LOGINหรงฟู่ฮ่านจ้องมองอวี้เหิงท่าทีไม่หวาดกลัว กล่าวอย่างเยือกเย็น “สุดแล้วแต่ท่านจะคิดเลยท่านอ๋อง ข้าไม่สนใจเซี่ยชิวอยู่แล้ว แต่ข้าสงสัยมากกว่าว่าเพราะเหตุใด ท่านถึงให้เซี่ยชิวมาอยู่ข้างกายข้า”
อวี้เหิงไม่ตอบคำถามของนาง
“ท่านเห็นท่าทีของเซี่ยชิวกับอ๋องจวิ้นเหยาแล้วหรือยัง พวกเขารักกันแล้วท่านจะไปขวางทางรักของพวกเขาทำไม?” หรงฟู่ฮ่านกล่าวคำถามเหน็บแนมอีกฝ่าย
อวี้เหิงยังคงไม่ตอบคำถามของนาง ใบหน้าของเขาล้วนเดาใจยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ใบหน้าราวกับรูปปั้นที่วิจิตรของอวี้เหิงสวยงามแต่ช่างไร้ชีวิตชีวา
“ช่างท่านเถิด ข้าต้องการหย่ากับท่าน ยิ่งเร็วยิ่งดี!” ฟู่ฮ่านกล่าวพลางสะบัดตัวเดินจากอวี้เหิงอย่างไม่สบอารมณ์ แต่แล้วเสียงทุ้มหนักของท่านอ๋องสามได้กล่าวขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้
“ข้าเพิ่งให้เจียงเว่ยไปเดินตลาดมา” อวี้เหิงกล่าวพลางก้มลงหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาแนบอกตนเอาไว้อย่างทะนุทะนอม คำพูดของเขาทำให้ฟู่ฮ่านหยุดฝีเท้าทันทีก่อนจะค่อย ๆ เอี้ยวตัวมาทางอวี้เหิงด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร
“เขาบอกว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งมอบดอกไม้ให้ นางกล่าวว่ามีแม่นางใจดีผู้หนึ่งมอบให้กับทุกคนที่เดินผ่านเด็กสาวคนนี้”
หรงฟู่ฮ่านมองดอกไม้ที่อยู่ในมือของอวี้เหิงสลับกับมองใบหน้าของเขา
“ดอกไม้นี้ถึงจะไม่ได้จัดแต่งสวยงามแต่นับว่าเป็นดอกไม้ที่สดมากทีเดียว”
“ท่านชอบดอกไม้นี้ก็ดี” นางกล่าวก่อนจะหันหลังกลับไปอีกครั้งแต่ไม่ทันที่นางจะก้าวออกจากห้องของอวี้เหิง เขาได้กล่าวบางอย่างกับนาง
“ขอบใจเจ้าที่ช่วยเหลือเด็กคนนั้น”
หรงฟู่ฮ่านเงยหน้ามองขึ้น ทำทีเหมือนจะไม่ได้ยินคำขอบคุณของอวี้เหิงก่อนจะเดินออกจากห้องหนังสือ ทิ้งไว้ให้อวี้เหิงมองนางเดินออกไป ท่ามกลางความเงียบงัน §และกลิ่นธูปหอมจาง ๆ ท่านอ๋องมองดอกไม้ในมือตนเองอย่างไม่ละสายตา หาใช่เพราะความงามของมันแต่เพราะคนที่นำมันมาให้แก่เขานั้นยากเกินกว่าจะเข้าใจความคิด มือสากหนาผ่านการจับอาวุธที่เยือกเย็นตั้งแต่ยังเยาว์น้อยครั้งจะได้ลูบไล้ดอกไม้ที่มีชีวิตชีวานี้
“พระชายาของเราประหลาดคนยิ่งนัก”
ในคืนที่พระจันทร์สุกสกาวท่ามกลางหมู่ดาวมากมายบนท้องฟ้าสีเข้มราวกับเส้นไหมหลายร้อยเส้นที่ถูกถักทอระยิบระยับ หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างที่ที่นางมักชอบนั่งเป็นประจำ ในใจครุ่นคิดว่าต้องทำเช่นไรต่อไปดีหากยังไม่ได้หย่ากับสามี ค่ำคืนที่ผ่านไปพร้อมเสียงถอนหายใจเป็นระยะของนางจนล่วงมาหลายชั่วยามจนตนเองเผลอผลอยหลับไป
เมื่อรุ่งอรุณมาถึง เสียงนกร้องประสานเสียง เกาะกิ่งไม้ด้านนอกหน้าต่าง แสงแดดอุ่น ๆ ส่องกระทบใบหน้าของฟู่ฮ่านจนนางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ที่น่าประหลาดใจคือเมื่อคืนตนเองยังนั่งชมจันทร์ริมหน้าต่างแล้วเหตุใดตื่นเช้าขึ้นมาตนเองถึงได้นอนอยู่บนเตียงได้
หรือมีใครบางคนพานางขึ้นมานอนบนเตียง?
หรงฟู่ฮ่านคิดในใจก่อนจะรีบตรวจดูเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่อยู่ว่ามีส่วนไหนผิดปกติหรือไม่ จนกระทั่งจิงลั่วเดินเข้ามาในห้องพร้อมกะละมังใส่น้ำให้นายตนเองล้างหน้าล้างตา
“เมื่อคืนมีใครเข้ามาในห้องหรือเปล่า?” ฟู่ฮ่านเอ่ยถามจิงลั่วด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
“ท่านอ๋องเข้ามาเจ้าค่ะ” จิงลั่วเอ่ย คำตอบของจิงลั่วทำให้หรงฟู่ฮ่านหน้าถอดสี “แต่ท่านอ๋องเข้ามาไม่นานแล้วก็ออกไปเจ้าค่ะ ตอนท่านอ๋องเข้ามาเจียงชิงก็อยู่ในห้องกับคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”
“เจียงชิงหรือ?” หรงฟู่ฮ่านถามอีกครั้ง
“เจ้าค่ะ เหมือนว่าท่านอ๋องมีเรื่องจะคุยกับคุณหนูแต่เข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคุณหนูกำลังฟุบหลับริมหน้าต่างจึงประคองคุณหนูมานอนบนเตียงนอนเจ้าค่ะหลังจากนั้นก็ออกจากห้องไปเจ้าค่ะ”
หรงฟู่ฮ่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก หากมีเรื่องอะไรไม่เหมาะสมเกิดขึ้นนางคงไม่รู้เอาหน้าตนเองไปซ่อนไว้ใต้แผ่นดินส่วนไหนของต้าเฉียงแล้ว
“คุณหนูเจ้าคะ พ่อบ้านเจียงแจ้งว่าตั้งแต่วันนี้ท่านอ๋องจะมาพักที่จวนของท่านอ๋อง หากไม่มีธุระเร่งด่วนอันใดจริง ๆ ท่านจะพักที่นี่เจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” ฟู่ฮ่านกล่าวด้วยท่าทีตกใจอีกครั้ง นางเอามือทาบอกตนเองไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนเองเพิ่งจะได้ยินเมื่อครู่ “ถ้าเป็นแบบนั้น นั่นหมายความว่าข้าจะต้องเจอหน้าของเขาทุกวันเลยน่ะสิ”
“ก็…จะคิดว่าเป็นเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่หากท่านอ๋องมีธุระต้องจัดการ ท่านอ๋องออาจจะไม่อยู่ที่จวนก็ได้นะเจ้าคะ” จิงลั่วพยายามปลอบนายตนเอง
“จะคิดแบบนั้นก็ได้แหละ แต่แค่คิดว่าเขาจะอยู่จวนก็ทำข้าไม่สบายใจ” ฟู่ฮ่านไม่รู้เลยว่าในใจของอวี้เหิงกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้กลับมาที่จวน จวนแห่งนี้เป็นของเขาก็จริงแต่ก็…นะ นางไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกออกมาเช่นไรดี หรือที่เขาเลือกกลับจวนมาเป็นเพราะอยากอยู่ใกล้เซี่ยชิว มันก็เป็นไปได้
“ตอนนี้เจียงชิงอยู่ที่ไหนแล้ว?” ฟู่ฮ่านถาม
“เจียงชิงกำลังตามมาเจ้าค่ะ”
ฟู่ฮ่านพยักหน้ารับ ไม่เท้าความไปมากกว่านี้ นางล้างหน้าล้างตา ให้บ่าวมาปรนนิบัติช่วยตนเองแต่งตัวไปทานข้าวเช้า หรงฟู่ฮ่านได้แต่นึกในใจว่าหากท่านอ๋องจะกลับมาพักที่จวน วันนี้ท่านอ๋องก็ต้องทานข้าวที่จวนด้วย แค่คิดตนเองก็อยากให้พ่อบ้านเจียงยกข้าวมาให้ตนเองที่ห้องนอนแทนแล้ว ไม่ทันไรเจียงชิงเดินเข้าในห้องของฟู่ฮ่านเพื่อแจ้งบางอย่างให้ทราบ
“ท่านหญิงเจ้าคะ ท่านอ๋องกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร” เสียงใสแจ๋วของเจียงชิงเอ่ย หรงฟู่ฮ่านมองหน้าอีกฝ่าย
“แจ้งท่านอ๋องว่าข้าไม่สบาย ต้องการทานข้าวที่ห้อง” ฟู่ฮ่านกล่าวพลางปักปิ่นสีทองบนเรือนผม
“อ…เอ่อ…ท่านอ๋องแจ้งว่าหากท่านหญิงต้องการทานข้าวที่ห้อง ท่านอ๋องก็จะมาทานข้าวที่ห้องของท่านหญิงด้วยเจ้าค่ะ”
หรงฟู่ฮ่านถึงกับต้องหยุดทุกอย่างลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางมองไปทางเจียงชิงช้า ๆ สายตาเคืองใจไม่น้อย
“ท่านอ๋องพูดเช่นนี้ มันจะไม่ดูกวนไปหน่อยหรือ?”
เจียงชิงหลบสายตาของนายหญิงตนเอง ท่าทีของนางเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ได้ ข้าจะไปทานข้าวเช้ากับท่านอ๋อง ไม่ต้องให้ท่านอ๋องลากสังขารตนเองมาทานข้าวกับข้าที่ห้องนอนของข้าหรอก” หรงฟู่ฮ่านลุกขึ้นยืนสะบัดชายผ้าอย่างไม่สบอารมณ์ ก้าวเท้าอาด ๆ ไปยังห้องทานอาหารตามที่อวี้เหิงเชื้อเชิญ
เจียงชิงและจิงลั่วรีบเดินตามไปแทบจะเป็นวิ่งตามนายตนเอง
หรงฟู่ฮ่านกลับมาถึงจวนของตนเองแทบจะไร้เรี่ยวแรง การปะทะอารมณ์กับสองพระชายาในวันเดียวกันกินแรงตนเองได้มากถึงขนาดนี้ จิงลั่วที่ตามไปด้วยต้องรีบประคองนายตนเองด้วยความเป็นห่วง“พระชายา ประเดี๋ยวบ่าวจะให้ห้องครัวเตรียมของหวานกับน้ำชาไว้ให้ เรื่องในวันนี้พระชายาไม่ต้องคิดเยอะไปหรอกเจ้าค่ะ ไม่ต้องไปสนใจเลยยิ่งดี”“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิจิงลั่ว มันมีอะไรมากกว่านั้น” หรงฟู่ฮ่านเอามือกุมศีรษะตนเองไว้ขณะเดินไปห้องรับรองแขกของจวนตนเองอย่างอ่อนล้าพลางสอดสายตาส่องไปทั่วเรือน“ท่านอ๋องยังไม่กลับจากการว่าราชการอีกหรือ?” หรงฟู่ฮ่านถามเจียงเว่ยที่ยืนรอรับนางหน้าจวน“ยังเลยขอรับ น่าจะอีกสักพักใหญ่เลย” เจียงเว่ยตอบกลับ“หากท่านอ๋องกลับจวนมาแล้วแจ้งข้าด้วย ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านอ๋อง” หรงฟู่ฮ่านกำชับเจียงเว่ยจะเรียกว่าปรึกษาได้ถูกคนหรือไม่? หากพูดเรื่องนี้กับอวี้เหิงเขาก็ต้องเลือกให้น้องสาวตนเองอยู่ที่เมืองหลวงอย่างแน่
สุดท้ายก็ไม่ได้ตอบตกลงคำขอร้องของอีกฝ่าย พูดเพียงว่าจะนำเรื่องนั้นกลับไปทบทวนให้ละเอียด แม้ว่าประกายตาของหยางหลิงหลันยังชัดเจนและเปี่ยมด้วยความหวังมากแค่ไหนก็ตาม หรงฟู่ฮ่านทูลลาอีกฝ่ายทันทีที่ได้โอกาส นางไม่รีรอจะออกจากจวนไปพร้อมกับจิงลั่วที่เดินทางมาด้วยคำพูดของหยางหลิงหลันเรื่องพระสนมกุ้ยเฟยชัดเจนทุกคำและหรงฟู่ฮ่านไม่แปลกใจว่าทำไมถึงเป็นพระนางที่ทำเรื่องเช่นนี้ ถึงจะเป็นเช่นนั้น หากนางไปขอร้องให้เสด็จพ่ออกความเห็นเรื่องงานแต่งงานของอวี้เซียง พระสนมกุ้ยเฟยจะยอมหยุดการกระทำของนางจริง ๆ หรือ? หากองค์รัชทายาทรอดเพราะยาถอนพิษของพระนางจริง ๆ เรื่องราวครั้งนี้จะจบลงเช่นไร อวี้เหิงและจวิ้นเหยาจะไม่ต้องรบราฆ่าฟันกันเพื่อบัลลังก์ หรงฟู่ฮ่านและครอบครัวจะไม่มีจุดจบที่น่าอนาถใจดั่งบทในนิยายหรงฟู่ฮ่านคิดทุกขณะที่ก้าวย่างไปยังรถม้าของตนเองหน้าจวนองค์รัชทายาทหรือควรจะลองดูสักครั้งหรงฟู่ฮ่านคิดในใจจนเมื่อมานั่งในรถม้า นางยังคงคิดไม่ตกเรื่องข้อเสนอของพระชายาหยาง“พระชายาหยางช่
“บ่าวแจ้งกับฝั่งพระชายาแปดไปแล้วว่าพระชายาไม่สะดวกในช่วงเวลาดังกล่าว ให้ส่งเทียบเชิญมาใหม่”“ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ” หรงฟู่ฮ่านลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมในการไปตามคำเชิญของอีกฝ่ายสำหรับหรงฟู่ฮ่านหากต้องเลือกระหว่างจางซูเมิ่งและหยางหลิงหลันแล้ว นางใคร่จะพบหยางหลิงหลันมากกว่า ถึงทั้งคู่จะเป็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์เหมือนกัน แต่ท่าทีองอาจของหยางหลิงหลันทำให้หรงฟู่ฮ่านอดปลื้มใจไม่ได้ ส่วนฝั่งของจางซูเมิ่งเป็นสตรีที่เก็บความลับไว้กับตนเองมากซะเหลือเกินจนหรงฟู่ฮ่านไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนางเป็นหนึ่งในตัวละครที่สำคัญของนิยายเรื่องนี้…แต่ส่วนใหญ่หรงฟู่ฮ่านรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนั้นมากกว่ารถม้าที่พ่อบ้านเจียงเว่ยจัดเตรียมไว้ให้จอดเทียบหน้าจวนขององค์รัชทายาท จวนของอีกฝ่ายดูกว้างใหญ่และหรูหรากว่าจวนของอวี้เหิงหลายเท่าแต่ว่ากลับดูเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวากว่าจวนใด ๆ ที่นางเห็น แม้ว่าจะอยู่หน้าจวนยังได้กลิ่นยารุนแรงจนหรงฟู่ฮ่านต้องรอให้ตนเองปรับตัวให้ได
เซี่ยชิวที่ยืนไม่ไกลมากนักเดินเข้ามาดูว่านายตนเองเป็นเช่นไร ใบหน้าของหรงฟู่ฮ่านสงบเสงี่ยมดั่งน้ำที่ไม่ไหวติ่ง นางมองแผ่นหลังของอวี้เซียงที่กำลังเดินจากไป สายลมพัดพาเอาความโศกเศร้ามาให้นางและพามันไปยังที่อื่นที่ไกลแสนไกล“พระชายา…” เซี่ยชิวเอ่ย“เซี่ยชิว ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักหน่อย” หรงฟู่ฮ่านเอ่ยถามเซี่ยชิว“พระชายามีเรื่องอะไรรับสั่งสามารถรับสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”“หากวันหนึ่งเจ้ารู้ว่าจุดจบของแต่ละคนที่เจ้ารู้จักทั้งคนที่เจ้ารักและเจ้าเกลียดเป็นเช่นไร เจ้าจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นหรือเจ้าจะแก้ไขให้มันเป็นอย่างที่เจ้าอยากให้เป็น” หรงฟู่ฮ่านเอ่ยเซี่ยชิวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “หากข้ารู้ว่าชะตาชีวิตของทุก ๆ คนที่ข้ารู้จักเป็นเช่นไร โชคชะตาอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่ข้าเชื่อเสมอว่าผู้คนเปลี่ยนแปลงไปเสมอ แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้โชคชะตาเปลี่ยนไปก็ได้นะเจ้าคะ”ห
หรงฟู่ฮ่านมองท่าทีของหยวนซีและหยางหลิงหลันที่ดูรักใคร่และเป็นห่วงกันตลอดเวลาชวนให้นางเศร้าใจไม่น้อยที่อีกไม่นานหยวนซีจะต้องจากไป ในนิยายไม่ได้มีการบรรยายว่าหลังจากหยวนซีจากไป ชีวิตของหยางหลิงหลันจะเป็นเช่นไรต่อ หากจะพูดว่าบทบาทของนางในนิยายไม่มีเลยจะดีกว่า หรงฟู่ฮ่านเพิ่งรู้ว่าองค์รัชทายาทมีพระชายาที่งดงามและรักพระองค์เช่นนี้ก็วันนี้นี่แลต่อมานักเต้นเริ่มเต้นรำกลางตำหนักทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม เพิ่มเติมคือครั้งนี้มีเจ้าของวันเกิดมาเข้าร่วมด้วย หากดูภายนอกก็เป็นเช่นนั้น หรงฟู่ฮ่านจิบเหล้าพลางเหลือบมองหนิงกุ้ยเฟยพลาง ใบหน้าของพระนางช่างสงบและเรียบเฉยดั่งเช่นทุกครั้งเมื่อสลับไปมองทางด้านอวี้เซียง องค์หญิงกำลังเดินออกจากตำหนักไปเงียบ ๆ“ท่านอ๋อง ข้าอยากออกไปเดินเล่นสูดอากาศเสียหน่อย” นางหันไปกล่าวกับอวี้เหิงอวี้เหิงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรพร้อมจ้องนางตาเขม็ง“ข้าแค่ออกไปเดินเล่น ประเดี๋ยวก็กลับมา” หรงฟู่ฮ่านกล่าวเสียงแข็งเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องตานางเช่นนั้น
แป๊ะ ๆเสียปรบมือปริศนาดังมาจากด้านหลังอวี้เซียง เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของใครบางคนเดินเข้าตำหนัก อีกครั้งที่ทุกคนในตำหนักต่างหันไปมอง อวี้เซียงจำต้องหันไปมองดูเช่นกันก่อนที่จะเบิกตากว้างชายร่างสูงในชุดสีเหลืองอ่อนเดินมาพร้อมกับขันทีคนสนิทของเขา ใบหน้าซีดเซียวอิดโรยของเขาถูกกลบด้วยแป้งและแต่งเติมสีแก้มให้แดงระเรื่อด้วยเครื่องสำอางค์ของสตรีถึงกระนั้นไม่อาจกลบความซูบผอมของพิษโรคไข้ได้หรงฟู่ฮ่านถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อยที่เห็นใบหน้าของชายผู้นั้น นั่นคือองค์ชายหยวนซี องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเฉียง นางหันไปมองหยวนหลิงหลันซึ่งเป็นภรรยาของชายที่กำลังเดินมา ดูเหมือนว่าตัวของพระชายาเอกจะไม่คาดคิดว่าสามีตนเองจะมาร่วมงานในครั้งนี้หยางหลิงหลันไม่รอช้ารีบเดินลงมาช่วยประคองสามีตนเองด้วยความเป็นห่วง“ท่านพี่ ท่านป่วยเช่นนี้แล้วไยถึงมาที่นี่?” หยางหลิงหลันเอ่ยถามหยวนซียิ้มให้กับภรรยาของตนเองก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าทำความเคารพฮ่องเต้ข้าง ๆ กับอวี้เซ







