หน้าหลัก / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ / ตอนที่2 ตัดสินใจร่วมเดินทาง

แชร์

ตอนที่2 ตัดสินใจร่วมเดินทาง

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-08 19:14:34

สถานที่พักแห่งหนึ่งดูภายนอกคล้ายอาคารวิจัย ภายในห้องขาวสะอาดตาปิดทึบไร้หน้าต่าง ร่างผู้บาดเจ็บจากคมกระสุนค่อยๆ ลืมตาตื่นด้วยอาการปวดบริเวณอก เนื่องจากแผลยังไม่ปิดสนิทดี จึงส่งผลให้คนใบหน้าซีดเซียวมีน้ำตาคลอยามรู้สึกตัว ตาเพิ่งลืมตื่นได้ดีสัมผัสข้างตัวบริเวณเตียงกว้าง ปรากฏว่าไม่มีสิ่งใดจะตอบความรู้สึกที่คล้ายกับความฝันได้ แต่สัมผัสนุ่มนิ่มบางอย่างยังคงอุ่นในฝ่ามือยามเธอหงายขึ้นมาแลดู

" ฟื้นแล้วหรอ ... เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดทักขึ้น เธอดูสวยด้วยดวงตาสีน้ำเงิน รูปร่างปราดเปรียวด้วยหุ่นสูงราว 165 และบาง ดูดีในชุดยีนส์ตั้งแต่แจ๊คเก๊ตไปจนถึงกางเกงยีนส์สีฟอก... หลับไป 3 วันเลยนะ "

" สามวัน! " น้ำเสียงแหบแห้งปนตกใจเอ่ยขึ้นพร้อมกุมไปบริเวณอกเฉียงไปทางด้านขวา ที่ถูกผ่าตัดเอากระสุนออก

" เจ้าสาวของสเวน เป็นมนุษย์ผู้หญิงธรรมดา? ... คนถูกทักเงยหน้ามองหญิงสาวใบหน้าสวยแบบตะวันตกอีกครั้ง ด้วยอาการเจ็บจนหูชาทำให้เธอต้องค่อยๆ ตั้งใจฟัง... ด็อกเตอร์มาพอดีเลย เธอฟื้นแล้วค่ะ " การมาของอีกคนทำให้เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินที่ยืนพิงประตูเลื่อนหลีกทางให้เขาเข้าไป

" คุณลุงคาร์สัน..." เสียงเหนื่อยอ่อนเรียกขึ้นด้วยความงงงันและตั้งคำถาม หากพบเพื่อนพ่อคนนี้แสดงว่าเธออยู่ที่สถาบันวิจัย

" เป็นไงบ้างหนูเน " น้ำเสียงเป็นห่วงถามขึ้นพร้อมรีบเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงกว้างที่ตั้งบนโครงไม้อย่างดี

" เนโอเคค่ะ ถึงมันจะเจ็บหน่อยๆ ก็เถอะ " น้ำเสียงตะกุกตะกักบอกได้ดีว่าคำตอบไม่ได้ตรงกับอาการ

" เดี๋ยวทานยาจะได้ลดอาการปวดนะ "

" คุณลุงคะ คุณพ่อคุณแม่ปลอดภัยใช่ไหมคะ... ทว่าเป็นคำถามเกี่ยวกับผู้ปกครอง น้ำเสียงสาวเจ้าที่อาการยังไม่ทรงตัวดีกลับชัดเจน เธอจำได้ว่าท่านทั้งสองถูกยิงฉะนั้นแทนที่จะถามว่าอยู่ที่ไหน ถามอาการของผู้ที่บาดเจ็บเช่นเดียวกันกับเธอคงจะตรงประเด็นและไม่โกหกความรู้สึกมากกว่า ความเงียบที่เข้ามาปกคลุมพร้อมกับอาการหลีกสายตาคู่คมโตของเธอทำให้คำตอบไม่จำเป็นต้องเอ่ยอย่างมากความ ประกอบกับภาพการนอนแน่นิ่งของพ่อแม่เธอ แม้โซฟาจะปิดบังส่วนตัวทำให้มองเห็นได้เพียงขา ... อาการเจ็บปวดดูท่าจะหายลงทันทีมือข้างหนึ่งของเธอสะบัดผ้าห่มปลิวออกจากตัวทันที... พาเนไปหาท่านเดี๋ยวนี้! "

" ใจเย็นๆ หนูเน ลุงรู้ว่าหนูรู้สึกยังไง " ฝ่ามือใหญ่รีบรั้งร่างที่พร้อมจะพุ่งไว้ พลันดึงเข้าหาตัวทันทีก่อนจับศีรษะ และลูบเบาๆ เพื่อปลอบขวัญ ฝ่ามือเล็กของคนร่างสั่นเทากำแน่นยังสื้อขาวของเพื่อนสนิทพ่อด้วยความเสียใจด้วยสูญเสียบุพการี อาการสะอื้นจนในที่สุดปล่อยอารมณ์ความโศกเศร้าออกมาอย่างสุดกำลัง ทำให้หญิงสาวผู้ยืนมองอีกคนก้มหน้าลงด้วยความเวทนาคนตรงหน้าก่อนจะไปตามชายหนุ่มผู้เฝ้ารอผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของตนตื่นอย่างใกล้ชิดมาตลอดสามวันโดยไม่ให้ห่าง ถ้าไม่ใช่เพราะต้องไปอาบน้ำในเวลานี้... ด้านคนหลั่งน้ำตาพรากราวกับเขื่อนแตกหรือน้ำหลาก ถูกซับด้วยเสื้อกาวน์ของผู้ที่คล้ายกับพ่อตนเนื่องจากสนิทกันมาตั้งแต่เธอเกิด ไม่มีสุ้มเสียงใด แม้แต่คำปลอบ ได้แต่ปล่อยให้เธอร้องและปลดปล่อยอย่างเต็มที่

" ฟื้นแล้วหรอ " ร่างสูงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ พยายามควบคุมเสียงเข้มปนดุดันของตนให้อ่อนลงพร้อมก้าวขาหวังจะเดินเข้ามาปลอบคนเจ็บแทนชายรุ่นพ่อที่โอบกอดเธอยู่ แต่ฝีเท้าต้องหยุดลงทันทีเมื่อเสียงที่สั่นเครือของหญิงสาวกลับบอกให้เขาหยุดอยู่ ณ จุดตรงนี้ แววตาคาดโทษจ้องมองมายังตัวเขาทั้งน้ำตาบ่งบอกเป็นนัยว่าเขานั้นคือคนผิด

" เพราะคุณ คุณพาพวกนั้นมา ทำให้พ่อแม่ฉันต้องตาย... แม้ฟังดูน้ำเสียงแหบพร่ากับอาการหายใจถี่ แต่เสียงที่ส่งไปราวกับก้องกังวานในโสตประสาทการรับรู้ ใบหน้าผู้รับฟังแสดงสีหน้าสำนึกผิดทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... อยู่ๆ คุณก็ปรากฏตัวขึ้น ทำตัวสนิทสนมพูดพล่ามไร้สาระไม่มีเหตุผลโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน..."

" นี่เธอพูดอะไรออกมารู้เรื่องดีแล้วเหรอ..." เสียงชายคนหนึ่งพูดอย่างหัวเสียลั่นห้อง แววตาสีเทาดูเข้มตามระดับเสียงที่เปล่ง หากแต่สเวนยกมือป้องไว้ให้หยุดการกระทำที่จะส่งผลต่อคนป่วยทางด้านจิตใจจนอาจเกิดหวาดกลัว แต่เมื่อมองไปยังแววตาคู่ใสของเธอกลับเปล่งความไม่พอใจมากกว่าเดิม เธอไม่เกรงกลัวเลยสักนิดซ้ำยังจ้องไม่วางตา หากลุกขึ้นมาอัดคนที่เพิ่งตะคอกเธอไม่กี่วินาทีได้คงทำไปแล้ว

" ฉันไม่รู้ และไม่อยากรู้ว่าพวกคุณมาทำไม... น้ำเสียงเย็นเยียบแหบพร่าขัดขึ้นพร้อมยันตัวลุกจากเตียง พาร่างตัวเองเดินออกมาจากที่นอนสองสามก้าว แม้ใบหน้าจะยังคงซีดเซียวปกคลุมไปด้วยผมยาวสยายสีดำ แต่ดวงตาคู่คมขลับกลับฉายแววจับจ้องโดยไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดทางร่างกายแต่อย่างใด... ถ้าหากช่วยออกไปได้ ก็ขอความกรุณาด้วย "

" ถ้าวันนั้นสเวนไม่ช่วยเธอไว้ คงไม่ได้มายืนถากถางพวกเราแบบนี้แน่ อย่าคิดว่าเธอคือว่าที่ภรรยาสเวนแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไร..."

" ฉัน เอ่ยปากขอพวกคุณเหรอ... น้ำเสียงคนเจ็บเริ่มชัดขึ้น เธอพูดแทรกประโยคทันทีเมื่อไม่อยากรับรู้เสียงใดๆ ของคนตรงหน้า ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแห้งๆ ปนไม่รับความห่วงใย ทั้งที่แววตายังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า... คงจะดีถ้าได้ตายพร้อมกับท่านทั้งสอง การที่ฉันรอดมันคือเหตุผลที่พวกคุณคิดแทนไม่ใช่เหรอไง " ดูเหมือนว่าเหตุผลที่หญิงสาวผู้เริ่มจะทรงตัวไม่อยู่อธิบายจะเป็นความจริงที่ไม่สามารถขัดขึ้นได้ การที่เธอรอดจากความตาย ที่ใกล้เข้ามาเนื่องจากถูกยิงเลือดอาบเพราะโดนจุดสำคัญทำให้เลือดไหลไม่หยุด หากสเวนไม่ใช้พลังปราณควบคุมไว้ก่อนจะพาตัวเธอมายังสถาบันวิจัยชีวิตเธออาจจะหายไปจากเขาตลอดกาล... เขาเป็นผู้เลือกได้ว่าจะให้เธออยู่รอดหรือจะยอมให้ความตายพรากคู่ชีวิตหายไปแล้วตายตาม ซึ่งการปลิดลมหายใจตามไป เป็นสัญชาตญาณของหมาป่าแบบเขา

" ผมเข้าใจแล้ว... น้ำเสียงปนผิดหวังเอ่ยขึ้นพร้อมหันหลังเพื่อหลีกสายตาของเธอผู้ขึ้นชื่อว่าจะมาเป็นภรรยา และแววตาของเขาคาดโทษเพื่อนชายคนสนิทอย่างโครว์ ที่กล้าตะคอกใส่คนรักของตนทั้งที่ห้ามแต่ก็ยังทำ... ผมไม่ควรเข้ามาให้เธอรำคาญใจ ผมจะออกไปตามคำสั่งเธอ " คนฟังถอยหลังกลับมานั่งลงที่เตียง ดูเหมือนน้ำเสียงนิ่งสงบของเขากระตุ้นบางอย่างในใจ อยู่ดีดีเธอก็อยากให้ภายในสงบไม่ร้อนรุ่มและโกรธเคือง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าโมโหจนเกือบสติแตก คาร์สันค่อยๆ พาตัวสาวรุ่นลูกล้มตัวลงนอนกับเตียง ก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมปล่อยให้คนเจ็บอยู่ภายในห้องคนเดียวอีกครั้ง เวลาแบบนี้คงไมได้ต้องการคนมาปลอบใจและคงไม่ฟังเหตุผลใดๆ จนกว่าจิตใจจะสงบพอทำใจได้หลังการสูญเสียบุพการี...

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา หลังจากเนราไม่ต้องการพบสเวนและผู้เกี่ยวข้องกับเขาทุกคน ด็อกเตอร์คารสันเพื่อนสนิทพ่อเธอได้พามายังหลุมศพบิดาและมารดายังสุสานแห่งหนึ่ง เธอวางดอกไม้งามสีขาวช่อใหญ่ระหว่างหลุมศพท่านทั้งสองอันจัดให้อยู่ด้วยกัน สายธารยังคงไหลอาบแก้มไม่ส่าง ยามมองรูปของทั้งคู่พลันนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข ในระยะไกลจากตัวเธอและด็อกเตอร์คาร์สัน สเวน โครว์ และพรรคพวกอีก 2 คน คอยยืนเฝ้ามองห่างๆ เพื่อไม่ให้เนรารู้ว่าพวกตนแอบตามมา แม้จะไม่อยากตามเธอมาแต่ทว่าสเวนยังคงตามติดไม่ห่างพวกเขาจึงจำเป็น

" หลับให้สบายนะคะ เนจะเข้มแข็งและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบไม่ต้องห่วงนะคะ " สองมือยันตัวเองลุกพร้อมปัดชุดเดรสกระโปรงสีขาวยามเลอะฝุ่นดินเล็กๆ ออก ก่อนจะคำนับเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

" ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ " เสียงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นขณะเดินมาดักหน้าเธอตอนลงตามขั้นบันไดผ่านหลุมศพอื่นๆ คนเจ็บเพิ่งหายจำได้ว่าผู้หญิงเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินใบหน้าซ่อมคมสวยแบบสาวตะวันตกคนนี้ คือคนที่เธอเจอเมื่ออาทิตย์ก่อน ก่อนจะไล่สเวนไปพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขา ในตอนนั้นเนรายอมรับว่าใจร้อนและบุ่มบ่ามเกินควรโดยไม่ฟังคำอธิบายใช้สถานการณ์ตัดสินการจากไปของพ่อแม่เธอ แต่เมื่อได้มีเวลาคิดทบทวนทั้งอาทิตย์... ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาแม้แต่น้อย

ใต้ร่มไม้มุมหนึ่งสำหรับนั่งชมวิวทิวทัศน์เมือง เนื่องจากสุสานขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ที่สามารถมองลงไปยังเมืองได้ ร่างสูงของสาวตะวันตกยืนพิงต้นไม้พร้อมถอดแว่นสีน้ำชายามปิดตาออก ขณะด้านของคนตัวเล็กกว่ามาก นั่งลงบนไม้หินอ่อนพร้อมถอดหมวกปีกรอบสีครีมวางลงบนตัก...

" ด็อกเตอร์คาร์สันคงคุยกับเธอแล้ว ว่าต่อไปคนที่จะดูแลเธอคือสเวน "

" ค่ะ"

" แต่ก่อนจะไปพบเขา ไม่สิก่อนจะไปถึงดินแดนของพวกเราฉันอยากให้เธอมีทัศนคติต่อสเวนใหม่... คนฟังตั้งหน้าตั้งใจฟัง จนคนพูดต้องทำหน้าแปลกใจเมื่อไม่เห็นอาการวู่วามแบบเมื่ออาทิตย์ก่อน หากเป็นเนราในตอนนั้นคงได้พูดแทรกขึ้นอย่างไม่ฟังเหตุผลไปแล้ว... ชะตาที่ถูกลิขิตมานี้ สเวนเองก็เลือกไม่ได้ ถ้าเขาเลือกได้คงไม่อยากให้ผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาสูญเสียสิ่งสำคัญ คืนนั้นเขาตั้งใจจะไปชิงตัวเธอมาด้วยซ้ำ แต่เห็นเป็นงานวันเกิดที่อยู่กับครอบครัวเป็นคืนสุดท้าย สเวนคิดว่าไม่ควรทำเรื่องแย่ๆ กับเธอ ถ้าเขาไม่เสียเวลาอยู่ตรงนั้นนาน พวกนั้นคงตามกลิ่นเธอไปที่อื่น "

" กลิ่น? " เธอทำหน้าสงสัยเพราะเท่าที่จำได้มีเพียงสัญลักษณ์ลางๆ บริเวณนิ้วนางข้างซ้าย

" ใช่ ร่างกายเธอมีกลิ่นของสเวน ซึ่งนั่นเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บอกว่าเธอคือภรรยาของเขา "

" กลิ่นที่ว่า มันเพิ่งเกิดพร้อมกับตราสัญลักษณ์นี่ใช่ไหมคะ " เสียงใสถามขึ้นพร้อมหันหลังมือซ้ายให้หญิงสาวรุ่นพี่ตรงหน้ามองไปยังนิ้วนางเธอ

" ถูกต้อง ฉะนั้นถ้าเธอจะโทษว่าพวกนั้นตามไปเพราะสเวนหละก็คิดใหม่ซะ ต่อให้สเวนไม่มาพวกนั้นต้องบุกมาจัดการเธอก่อนเขาอยู่ดี สเวนตั้งใจมาช่วย แต่ว่ามันพลาด พวกฉันเองก็ไม่คิดว่าพวกมันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ "

" กลิ่นสาปหรอ... เนรารีบมุดดมตามซอกแขนตนทันที... พวกคุณเป็นหมาป่าสินะคะ ..."

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า... เสียงหัวเราะดังขึ้นทำให้เนราสะดุ้งจนต้องแหงนมอง... เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของสเวน มันมีไว้เพื่อคุ้มครองเธอ ในขณะเดียวกันก็เป็นผลร้าย สำหรับพวกที่จ้องทำลายล้างเผ่าพันธุ์โบราณของเขา "

" ทำไมคนพวกนั้นถึงจะเอาชีวิตฉันหละคะ "

" ภรรยาจะให้พลังลึกลับกับสามี แต่ในกรณีของเธอหนะนะ... "

" กรณีของฉัน? "

" หมาป่าอย่างพวกเราส่วนมาก จะพบเนื้อคู่ตนเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งจะเกิดการผูกจิตด้วยกันเองในกลุ่ม แต่เธอเป็นมนุษย์ธรรมดา เป็นความแปลกที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าพลังที่สเวนจะได้มานั้นคืออะไร "

" ที่เขาตามหาฉันเพื่อที่จะได้พลังนั้น มันเป็นสิ่งส่งผลต่อตัวเขาสินะคะ "

" เปล่าหรอก ถ้าเทียบกับพลังที่มีอยู่แล้วเทียบกันไม่ได้หรอกนะ แต่เหตุผลที่เขาต้องตามหาเธอเพราะไม่สามารถหลีกหนีสิ่งที่เรียกร้องภายในเบื้องลึกได้ พวกเรารักและซื่อสัตย์ ให้ความเคารพต่อคู่ชีวิตด้วยจิตวิญญาณ ถ้าเธอตายเขาก็จะตายตามเธอไป..."

" ฮะ! ... ตายตามทั้งที่เขายังไม่ได้รู้จักตัวฉันหรอคะ "

" เขารู้จักเธอ เขารักเธอมาตลอดแม้จะไม่เคยพบกัน... ประโยคชวนคิดและแทบจะเป็นไปไม่ได้ทำให้คนฟังทำหน้าฉงน ไม่ผูกพันแล้วจะหาความรักหรือรักแท้มากจากไหน... หมาป่ามีสิ่งที่เรียกว่าญาณวิเศษ เขาจะรู้ได้ว่าใครคือคู่ของเขาหากได้พบหน้ากระแสจิตจะรวมกันทันที แต่ถ้าโชคชะตายังไม่เวียนมาให้พบต้องรอจนคู่ของตนอายุ 20 ปี สิ่งที่เรียกว่าเส้นชะตาแห่งคู่จะแสดงอำนาจ กลิ่นของเธอรวมถึงสัญลักษณ์จะเป็นสิ่งประจักษ์บอกให้เขารู้ว่าต้องตามหาเธอที่ไหน เหมือนคืนวันที่ 25 ธันวาคม วันเกิดครบ 20 ปีของเธอ... "

" เหมือนอาการตื่นขึ้นของอะไรสักอย่างเลย " เธอพูดพลางนึกถึงนิยายไม่ก็ภาพยนตร์แฟนตาซีในโลกอัศจรรย์พันลึกที่ต้องหาคำตอบ

" จะเรียกแบบนั้นก็ได้... คนอธิบายเปลี่ยนอิริยาบถจากยืนฟิงต้นไม้เดินมายืนหันหน้ารับกับทิวทัศน์เมือง โดยหันแผ่นหลังให้สาวรุ่นน้องที่นั่งมองตามการเคลื่อนไหว... เพราะเหตุผลนั้นสเวนเลยต้องตามหาเธอให้พบก่อนที่พวกนั้นจะทำร้ายเธอ ถ้าหากเธอหายไป สิ่งที่รอเขามีแต่ความตาย... ทางแรกคือบุกไปถล่มรังคนที่ฆ่าเธอ ฆ่าพวกนั้นจนกว่าตัวตายหรือหากรอดเขาคงกลับมาตรอมใจตาย อย่างที่สองคือไร้เรี่ยวแรงจนตายอย่างน่าสมเพช ไม่ว่าจะอย่างไหนก็มุ่งไปหาความตายทั้งนั้น "

" พวกเขาเลือกที่จะไม่ทำได้ไหมคะ "

" ความรักในจุดที่เรายืนอยู่นั้นแรงกล้ามาก มันคือความผูกพันที่ซับซ้อน ตามคำเรียกร้องจากก้นลึกไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้"

" ถ้าแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเขาถูกบังคับตามสัญชาตญานสิคะ " เธอถามอีกครั้งเพื่อให้ได้คำอธิบายชัดเจน เพราะหากทำไปเพราะสัญชาตญาณคงไม่ต่างจากคำพูดที่แม่ของเธอได้กล่าวไว้ ในสัญชาตญาณคือการถูกบังคับจากสภาวะอารมณ์หรือสิ่งจำเป็นต้องทำ เมื่อมันไม่ได้มาจากจิตใจที่แท้จริงจะกลายเป็นความรักได้อย่างไร

" มันไม่ผิดถ้าเธอจะบอกแบบนั้นเนรา แต่อย่าลืมว่าสัญชาตญานที่เธอว่า มันผูกติดจิตวิญญาณไปทุกภพชาติ ไม่ใช่อารมณ์ที่พามาโดยไร้สติสัมปชัญญะแต่เป็นหัวใจที่พาพวกเขาไปยังที่ที่เจ้าของชีวิตอยู่ " โทนเสียงของคนเล่าดูละมุนขึ้นทันทีก่อนสิ้นประโยคพร้อมสายลมอ่านๆ ที่พัดผาผมสีน้ำตาลเข้มลอยไปกับลม แววตาสีน้ำเงินดูอ่อนโยนผิดกับตอนอธิบายให้เธอฟังก่อนหน้า แม้ยากที่จะเข้าใจความสัมพันธ์ดังกล่าวแต่เนรายินดีรับฟังสิ่งที่สาวรุ่นพี่ตรงหน้าต้องการให้เธอเข้าใจ เธอลุกขึ้นพร้อมค้อมตัวลงนิด...

" ต้องขอโทษเรื่องก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ เป็นเพราะเนวู่วาม ... เธอเปลี่ยนมาเรียกชื่อแทนตัวอย่างที่มักคุ้นชินใช้อยู่เสมอ... ใจร้อนในวันนั้น ทั้งสเวนหรือคนอื่นไม่ได้มีส่วนผิดแม้แต่น้อย เพราะความเอาแต่ใจไร้เหตุผลทำให้ใช้คำพูดรุนแรง... " เธอเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ได้ไตร่ตรองถึงความผิดที่ตนไม่สมควรกระทำ

"ฉันเข้าใจนะเป็นฉันถ้าเจอเรื่องส่วนใหญ่โดยไม่ได้ตั้งตัวตามปกติจากเธอไหนที่จะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าครอบครัวตายเพราะฉะนั้นหนักกว่าที่ทำได้... แล้วคุณจะเขียนขอโทษเขาเองเป็นหลักดีกว่านะ" เพิ่มเติมที่กล่าวปรายตาไปที่ผู้กำลังยืนมองอยู่อีกมุมจากด้านข้างเนราเธอรีบหมุนตัวตามสาวรุ่นพี่ที่กำลังเดินสวนจากเธอไปและจะพูดถึงผู้ตรวจสอบคนที่เธอต้องขอโทษเขาโดยตรงเมื่อเนราค้อมตัวเชิงเชิงขอโทษสำหรับชื่อเสียงขององค์กรผิดพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่มีใจเอาความกับสาวรุ่นน้องเองก็ร้อนเหมือนกันในเรื่องที่มีความสำคัญได้ด้วยความเห็นว่าบ้านเกิดของเราเองที่โตมาด้วยกัน

"มุมขอโทษเรื่องปากกาด้วยนะ ... เธอเปิดฉากพูดก่อนเพื่อให้สาวเท้าก้าวเข้ามาหาเขาต้องข่มอารมณ์และความต้องการที่อาจจะดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้เพื่อดูสำหรับความคาดหวังที่เนรั่นนานมันจนจนกลายเป็นความไคล้ไปในทิศทางนี้... พี่สาวคนเมื่อกี้เล่าเรื่องให้ฟังแล้วเพราะความแต่เอาใจไร้เหตุผลหาผู้ทำผิดอีกครั้งสาเหตุหลักของโปรตีน มันร้อนรนรณะวิจารณ์ฉุนฉุนโมโหจนหน้ามืดพอได้สนับสนุนสติอารมณ์ย้อนรอยจนถึงปัจจุบันไม่ได้ผิดซอฟต์โปรมาช่วยเหลือด้วยซ้ำ "

" เนไม่จำเป็นต้องเลยแม้แต่นิดเดียวคนที่ผมมักจะปกป้องเส้นผมของเนไว้กลับทำไม่ได้นั้นถือเป็นการเฉลิมฉลองยิ่งนักที่เธอมีสิทธิ์ที่จะลงโทษผมยังไงก็ได้..."

" เนลงโทษที่สำหรับเนี๊ยงๆ โดยทั่วไปคะ ประสิทธิภาพนะคะ ฟังสบายๆ ที่คุณช่วยเนเก็บไว้..." เธอจริงใจตอบกลับไปยังแบรนด์สีหน้าปนความหมองอยู่ลึกๆ ในลักษณะมาล้มเข่าลงข้างหนึ่งองค์ประกอบจับ องค์ประกอบยกขึ้นทาบหัวของเขาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มลอดสุขเธอพบว่ามีจุดต่าง ๆ กับเวลาเธออาจจะนำเสนออารมณ์แบบสุนัขยามเจ้าของสัมผัสใจดีหรือด้วยการนำเสนอเดินเป็นกีฬาเลย ผู้เล่นคือผู้นี้เป็นมนุษย์ชายที่รักผู้หญิงอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างล้นหลาม เนรารู้สึกได้สัมผัสผมรู้สึกถึงความนุ่มสัมผัสสัมผัสความรู้สึกที่ให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสเหมือนกันมุมมองนอนพักไปที่สถาบันการวิจัยของเธอสายจะรักเขาอาจจะอีกทางหนึ่งจะสามารถควบคุมหลังจากออกไปยังศูนย์กลางต่างๆ บอกเธอได้ภายในใจคือความหมายถึงยายามได้รับความรู้สึกที่ชายผู้นี้ยามนี้ยามสัมผัสตัวเขาผ่านสายตาและมือของเขาที่กุมมือเธออยู่เป็นความคิดและความสบายใจอย่างแรกเกิดขึ้นกับชายใด ๆ ก่อนหน้านี้มันเริ่มโอบกอดเธอไว้อย่างค่อย ๆ จดจำร่างกายเธอมากที่สุดพร้อมๆ ไปกับความหนาและเคลือบอย่างทรงพลังไว้ภายนอก

"อาจฟังดูกับผู้ชายที่ค้นพบหน้าแถมคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สำคัญเนรารักที่เราจะไม่พูดถึง" คำพูดธรรมดาที่ทำให้คนฟังหยุดนิ่งจ้องตาของเขามองในแง่ศูนย์กลางของใจเต้นรัวเป็นกลองแต่กลับทำให้หายใจหยุดไปดื้อๆคือไม่ได้รู้ว่าผู้ชายมาบอกรักแต่ผู้ชายกลับมาอีกครั้งมากขึ้นจะไม่เชื่อไปอีกครั้งขอไม่ดูใจมาดูเธอรออีกครั้งที่หัวใจจะไม่ปฏิเสธแม้ซ้ำอีกครั้งของเขาจะขนาดไหน...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status