LOGINแค่คืนเดียวเขาก็รู้แล้วว่าเธอต้องเป็นของเขาเท่านั้น อชิรญาหญิงสาวผู้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้า และสีหราชจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าพ่อแท้ ๆ ของเธอคือคนที่คิดจะฆ่าเขาเมื่อเจ็ดปีก่อน
View Moreเจ้าของร่างสูงใหญ่ยืนทอดสายตามองออกไปยังเนินเขาที่ลาดลงไปยังถนนด้านล่างที่ปกคลุมด้วยหญ้าที่ถูกตัดไว้จนสั้นเตียน ท้องฟ้ามืดครึ้มเพราะเม็ดฝนที่พร่างพรมลงมาเพิ่งซาลง เห็นพุ่มไม้ดอกไม้ประดับเป็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่สองข้างทางที่ลาดปูด้วยหินธรรมชาติ แม้เพิ่งอยู่ในเวลาพลบค่ำ
ดวงตาสีนิลที่มองออกไปคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของเจ้าของไม่ได้
“เธอพร้อมแล้วครับนายหัว” ลูกน้องคู่กายในวัยสี่สิบปีที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการโรงเลื่อยไม้บุรินทรด้วยบอกกับเจ้านายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาห้าปีเสียงเรียบ นายหัวสีหราช บุรินทร นั่นคือนามของบุรุษรูปงามผิวสีแทนที่ยังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงกว้างของบ้านปูนสองชั้น
“อืม เดี๋ยวผมเข้าไป” ใบหน้าและแววตายังคงนิ่งไม่เปลี่ยนก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกระดิกเพื่อเขี่ยเถ้าบุหรี่ทิ้ง แล้วอัดเข้าปอดอีกครั้ง
“ให้ผมรอไหมครับ” นานมากแล้วที่นายของเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คนอย่างสีหราชคิดอยากหลับนอนกับหญิงสาวที่ไม่ใช่คนรัก แถมยังใช้บ้านที่เคยคิดว่าจะเป็นเรือนหออีกต่างหาก ในฐานะลูกน้องอาชว์ก็ได้แค่สงสัยว่าผู้ชายที่หวงเรือนหอมากที่สุดอย่างเขาทำไมกล้าพาผู้หญิงพวกนั้นเข้ามาในบ้านได้ แต่นายจะทำอะไรย่อมเป็นสิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว อาชว์มีหน้าที่แค่รับส่งผู้หญิงของนายที่นรีเตรียมไว้ให้ก็พอ นอกนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เขาจำเป็นจะต้องรู้ ถึงแม้ว่าเขาจะสนิทกับสีหราชมากแค่ไหน แต่เรื่องนี้ก็ไม่สมควรถ้าเขาจะเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง” ตอบกลับเสียงเรียบไม่มีความตื่นเต้นในแววตาแม้แต่เสี้ยวเดียว
“ครับ” สิ้นคำลูกน้องที่ร่างกำยำไม่ต่างจากนายแต่ผิวสีเข้มกว่ามากโค้งคำนับให้เล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังเดินออกไปยังห้องพักของตนที่อยู่บ้านหลังเล็กกว่าข้าง ๆ เรือนหลังใหญ่แห่งนี้
ภายในห้องนอนที่ดูเรียบง่ายและไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก ดูแล้วเขาคงเป็นมหาเศรษฐีที่มีความพอเพียงอยู่ในตัวค่อนข้างมาก หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ค่อยได้มาบ้านหลังนี้บ่อยเท่าไรนัก เพราะในห้องมีเพียงเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ที่เธอนั่งอยู่ และตู้เสื้อผ้าสองหลังขนาดใหญ่เท่านั้น นอกนั้นก็มีโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเพียงของใช้จำเป็นสำหรับผู้ชายไม่กี่ชิ้นวางอยู่ มันทำให้ห้องนอนแห่งนี้ดูกว้างมากขึ้นจนตัวเธอดูเล็กลงไปถนัด ฝั่งซ้ายมือของห้องรู้สึกเหมือนจะมีประตูอีกบาน มันอาจจะเป็นห้องที่เขาเอาไว้เก็บอะไรสักอย่าง
“อย่าใจสั่นสิวะ แกเลือกแล้วนะเว้ย มันคงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกน่า” อชิรญาปลอบใจตัวเองมือเล็กที่เริ่มชื้นเหงื่อบีบกันแน่น ใจยังหวั่น ๆ ว่าเธอตัดสินใจถูกหรือไม่ที่จะทำสิ่งนี้ลงไป
“…”
“เอาวะ แค่คืนเดียวเอง” แค่คืนเดียวกับเงินสองแสนบาทแล้วทุกอย่างก็จะจบ และเธอจะไม่ได้เจอหน้าเขาอีก แต่นึกถึงคำพูดของคนที่เธอยอมถ่อกายเข้าไปขอความช่วยเหลือในเย็นวันนั้นก็อดหวั่นใจไม่ได้จริง ๆ
‘เคยผ่านมือชายมาบ้างแล้วใช่ไหม’
‘อะ อะไรนะคะ’
‘พี่หมายถึง เราไม่ใช่สาวเวอร์จินใช่ไหม’
‘ทะ ทำไมเหรอคะ’
‘คุณเขาไม่ชอบยุ่งกับสาวบริสุทธิ์’
‘คะ เคยแล้วค่ะ’
‘ก็ดี’
ด้วยความที่อยากได้งานและเงินอชิรญาจำเป็นต้องพูดปดกับนรี มีด้วยเหรอผู้ชายที่ไม่ชอบสาวบริสุทธิ์
“เขาคงไม่รู้หรอก” สาวน้อยร่างงามผู้ด้อยประสบการณ์พึมพำกับตัวเอง ยังกังวลกับคำที่นรีบอกในวันนั้น ถึงอย่างไรอชิรญาก็ไปศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะรู้เป็นอันขาด ผู้ชายน้อยคนนักที่จะรู้ว่าผู้หญิงคนไหนบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์แค่การสอดใส่ครั้งแรก หากผู้ชายคนนั้นชำนาญมากพอพวกเขาจะไม่ทำให้ผู้หญิง…เจ็บ นั่นคือสิ่งที่อชิรญาคิด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับคนตัวโตที่ก้าวเท้ายาวเข้ามาอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าและแววตาไม่บ่งบอกว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน แต่กระนั้นก็ยังสร้างความประหม่าให้กับเธอไม่น้อย
แวบแรกที่ได้สบตากับเขาอชิรญารับรู้ได้ถึงความร้ายกาจในแววตาคู่นั้น ที่สำคัญเขาหล่อเข้มมาก ใบหน้าคมที่ถูกล้อมกรอบไว้ด้วยผมหยักศกสีดำขลับที่ตัดสั้น รับกับใบหน้าคมคายของเขาอย่างพอดิบพอดี ในคราแรกที่ตัดสินใจรับงานนี้เธอคิดว่าจะต้องเจอกับเสี่ยแก่พุงพลุ้ยเสียอีก แต่ก็ดีแล้วอย่างน้อยตอนที่เธอ…กับเขา เธอจะได้ไม่ต้องหลับตาเพราะอย่างน้อยคนตรงหน้าก็ดูดีกว่าที่เธอคาดไว้มาก
แต่หนวดเคราที่สมควรจะมีเพียงแค่รำไรมันกลับไม่ใช่ เหมือนเขาจะตั้งใจไว้กระมังมันถึงได้ขึ้นหนาเป็นปื้นขนาดนั้น เขาจะรู้ตัวบ้างไหมว่าเจ้าหนวดเคราพวกนั้นมันทำให้ดวงหน้าเขาดุและดูโหดร้ายขึ้นมาอีกหลายเท่า แค่คิดก็เสียวสันหลังวาบหากเขาคิดจะใช้ความรุนแรงกับเธอ
สามเดือนต่อมาอชิรญาเดินลงมาจากบ้านไม้สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ สายตามองหญิงต่างวัยสามคนที่นั่งอยู่โซฟาไม้ด้านล่าง “อุ้มจะไปไหนเหรอลูก” คุณย่าวัยหกสิบสองปีเอ่ยถามหลานสาวคนโตของบ้าน “ไปปริ้นเอกสารเตรียมสมัครงานค่ะคุณย่า” หลานสาวบอก เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจึงต้องรีบหางานเพื่อมาแบ่งเบาภาระทางบ้าน ที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์เธอจึงไม่สามารถพิมพ์ประวัติของเธอได้ โทรศัพท์มือถือที่มีก็เก่าแสนเก่า อชิรญาจึงต้องไปทำที่ร้านอินเทอร์เน็ตในตัวเมือง อรวีผู้เป็นน้องสาวได้ยินเข้าก็เบะปากมองบนแล้วมองหน้ามารดา หมั่นไส้ในความกระตือรือร้นหางานของพี่สาว “ไปกับใครล่ะ” “ไปกับหัตค่ะ” หญิงสาวกำลังจะเดินออกไปน้องสาวก็เอ่ยขึ้น “คุณแม่ขาอรอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ค่ะ ออกมารอบนี้สวยมากเลยนะคะ” ลูบแขนผู้เป็นมารดาอย่างออเซาะแล้วเหลือบมองหน้าพี่สาวที่ขาวเนียนและสวยกว่า แถมรูปหน้ายังเรียวมนต่างจากน้องสาวอย่างเห็นได้ชัด คนน้องนั้นถึงจะสวยแต่ก็ยังไม่เท่าคนพี่ และผิวอรวีก็เข้มกว่าพี่มาก ทั้งบ้านอชิรญาผิวขาวออร่าอยู่คนเดียว “ใบเท่าไหร่ล่ะ” ผ
นิ้วหัวแม่มือกดคลึงกับปุ่มไตที่กำลังบวมเป่ง ส่วนปลายบานเริ่มคืบคลานเข้ามาในตัวเธอช้า ๆ เขาพยายามยั้งแรงไว้ให้มากที่สุด สะโพกแกร่งซอยเนิบช้าอีกสามที จนมันเข้าได้ลึกสุด “อา” คนหน้าดุแยกเขี้ยวครางเสียงยาวออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงการตอดรัดกายเขาแน่น “ยังเจ็บอยู่ไหม” เสียงเขาอ่อนลงทั้งที่ในกายแทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ “มะ ไม่แล้วค่ะ แต่มันจุก อุ้มหายใจไม่ออก” “เดี๋ยวก็ชิน…ผมขยับนะ” พูดพร้อมขยับบั้นท้ายแน่นเครียดช้า ๆ ถอดถอนตัวตนออกจนเกือบสุดแล้วสอดแทรกเข้าไปใหม่ จนกายสาวยอมรับตัวตนของเขาให้เข้าออกได้ง่ายขึ้น มือทั้งสองที่จับเอวนุ่มไว้ ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปจับเต้าขาวแล้วนวดคลึงเบา ๆ “อือ คุณ” ความเสียวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในกายเล็ก พร้อมกับความร้อนที่อัดแน่นอยู่ตรงท้องน้อยมากขึ้น “หืม” ตอนนี้เขาอยากกระแทกเธอแรง ๆ แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอเจ็บทั้งที่ไม่เคยเอาใจหญิงใดมาก่อนยกเว้นแฟนสาว “…” “ครางออกมาดัง ๆ” เขาสั่งร่างใหญ่สั่นเทิ้มเหงื่อผุดพรายออกมาและดูเหมือนว่าความอดทนของเขาจะไม่หล
สีหราชหันกลับมามองหน้าสาวตรงหน้าอีกครั้ง สายตาเขายังเดาอารมณ์ไม่ได้อีกเช่นเคย มือเล็กจึงยอมคลายออกจากแขนของเขาแต่โดยดี รู้สึกว่าตัวเองจะใจกล้าหน้าด้านมากที่กล้าร้องขอมีเซ็กซ์กับผู้ชาย “อายุเท่าไหร่” น้ำเสียงยังราบเรียบ “ยี่สิบสองค่ะ” แววตาที่ดูดุดันผ่อนคลายลงเล็กน้อย ถ้าสิ่งที่เธอบอกเป็นความจริงเขาก็ไม่ซีเรียสนัก ขอแค่ผู้หญิงที่เขามีสัมพันธ์ด้วยมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีก็พอ “แน่ใจว่าจะไม่เปลี่ยนใจ” ดวงตาคมเข้มจ้องริมฝีปากอวบอิ่มตาไม่กะพริบ แก่นกายใหญ่ยังชี้ตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ “แน่ใจค่ะ” “คุณห้ามรู้สึกอะไรกับผมในภายหลัง” กฎข้อนี้เขาตั้งมันขึ้นมาเอง อย่างที่บอกเขาไม่อยากให้ใครมารู้สึกดีกับเขา “ไม่มีทางค่ะ ฉันไม่มีทางรู้สึกอะไรกับคุณเด็ดขาด” จะให้รู้สึกอะไรล่ะ งานเสร็จก็จบแยกย้ายกันไป “ดี งั้นคุณก็ต้องชดใช้” ว่าจบก็ผลักร่างคนตัวเล็กลงกับที่นอนนุ่ม มือสากช้อนสะโพกงามยกสูงขึ้นแล้วดึงเข้ามาชิดกับหน้าขาของเขามากขึ้น เขาไม่ได้โกรธขนาดนั้น แต่เขาอยากสั่งสอนเด็กเลี้ยงแกะให้หลาบจำ จะได้ไม่กล้าไปทำกับใครอีก
วางร่างเล็กลงบนเตียงนอนใหญ่สีเข้ม ผิวขาวผ่องของเธองยามต้องกับแสงไฟสว่างจ้าตอนนี้แดงก่ำไปทั้งตัว “ครั้งนี้ผมไม่เล้าโลมนะ ผมไม่ไหวแล้ว” เขาพูดหน้าตาเฉย แต่ฟังจากเสียงแหบพร่าของเขาแล้ว เขาก็คงไม่ได้กล่าวคำเท็จ มือหนาเปิดลิ้นชักแล้วหยิบคอนดอมออกมาเต็มกำมือแล้วทิ้งมันไว้กลาดเกลื่อนบนเตียงนอน อชิรญามองตามมือเขาด้วยสายตาหวาดหวั่น หัวใจเธอกำลังเต้นไม่เป็นส่ำ ถึงจะกลัวแค่ไหนแต่เธอก็กลับลำไม่ได้แล้ว ทำได้แค่เดินหน้าต่ออย่างเดียวเท่านั้น อชิรญามองมือหนาที่กำลังสวมเครื่องป้องกันเข้ากับส่วนนั้นของเขาแล้วสูดอากาศเข้าปอดลึก ดูเหมือนว่าส่วนที่กำลังแข็งขึงอยู่กลางกายเขานั้นมันจะใหญ่โตเกินกว่าเธอจะรับได้หรือไม่นะ แต่ผู้หญิงคนอื่นยังรับได้ แล้วทำไมเธอจะรับไม่ได้ เขาจับเรียวขาขาวเนียนของเธอแยกออก สายตาคมเข้มมองกลีบอวบอูมด้วยสายตาหื่นกระหาย ดวงตากลมเผลอมองลูกกระเดือกตอนที่เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ทั้งสายตาและท่าทางกระหายอยากของเขามันทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง แต่นึกถึงความสุดยอดที่เธอเพิ่งไขว่คว้ามันมาได้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาก็ทำให้เธออยากลองมันอีก