เข้าสู่ระบบทั้งลุงภาคทั้งลุงชวีขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก “คลอดเมื่อไหร่ลุงรับขวัญเลยสิบบาท แต่ถ้าพอใจทำให้สองคนนั้นคบกันได้ก่อนคลอดลุงให้เลยคนละยี่สิบบาท” ภาคผู้มีเงินถุงเงินถังเอ่ยอย่างใจปล้ำ “โอเคค่ะดีล” พอใจจับมือกับลุง ๆ ให้คำมั่น ช่วงใกล้คลอดมีเรื่องให้ทำแก้เบื่อแล้วสินะ ค่ำคืนนั้นหลังจากแยกย้ายกันไปพักผ่อน ภวัตก็ถามพอใจอย่างอยากรู้ว่ามีแผนอะไรเด็ด ๆ ที่จะทำให้ชาร์มกับรันรดาได้คบกัน“ไม่มีแผนอะไรหรอกค่ะพี่ยอช์ต พอใจแค่เอาวันเดือนปีเกิดของทั้งสองใบถามใบข้าวมาค่ะ นางบอกว่าคู่นี้เป็นคู่แท้ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเองค่ะ”ภวัตขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พอใจพูดจะเชื่อได้จริงหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าคุณสามีทำท่าทางเหมือนไม่เชื่อ พอใจก็เลยต้องเผยความลับที่เธอไม่เคยบอกใครให้เขาฟัง“ใบข้าวน่ะแม่นมากเคยทำนายเรื่องของพอใจไว้ด้วยว่าจะได้คนใกล้ตัว อีกอย่างมันยังเคยบอกพอใจว่าเนื้อคู่ของนางก็อยู่ใกล้ตัวเพียงแต่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง แม่นไหมละคะ สุดท้ายนางก็ได้คิมมี่”ภวัตกะพริบตาปริบ ๆ ตกลงใบข้าวได้คิมมี่ใช่ไหม เขานึกว่าคิมมี่ได้ใบข้าว“ได้ทองตั้งสี่สิบบาทรับขวัญลูก ต้องร
รันรดาอายุสามสิบหกปีถ้าภาคไม่บังคับให้ไปฝากไข่ไว้แล้วคงสิ้นหวังกว่านี้ “น้องเดียร์กับหนูดีไม่มีแฟนเหรอวะ” ชวีถามถึงลูกของเพื่อนสนิทซึ่งอายุอานามก็ใกล้เคียงกับลูกชายเขาทั้งสองคน “ไม่มี!” “ไม่มีหรือเฮียไม่รู้” ประทีปเอ่ยถามอย่างสงสัย ขนาดว่าลูกเขากับลูกเฮียภาคแอบคบกันพวกเขายังไม่รู้เลย รู้อีกทีตอนที่ลูกสาวประทีปท้องแล้ว “ไม่มี ลูกกู กูต้องรู้สิมีแฟน ไม่มีแฟน” ภาคยืนยันเพราะเป็นเขาเองที่ถามลูกว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน ตอนที่ลูกอายุยี่สิบกว่า ๆ เขามักบอกลูกว่าไว้ค่อยมีแฟน แต่เวลานี้เขากลับอยากบอกลูกว่ามีได้แล้วแฟนน่ะ “ภาคมึงจำได้ไหม” ชวีเอ่ยถามเพื่อนด้วยตาเป็นประกาย “จำอะไร” ภาคทำท่าทางหวาดระแวงเพราะสายตาของชวีเวลานี้ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด “เราเคยคุยกันว่าถ้าลูกเราอายุสามสิบห้าแล้วไม่มีครอบครัว เราจะคลุมถุงชน” แม้จะเป็นคำพูดในวงเหล้าเมื่อนานมาแล้วแต่ชวีก็จำได้ดี “เหรอคะ แล้วลุงชวีกับลุงภาคจะจับใครคู่กับใครคะ” พอใจอยากรู้อยากใส่ใจ ภวัตเองที่ควรจะห้ามเมียก็ไม่ได้ห้ามแถมยังทำท่าทางอยากรู้อยากเห็น “เจ้าชาร์มกับหนูเดียร์เป็นไง” คำ
ใบข้าวไม่เคยบ่นให้ฟังเพียงแต่บอกว่าไม่สะดวกทำงานกับระบบราชการ จากนั้นก็เลยกลายมาเป็นคนว่างงานอีกคน“คิมมี่ล่ะ”“สองสามวันแหละ ฉันต้องทำงาน” คนทำงานบอกกับคนว่างงานทั้งสองเพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่กล้าคบกับใบข้าว เลี้ยงตัวเองแทบไม่รอดใครจะกล้ามีเมีย“ท้องแฝดนี่โตมากเลยเนอะ” ใบข้าวลูบหน้าท้องเพื่อนแล้วก็ต้องตาโตเมื่อโดนเด็กแฝดเตะมือ“เอ้ย! เตะด้วยอ่ะ จับดูสิคิมมี่” ใบข้าวจับมือคิมมี่วางบนท้องเพื่อนรักโดยที่มีมือใบข้าวทับไว้ ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความตื้นตันใจ ดีใจที่เพื่อนของพวกเขากำลังจะเป็นแม่คน“เมื่อก่อนพอใจนึกภาพตัวเองตอนเป็นแม่ไม่ออกเลย” คนท้องเล่าความรู้สึกของตัวเองก่อนที่จะมีเจ้าก้อนสองก้อนในท้อง“กลัวไปหมด พอใจเคยเห็นทั้งคนอยากมีลูกแล้วมียากมาก คนที่ไม่อยากมีลูกแต่ก็ท้องก่อนวัย เคยเห็นความเสียใจของการสูญเสียทั้งที่ลูกยังไม่ลืมตาดูโลก เหตุการณ์พวกนั้นทำให้พอใจกลัว ไม่คิดอยากมีลูกเลย”เล่าให้เพื่อนฟังและลูบท้องตัวเองไปด้วย“แต่พอถึงตอนนี้ ความรู้สึกมันต่างออกไปนะ” เพื่อนทั้งสองเลิกคิ้วคล้ายถามว่าอะไรที่ต่างออกไป“ความรู้สึกตอนนี้มีความสุขมาก ทุกครั้งที่ลูกดิ้นทุกครั้งที่พอใจได้พูดคุยกั
สายตาอ่อนโยนของลลิตายามมองลูกสาวของเขานั้นอบอุ่นราวกับมองลูกสาวของเธอเอง คงเพราะลลิตาเองก็เห็นพอใจตั้งแต่เกิดและช่วยกันเลี้ยงดูอุ้มชูมาด้วยกันเด็ก ๆ ทั้งสองบ้านก็ต่างสนิทสนมกันตั้งแต่เล็ก หัวใจดวงหนึ่งของประทีปได้วางไว้บนมือของภามอย่างมั่นใจแล้ว อีกหนึ่งดวงใจของเขาที่วางไว้บนมือของภวัตตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ประทีปเชื่อมั่นว่าเขามองคนไม่ผิด“ต่อไปก็ฝากน้องด้วยนะยอช์ต” มือหนาของผู้สูงวัยตบบนบ่าของว่าที่ลูกเขย“ครับ พ่อทีป” ภวัตรีบเปลี่ยนสรรพนาม อยากเรียกพ่อทีปมานานแล้ว ติดที่ว่าเขายังไม่ได้แต่งงานกับลูกสาวของคุณอาทีปเท่านั้นพอใจยิ้มกับคำเรียกขานที่แฟนหนุ่มซึ่งเวลานี้สถานะของทั้งคู่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสามีภรรยาและกำลังจะกลายเป็นพ่อแม่ของเจ้าก้อนที่อยู่ในท้องเธอตอนนี้“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ พี่ยอช์ต” พอใจยกมือขึ้นไหว้บนไหล่ของเขา เรียกเสียงหัวเราะครืนจากพวกผู้ใหญ่“รับฝากตลอดชีวิตเลยครับ” ภวัตหอมหัวคนไหว้“ไม่รับคือนะพี่ยอช์ต” พลอยใสรีบบอกว่าที่ลูกเขย“แม่อ่ะ! นี่พอใจลูกรักของแม่นะคะ” พอใจค้อนให้ผู้เป็นแม่“โอ๋ ๆ พอใจลูกรักของแม่” พลอยใสอ้าแขนให้ลูกสาวออดอ้อน ลูบหลังลูบไหล่ด้วยความรัก“ผ
ตอนพิเศษ 1 ท้องก่อนแต่ง “นี่ถ้าไม่ท้องก็ไม่ยอมแต่งใช่ไหม” พลอยใสบ่นลูกสาวกับว่าที่ลูกเขย “อย่าว่าลูก” ประทีปลูกแขนเมียรักและได้ค้อนวงโตมาจากเมียรัก ทีปนึกอยากจะเถียงหนักว่าพลอยใสเองก็ไม่ต่างจากลูกสาวแต่ว่าอะไรได้ประทีปต้องท่องไว้ นั่นเมียกู นั่นลูกกู “สมัยนี้เขาก็งี้ทั้งนั้นแหละ” ภาคออกความเห็นมองสองหนุ่มสาวคนหนึ่งก็หลานในไส้อีกคนก็รักเหมือนหลานประทีปมองภาคแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจนั่นก็เฮียกู อดทนไว้ทีป ชีวิตคือความอดทน“เนอะลุงภาคจะรีบแต่งทำไม ก็ต้องท้องก่อนเนอะ พอใจเดินตามผู้ใหญ่เลยนะเนี่ย” ได้ทีรีบประจบผู้ใหญ่นี่คือน้องพอใจเขาหละ ภวัตยิ้มกับความน่ารักของเมียประทีปมองสายตาภวัตแล้วก็ลอบถอนหายใจนั่นก็ลูกเขยกู ก็เลยเหมือนกู รักเมีย หลงเมีย เอาใจเมียไม่มีใครเกิน“แล้วจะจัดงานแต่งที่ไหนดี” ภาคีเอ่ยถามเวลาที่ทั้งหมดอยู่ที่เชียงราย ประทีป พลอยใสและภาคบินมาจากกรุงเทพส่วนภาคีและลลิตาอยู่ที่เชียงรายอยู่แล้ว“ก็จัดที่นี่แหละ ท้องอ่อน ๆ เดินทางเยอะไม่ดี” ลลิตาเสนอความคิดเห็น“เอางานแบบเหนือนะคะ พอใจอยากใส่ชุดแต่งงานแบบเหนือ เอาคนไม่เยอะด้วยพอใจขี้เกียจไหว้” เจ้า
“แล้วพี่ก็อยากมีลูก อยากมีมาก” “คะ?” อันนี้เธอไม่เคยรู้ เพราะเคยได้ยินแต่ว่าเขาไม่อยากมีลูก ใครถามภวัตก็มักจะบอกว่ายังไม่พร้อม ยังไม่อยากมี “พี่อยากมีลูกมากแต่ต้องเป็นลูกกับพอใจนะ ลูกกับคนอื่นพี่ไม่เอา” ภวัตเน้นย้ำเรื่องสำคัญกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด “แต่พี่บอกคนอื่นว่าไม่อยากมี” เธอน้ำตารื้นไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาเพราะต้องการให้เธอสบายใจหรือว่าเป็นความรู้สึกจริง ๆ “ที่บอกว่าไม่อยากมี เพราะได้ยินพอใจบอกเฮียภามว่าพอใจไม่อยากมีลูก สำหรับพี่จะมีลูกหรือไม่มีลูกไม่สำคัญเลย สำหรับพี่พอใจสำคัญที่สุด” “พี่ยอช์ต” ครานี้ต่อมน้ำตาของเธอไหลแรงยิ่งกว่าครั้งแรก ความรู้สึกมากมายสุมอยู่ในอก ทั้งตื้นตัน ทั้งอิ่มเอมในอก การถูกรักจากผู้ชายที่เรารักมันดีขนาดนี้สินะ “พี่รักเธอมาก มากจนไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบเทียบ ทุกครั้งที่น้าทีปให้พี่ไปรับเธอที่โรงเรียน พี่จะดีใจมาก ทิ้งเพื่อนโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด” ภวัตหวนคิดถึงช่วงเวลาที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยและเมียตัวน้อยยังเป็นเด็กกะโปโล “แล้วหนีพอใจไปเรียนเสียไกล” “กลัวติดคุก” คำตอบของเขาทำเธอ







