หน้าหลัก / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ / ตอนที่ 14 กระสุนนัดที่สอง (จบ 2)

แชร์

ตอนที่ 14 กระสุนนัดที่สอง (จบ 2)

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-16 22:30:59

" ไปกับพวกเราอย่างว่าง่ายแล้วจะไม่เจ็บตัว เจ้าสาวของสเวน " มีนาชำเลืองมองยังเพื่อนผู้อยู่ด้านหลังก่อนจะหันกลับมามองยังชายทั้งสามคน ด้านเนราเดาว่าคงจะเป็นพวกสมุนของอาเรย์ ชายที่เธอเคยได้ยินชื่อจากปากของสเวนในวันที่เธอถูกยิงครั้งแรก

" มีน... เนราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาๆ เมื่อรู้ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้คนอื่นตกกระไดพลอยโจรไปด้วย... กลับไปซะ พวกเขาต้องการแค่เน " หากเธอเพียงนึกถึงสเวนในใจเขาก็สามารถรีบสับฝีเท้าหรือทะยานพาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าได้แล้วแต่ทว่าไม่ ในยามไม่เข้าใจกันแบบนี้ ไม่สนทนามาตลอดสามวันเช่นนี้ ถ้าต้องขอความช่วยเหลือแสดงว่าเขามีประโยชน์กับเธอแค่ในเวลาฉุกเฉิน นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอ ทำให้ตัดสินใจไม่ทำแม้จะสั่นไปทั้งร่างแล้วก็ตาม

...สองเท้าเดินออกจากคนยืนเอาตัวขวางเธอไว้ พร้อมกับจะปล่อยมือ ฝ่ายด้านชายชุดดำคนหนึ่งเดินเข้าจะมารับตัวหญิงสาวตามคำสั่งของนายท่านขณะที่เอื้อมแขนจะไปดึงตัวเธอมาไว้ มีนากลับกระชากตัวเนรากลับและตรงเข้าใช้มีดปักศัตรูบริเวณช่วงไหปลาร้าทันที เธอรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นหมาป่าได้จากสัมผัสพิเศษทางด้านประสาทการรับกลิ่นที่ Hunter ระดับสูงต้องมี พร้อมตะโกนให้เนราวิ่งหนีไป

" ไม่ " คำตอบเดียวในหัวเนรา เธอไม่ทิ้งเพื่อนคนสำคัญที่สุดในตอนนี้ไปแน่ๆ แม้จะตกใจเมื่ออยู่ๆ สาวขี้เล่นผู้ดูท่าไม่กล้าหยิบมีดขึ้นมาแทงคน จะจัดการเจาะไปบริเวณไหปลาร้าของศัตรูจนเลือดฉีดพุ่งกระจายก็ตาม ซึ่งคำตอบอันเป็นสถานะของมีนากลับเฉลยในวินาทีนี้จนเธอถึงกลับหยุดหายใจเมื่อ มีนาตัดสินใจหยิบป้ายในโค้ทอันคล้ายกับสิ่งที่ตำรวจมักชอบชูขึ้นบ่อยๆ ...

" ฉันมีนา เจ้าหน้าที่จากสมาคม Hunter ส่วนกลางของประเทศนี้... " ป้ายสีเงินในสมุดหนังขนาดบาง สลักด้วยสัญลักษณ์ปืน ดาบ โล่ทำให้ศัตรูเบื้องหน้าชะงักไปครู่ทันที

" พวกศัตรูคนสำคัญของพวกเรานี่เอง... ชายคนหนึ่งเบื้องหน้าเอ่ยขึ้นก่อนจะกระโดดข้ามหัวเธอไปล็อคตัวเนราไว้... แต่มาคนเดียวแบบนี้ ไม่คิดตื้นๆ ไปหน่อยเหรอ "

" หึ อย่าดูถูกระดับ Diamond ของฉันดีกว่านะ " แววตาและน้ำเสียงปกติของมีนาทำให้เนราตั้งคำถามแม้อยู่ในสถานการณ์คับขัน

"ทำไมถึงโกหกแสร้งไม่รู้เรื่องของ Hunter"...

อีกคนผู้หลงเหลือไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ พุ่งเข้าใส่มีนาทันที เนราใช้โอกาสนั้นงับเข้าไปยังฝ่ามือคนที่ล็อคเธอจากด้านหลัง พลันหมุนตัวพร้อมกับหมุนแขนอีกฝ่าย ทว่าพลังของเธอไม่ได้เอามาสู้กับคนปกติ แต่กับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมาป่าจึงไม่มีแรงพอจะหมุนท่อนแขนนั่น กลับโดนหลังมือกระแทกเข้ากำแพงแทน มีนาตกใจจนร้องเรียกชื่อแต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากการต่อสู้ทางฝั่งตน ที่กำลังพากันไกลออกไปจากเนราได้... ด้านคนเจ็บอย่างเนราล้มลงไปกระแทกผนังพบขวดแก้วข้างตัวจึงรีบทุบให้แตกและแทงเข้าไปยังอีกฝ่ายทันทีก่อนจะรีบวิ่งหนีสุดกำลัง ทว่าไม่ได้สะทกสะท้านมากนะสำหรับร่างที่เพิ่งถูกขวดแก้วลงทัณฑ์ เขาใช้ความเร็วของตนไปดักหน้าเนราผู้กำลังอ้อมมาอีกโค้งหนึ่ง...

" เป็นมนุษย์ที่กล้าจริงๆ " มือหนาตรงเข้ายังคออ่อน บีบให้คนตัวเล็กลอยสูงขึ้นพอดีกับใบหน้าตน การขัดขืนและอารมณ์เจ็บปวดของเนราแทบหายใจไม่ออกส่งผ่านกระแสจิตเชื่อมโยงผูกพันกับสเวนไปอัตโนมัติโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงเขาสามารถรับรู้ได้ทันทีและตอนนี้เหมือนเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจยิ่งทำให้จิตที่ผูกกันสั่นไหว ร่างของสเวนวิ่งออกจากห้องเรียนถึงการอภิปรายเรื่องพันธุกรรมสัตว์ทันทีก่อนจะดิ่งตัวลงจากตึก 4 ชั้น และจิตวิญญาณของเขาสัมผัสได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในขอบเขตมหาวิทยาลัย...

กลับมายังเนราผู้ที่ยังถูกกุมคอไว้โดยมีเลือดไหลมุมปาก ช่วงปากแตกจากการถูกหลังแหวน ก่อนโค้ทของเธอถูกดึงออกจนขาดกระจุยเหลือไว้เพียงชุดด้านในที่เป็นเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวและกางเกงยีนส์ มันเป็นการลงโทษจากศัตรูยามเธอขัดขืนจนทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ เพราะขณะนี้แววตานั้นไม่ได้มีความปรานีกับเธอเหมือนตอนต้น

" คิดอยู่ว่าจะพากลับไปในสภาพไหนดี..." กลิ่นโลหิตของเธอยั่วน้ำลายผู้ได้เปรียบ จนเกือบต้องใช้ลิ้นตวัดช่วงมุมปากเพื่อลิ้มลองรสชาด แต่ว่าไม่ทันได้ชิมร่างหนึ่งก็ลอยเข่าเข้ามาจัดการกระเด้งกระดอนลอยออกไป คนล่วงลงมาได้แต่หายใจหอบพลางมองชายหนุ่มผู้หนึ่งจากด้านหลังของเขา

" ไม่ใช่สเวน " เธอสัมผัสได้แบบนั้น แม้ในใจลึกๆ เธอเองปรารถนาไม่ใช่น้อยจะเห็นเขาโผล่เป็นอัศวินมาช่วย แต่คงหวังมากไปในเวลาที่เขาแม้แต่หน้ายังไม่ชำเลืองมองเธอ...

ร่างสูงลักษณะสมชายแข็งแกร่งไม่ต่างจากสเวน ตรงเข้าใช้มือบีบคออีกฝ่ายดันติดผนังก่อนจะไถข้างและโยนกระเด็นไปติดยังผนังอีกฝั่ง ฝ่ามือปรากฏเล็บยาวแหลมคมพร้อมฉีกทุกสิ่งนั่น บอกเธอได้ดีว่าเป็นมือของหมาป่า ชายผู้นี้อยู่ในสภาพก่อนจะกลายร่างเป็นหมายักษ์ใหญ่ แม้ดูด้านข้างใบหน้าของเขาจะไม่ได้ดูรกรุงรังก็ตาม...

" ใครสั่งให้พวกแกตามล่าเธอ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าหาเรื่องให้ฉันอีก "

" นะ นายน้อย..." เขาปล่อยร่างที่ดูว่าจะรู้จักกันมาก่อนทันทีและพาตนเองมายืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผู้กำลังเหนื่อยหอบ ซ้ำยังมีรอยฟกช้ำบนใบหน้า ริมฝีปากรวมถึงบริเวณมุมปากก็มีเลือดออก ฝ่ามือของเขาโน้มลงหวังจะรับเธอขึ้นมาทั้งที่มือนั่นได้กลายสภาพเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ตามสายเลือด เนราจ้องผู้มาช่วยเธออย่างฉงนใจ แม้แววตาของเขาจะดูดุดันและแข็งกร้าว แต่ไม่ได้สื่อว่าเชื่อใจไม่ได้ ซ้ำยังควบคุมร่างกลายสภาพได้อีก ทั้งที่ร่างนี้โครว์และเคธี่เคยบอกกับเธอว่าอาจทำให้ขาดสติถ้าไม่มีอำนาจพอจะควบคุม

" ขึ้นมาสิ " เสียงเข้มเอ่ยขึ้นภายใต้ใบหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ พลางหันไปมองฝั่งอื่น เขาไม่อยากมองแววตาที่ยังคงแสดงความสั่นเทาแบบนั้นนานๆ ... แกร็ก! ทว่าเสียงเตรียมนั่นทำให้ชายหูดีรับรู้ถึงการเล็งด้วยอาวุธ มันมาพร้อมคำพูดที่ว่า...

" ไอ้ปีศาจ! " ทำให้เนราหันไปมองทางต้นเสียงร่วมด้วย...

ปั้ง! นัดแรกหวังยิงผู้ชายที่เขาคิดว่ากำลังคุกคามหญิงสาว ทว่าคนที่เขาคิดจะช่วยกลับรับคมกระสุนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่เนราตะโกนปรามว่าอย่า ซ้ำยังเด้งตัวขึ้นไปกันชายปริศนาไว้ เธอคิดว่าแวนคงไม่ทันจะลั่นไกทันทีหากเห็นเธอ ทว่าผิดการคาดเดาเมื่อชายผู้แลคุ้นตาเธอดีแต่ไม่ถูกชะตายามต้องพบในห้องเรียน กลับไม่ลังเลลั่นไกใส่ศัตรู...

ชายผู้ถูกช่วยไว้และผู้ได้ลั่นกระสุนตกอยู่ในอาการค้าง โดยเฉพาะแวน Hunter มือฉมังมีอาการสั่นยังข้อมือและนิ้วที่ตนยังคงคาท่ายิงไว้

" เขา มา ชะ ช่วยฉัน..." เสียงตะกุกตะกักค่อยๆ เอ่ยดักไว้ก่อน เธอพยายามเค้นเสียงเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้นัดที่สองลอยไปถูกชายผู้มาช่วยเธอ... ด้านสเวนผู้พาร่างตนวิ่งมาด้วยความเร็วจากมหาวิทยาลัย รู้สึกจุกขึ้นมาดื้อๆ จนต้องหยุดฝีเท้านั่น หัวใจของเขาแทบจะเต้นทะลุออกมาก่อนจะรีบเคลื่อนไหวต่อ

ส่วนด้านมีนา เมื่อจัดการกับศัตรูอีกด้านเสร็จพร้อมโทรให้เจ้าหน้าที่มาคุมตัวรีบตามมาถึงเนรา ต้องตกใจกับสภาพเพื่อนสาวที่กุมช่วงใต้ไหปลาร้าด้านขวา เมื่อมันเต็มไปด้วยเลือดก่อนจะหันมองสาเหตุ หลักฐานยังคงคามือแวน มือเปล่าของเธอตรงเข้าแย่งปืนจากคนอาชีพในทีมเดียวกันและผลักเขาเข้าชนผนังทันที...

" นายทำบ้าอะไร แวน! " ชายอีกคนผู้เหลืออยู่ในสถานการณ์ช้อนร่างบาดเจ็บของเนราขึ้น ใบหน้าของเธอดูอ่อนแรงและซีดบ่งบอกว่าเสียเลือดมาก เขาอุ้มเธอเดินผ่านทั้งสอง Hunter ไปดื้อๆ ไม่พ้นสามก้าวดูเหมือนว่าเจ้าของร่างบาดเจ็บที่แท้จริง จะปรากฏตัวแล้ว แววตาสีเขียวอมเทาเกรี้ยวกราดทันที มันดูเข้มขึ้นจนเป็นดังมรกตยามเห็นร่างโชกเลือดของดวงใจในอ้อมแขนศัตรู... ความแข็งแกร่ง ความเร็วตรงเข้าจัดการกับผู้กล้าดีแตะต้องหญิงสาวทันที เนราผู้บาดเจ็บอยู่แล้วยิ่งหนักเข้าเมื่อเธอถูกปล่อยตัวแบบไม่มีอะไรมารองรับ ปรายตามองทั้งคู่ฟัดกันเหมือนกับหมา รูปลักษณ์ของสเวนดูเปลี่ยนไป เขากลายสภาพคล้ายมนุษย์หมาป่าและอีกฝ่ายไม่ต่างกันการต่อสู้ของทั้งคู่ในเวลารวดเร็วเล่นเอาผนังอิฐที่ก่อกันพังเป็นแถบๆ

" หยุด... เธอเอ่ยเบาๆ ทั้งที่แทบจะไม่เหลือแรงโดยมีมีนาวิ่งเข้ามาช่วยประคองเธอหวังจะพาไปโรงพยาบาลทันที... หยุดเดี๋ยวนี้! " เธอตะโกนออกไปโดยกลั้นใจอึกสุดท้าย เสียงคำสั่งของเธอดังลั่นและดูเหมือนจะสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่เพราะทำให้สเวนและอีกฝ่ายกระเด็นออกจากกันราวกับถูกพัดด้วยลมแรงๆ กระแทกผนังไปคนละด้าน เรี่ยวแรงนี้คงเป็นที่สุดของสุดท้ายแล้วจริงๆ แม้แต่ขาพยายามพยุงตัวขึ้นก็ล้มพับจนมีนาแทบคว้าไว้ไม่ทัน...

...สเวนกลับสู่ร่างคนปกติรีบช้อนตัวเนราออกจากสมรภูมิรบแห่งนี้ทันที มุ่งหน้าออกมายังถนน ตรงเข้าขวางรถแท็กซี่คันโชคร้าย ผู้ต้องมาเจอกับเขาในสภาวะอารมณ์เช่นนี้ สเวนใช้จิตปลดและเปิดประตูรถทันทีก่อนจะส่งตัวเนราเข้าไปยังที่นั่งเบาะหลัง พร้อมหันกลับมากระชากคอหนุ่มแท็กซี่ เมื่อดูท่าจะไม่ยอมและกำลังต่อว่าเขาโดยโยนออกไปจนแถกับถนน

" รำคาญ! " เขาสบถอย่างหัวเสีย ฝีเท้าของชายร้อนดั่งไฟสุมเร่งเหยียบแทบมิด พลางมองกระจกหลังไปด้วยเพื่อดูอาการของเธอ

" อดทนหน่อยนะเนรา " น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยที่เธอไม่ได้ยินมาตลอดสามวันราวกับไขความสงสัยในใจ เธอเพียงต้องการให้เขาง้อก่อนเท่านั้น หากย้อนไปหลังจากเช้าที่สเวนกลับมาจากการหนีเธอเข้าป่าไปเพราะเรื่องจดหมาย เธอและเขาก็แอบมีปากเสียงกันเล็กน้อยในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

" เนจะกลับไปบ้านอาทิตย์หน้านะคะ " เธอพูดพลางเกล้าผมขึ้นและลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อเห็นเขาเดินเข้าประตูห้องนอนมา

" ไม่ต้องขออนุญาตผม " น้ำเสียงพูดส่งๆ แต่ยังคุมโทนให้ไม่แข็งกร้าวทำไมเนรารู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เมื่อเธอไม่รู้สาเหตุกับแค่เรื่องจดหมายจะทำให้เขาไม่พอใจได้ขนาดนี้เชียวหรือ

" คุณโกรธเนเรื่องจดหมายของครอบครัวเหรอคะ "

" ผมไม่มีสิทธิ์ " คำพูดสั้นดูห้วนกว่าทุกทีแต่ก็ยังอ่อนโยนกว่าเวลาเขาพูดกับทุกคน ทำให้เนราไม่ได้พอใจนัก การประชดไม่ใช่ทางออกของบทสนทนา แต่การชี้แจงเหตุผลนั้นเป็นสิ่งช่วยให้บทสนทนาสร้างความเข้าใจเธอคิดแบบนั้น

" คุณต้องการให้เนพูดว่าคุณสำคัญกว่าจดหมายของคุณแม่ที่เนเพียงแวะไปเอาและกลับมาหาคุณเหรอคะ "

" ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นเนรา..." ครั้งนี้เสียงของชายหนุ่มอ่อนลงเขาไม่ได้ต้องการตีความแบบนั้น แม้ความหวังลึกๆ อาจปฏิเสธไม่ได้ถ้าเป็นเช่นนั้นคงดีไม่น้อย เขาจะได้ไม่กังวลว่าเธอจะไปอย่างไม่มีวันกลับ...

" แล้วที่คุณทำอยู่มันคืออะไรคะสเวน " เธอสวนกลับเขาโดยที่เขายังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี

" ผมเองก็ไม่รู้ " คำตอบสั้นม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเธอ เมื่อในคำตอบนั้นยังไม่สามารถอธิบายอะไรได้โดยการตัดจบไปแบบนั้นแล้วเธอจะมองให้มันมีความหมายคงเป็นไปไม่ได้

" งั้นแฟร์ๆ คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเนเวลาจะทำอะไรเช่นกัน เพราะเมื่อคืนคุณยังวิ่งหนีหายไปไหนมาทั้งคืนโดยที่ไม่บอกเน คุณยังทำได้นี่คะ " ในใจลึกๆ ของเนราแล้วที่จริงคือความกลัว เป็นคืนแรกนับตั้งแต่มาอยู่ที่ไม่มีสเวนนอนในห้อง จนทำเอาตัวเธอเองก็นอนไม่หลับ กลัวบางสิ่งบางอย่างเข้ามาจากระเบียง ทะลุผ่านหน้าต่าง เป็นคืนแรกที่ฝันร้ายแบบนั้นแม้จะเป็นอาณาเขตของสเวนและมีคนอื่นอยู่ด้วย แต่ในห้องกว้างที่เคยมีเขานอน หรือเคยมีชายหนุ่มนั่งจิบกาแฟยามเช้ารอเธอตื่นมันอุ่นใจและให้ความรู้สึกว่าปลอดภัยไม่ต้องกังวล

" การรับคำสั่งจากเธอ ผมไม่สามารถขัดได้ " เนราที่เอื้อมมือกำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องนอน ลงไปทำอาหารหยุดลงพลางก้มหน้าเพื่อจะส่งประโยคไปถึงเขาโดยที่ไม่สะท้อนคลื่นอารมณ์รุนแรง มันราบเรียบทว่าเยือกเย็น

" งั้นต่อไปนี้คุณก็ออกไปนอนในที่ที่เมื่อคืนคุณไปมาแล้วกัน " ซึ่งเขาทำตามคำสั่งเธอตลอดสามวันสามคืน หลังจากเลิกเรียนกลับบ้านสเวนไม่ทานข้าวเย็นแต่เข้าป่าและหายไปกลับมาอีกทีก็รุ่งเช้า เขาน้อมรับคำบัญชาพร้อมจะกระทำตามทุกความปรารถนาแต่กับเนราคิดว่ามันเป็นเพียงการประชด ใครจะสามารถออกไปนอนในป่าหนาวเย็นจนจะแช่แข็งร่างให้ตายได้ ถึงจะกลายร่างเป็นหมาป่ายักษ์แล้วก็เถอะ หรือว่าแท้จริงเขาอาจจะมีสถานที่พักผ่อนชั่วคราวที่เธอไม่รู้...

" ทำไมกัน ทำไมเราถึงไม่เอ่ยขอโทษก่อนบ้างนะ ระยะเวลาสามวันเอาเข้าจริงๆ ก็นึกถึงแต่เรื่องของเขา เราอยาก อยากจะขอโทษให้เป็นเรื่องเป็นราวไป อยากบอกให้เขากลับมานอนบ้านเพราะเรากลัวเวลาไม่มีเขาอยู่ข้างๆ และควรจะพูดว่าเราไปเอาจดหมายคุณแม่ด้วยกันนะคะ สเวน... " เสียงสะท้อนในใจเกินจะเปล่งเออกมาได้ทั้งหมดของผู้นอนหายใจเริ่มติดขัด เป็นความรู้สึกแท้จริงหลังพบแววตาของชายหนุ่มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกทรงพลัง ซึ่งมันคงถูกเรียกว่าความรัก ความภักดีและมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่กลับอาบไปด้วยความโศกเศร้าไร้สายธารยามเขาพุ่งปะทะกับร่างของชายปริศนาอย่างเดือดดาลคงเพราะคิดว่าเป็นผู้ที่ทำร้ายเธอ

" ขอโทษ... เสียงเบาๆ จากเบาะหลังแทบจะสิ้นใจพูดขึ้น... ขอโทษนะคะสเวน " เธอเอ่ยเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะปิดเปลือกตาที่พยายามฝืนมองคนขับรถผ่านเบาะหลัง ส่วนแขนที่กุมบาดแผลไว้ปล่อยทิ้งไร้เรี่ยวแรงลงบนพื้นวางเท้า

" เนรา... สเวนเอ่ยขึ้นผ่านกระจกหลังที่เขาเฝ้ามอง กลัวเธอจะหลับไปอย่างไม่มีวันกลับ แน่นอนว่าเขาได้ยินเสียงขอโทษจากเธอแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เมื่อรถมาถึงหน้าโรงพยาบาล ตัวเขารีบปลีกออกจากรถตะโกนเรียกบรรดาเจ้าหน้าที่ให้นำเตียงออกมารับร่างคนเจ็บ ทว่าช้าเกินไปจนเขาต้องหอบร่างเธอวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาล ความเคร่งขรึม อาการที่เคยเก็บไว้อย่างอยู่หมัดถูกลบหายไป เสียงเข้มได้แต่ตะโกนเรียกหมอและพยาบาลให้รีบช่วยดวงใจของตนอย่างร้อนรนเหมือนคนขาดสติ... ช่วยเธอ! " เขาตวาดลั่นยามพาเธอมาถึงห้องฉุกเฉินเมื่อเหล่าแพทย์และพยาบาลรีบพากันมารับร่างบาดเจ็บไปรักษา...

ชายหนุ่มในสภาพเปื้อนเลือดของหญิงสาวยามเขาอุ้มเธอ ยืนนิ่งหน้าห้องฉุกเฉินเมื่อส่งตัวเนราเข้าไปแล้วเสร็จ พลางยกโทรศัพท์เรียกเคธี่ให้มาสานต่อก่อนเขาจตัดสาย และรีบเร่งฝีเท้าออกจากโรงพยาบาล ในมือกำเศษเหล็ก อันเป็นส่วนหนึ่งที่เคยประกอบขึ้นเป็นสิ่งเรียกว่า โทรศัทพ์ เขาบดขยี้อย่างไม่รู้ตัวมาตลอดทางเขวี้ยงทิ้งเข้าพุ่มไม้ จิตใจเดือดดาลของเขาในตอนนี้คงมีเพียงการแก้แค้นและสั่งสอนผู้ที่กล้าเข้ามากระตุกหนวดหมาป่าอย่างเขาเท่านั้น...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status