เข้าสู่ระบบท่ามกลางอากาศปั่นป่วนพอๆ กับอารมณ์หมาป่าหนุ่มผู้ย่างกรายเข้ามาในสถานที่ที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาเหยียบ แต่เมื่อหยามหน้ากัน ถึงขั้นบุกทำร้ายผู้ที่เป็นยอดดวงใจ เขาจึงจำเป็นต้องบุกเดี่ยวลุยผ่านดงป่าชื้นทึบ อันมีเสียงกรีดร้องของบรรดาเหล่าสายฟ้าเกี้ยวกราดทุกย่างขุมยามเท้าทั้งสี่ควบด้วยความเร็ว สายฝนโปรยปรายนับพันคงเป็นตัวแทนความรู้สึกที่มากเกินนับคณา ใช่เขาโกรธ แน่นอนว่าเขาแค้นจนเขี้ยวที่ขบกันมีเลือดออก
" เพราะเรา ใช่มันเป็นเพราะเรา... เขาย้อนนึกถึงวันที่ตนวิ่งหนีออกจากบ้านสู่ป่าด้วยความรู้สึกไม่พอใจเนืองๆ ที่รู้ว่าเนราจะกลับบ้าน ถูกต้องมันเป็นเช่นนั้นเขาอยากได้ยินเธอบอกว่าเขาสำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้... ทั้งหมดเป็นเพราะเราคนเดียว ทำให้เนราต้องนอนอยู่ในห้องคนเดียวลำพังตลอด 3 วัน... ภาพสลับกลับไปมายังตัวเขาหนีเข้าไปนอนบนยอดเขาที่ไหนสักแห่ง... ประชดผู้เป็นภรรยา... เขานึกภาพวันที่เนราสั่งให้เขานอนอยู่นอกบ้าน แทนที่ปกติตัวเขาควรจะมาง้อเธอ หรือสร้างสิ่งทำให้ดวงใจดวงน้อยนั้นกลับมาร่าเริง ที่สำคัญเขาควรขอโทษเธอเป็นอันดับแรกอย่างที่เขากระทำมาตลอด จนเมื่อถึงเหตุการณ์เรื่องจดหมาย... ทำให้เนราต้องเผชิญความโหดร้าย... เสียงร้องราวกับแก้วค่อยๆ ร้าวกรีดกรายในใจเขาตลอดทาง เมื่อยอมรับว่าสิ่งที่ตนทำคือการประชดดีดีนี่เอง เขาออกไปนอนข้างนอกตามคำสั่งเนราเขาใช้รถไปมหาวิทยาลัยส่วนตัว ไม่ลงมาทานอาหารเช้าและเย็นทั้งที่ปกติรีบตื่นตั้งแต่ไก่โห่ตลอด ไม่มองพบสบตา ไม่เอื้อนเอ่ยใดๆ กับเนราตลอดสามวัน... ถ้าผมอยู่ตรงนั้น ถ้าผมอยู่กับเธอเรื่องร้ายๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น... สเวนโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีหรือปกติเขาจะไม่ทราบว่าเธอไปไหนมาไหนจากการสอบถามโครว์และเคธี่ที่ดูท่าจะกลายเป็นผู้ปกครองเนราไปจริงๆ ยามที่ต้องการสิ่งใด เนรามักจะขออนุญาตทั้งคู่เป็นอันดับแรก แต่สามวันมานี่เขาวางเฉย ... ผมทำหน้าที่บกพร่อง..."
คอยาวสง่าล้อมไปด้วยแผงขนขาวคล้ายสิงโตโก่งหอนลั่นไปทั่วลำเนาไพร ความหมายครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกพรรคพวกหรือรวมพล แต่เขากำลังท้าทายผู้ทอยู่ในคฤหาสน์หินสีเทาทรงโบราณคล้ายปราสาทหลังใหญ่เบื้องหน้า ศัตรูที่เขายังสะสางไม่เสร็จหลังจากต้องรีบพาเนราไปโรงพยาบาล ขณะที่เขายืนป้วนเปี้ยนเด่นตระหง่านหน้าคฤหาสน์ ความเร็วของร่างหมาป่าสีเทาตัวหนึ่งลอยเข้ามาจากด้านข้างหวังจะตะครุบสายพันธ์ุอย่างเขาที่ทรงพลังกว่า ด้วยสัมผัสว่องไวทำให้ร่างใหญ่สีขาวของเขาหมอบลงปล่อยหมาป่าปริศนาลอยข้ามไปและจึงหันคมเขี้ยวกัดกระชากช่วงหลังทันที การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นกับร่างตัวเล็กกว่า ถึงอย่างนั้นเขาก็กัดไม่ยั้ง หากจะเทียบกับช่วงกรามหรือฟันทรงพลังกว่า จะเสียบเข้าคอหอยทีเดียวของอีกฝ่ายยังได้ แต่นั่นไม่ใช่วิถีนักล่าแบบพวกเขาหากศัตรูยอมจำนนแล้ว การปะทะจะหยุดลงทันที... เสียงร้องของอีกฝ่ายยามถูกเขี้ยวฝังบริเวณหลังยังคงร้องเมื่อสเวนไม่ถอนคม...
" พอได้แล้ว... เสียงเข้มหนึ่งดังขึ้นจากประตูบานใหญ่ ปรากฏร่างชายหนุ่มที่เขารู้จักดี... เด็กคนนั้นเพิ่งอายุ 18 เองนะ ไดร์วูลฟ์ผู้ทรงอำนาจอย่างนายคงไม่ได้หวังจะได้เนื้อไปกินหรอกใช่ไหม... หมาป่าสีขาวปากยังเกรอะไปด้วยคราบเลือดปล่อยส่วนขาที่กำลังงับลงทันที แววตาสีเขียวอมเทาราวจะสะกดผู้จ้องมอง ค่อยๆ คลืบคลานออกมาจากป่าที่ไปปลุกปล้ำฟัดกันอย่างหมาบ้าเลือด พร้อมเสียงขู่ในลำคอ ขณะเดียวกันชายหนุ่มสามคนผู้ตามออกมาด้วยรีบเข้ามาขวางกันหน้าของผู้เสมือนเป็นนายทางจิตวิญญาณและตำแหน่งทางสังคมไว้ด้วยเชื้อสายพันธุ์ที่แตกต่าง... นายควรจะคืนร่างนะ ถ้าแบบนี้ฉันคุยกับนายไม่ได้ สเวน..."
" หยุดซะ! "... เสียงเข้มอันเป็นคำสั่งลั่นขึ้น พลันปรากฏร่างของชายผู้หนึ่ง บุคคลครอบครองสายเลือดไดร์วูลฟ์ด้านหลังของเขาสะพายปืนลูกซองมาด้วย... สเวน คาเรย์ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ " เขาตะโกนบอกเพื่อนชายรุ่นน้องที่ปากยังส่งกลิ่นคาวเลือดหลังจากเพิ่งสงบศึก... โครว์แอบตามรอยสเวนมาหลังจากได้ข่าวสายสุดท้าย ที่สเวนส่งเนราให้เคธี่ดูแลต่อพร้อมทั้งคำให้การของ Hunter สาวรุ่นน้องอย่างมีนาเพื่อนเนรา ว่าคาเรย์เป็นคนเข้ามาช่วยเนราไว้...
" ต้องขอโทษด้วยที่เขามาอาละวาดทำให้ลูกน้องนายบาดเจ็บ... โครว์เอ่ยอย่างสุภาพเมื่อเดินมาบังอยู่เบื้องหน้าของสเวนเพื่อไม่ให้เขาทำร้ายใครโดยคิดไปเองจากอารมณ์ชั่ววูบ... กลับร่างซะ... เสียงเข้มหันกลับไปบอกชายรุ่นน้องที่ก้าวถอยหลังออกไปอย่างดื้อดึง... คาเรย์ช่วยเนราไว้จากสมุนของอาเรย์ นายควรเปิดใจเรื่องนี้บ้างสเวน " น้ำเสียงไม่พอใจของโครว์ยามชายรุ่นน้องส่งผลให้สเวนยิ่ง ดื้อดึงแววตางุ่นง่าน พลันเห่าลั่นออกมาพร้อมกับสี่ขา วนกระทืบกับพื้นแสดงความไม่พอใจบ่งบอกว่าเขาไม่รับฟังเหตุผล และท้ายที่สุดร่างหมาป่าขาวก็ได้วิ่งหายวับเข้าไปในป่าทันที
" เด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง " คาเรย์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่สื่ออารมณ์ใดเพียงเพราะต้องถามก็แค่นั้น ทางด้านลูกน้องที่เป็นดั่งสหายของเขาทั้งสามพากันมองหน้าด้วยอารมณ์ตั้งคำถาม เนื่องจากเขาไม่เคยถามเกี่ยวกับเรื่องใครโดยเฉพาะความเป็นความตาย
" เสียเลือดมาก เธออยู่ในสภาวะร่างกายช็อคก่อนมาถึงโรงพยาบาล ตอนนี้ทีมแพทย์พยายามจะยื้อเรื่องการเต้นของหัวใจที่อ่อนแรง "
" ทำไมเด็กมนุษย์คนนั้นถึงได้..."
" ไว้เนราฟื้นก็ไปถามเธอเอาเอง... เขาขัดขึ้นก่อนอีกฝ่ายจะถามถึงเหตุผล... เพราะเหตุผลที่ฉันจะให้คงไม่ใช่ประโยคธรรมดาที่ฟังดูลึกซึ้งอย่างที่เด็กคนนั้นพูด... ถ้าเด็กคนนั้นรอดนะ " โครว์หมุนตัวกลับทันทีเพราะเขาเองก็ไม่อยากจะอยู่ในเขตดินแดนของหมาป่ากลุ่มอื่นที่ไม่ใช่เขตของตนนาน ถ้าไม่ใช่เพราะการมาตามตัวสเวนกลับไป
คาเรย์ปรากฏสีหน้าแสดงความหวั่นเล็กๆ ขึ้นจนคนข้างตัวสังเกตได้ นายของเขาไปทำอะไร ถึงทำให้ไดร์วูลฟ์สองคนมาปรากฏยังเขตแดนได้ แล้วยังจะชื่อเนราบุคคลที่นายตนช่วยเหลือไว้ แต่มากกว่านั้นจนแทบเสียวสันหลังคือนาม อาเรย์ ชื่อที่พวกเขาทั้งสามไม่อยากจะได้ยินกันมากที่สุดเพราะเพียงแค่ชื่อก็ทำให้พวกเขาสะท้านไปถึงกระดูก
" ฉันจะพักผ่อนพวกนายจะไปทำอะไรก็ตามสบายเถอะ " ผู้เป็นหัวหน้าสูงสุดพูดขึ้น ก่อนจะก้มใบหน้าลงเดินเข้าบ้านไปด้วยอารมณ์แปลกๆ เหมือนกำลังกังวลใจบางอย่าง แต่ที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คือน้องสุดของกลุ่มวัย 18 ผู้หวงอาณาเขตและกลัวผู้อื่นจะเข้ามาทำร้ายจนกล้าบ้าบิ่นเข้าปะทะกับสายเลือดไดร์วูลฟ์ที่ไม่มีวันล้มได้อย่างสเวน...
รุ่งเช้า 7.00 น.
" หา! ที่นายหายไปทั้งคืนเพราะกลับไปนอนที่บ้านงั้นเหรอ? " เคธี่เอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์ไม่พอใจนิดๆ เพราะเธอคิดว่าสามีของตนนั้นหลังจากไปห้ามสเวนที่กำลังจะไปอาละวาดคงอาจจะนั่งปรึกษาหรือปรับทุกข์กันยันเช้าตรู่ ด้วยรู้ว่าสเวนกับเนรานั้นมีปัญหาอยู่ การที่เนราได้รับบาดเจ็บจนตอนนี้ยังต้องสวมเครื่องให้ออกซิเจนสเวนอาจคิดว่าเป็นความผิดตนจนไม่กล้ามาที่โรงพยาบาล
" ครับ ครับ คุณภรรยา... เขาพูดพลางใช้มือแคะหูเมื่อมีอาการหูอื้อชั่วขณะ... เนราเป็นยังไงบ้าง "
" อย่างที่เห็น... เคธี่พูดพลางมองข้ามกระจกไปยังห้องปลอดเชื้อตรงหน้า... เนราเสียเลือดมากเพราะกระสุนตัดผ่านส่วนสำคัญ ชั่งเป็นเด็กที่บ้าบิ่นจังนะ แล้วสเวนหละ..."
โครว์นึกถึงเหตุการณ์ที่เขาวิ่งตามสเวนไปยังป่าลึกสุด บริเวณผาน้ำตกสูง สเวนกู่ร้องดังสนั่นแข่งกับสายฟ้าเปรี้ยงปร้างอย่างไม่มีใครยอมใครไม่ว่าจะธรรมชาติหรือตัวเขา ในเมื่อพูดตะล่อมให้กลับไปดีดีไม่ได้โครว์จึงต้องใช้กำลังกับหมาป่าหนุ่มเลือดร้อนกว่าเขา เพราะดูท่าสเวนเองคงต้องการหาที่ปลดปล่อยอารมณ์บ้าคลั่งจนถึงขีดสุด หมาป่าสีดำทมิฬเฉกเช่นยามราตรีในคืนเดือนดับไม่ลังเลง้างคมเขี้ยวเข้างับหมาป่าหนุ่มสีขาวสง่าท่ามกลางความมืดมิด มันไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็นการคุยกันในแบบพวกเขา ทั้งเปียกจากฝนและล่วงสู่น้ำตก ทั้งบอบช้ำเต็มไปด้วยร่องรอยและกลิ่นคาวเลือด การสนทนาทรงพลังเช่นนี้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่แทบจะหลับกันไม่ลงหา รีบหลบภัยกับสถานการณ์คล้ายสงคราม นานนับหลายชั่วโมงก่อนจะพากันฟุบลงเลนดินชื้นแฉะไปทั้งคู่ด้วยฝีมือที่เทียบเคียงกัน โครว์คืนกลับร่างเป็นมนุษย์หลังจากประเมินสถานกาณ์เมื่อพากันยุติ ที่สำคัญบาดแผลหลังจากกลายเป็นมนุษย์แล้วจะไม่รุนแรงเท่ากับตอนที่ยังอยู่ในร่างของหมาป่า
" ถ้ารู้สึกผิดนัก ก็กลับไปหาเธอที่นอนปางตาย นายหนีมาแบบนี้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา " ด้านสเวนเองก็คืนร่างไม่ต่างกันพลางพยุงตัวเองขึ้นจนหลังชิดต้นไม้
" หึ ฉันอาจจะฆ่ามนุษย์ผู้หญิงนั่นทิ้งซะ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมารู้สึกกับความทรมานแบบนี้" ข้อความสุดท้าย สเวนทิ้งไว้ท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำก่อนจะเดินหายวับไปกับความมืดมิดซึ่งเป็นตัวแทนจิตใจของเขาไปแล้วในตอนนี้
" เขาหายหนีหลังจากที่ฉันไปเจอ... โครว์สลับเหตุการณ์ไม่อยากให้ภรรยาของตนไม่สบายใจ... เล่นลูกน้องคาเรย์ซะอ่วมเลย ถ้าฉันไปไม่ทันคงได้เห็นเห็นศึกระหว่างสเวนกับคาเรย์แน่ ถึงสเวนจะเกลียดอาเรย์พ่อของคาเรย์แต่ว่านั่นมันคนละส่วนกัน อย่างน้อยหมอนั่นก็เข้ามาช่วยเนราไว้จากสมุนของอาเรย์ ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากให้มีเรื่องกันระหว่างกลุ่ม "
" ทำไมถึงเข้ามาช่วยเนรากันนะ "
" หึ นั่นสินะบางทีอาจจะเห็นใจหรือทนต่อความไม่ถูกต้องไม่ได้... หละมั้ง " โครว์หรี่สายตาลงยามพูดนั่นเป็นอาการผิดปกติสุดสำหรับเคธี่ เพราะไม่มีแม้สักครั้งที่แววตาองอาจ เคร่งขรึม สื่อถึงความเยือกเย็นและมีสติตลอดเวลาแบบนั้น จะดูเป็นกังวล
" เหตุการณ์รอบที่แล้วเพราะสเวนกกเนราไว้ขณะบาดเจ็บเลยทำให้การฟื้นตัวไว แต่นี่เขายังไม่มาหาเธอเลยอาการของเนรายังน่าเป็นห่วงนะ สวมเครื่องช่วยหายใจอยู่แบบนี้..."
" หมอนั่นอาจจะอยากเปลี่ยนวิธีการช่วยเนราไม่ให้ต้องบาดเจ็บไปตลอดชีวิตก็ได้นะ " เขาพูดพร้อมกับเดินสวนเคธี่ออกมา
" ยังไง "
" หิวกาแฟหนะ..." ชายหนุ่มพูดพร้อมกับโบกมือไปมาโดยไม่ได้สนใจคำถาม
" หา! ก็กลับไปนอนบ้านมาไม่ใช่เหรอยะ แล้วทำไมถึงง่วงหละ " เคธี่เท้าสะเอวบ่นตามหลังสามีตนที่ดูท่าจะไม่สนใจแถมยังโบกไม้โบกมือกวนอารมณ์
สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู
ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ
" มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด
ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ
เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ
ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน







