Masukครืด~ ครืด~
“เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้วยังไงก็ขอบคุณน้องมากนะคะที่ช่วยพี่ไว้ พี่ก็หวังว่าคำพูดของพี่จะมีส่วนทำให้น้องกล้าตัดสินใจเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกนะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มจริงใจซึ่งแก้วขวัญเองก็ยิ้มตอบ “ขอบคุณนะคะ ขวัญขอให้พี่โชคดีเหมือนกันค่ะ” “มีอะไรกันรึเปล่ายัยขวัญ ฉันเห็นเมื่อกี้แกคุยกับใครอยู่” กีรณาที่เดินมาทางด้านหลังเอ่ยขึ้นพลางมองหน้าเพื่อนรักสลับกับแผ่นหลังของผู้หญิงที่เดินห่างออกไปด้วยความสงสัย “พอดีพี่เขาจะเป็นลมนะฉันเลยช่วยพยุงพาไปนั่ง แล้วนี่แกมานานรึยัง” “ก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ งั้นไปนั่งในร้านกาแฟก่อนดีกว่า” แก้วขวัญพยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตรงไปยังร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกลนัก “ฝีมือแกนี่ไม่มีตกเลยนะแต่จะดีกว่านี้ถ้าแกยอมไปทำงานกับฉัน” กีรณาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ดูแบบชุดที่แก้วขวัญออกแบบทั้งหมดแต่ก็นึกเสียดายไม่น้อยที่เพื่อนรักไม่ได้ไปทำงานด้วยกันเนื่องจากเธอทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองอยู่ “ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไง แกอย่าลืมสิตอนนี้ฉันแต่งงานแล้วนะ” “แต่การแต่งงานก็ใช่ว่าแกจะออกมาทำงาน ทำตามความฝันตัวเองไม่ได้นะ จะว่าไปครอบครัวสามีแกนี่ก็แปลกจริง ยึดถือแต่กฎธรรมเนียมโบราณอะไรก็ไม่รู้ ดูก็รู้ว่าอยากให้ลูกชายตัวเองเป็นใหญ่แล้วให้ลูกสะใภ้ขลุกตัวทำงานบ้านไม่ได้ออกไปไหนคงเพราะกลัวว่าแกจะไม่หัวอ่อนทำตามคำสั่งน่ะสิ” กีรณาบ่นอุบอย่างรู้ทัน “แกจะทนทำไมนะยัยขวัญ แกทั้งสวยทั้งมีความสามารถแต่ก็ไม่ได้ใช้มันเลย ฉันล่ะเสียดายจริง ๆ พี่ชุนเองก็แปลกทำไมถึงยอมให้เมียโดนพ่อแม่ตัวเองโขกสับดูถูกดูแคลนอยู่ได้” “พี่ชุนเขาไม่รู้หรอกว่าแต่ละวันฉันต้องโดนกับอะไรบ้าง ฉันไม่อยากให้เขาเครียดแล้วก็ไม่สบายใจ ลำพังแค่เรื่องงานที่บริษัทก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว” “แกแสนดีอะไรขนาดนี้นะยัยขวัญ ฉันล่ะหมั่นไส้จริง ๆ กับความยอมคนของแกเนี่ย” กีรณาบ่นออกมาอย่างระอาพร้อมกับส่ายหน้าไปมาก่อนจะยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่ม เธอเองก็เป็นเเค่เพื่อนจะพูดอะไรมากก็ไม่ได้กับเรื่องครอบครัวซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนรัก “นั่น…” “หือ…อะไรเหรอ?” แก้วขวัญที่เห็นสายตาของเพื่อนรักมองตรงไปด้านหลังก็ขยับใบหน้ามองตามไปด้วยความสงสัย” “ก็นั่นสามีของลูกค้าฉันน่ะสิ ภายนอกดูแสนดีรักครอบครัวแต่ดูลับหลังสิควงนักศึกษาฉ่ำเลย เลวจริงๆ” “นั่นสิ น่าเห็นใจเมียหลวง ถ้ารู้คงใจสลายน่าดู” “แล้วแกล่ะเคยระแวงพี่ชุนบ้างรึเปล่า นักธุรกิจหนุ่มที่หล่อรวยขนาดนี้มีแต่ผู้หญิงอยากได้” “ไม่นะ เพราะฉันไว้ใจแล้วก็มั่นใจว่าพี่ชุนจะไม่หักหลังฉัน ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่คบกันจนแต่งงานกันมาเขาก็ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ฉันกังวลเลย” แก้วขวัญเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม เธอคงเป็นผู้หญิงหนึ่งในร้อยที่โชคดีได้สามีที่ดีแล้วก็ซื่อสัตย์อย่างฟางชุนที่เขาไม่เคยทำให้เธอต้องระแวงหรือกังวลไม่ว่ากับเรื่องอะไร “ในฐานะที่แกเป็นเพื่อนฉันฉันอยากเตือนแกไว้บ้างว่าแกอย่ายอมคนมากเกินไป แกต้องหัดแต่งตัวเอาใจสามีไว้บ้างนะยัยขวัญ แกเป็นคนสวยแต่แกอ่อนตัวความรักมากเกินไป วัน ๆ แกขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านในครัวแกไม่ได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น แกอย่าทำตัวเป็นของตายเด็ดขาดนะยัยขวัญ” เพราะเรือนขวัญแต่งหน้าแต่งตัวไม่ต่างจากผู้หญิงที่เรียบร้อยมาก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ กับชุดเดรสกระโปรงตัวยาว “ขอบใจนะที่แกเป็นห่วงฉัน ฉันเชื่อใจพี่ชุนว่าเขาจะไม่มีทางนอกใจนอกกายฉัน” @บริษัท F “อืมม” “พอแล้วน่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเบี่ยงหน้าหลบในขณะที่กำลังจูบนัวเนียอยู่กับเจ้าของเรือนร่างสมส่วนบนหน้าตัก “ไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง เราไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ” รมิดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยอมผละใบหน้าออกในขณะที่นั่งคร่อมตัวอยู่บนหน้าตักแกร่งของฟางชุนซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันพร้อมกับท่อนแขนทั้งสองข้างที่โอบลำคอหนาเอาไว้หลวม ๆ “เดี๋ยวมีคนมาเห็นแล้วจะเป็นเรื่อง” “ใครมันจะเปิดเข้ามาล่ะนี่ห้องทำงานของประธานเชียวนะ แต่ถึงจะเปิดเข้ามาจริง ๆ แล้วยังไงล่ะ ใครมันจะกล้าเอาไปพูด” เจ้าของใบหน้าเรียวที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูสวยเฉี่ยวเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เกรงกลัวว่าใครจะเข้ามาเห็น ในขณะที่นั่งบนสะโพกอยู่บนหน้าตักของเพื่อนหนุ่มพร้อมกับส่ายหน้าอกใหญ่ที่แทบจะทะลักออกมาจากชุดเดรสเกาพอกสีดำใส่ใบหน้าคมคายอย่างยั่วยวน “ฉันไม่อยากให้ใครเอาไปพูด” “กลัวเมียที่บ้านจะรู้หรือไง? หึ! เมียนายน่ะซื่อบื้อจะตายไม่มีทางรู้หรอกว่าสามีน่ะทำอะไรบ้าง นายบอกอะไรเธอก็เชื่อทั้งนั้นแหละน่า” “สักรอบก่อนกลับได้ไหมหรือ นายไม่อยากเหรอ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างมีจริตในขณะที่สายตามองสบตากับดวงตาคมอย่างยั่วเย้าก่อนจะโน้มหน้าลงประกบจูบกันอีกครั้ง “อืม” ฟางชุนครางในลำคอเบา ๆ เมื่อถูกรมิดาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนภายในอย่างร้อนแรงในขณะที่เขาเลื่อนมือไปบีบเคล้นบั้นท้ายของเธออย่างแรงด้วยความอยากอย่างไม่เกรงกลัวว่าใครจะมาเห็นถึงความไม่เหมาะสมนี้“ครับ” แก้วขวัญลุกยืนขึ้นหลังจากที่เด็กน้อยวิ่งไกลออกไปทว่าในจังหวะนั้นก็รู้สึกหน้ามืดจนเผลอชนเจ้ากับใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพอดีพาลทำให้สมุดฝากครรภ์ในมือหล่นลงพื้นปึก!“ขะ…ขอโทษนะคะ”“ขวัญ…” ฟางชุนชะงัก ใบหน้าอ่อนล้ายิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อได้เห็นเธออีกครั้งในรอบหลายเดือน แก้วขวัญชะงักนิ่งไปเมื่อคนตรงหน้าคืออดีตสามีที่จบกันไม่สวยนัก แต่ทุกอย่างมันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเธอจึงเลือกที่จะไม่โกรธแค้นใครเธอมองใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาดูดีแต่บัดนี้ดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด“ขวัญ…ท้องแล้วเหรอ?” เสียงสั่นไหวเอ่ยออกมาเมื่อก้มลงเก็บสมุดของเธอที่ร่วงหล่นลงพื้นขึ้นมา นัยน์ตาคมสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดอยู่ภายในแต่ก็พยายามส่งยิ้มให้กับเธออย่างยินดี“ค่ะ”“พี่ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วยจริง ๆ กับชีวิตใหม่ของขวัญ” แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจกลับเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ที่ผ่านมาเขาพยายามมีลูกกับเธอมาโดยตลอดแต่ก็ไม่มีจนกระทั่งตอนนี้ที่เธอมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่กับเขาแล้ว“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” แก้วขวัญเอ่ยแค่นั้นก่อนจะรับสมุดตรงหน้ามาแล้วเดินออกไปเมื่อเห็นใต้ภพกำลังเดินกลับมา“อึก!” หยาดน้ำตาลูกผู้
“อาการเบื้องต้นบ่งชี้ชัดมาที่อาการนี้มากที่สุด หากจะให้ชัวร์รบกวนคุณผู้หญิงตรวจดูก่อนไหมครับ?” แก้วขวัญนิ่งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวหลากหลายความรู้สึก ยอมรับว่าไม่ทันตั้งรับแม้ผลจะยังไม่ชัวร์แน่ชัดเพราะเธอมีภาวะท้องยากทำให้คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา“กลัวเหรอ?” มือหนาเลื่อนมากุมมือเธอเอาไว้พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำให้เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นคำตอบ“ขวัญแค่กลัวผิดหวังค่ะ ถ้าผลออกมาว่าขวัญไม่ท้อง…”“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกมาก ตรวจดูก็ไม่เสียหาย” เธอหันมองใบหน้าคมคายที่แสดงออกถึงความห่วงใยมาให้ก่อนจะพยักหน้า“ค่ะ ฉันยินดีตรวจ” หลังจากนั้นแก้วขวัญก็ถูกส่งต่อมายังแผนกสูตินรีเวช เธอทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะนั่งรอหมอเรียกอย่างจดจ่อโดยมีใต้ภพนั่งกุมมืออยู่ไม่ห่างด้วยความตื่นเต้น“คุณแก้วขวัญคุณหมอเรียกพบค่ะ” เสียงพยาบาลผู้ช่วยเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา“ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม” ร่างสูงจูงมือเธอเข้าไปในห้องเพื่อฟังผลตรวจด้วยความตื่นเต้น“ยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ”“อะ…อะไรนะคะ?” แก้วขวัญเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสิ่ง
ตอนพิเศษ 10การรอคอยที่คุ้มค่าหลายเดือนต่อมา@คอนโดมิเนียมของใต้ภพ“โอ้ก! อ้วก!”“อื้ออ~” เสียงโอ้กอ้ากที่ดังออกมาจากห้องน้ำปลุกให้แก้วขวัญที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มค่อย ๆ เปิดเปลือกตาออกมา สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นเตียงข้าง ๆ ที่ควรจะมีใครอีกคนนอนอยู่กลับว่างเปล่า“อ้วก!” ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันไปทางต้นเสียงก่อนจะรีบเหวี่ยงขาลงจากเตียงดึงเสื้อคลุมแขนยาวที่ถอดวางไว้บนโซฟาปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ“เฮียไม่สบายเหรอคะ? ไปหาหมอนะเฮียเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว” เมื่อเห็นร่างสูงโก่งคออาเจียนใส่ชักโครกก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้ใต้ภพมีอาการแบบนี้เกือบทุกเช้า เธอบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมแต่ครั้งนี้เธอก็จะไม่ยอมเช่นเดียวกัน“เฮียบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร สงสัยจะโหมงานหนักมากเกินไป”“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะหน้าซีดขนาดนี้ ไปหาหมอเถอะนะคะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบรักษา ถ้าเฮียเป็นอะไรไปขวัญจะอยู่ได้ยังไงคะ” ใบหน้าซีดเซียวปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น เท้าหนาเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลังจากล้างปากเสร็จ“โอเคเฮียจะไปหาหมอ” เขารับปากออกไปทั้ง ๆ ที่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไ
“คะ?” แก้วขวัญขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ปกติกีรณาไม่ใช่คนนอนตื่นสายอีกทั้งวันนี้ไม่ใช่วันหยุดด้วย ที่สำคัญคือใต้ภพรู้ได้ยังไงทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่รู้เลย หรือนทีจะบอก?“ไหนมาให้เฮียลองชิมหน่อย” ยิ่งอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูดเธอก็ยังรู้สึกว่ามีพิรุธแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเซ้าซี้“เพิ่งกินข้าวอิ่มไปเองนะคะเดี๋ยวก็อ้วนลงพุงหรอก” ความจริงคือร่างกายของเขาห่างไกลจากคำว่าอ้วนมากโข“จะอ้วนได้ยังไงในเมื่อเฮียออกกำลังกายก่อนนอนทุกคืน”“โดยการปล่อยน้ำใส่รู้เล็ก ๆ ของเธอไง”“เฮีย! เมื่อไหร่จะเลิกหื่นสักทีคะเดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินหรอก” แก้วขวัญแหวใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายแม้จะปิดไม่มิดก็ตามเพราะใบหน้าของเธอแดงเรื่ออย่างชัดเจน“หึหึ” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนจะกอดคลอเคลียเธออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งแก้วขวัญจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จก็ต้องตีมือปลาหมึกของคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังไปหลายทีเพราะเขาทั้งบีบทั้งลูบตามร่างกายเธอไม่หยุดใจคอจะไม่ให้เธอพักเลยหรือไงกันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเกือบห้าโมงเย็นที่ใต้ภพพาเธอมาถึงยังสถานที่ดูพระอาทิตย์ตก รถกระบะยกสูงจอดไว้ด้านล่างเพราะไม่สามารถขับขึ้นมาด้านบนไ
ตอนพิเศษ 09เวลาแห่งความสุขวันต่อมา…“อื้ออ~” แก้วขวัญร้องอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกรบกวนการนอนในขณะที่ใต้ภพลูบพวงแก้มเธอเบา ๆ พร้อมพินิจมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาอย่างเอ็นดูในยามที่เธอหลับเขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจเขามานานหลายปี“เฮียตื่นนานแล้วเหรอคะ~” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงแหบพร่าเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าคมคายที่ส่งยิ้มมาให้เป็นสิ่งแรก“อืม สายแล้วหิวไหมเฮียให้คนทำข้าวต้มไว้ให้” มือหนาลูบศีรษะทุยเบา ๆ อย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางราวกับเด็กน้อยของเธอ“หิวค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ?”“บ่ายโมงแล้ว”“อะไรนะคะ? ทำไมเฮียไม่ปลุกขวัญล่ะ อดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเลย” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว แต่นั่นไม่น่าแปลกเพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะได้นอนก็ปาไปไม่รู้กี่โมง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายออกแรงเท่ากับอีกคนแต่ทว่าใบหน้าคมคายนั้นยังสดชื่นปกติไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าราวกับผู้ป่วยติดเตียงเหมือนเธอเลยสักนิด“คิดอะไรอยู่?”“กำลังคิดว่าเมื่อคืนขวัญไม่ได้ออกแรงเยอะเท่าเฮียแต่ทำไมเฮียดูไม่เหนื่อยเหมือนขวัญเลย” นึกแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ กับความไม่ยุติธรรมน
“เฮียไม่ให้ใครเห็นเรือนร่างน่าหลงใหลของเมียเฮียอยู่แล้ว กระแทกไปดูดาวไปแบบนี้ตื่นเต้นดีไหมหืม?” บนท้องฟ้าในยามนี้เต็มไปด้วยแสงของดวงดาวระยิบระยับ“มะ…มันรู้สึกเสียวกว่าที่ผ่านมา” สาเหตุคงเป็นเพราะตื่นเต้นจากการที่กลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นในกิจกรรมรักในครั้งนี้ตั่บ! ตั่บ! ตั่บบ!เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนร่างเล็กแทบจะทรงตัวไม่อยู่เขาจึงจำใจหยุดแรงกระแทกพร้อมกับดึงแก่นกายที่แข็งตัวออกจากร่องสวาทของเธอแล้วช้อนอุ้มร่างอ่อนแรงตรงไปยังเตียงนอน“ใส่ชุดยั่วเฮียขนาดนี้แต่ยังไม่ทันจบยกแรกก็หมดแรงแล้วเหรอหืม?” เสียงทุ้มเอ่ยหยอกล้อเมื่อเห็นเธอทิ้งตัวนอนหอยหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน“ใครบอกว่าขวัญหมดแรงคะ ขวัญแค่ทำไปงั้น ๆ แหละ” หญิงสาวแหวใส่เสียงเขียวกับคำพูดของอีกฝ่าย แน่นอนว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมแพ้อุตส่าห์ลงทุนใส่ชุดนอนยั่วเขาขนาดนี้แล้วจะเสียชื่อไม่ได้เด็ดขาดผลัก!เธอลุกขึ้นพร้อมผลักร่างสูงให้นอนลงแทนที่ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างกำยำเอาไว้“อ๊าาา” ใต้ภพหลุดครางเมื่อเธอนั่งทับแก่นกายของเขาเอาไว้พร้อมขยับขึ้นลงแต่ไม่ยอมสอดใส่เข้าไป“เอาเข้าทีคนสวยอืมม” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาพร้อมยื่นมือไป
03เรื่องลับหลังตกเย็น…@ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง“โอเคแล้วเจอกัน” หญิงสาวเลื่อนโทรศัพท์ออกจากหูหลังจากวางสายจากกีรณาเพื่อบอกว่าเธอมาถึงที่นัดหมายแล้วก่อนจะเดินขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อตรงไปยังชั้นสองของห้างสรรพสินค้าหมับ!“พี่เป็นอะไรไหมคะ?” เธอรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมท้องที
(ฉันล่ะอึดอัดแทนแกจริง ๆ จะออกไปไหนมาไหนก็ไม่มีอิสระ ฉันว่าแกยอมครอบครัวพี่ชุนมากเกินไปรึเปล่ายัยขวัญ ฉันกลัวว่ายิ่งนานวันไปมันอาจจะมีเรื่องมากขึ้นจนเป็นปัญหาสะสมนะ) กีรณาเอ่ยขึ้นด้วยความหวังดีกับการยอมคนมากเกินไปของเพื่อนรักซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาสะสมที่มันใหญ่กว่านี้“แกก็รู้ว่าเพราะอะไร ฉันต้องเอา
02ภรรยาหน้าซื่อหรือหน้าโง่วันต่อมา…แกร๊ก~“พี่ชุนแต่งตัวเสร็จแล้วเหรอคะ ขวัญขอโทษนะคะที่ขึ้นมาช่วยแต่งตัวไม่ทันพอดีขวัญเคี่ยวซุปหัวหอมไว้เลยขึ้นมาช้า” แก้วขวัญที่เปิดประตูเข้ามาในห้องในหลังจากที่ลงไปเตรียมอาหารดูความเรียบร้อยในห้องครัวเสร็จสรรพเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสามีหนุ่มกำลังผูกเนกไทอยู่หน้ากระจก
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเงียบงันและความอึดอัดของแก้วขวัญที่แทบจะกินข้าวไม่ลงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฝืนกินเข้าไปเพราะเธอไม่สามารถลุกจากโต๊ะขึ้นก่อนพ่อแม่ของสามีได้หลายชั่วโมงต่อมาแก้วขวัญยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงของห้องนอนพลางคิดถึงคำพูดต่าง ๆ ของฟางฉินและบุหลันฟางชุนเป็นรักแรกและเป็นคนแรกใ







