุนหมด” หรงฟู่ฮ่านพยายามเปลี่ยนเรื่อง “ข้าให้ห้องเครื่องใช้เครื่องเทศจากต่างแดน ข้าคิดว่าท่านน่าจะช
หรงฟู่ฮ่านนั่งลงตรงที่ประจำของศาลาในสวนจวนตนเอง นางมองปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายไปมาอย่างเบื่อหน่าย ในมือโยนอาหารปลาอย่างไร้จุดหมายจนรู้ตัวอีกทีก็ไม่เหลือจะให้แล้ว“พระชายาเรียกบ่าวหรือจ้าคะ” เสียงใสแจ๋วของเซี่ยชิวเอ่ยถาม นางเดินมาหยุดใกล้กับนายหญิงตนเอง ใบหน้าใสซื่อไร้พิษสงและไร้เดียงสายังคงเหมือนวันแรกที่หรงฟู่ฮ่านพบกับนาง“จ่ายตลาดเสร็จแล้วหรือ?” หรงฟู่ฮ่านหันมาทางเซี่ยชิว“เจ้าค่ะ”“เซี่ยชิวข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อย เจ้ายังจำคำที่ข้าบอกเจ้าได้ไหมว่าคนที่จวิ้นเหยารักก็คือเจ้า”เซี่ยชิวบิดตัวด้วยความเขินอายเล็กน้อย นางก้มมองต่ำ “จำได้เจ้าค่ะ”“หากเจ้ามีโอกาสเจ้าอยากแต่งงานกับเขาไหม?”“บ่าวฐานะต่ำต้อย จะแต่งงานกับอ๋องดูจะเกินตัวของบ่าวไปสักหน่อย” เซี่ยชิวกล่าว “แต่หากมีโอกาส บ่าวก็อยากอยู่เคียงข้างกับชายที่บ่าวรัก ไม่จำเป็นต้องอยู่ในฐานะคนรักก็ได้เจ้าค่ะ&rdquo
หรงฟู่ฮ่านกลับมาถึงจวนของตนเองแทบจะไร้เรี่ยวแรง การปะทะอารมณ์กับสองพระชายาในวันเดียวกันกินแรงตนเองได้มากถึงขนาดนี้ จิงลั่วที่ตามไปด้วยต้องรีบประคองนายตนเองด้วยความเป็นห่วง“พระชายา ประเดี๋ยวบ่าวจะให้ห้องครัวเตรียมของหวานกับน้ำชาไว้ให้ เรื่องในวันนี้พระชายาไม่ต้องคิดเยอะไปหรอกเจ้าค่ะ ไม่ต้องไปสนใจเลยยิ่งดี”“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิจิงลั่ว มันมีอะไรมากกว่านั้น” หรงฟู่ฮ่านเอามือกุมศีรษะตนเองไว้ขณะเดินไปห้องรับรองแขกของจวนตนเองอย่างอ่อนล้าพลางสอดสายตาส่องไปทั่วเรือน“ท่านอ๋องยังไม่กลับจากการว่าราชการอีกหรือ?” หรงฟู่ฮ่านถามเจียงเว่ยที่ยืนรอรับนางหน้าจวน“ยังเลยขอรับ น่าจะอีกสักพักใหญ่เลย” เจียงเว่ยตอบกลับ“หากท่านอ๋องกลับจวนมาแล้วแจ้งข้าด้วย ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านอ๋อง” หรงฟู่ฮ่านกำชับเจียงเว่ยจะเรียกว่าปรึกษาได้ถูกคนหรือไม่? หากพูดเรื่องนี้กับอวี้เหิงเขาก็ต้องเลือกให้น้องสาวตนเองอยู่ที่เมืองหลวงอย่างแน่
สุดท้ายก็ไม่ได้ตอบตกลงคำขอร้องของอีกฝ่าย พูดเพียงว่าจะนำเรื่องนั้นกลับไปทบทวนให้ละเอียด แม้ว่าประกายตาของหยางหลิงหลันยังชัดเจนและเปี่ยมด้วยความหวังมากแค่ไหนก็ตาม หรงฟู่ฮ่านทูลลาอีกฝ่ายทันทีที่ได้โอกาส นางไม่รีรอจะออกจากจวนไปพร้อมกับจิงลั่วที่เดินทางมาด้วยคำพูดของหยางหลิงหลันเรื่องพระสนมกุ้ยเฟยชัดเจนทุกคำและหรงฟู่ฮ่านไม่แปลกใจว่าทำไมถึงเป็นพระนางที่ทำเรื่องเช่นนี้ ถึงจะเป็นเช่นนั้น หากนางไปขอร้องให้เสด็จพ่ออกความเห็นเรื่องงานแต่งงานของอวี้เซียง พระสนมกุ้ยเฟยจะยอมหยุดการกระทำของนางจริง ๆ หรือ? หากองค์รัชทายาทรอดเพราะยาถอนพิษของพระนางจริง ๆ เรื่องราวครั้งนี้จะจบลงเช่นไร อวี้เหิงและจวิ้นเหยาจะไม่ต้องรบราฆ่าฟันกันเพื่อบัลลังก์ หรงฟู่ฮ่านและครอบครัวจะไม่มีจุดจบที่น่าอนาถใจดั่งบทในนิยายหรงฟู่ฮ่านคิดทุกขณะที่ก้าวย่างไปยังรถม้าของตนเองหน้าจวนองค์รัชทายาทหรือควรจะลองดูสักครั้งหรงฟู่ฮ่านคิดในใจจนเมื่อมานั่งในรถม้า นางยังคงคิดไม่ตกเรื่องข้อเสนอของพระชายาหยาง“พระชายาหยางช่
“บ่าวแจ้งกับฝั่งพระชายาแปดไปแล้วว่าพระชายาไม่สะดวกในช่วงเวลาดังกล่าว ให้ส่งเทียบเชิญมาใหม่”“ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ” หรงฟู่ฮ่านลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมในการไปตามคำเชิญของอีกฝ่ายสำหรับหรงฟู่ฮ่านหากต้องเลือกระหว่างจางซูเมิ่งและหยางหลิงหลันแล้ว นางใคร่จะพบหยางหลิงหลันมากกว่า ถึงทั้งคู่จะเป็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์เหมือนกัน แต่ท่าทีองอาจของหยางหลิงหลันทำให้หรงฟู่ฮ่านอดปลื้มใจไม่ได้ ส่วนฝั่งของจางซูเมิ่งเป็นสตรีที่เก็บความลับไว้กับตนเองมากซะเหลือเกินจนหรงฟู่ฮ่านไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนางเป็นหนึ่งในตัวละครที่สำคัญของนิยายเรื่องนี้…แต่ส่วนใหญ่หรงฟู่ฮ่านรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนั้นมากกว่ารถม้าที่พ่อบ้านเจียงเว่ยจัดเตรียมไว้ให้จอดเทียบหน้าจวนขององค์รัชทายาท จวนของอีกฝ่ายดูกว้างใหญ่และหรูหรากว่าจวนของอวี้เหิงหลายเท่าแต่ว่ากลับดูเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวากว่าจวนใด ๆ ที่นางเห็น แม้ว่าจะอยู่หน้าจวนยังได้กลิ่นยารุนแรงจนหรงฟู่ฮ่านต้องรอให้ตนเองปรับตัวให้ได
เซี่ยชิวที่ยืนไม่ไกลมากนักเดินเข้ามาดูว่านายตนเองเป็นเช่นไร ใบหน้าของหรงฟู่ฮ่านสงบเสงี่ยมดั่งน้ำที่ไม่ไหวติ่ง นางมองแผ่นหลังของอวี้เซียงที่กำลังเดินจากไป สายลมพัดพาเอาความโศกเศร้ามาให้นางและพามันไปยังที่อื่นที่ไกลแสนไกล“พระชายา…” เซี่ยชิวเอ่ย“เซี่ยชิว ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักหน่อย” หรงฟู่ฮ่านเอ่ยถามเซี่ยชิว“พระชายามีเรื่องอะไรรับสั่งสามารถรับสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”“หากวันหนึ่งเจ้ารู้ว่าจุดจบของแต่ละคนที่เจ้ารู้จักทั้งคนที่เจ้ารักและเจ้าเกลียดเป็นเช่นไร เจ้าจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นหรือเจ้าจะแก้ไขให้มันเป็นอย่างที่เจ้าอยากให้เป็น” หรงฟู่ฮ่านเอ่ยเซี่ยชิวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “หากข้ารู้ว่าชะตาชีวิตของทุก ๆ คนที่ข้ารู้จักเป็นเช่นไร โชคชะตาอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่ข้าเชื่อเสมอว่าผู้คนเปลี่ยนแปลงไปเสมอ แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้โชคชะตาเปลี่ยนไปก็ได้นะเจ้าคะ”ห







