LOGINอยากได้ใบทะเบียนนักไม่ใช่หรือไง ก็เอาสิ! ฉันจดให้ แต่อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากฉัน โดยเฉพาะหัวใจ! ________ การแต่งงานที่ไร้งานแต่ง การแต่งงานที่เหมือนกับการเอาตัวเธอเข้าแลกกับเงินเท่านั้น เคราะห์ซ้ำที่เจ้าบ่าวของเธอดันเป็นคนตาบอด แต่แม่เลี้ยงของเธอก็ยังยัดเยียดการแต่งงานที่ปราศจากความรักให้ เธอยินยอมทำตามทุกอย่างเพราะต้องการรักษาสิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่บิดาของเธอทิ้งไว้ให้ เมื่อแต่งงานโดยปราศจากความรัก ก็มีแต่ความดูถูก เหยียดหยามและเกลียดชัง ที่เจ้าบ่าวมอบให้เธอเท่านั้น
View Moreมือเล็กปาดเหงื่อตัวเองบนหน้าผาก เมื่อเดินเข้ามาถึงบ้านหลังใหญ่ บ้านที่เคยอบอวลไปด้วยรักของเธอกับบิดา แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว
ร่างบางแต่อวบอิ่มรีบเดินเข้าไปในบ้านด้วยความรีบเร่ง เพราะถูกมารดาเรียกให้รีบกลับบ้านอย่างเร่งด่วนในช่วงที่กำลังทำงานเสริม เธอจึงต้องรีบขอออกมาก่อนเวลาที่กำหนด
นอกจากเธอจะมีงานหลักโดยทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมแล้ว เธอยังรับงานเสริมนอกเวลางานอีก เพื่อให้พอต่อการใช้จ่ายสำหรับคนในครอบครัว
"สวัสดีค่ะคุณแม่ เรียกเม็ดพลอยมาด่วนขนาดนี้คุณแม่คงมีเรื่องสำคัญมากแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ"
หญิงสาววัยยี่สิบสามปีหย่อนกายลงนั่งบนโซฟา พลางมองหน้ามารดาที่ไม่ใช้มารดาแท้ ๆ ของเธอ กำลังนั่งไขว่ห้างเปิดดูนิตยสารแฟชั่น ข้างกายมีน้องสาวที่ไม่ใช่สายเลือดของเธอกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ข้าง ๆ กัน
"ไหนล่ะ เงินของเดือนนี้" ชิดจันทร์แบมือขอเงินจากลูกเลี้ยงที่เป็นเสาหลักของครอบครัวในการหาเงินให้สองแม่ลูกใช้ทุกเดือน
"คุณแม่คะ ใช้จ่ายประหยัดหน่อยนะคะ เดือนนี้เม็ดพลอยหาเงินมาให้คุณแม่ไม่ทันแล้วนะคะ ไหนจะค่าน้ำค่าไฟของเดือนที่แล้วอีกที่เม็ดพลอยให้เงินไปแต่คุณแม่ยังไม่เอาไปจ่าย เดือนนี้เม็ดพลอยขอหักค่าน้ำค่าไฟออกเลยนะคะ ก่อนที่บ้านเราจะไม่มีน้ำมีไฟใช้ค่ะ"
"ได้ไงล่ะ เธอก็ออกเองสิ เอาเงินมา! หรือจะให้ฉันเอาสมบัติในบ้านนี้ไปขาย"
"อย่านะคะคุณแม่ อย่าแตะต้องของสำคัญของคุณพ่อนะคะ"
"งั้นก็รีบเอาเงินมา อย่าเบี้ยวแม้แต่บาทเดียวล่ะ ไม่งั้นพวกแจกันและของประดับอันแสนสำคัญของพ่อเธอถูกแปรเป็นเงินไปหมดแน่ ๆ"
"ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะคุณแม่"
"งั้นก็เอาเงินมา อย่ามัวแต่ชักช้า" เม็ดพลอยรีบโอนเงินเดือนจากการเป็นพนักงานโรงแรมทั้งหมดให้แม่เลี้ยงทันที เพราะเธอไม่อยากให้ข้าวของที่เป็นของต่างหน้าของบิดาของแปรไปเป็นเงินให้สองแม่ลูกผลาญเล่น ส่วนเธอก็หารายได้เสริมหลังเลิกงานเพื่อเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวเอง
"ไหนล่ะพี่ ส่วนของฉันล่ะ"
"พี่ก็โอนให้ไปรวมกับของแม่แล้วไง เธอก็ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ อีกปีเดียวก็จะจบแล้วนี่"
"อย่ามาสอนฉันนะ พี่ไม่ใช่พี่แท้ ๆ ของฉันสักหน่อย"
"ว่าแต่คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้เรียกเม็ดพลอยมากะทันหันแบบนี้"
"มีสิ สำคัญมาก ๆ ด้วย"
"ค่ะ แล้วเรื่องอะไรล่ะคะคุณแม่"
"สัปดาห์หน้าเธอต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ แล้วไปแต่งงานกับลูกชายของคนที่พ่อของเธอเคยร่วมธุรกิจด้วย คนที่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อเธอน่ะ"
"ตะ...แต่งงาน!"
"ตกใจอะไรล่ะ ก็แค่แต่งงานเอง"
"คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานคุณพ่อก็เคยพูดอยู่นะคะ แต่คุณพ่อเคยบอกเม็ดพลอยแล้วก่อนที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ คุณพ่อจะไม่บังคับเรื่องแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนคุณพ่อแล้ว เพราะจะให้เม็ดพลอยแต่งงานกับคนที่เม็ดพลอยรักนะคะ แล้วทำไมเรื่องแต่งงานถึงมีได้ล่ะคะ"
"ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก แต่สัปดาห์หน้าฝ่ายเจ้าบ่าวจะมาที่บ้านเรา"
"คุณแม่ไม่มีสิทธิ์บังคับเม็ดพลอยนะคะ เพราะคุณพ่อไม่ได้ให้เม็ดพลอยทำแบบนั้นแล้ว และเม็ดพลอยก็จะเชื่อฟังคำสั่งของคุณพ่อเท่านั้นค่ะ ถ้าคุณแม่อยากให้มีงานแต่งงาน ก็ให้สายป่านแต่งสิคะ"
"นี่เธอกล้าต่อล้อต่อเถียงฉันหรือยัยเด็กเมื่อวานซืน ฉันยื่นคำขาดว่าเธอต้องแต่งงานกับคนบ้านนั้นเธอก็ต้องแต่ง ถ้าไม่อย่างนั้นบ้านหลังนี้ฉันจะขายทอดตลาดให้หมดเลย"
"ไม่ได้นะคะคุณแม่ บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้พวกเรา คุณแม่จะขายไม่ได้นะคะ"
"อย่ามาเถียงฉันฉอด ๆ นะ ได้…ถ้าเธอจะไม่แต่งงานก็ได้ แต่ฉันก็จะขายบ้านหลังนี้แทน เอาไงล่ะ? จะแต่งไหม? ไม่มีเวลามาเล่นตอบคำถามกันแล้วนะ เพราะเธอไม่มีทางเลือกมากนักหรอกจะบอกให้"
"แต่เม็ดพลอยไม่รู้จักคนที่จะแต่งงานด้วยเลยนะคะ หน้าตาก็ไม่เคยเห็น จู่ ๆ จะให้แต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักเนี่ยนะคะ"
"สัปดาห์หน้าก็ได้รู้จักกันแล้วไง อย่ามาถามและสงสัยมาก แล้วเธอก็เตรียมตัวลาออกจากงานได้เลยนะ เพราะว่าพอแต่งงานแล้วเธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของเจ้าบ่าวเลย"
"นี่คุณแม่จะไม่ให้เม็ดพลอยมีทางเลือกเลยหรือคะ"
"อย่าเรื่องมากนักนะ ฉันบอกให้แต่งก็ต้องแต่ง แล้วก็วันที่ต้องเจอกับว่าที่เจ้าบ่าวก็หาชุดดี ๆ มาใส่ซะบ้างล่ะ ไม่ใช่ใส่แต่ชุดเก่า ๆ ซ้ำซากแบบที่เธอใส่อยู่"
"โอ๊ยแม่...ถ้าใส่ชุดของพี่เม็ดพลอยล่ะก็ ญาติเจ้าบ่าวอาจจะตกใจจนเปลี่ยนใจไม่รับพี่เป็นเจ้าสาวก็แย่สิคะ เดี๋ยวพี่เม็ดพลอยเอาชุดของสายป่านไปใส่ก็แล้วกัน ดีกว่าใส่ชุดเก่า ๆ เชย ๆ คงไม่ไหวแน่"
"แล้วนี่เม็ดพลอยยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำนะคะว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร คนที่ไม่รู้จักกัน จู่ ๆ จะแต่งงานกันเลยแบบนี้มันไม่เร็วไปหน่อยหรือคะคุณแม่"
"เดี๋ยวนี้คนรวย ๆ เขาแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ธุรกิจก็มีเยอะแยะไป อย่ามาเรื่องมากทำเป็นบ่นหน่อยเลย มีคนมาแต่งงานด้วยก็ดีแค่ไหนละ อย่างเธอน่ะจะหาผู้ชายมาจากไหน วัน ๆ เอาแต่ทำงานงก ๆ ไม่สนใจอะไรแบบเธอน่ะมีคนแต่งด้วยก็ดีแล้ว"
"ใช่แล้วค่ะแม่ เสียดายเปล่า ๆ พี่เม็ดพลอยถ้าแต่งตัวแต่งหน้าหน่อยก็คงจะดูสวยแหละ แต่เพราะไม่แต่งหน้าไงเลยดูเหมือนยัยเฉิ่มคนหนึ่ง มีคนแต่งด้วยก็ดีแล้วล่ะพี่ ดีกว่าขึ้นคานนะ"
"นี่คุณแม่จะไม่ให้เม็ดพลอยมีทางเลือกในชีวิตบ้างเลยหรือคะ ทุกวันนี้เม็ดพลอยก็หาเงินอยู่คนเดียวจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวแล้ว แล้วนี่ยังจะให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้อีก"
"จะไปทำอะไรก็ไปทำได้แล้ว เพราะคำสั่งของฉันคือเด็ดขาด ถ้าเธอไม่ยอมรับการแต่งงาน ฉันก็จะเตรียมขายบ้านหลังนี้เหมือนกัน ถ้าเข้าใจแล้วพรุ่งนี้ก็ไปเตรียมตัวลาออกจากงานด้วยล่ะ ไปได้แล้ว!"
เม็ดพลอยไม่สามารถคัดค้านอะไรได้เลย นอกจากเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง เพราะคำว่า "บ้าน" มันค้ำคออยู่ บ้านที่เป็นสมบัติต่างหน้าชิ้นสุดท้ายที่บิดาของเธอทิ้งไว้ให้ บ้านที่เป็นแหล่งพักพิงใจ บ้านที่เคยมีแต่ความความทรงจำระหว่างเธอกับบิดามาตั้งแต่จำความได้
"โล่งอกไปนะคะคุณแม่ ที่พี่เม็ดพลอยยอมแต่งงานน่ะค่ะ เพราะหนูไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักหรอกนะคะ เผื่อเป็นคุณชายที่อ้วนพุงพลุ้ยก็ไม่ไหวนะคะคุณแม่"
"แม่ไม่มีวันให้หนูไปลำบากหรอกลูก มันโง่ไง แค่เอาบ้านมาขู่หน่อยมันก็ยอมทำตามทุกอย่างแล้ว เพราะเรากุมจุดอ่อนของมันอยู่"
"แล้วสรุปฝ่ายเจ้าบ่าวมาทาบทามฝ่ายเราเลยหรือคะคุณแม่"
"จะบ้าหรือไง แม่เป็นคนไปขอเองแหละ แต่อ้างชื่อพ่อของพี่แกไปเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธแล้ว แม่จะได้เรียกสินสอดให้หนัก ๆ ไปเลย"
"คุณแม่จะเรียกเท่าไหร่ล่ะคะ หนูขอด้วยนะคะ อยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมที่ออกมาใหม่ค่ะคุณแม่ นะคะ"
"ถ้ายัยเม็ดพลอยได้แต่งงานแล้ว ต่อให้ลูกอยากจะได้กระเป๋าแบรนด์หรูสักสิบใบแม่ก็ให้ได้"
"จริงนะคะคุณแม่ แสดงว่าคุณแม่จะเรียกสินสอดเยอะเลยสินะคะ"
"ระดับทายาทธุรกิจโรงแรมหรูที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ คงไม่ขัดหรอกถ้าแม่จะเรียกแพง ๆ น่ะ"
"นั่นสิคะคุณแม่"
"แต่ลูกชายที่เม็ดพลอยจะแต่งงานด้วยน่ะ ก็จบโทจากเมืองนอกเลยนะ โปรไฟล์ก็ดีมาก แต่แม่ก็ไม่รู้จักหน้าตาเหมือนกัน เพราะเพิ่งกลับมาอยู่ไทยได้แค่ครึ่งปีเอง"
"ถ้ายังโสดอยู่ล่ะก็ คงจะหน้าตาดูไม่ได้แหละค่ะคุณแม่ ถ้าหน้าตาดีจริงแถมยังรวยขนาดนี้ คงจะมีเมียไปนานแล้วล่ะค่ะ คงไม่อยู่เป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก ไปอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ก็ต้องหิ้วแฟนมาบ้างสิคะ แบบนี้หน้าตาคงดูไม่ได้หรอก"
"แม่ก็ไม่รู้รายละเอียดหรอกว่าคนที่จะแต่งงานกับพี่สาวลูกมีแฟนหรือยัง แต่จะเป็นใครก็ช่างเถอะลูก ตอนนี้เราเตรียมตัวเป็นเศรษฐีได้เลย เพราะแม่จะเรียกสินสอดให้สมน้ำสมเนื้อกับฐานะของฝ่ายนั้นอย่างแน่นอน"
"สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะคุณเม็ดพลอย" พนักงานในโรงแรมต่างก็พากันทักทายธามไทกับเม็ดพลอยเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นเจ้าของโรงแรมเดินเข้ามาในตัวอาคาร ส่วนเม็ดพลอยก็เกร็งเล็กน้อย เพราะวันนี้ถูกสามีสั่งแกมบังคับให้มาที่โรงแรมด้วย แถมวันนี้เธอก็ไม่มีสอนพิเศษก็เลยขัดเขาไม่ได้พอเข้ามาถึงห้องทำงาน เม็ดพลอยก็ถอนหายใจทันที เพราะเธอยังไม่ชินกับสายตาที่โดนจับจ้องตลอดเวลาแบบนั้น แถมทุกคนยังมองมาที่เธอกับสามีเป็นทางเดียวกัน"นี่ไง พี่ถึงบอกให้มากับพี่บ่อย ๆ หนูจะได้ชินไงครับ มาช่วงที่ทิชาไปเรียนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาตลอดหรอก""นี่หนูต้องมาอีกกี่รอบคะถึงจะชินน่ะ แล้วเดี๋ยวสัปดาห์หน้าต้องไปงานเลี้ยงกับพี่อีก หนูจะไหวไหมนะพี่ธาม""พี่ไม่อยากฝืนใจนะ แต่พี่บังคับเลยล่ะเพราะพี่ไม่ยอมนะถ้าหนูไม่ไปด้วยเนี่ย มีเมียก็ต้องเอาเมียไปอวดสิครับ ยิ่งมีเมียน่ารัก ๆ แบบนี้ต้องทำให้คนอื่นอิจฉา""พี่ธามล่ะก็ ว่าแต่ช่วงบ่ายพี่ธามมีแพลนจะไปทานข้าวที่ไหนหรือเปล่าคะ""ไม่มีแพลนหรอก ว่าแต่ทำไมหรือครับ หรือว่าหนูอยากทานที่ไหนก็บอกพี่ได้นะ พี่ไปได้หมด""พอดีว่ามีร้านแถว ๆ โรงแรมของเราที่เคยเป็นร้านประจำของหนูกับน้ำตาลน่ะค่ะ หนูไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางออกนอกประเทศแบบนี้ เนื่องจากสามีของเธอมีแพลนจะพักร้อนกะทันหัน พอหลังจากที่เปิดตัวเธอให้กับทุกคนได้รู้จักว่าเธอคือภรรยาของเขาไปได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ เขาก็บอกว่าอยากจะพักร้อนแล้วพาครอบครัวไปเที่ยว ในทริปนี้เหมือนเป็นทริปครอบครัว เพราะมีทั้งบิดามารดาของเขา พี่ชายของเขา น้ำตาลเพื่อนสาวของเธอ ไทก้าและลูกสาวของเธอด้วยวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สองของการมาเที่ยวที่ประเทศเวเนซุเอลา โดยได้จองที่พักในรัฐโบลิวาร์ ที่ใกล้กับน้ำตกเอนเจลที่จะไปกัน ทุกคนต่างก็เตรียมตัวเพื่อจะได้ไปชมน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกที่มีความสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตร"โอ้โห...สูงมากเลยครับแด๊ด น้ำตกมันอยู่สูงจนดูเหมือนเป็นก้อนเมฆเลยนะครับ" ทุกคนนั่งอยู่บนเรือของทางอุทยานที่มีบริการพาพายเรือไปตามแม่น้ำ เพื่อไปชมบริเวณฐานของน้ำตกเอนเจล พอมาถึงฐานน้ำตก พนักงานก็หยุดเรือไว้ตรงนั้นเพื่อให้นักท่องได้ชมความงามของน้ำตกที่นี่"ใช่แล้วไทก้า เพราะน้ำตกที่นี่มันสูงมากยังไงล่ะ สูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ ก็ไม่แปลกที่หลานจะเห็นเป็นหมอก เพราะน้ำตกมันอยู่สูงมาก น้ำจากข้างบนที่ไหลลงมาจึงไม่ตกถึงพื้นหรือฐานที่เราอยู่ตรงนี้ เพราะน้
งานจัดเลี้ยงพนักงานในโรงแรมทั้งหมดหลายร้อยชีวิต ต่างก็พากันแต่งตัวจัดเต็มเพื่อฉลองส่งท้ายปีล่วงหน้า ธามไทปิดโรงแรมหนึ่งวันแล้วเลี้ยงพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มต่าง ๆ ก็จ้างเหมาจากร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดังระดับประเทศมาเพื่อเลี้ยงต้อนรับพนักงานทุกคนที่ได้ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งปีโดยทุ่มทุนไม่อั้น"งานเลี้ยงพนักงานของนายแต่ชวนพวกฉันมาด้วยนี่จะดีจริงหรือวะไอ้ธาม แบบนี้พวกฉันก็เหมือนคนนอกเลยนะ""อะไรกัน พวกนายหน้าบางด้วยหรือไง แล้วเพื่อนชวนจะกล้าปฏิเสธหรือวะ""ถ้าปฏิเสธแล้วฉันจะมายืนอยู่ที่นี่ไหม""แล้วนี่แฟน ๆ ของพวกนายไปไหนกันล่ะ""ก็นายเล่นนัดพวกฉันกะทันหันแบบนี้ แฟนพวกฉันจะว่างได้ยังไงวะ เล่นมาบอกเอาวันสุดท้ายก่อนจัดงานแบบนี้ พวกฉันมาได้ก็บุญแล้วว่ะ""ใช่ แล้วอีกอย่างนะ แกก็รู้ว่าผู้หญิงน่ะเรื่องมากจะตาย อย่างน้อยก็ต้องมีเวลาตัดชุดก่อนสักสามสี่วันน่ะ ให้ไปแบบเร่งรีบแบบนี้ไม่มีใครมากันหรอก""ทำไมไม่เหมือนเมียของฉันเลยวะ กินง่ายอยู่ง่าย เสื้อผ้าอะไรก็ใส่ได้หมด อย่าเหมารวมว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นแบบแฟนพวกแกนะโว้ย เมียของฉันน่ะไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิ
"นั่งเหม่ออะไรอยู่คนเดียวล่ะครับเมียพี่" ธามไทเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ที่ยืนมองไปยังสวนดอกไม้หน้าบ้านบนชั้นสองด้วยท่าทีเหม่อลอย"หนูคิดถึงทิชาจังเลยค่ะ ไปอยู่ที่บ้านคุณย่าตั้งสัปดาห์หนึ่งแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมาก็ไม่รู้นะคะ""คงจะติดไทก้าตามเคยนั่นแหละ เห็นว่าไปวิ่งเล่นที่สนามเทนนิสทุกวันเลยล่ะ""แปลกนะคะที่ทิชาชอบเล่นเทนนิสมาก ชอบมาตั้งแต่จำความได้เลยมั้งคะ พอพาไปเดินร้านของเล่นก็คว้าแต่ลูกเทนนิสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนถึงตอนที่พี่ธามเกิดอุบัติเหตุก็หยุดเล่นไปพักใหญ่ แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะที่กลับมาเล่นอีกครั้ง""พี่ว่าทิชาคงจะอยู่ที่บ้านคุณแม่พี่อีกนานแน่เลยล่ะ เพราะบ้านเราไม่มีสนามเทนนิสเหมือนที่บ้านโน้นด้วย""ก็พี่ธีร์เล่นลงทุนสร้างสนามเทนนิสให้ไทก้าขนาดนี้ ทุกคนดูจะถูกตามใจกันมากเลยนะคะเนี่ย ทั้งพี่ธีร์และก็พี่ธามด้วย คุณพ่อคุณแม่คงไม่มีใครกล้าขัดใจเลยใช่ไหมคะ""เจ้าไทก้าน่ะดูเหมือนจะนิสัยแย่มากนะ เพราะพี่กับพี่ธีร์ถึงจะโดนตามใจแต่ก็ไม่ได้พูดจาขวานผ่าซากแบบนั้น ดีนะที่โดนหนูปราบนิสัยได้จนอยู่หมัดตั้งแต่เด็ก เจ้าไทก้าจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เดี๋ยวนี้กลายเป็นเด็กพูดเพราะสุภาพเรีย