LOGIN"ถ้าไม่ชอบหนูขนาดนั้น...ทำไมถึงยังยอมแต่งงานด้วย" "ฉันไม่ชอบพูดอะไรพร่ำเพรื่อ" "โอเค หนูก็จะไม่ถามอะไรลุงเสี่ยอีก" ______________ "เธอนิสัยดีมากมั้ง แจ้นไปกับผู้ชายคนอื่นทั้งที่มีผัวอยู่ทนโท่" "แล้วคนนิสัยดีที่ไหนจะด่าเมียตัวเองฉอดๆ แล้วปกป้องผู้หญิงคนอื่นล่ะ" "ฉันไม่ได้ปกป้องคนอื่นสักหน่อย" "นั่นเรียกปกป้อง เฮอะ!" ______________ "ดื้อๆ แบบนี้ ถ้าก้าวขาเข้าบ้านเมื่อไหร่ เธอจะไม่มีสิทธิ์ได้เอ่ยปากร้องขออะไรอีกเลย นอกจากร้อง...." ______________ ไม่มีนอกกาย ไม่มีนอกใจ นิยายเรื่องนี้จบดีค่ะ
View Moreทศพล
อายุ : 37 ปี น้ำมนต์ อายุ : 20 ปี ______________ “ถ้าไม่ชอบหนูขนาดนั้น...ทำไมถึงยังยอมแต่งงานด้วย” “ฉันไม่ชอบพูดอะไรพร่ำเพรื่อ” “โอเค หนูก็จะไม่ถามอะไรลุงเสี่ยอีก” ______________ “มาทำหน้าที่ของเธอ” “ถอดเสื้อผ้าของเธอออกแล้วล้มตัวนอนลงไป” ▪️▪️▪️▪️▪️ - เนื้อหาเป็นไปตามที่ไรต์ดำเนินเรื่องไว้ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะนิยายเรื่องนี้เขียนเนื้อหาจบแล้ว100% - การบรรยายจะเป็นแบบเรียบง่าย เรียลๆ อ่านง่าย ไม่เน้นใช้คำสวยหรูนะคะ - ตัวละครนางเอกมีการพูดคำหยาบ พูดกับเพื่อนกู-มึงนะคะ ถ้าไม่ชอบผ่านก่อนได้นา - มีฉากสูญเสีย ระวังบั่นทอนจิตใจนะคะ - ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ ▪️▪️▪️▪️▪️ Warning! *เนื้อหามีคำหยาบคาย เช่น กู มึงไอ้ อี และคำต่างๆ มีความรุนแรงในบางฉาก *นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของนักเขียน อาจมีความสมจริงและไม่สมจริง สมเหตุสมผลบ้างและไม่มีบ้าง โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ *ไม่ใช่นิยายคุณธรรมสอนใจคนนะคะ เพราะฉะนั้นปล่อยจอย อ่านแบบสบายๆ ดีกว่าค่ะ ถ้ารู้สึกซีเรียสกดออกแล้วผ่านก่อนได้ค่า *เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ18ปีขึ้นไป *ปล.ด่าตัวละครได้ แต่อย่าด่าคนเขียนก็พอค่ะ* 🔻 ▪️นิยายเรื่องนี้จบดี▪️ ฝากติดตามด้วยนะคะ อย่าลืมติดตามนักเขียนด้วยจ้า ตอนที่ 1 สถานีตำรวจ “ช่วงเทศกาลแบบนี้ยังจับอีกเหรอจ่า” “นั่นสิ น่าจะละเว้นหน่อยนะ คนกันเองทั้งนั้น” “ไม่มีการละเว้นสำหรับคนที่ทำผิดกฎจราจร นี่พวกเธอรู้ไหมว่าขี่รถโดยไม่หมวกกันน็อกมันอันตราย” “นี่ไง เพื่อนหนูก็ใส่อยู่” “เอ้าอีจี๊ด มึงกำลังบุลลี่ทรงผมกู ให้เกียรติผมหน้าม้ากูด้วยค่ะ” “เลิกติดเล่นกันได้แล้วน่า ครั้งนี้พวกเธอสองคนจะไม่ใช่แค่เสียค่าปรับอย่างเดียวแล้วกลับบ้านนะ แต่จะต้องเรียกผู้ปกครองมาที่นี่ด้วย” “อะไรอะจ่า เป็นแบบนี้ได้ไง เรียกผู้ปกครองมาทำไมกัน จ่ายค่าปรับแล้วก็น่าจะปล่อยพวกเราไปเหมือนคราวก่อนๆ สิ” “ครั้งนี้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องเรียกผู้ปกครองมา” เด็กสาววัยรุ่นสองคนกำลังเอ่ยต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอย่างไม่ลดละ “แต่ว่าหนูไม่มีผู้ปกครองหรอกนะจ่า” เด็กสาวหนึ่งในสองคนเอ่ยขึ้นต่อ เธอคนนี้มีชื่อว่าน้ำมนต์ “ไม่มีแล้วจะเกิดมาได้ยังไงเล่า” คุณตำรวจถามต่อแล้วมองดูเด็กสาว “ทุกคนมีพ่อมีแม่หมด” “แต่เพื่อนหนูมันไม่มีจริงๆ มันมีแต่ผัวค่ะจ่า” “อีจี๊ด!” น้ำมนต์ตีเข้าไปที่แขนของเพื่อนสาวอย่างแรงหนึ่งที “พูดจาอะไรของมึงเนี่ย” “ก็เรื่องจริง” “จี๊ด...” ตำรวจหนุ่มมองหน้าเด็กสาวสองคนก่อนจะดูที่บัตรประชาชนของพวกเธอ แล้วพบว่าทั้งสองมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ แต่มันดูเร็วไปหน่อยไหมที่เด็กวัยนี้จะแต่งงาน ถ้าเป็นแฟนยังจะพอเข้าใจได้ “อายุแค่ยี่สิบเอง ทำไมรีบมีล่ะ? ยังเรียนไม่จบเลยหนิ” “เพิ่งรู้ว่าตำรวจก็อยากรู้เรื่องของคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย” เป็นจี๊ดที่เอ่ยขึ้น “อีจี๊ด เดี๋ยวก็โดนข้อหาเพิ่มหรอกมึง” น้ำมนต์บอกกับเพื่อนแล้วหันมามองที่คุณตำรวจอีกครั้ง “ไม่เรียกผู้ปกครองมาไม่ได้เหรอคะจ่า พวกหนูสัญญาว่าคราวหน้าจะขี่รถโดยใส่หมวกกันน็อก” ว่าพลางทำท่าชูสองนิ้วใส่คุณตำรวจ “ชูสองนิ้วนี่มึงจะถ่ายรูปหรือไงอีน้ำ” จี๊ดกัดฟันกระซิบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวชูแค่สองนิ้ว ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ท่าทำคำสาบาน ก่อนเธอจะชูสามนิ้วแล้วเอ่ยสมทบ “สัญญาจากใจจริงๆ ไม่ติงนังเลยจ่า” “นะจ่า” “ไม่ได้หรอกนะ พวกเธอทำผิกกฎจราจรมารอบที่เท่าไหร่แล้วรู้ไหม?” “หยวนๆ ไปเถอะจ่า คิดซะว่าทำบุญให้กับเด็กเปรตอย่างพวกหนูแล้วกัน” “อีจี๊ด!” น้ำมนต์มองหน้าเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันจะพูดอะไรให้กระทบตัวพวกกันเองทำไม นังเพื่อนบ้าเอ๊ย! หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ สถานีตำรวจ สุดท้ายแล้วคุณตำรวจก็ต้องยอมให้กับเจ้าเด็กวัยรุ่นสองคนนี้ ไม่ใช่เขาทนลูกตื๊อไม่ได้ แต่แค่รำคาญหู เพราะนอกจากจะพูดเร้าหรือกันไม่เลิกแล้ว ยังมานั่งเมาท์มอยเสียงดังไปอีก “สัญญาว่าคราวหน้าถ้าเจอพวกเธอสองคนทำผิดกฎจราจรอีก ฉันไม่อ่อนข้อให้แน่นอน” “ขอบคุณค่ะจ่า” น้ำมนต์เอ่ยขอบคุณแล้วหยิบใบเสร็จที่เสียค่าปรับติดมือมาด้วย เธอเดินออกมายืนอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจพร้อมกับจี๊ด “หมดสนุกเลยอะ” จี๊ดเอ่ย “นั่นสิ ใครแม่งจะไปรู้ว่าจะมีตำรวจมาตั้งด่านตอนกลางคืนในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลแบบนี้” น้ำมนต์เองก็เอ่ยออกมาพร้อมมีท่าทีดูเหมือนเซ็ง “แล้วนี่เอาไง จะไปเคานต์ดาวน์ต่อไหม?” “ไปสิ แต่ไปบ้านมึงแทนได้ไหม” “ก็ได้นะ วันนี้แม่กับพ่อกูไม่อยู่” “เค งั้นไปกัน” ตัดมาที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เมา เหมือน หมา บาร์ วันนี้คนค่อนข้างแน่นร้าน เพราะว่าส่วนมากมากินเหล้าพร้อมเคานต์ดาวน์กันที่นี่ “เหล้าเบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ คอยเติมสต็อกตลอดอย่าให้ขาดเด็ดขาด และน้ำแข็งหรือของอะไรที่รู้ว่าคนจะต้องสั่งมากก็อย่าให้ขาดเช่นกัน” คนที่กำลังออกคำสั่งอยู่นี้เป็นเจ้าของบาร์ที่นี่และเขามีชื่อว่าทศพลหรือคนเรียกกันว่าเสี่ยทศ คนที่หล่อและรวยแห่งตำบลในเมือง “ครับเสี่ย” ลูกน้องที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการบาร์ตอบรับคำสั่ง “เมื่อกี้มีคนโทร.มาบอกว่าเมื่อช่วงหัวค่ำเห็นน้องน้ำถูกตำรวจจับค่ะ” เสียงหญิงสาวเอ่ยบอกกับทศพล เธอคนนี้มีชื่อว่าปลายฝัน เป็นผู้ช่วยคนสนิทของทศพล และทำงานเคียงคู่กับเขามานานกว่าเจ็ดปี “ก็คงจะข้อหาเดิมๆ” ทศพลนอกจากจะไม่รู้สึกตกใจแล้วเขายังดูนิ่งเหมือนว่านี่เป็นเรื่องปกติ “ไปหาซื้อหมวกกันน็อกให้ยัยเด็กนั่นสักใบ” “เสี่ยพูดจริงหรือพูดเล่น” “พูดเล่น” เขาตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปที่หลังบาร์แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ “ไม่เห็นต้องใส่ใจเลย แค่ยัยเด็กสก๊อยจอมดื้อด้านคนหนึ่ง” ทศพลกับน้ำมนต์มีสถานะเป็นผัวเมียกัน ทั้งสองแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และเขาเป็นคนที่ไม่อยากจดเอง เขากับเธอไม่ใช่คู่รักที่รักกันมาก่อนแต่อย่างใด แต่ที่ต้องแต่งงานกันเพราะว่าโดนพ่อกับแม่ของเขาบังคับนั่นเอง อันที่จริงเขาจะปฏิเสธและไม่ยอมทำตามคำสั่งของพ่อแม่ก็ได้ แต่ด้วยความที่มีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างทำให้เขานั้นยอมตกลงแต่งงานกับยัยเด็กสก๊อยที่ชื่อน้ำมนต์นั่น “จะไม่ไปดูหน่อยเหรอคะ” ปลายฝันที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยถามขึ้น “ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น เธอก็เห็นหนิว่าฉันยุ่งขนาดไหน” เขาบอกกับผู้ช่วยสาวแล้วเหลือบสายตาไปมองเธอ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “เหนื่อยมากสินะ” “นิดหน่อยค่ะ” “ลาหยุดกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างก็ได้นะ ฉันอนุญาต ไปพักบ้างเถอะ” “ไว้หลังปีใหม่ค่อยลาแล้วกันค่ะ” “อืม เธอควรพักบ้าง” เขาบอกพลางหันมองไปยังทางด้านหน้า แล้วพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง “เสี่ยก็ควรจะพักบ้างนะคะ ทำงานมาหนักตลอดทั้งปีไม่พักเลย เดี๋ยวร่างกายจะแย่เอาได้” “ไว้ค่อยพักทีเดียวตอนอายุสี่สิบ” ตอนนี้ทศพลมีอายุสามสิบเจ็ดปีและอีกสามปีเขาก็จะมีอายุสี่สิบ ซึ่งตอนนั้นแหละเป็นช่วงที่เขาคิดจะพักจากการทำงานสักระยะ เพราะที่ผ่านมาเขาทำงานมาตลอดตั้งแต่เรียนจบตอนอายุยี่สิบสาม “อีกสามปีคุณก็จะอายุสี่สิบ” “นั่นแหละ ว่าแต่วันนี้มาดื่มกันหน่อยดีกว่า” “ได้สิคะ” และทั้งสองก็พากันไปนั่งดื่มอยู่ในบาร์ เวลาล่วงผ่านมาจนตีสามกว่าๆ ชายหนุ่มขับรถกลับมาที่บ้านหลังจากบาร์ได้เวลาปิด เมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาก็เห็นว่าไฟทุกดวงภายในบ้านถูกปิดหมด เปิดอยู่แค่ดวงเดียวคือไฟตรงหน้าประตูบ้าน “ยัยเด็กนั่นไม่อยู่บ้านหรือยังไง” เขาเอ่ยออกมาพลางลงไปเปิดประตูรั้ว แล้วกลับขึ้นมาที่รถเพื่อจะขับเข้าไปจอดภายในตัวบ้าน และในจังหวะเดียวกันก็มีเสียงเร่งเครื่องของรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นก่อนจะมาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน “ขี่รถกลับบ้านดีๆ นะมึง” “โอเครู้เรื่อง พรุ่งนี้เจอกัน” “โอเค” สิ้นบทสนทนา เสียงเร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะขี่ออกไป คนตัวเล็กเดินเข้าบ้านในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนดินโคลน เธอไม่ได้เมาจนเดินล้มจิ้มดิน แต่เพื่อนพาขับรถลงทุ่งนามาเมื่อก่อนหน้านี้ “กลับบ้านเอาป่านนี้เนี่ยนะ” ทศพลถามเมื่อเห็นว่าน้ำมนต์กำลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป แถมเนื้อตัวยังดูมอมแมม “พอดีว่าไปเคานต์ดาวน์กับจี๊ดมาน่ะค่ะ” เธอตอบแล้วหยุดยืนพลางหันตัวไปทางเขา “เพลินไปหน่อยจนลืมดูเวลา” “ฉันอนุญาตให้เธอออกไปไหนต่อไหนกับเพื่อนของเธอได้ก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะกลับบ้านดึกขนาดนี้ได้” เอ่ยเสร็จเขาก็มองสำรวจมองดูเธอแล้วเห็นว่าเนื้อตัวมอมแมมมากๆ ไม่รู้ไปทำอะไรมา “ดูสภาพเธอสิ มอมแมมเหมือนหมาจรชะมัด!” ว่าจบเขาก็ไขประตูบ้านก่อนจะเปิดออก แล้วเดินเข้าไปเปิดไฟทุกดวงที่มีภายในบ้าน น้ำมนต์เองที่โดนว่าเหมือนหมาจรจัดก็รู้สึกไม่พอใจ เธอเอ่ยตอบโต้กลับเสียงดัง “ก็หมาจรจัดตัวนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ลุงเสี่ยเอาเป็นเมีย!” “เงียบปากแล้วเลิกเรียกฉันว่าลุงเสี่ยสักที อีกอย่างเมื่อไหร่จะเข้าใจว่าที่ฉันเอาเธอเป็นเมียนั้นเพราะอะไร คิดเหรอว่าถ้าพ่อกับแม่ฉันไม่บังคับ ฉันจะเอาเด็กสก๊อยอย่างเธอมาเป็นเมีย ให้ตายก็ไม่เอา” “จ้า แต่ก็เห็นเอาอยู่ประจำนี่นา” เธอเถียงเขา พูดมาได้ยังไงว่าให้ตายก็ไม่เอา แล้วที่สองวันสามวันเอาเธอทีนี่เรียกว่าอะไรไม่ทราบตอนที่ 32 “ทำบ้าอะไรของเธอ!” ทศพลเข้ามายืนขวางและรับมีดแทนน้ำมนต์ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ เขาเอามือกุมไว้แล้วลากตัวปลายฝันเดินออกมาที่นอกร้านพร้อมกัน โดยมีขวัญเกล้าเด็กน้อยวัยสามขวบเดินตามหลังมา “รักมันมากรึไงฮะ รักมันถึงขนาดที่เข้ามารับมีดแทนมัน!” “รอบนั้นโดนจับยังไม่เข็ดอีกรึไง ถึงได้กล้ามาทำเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้อีก!” ทศพลเอ่ยแล้วผลักตัวปลายฝันอย่างแรง ก่อนเขาจะกลั้นใจแล้วดึงมีดออกมาจากช่วงท้อง ดีที่มันเข้าแค่ปลายมีดไม่ลึกมากเท่าไรนัก “คุณยุงเยือดไหย” เด็กร้องบอกแล้วมีท่าทีที่ดูตกใจ “ไปรอฉันตรงนั้นก่อนนะ เดินไปเลยขวัญเกล้า” “โอเกก้ะ” เด็กน้อยเดินไปรออย่างว่าง่าย เสี่ยหนุ่มกำมีดในมือแน่นแล้วเดินเข้าไปหาผู้หญิงจิตใจอำมหิตคนนั้น เขามองเธอด้วยสายตาที่ดุร้าย แล้วง้างมีดขึ้น “อย่าทำฉันนะ ฉันกลัวแล้ว…” ปลายฝันร้องขออย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น “ทีแบบนี้มากลัว แต่ตอนแทงคนอื่นไม่กลัว ฮึ!” “ฉันจะแทงอีสก๊อยนั่น ฉันไม่ได้จะแทงเสี่ยสักหน่อย เสี่ยเองต่างหากที่เข้ามารับมีดแทนเอง” “รู้ไหมว่าไม่ควรคิดทำร้ายคนอื่นแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมากๆ รอบนี้ติดคุกยาวๆ ไปเถอะ” “อย่าเลยนะ ฉันขอร้องล
ตอนที่ 31 ช่วงค่ำ ร้านกาแฟ... ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงาน สองสาวก็เปลี่ยนชุดแล้วออกมานั่งอยู่ตรงโต๊ะเพื่อรอรับค่าแรงจากสาวเจ้าของร้าน “น้องๆ ทำเป็นพาร์ทไทม์ พี่มอมอจะให้ค่าแรงเป็นรายวันแล้วกันนะคะ เผื่อบางทีจะได้มีค่าขนมไปกินเวลาไปเรียน” ม่านมุกบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะยื่นเงินค่าแรงให้กับน้ำมนต์และจี๊ด น้ำมนต์ยกมือไหว้ตามมารยาท ก่อนจะรับเงินมาแล้วถึงกับตกใจ “ทำไมได้เยอะจังล่ะคะพี่มอมอ” ที่เรียกแบบนั้น เพราะว่าม่านมุกบอกให้เรียกแทนตัวเธอว่าพี่มอมอ “นั่นสิคะพี่มอมอคนสวย ทำไมให้ค่าแรงพวกหนูเยอะจัง” จี๊ดเองก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน นี่ทำงานวันแรกมันต้องได้ค่าแรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอ “แน่นอน ก็พี่บอกว่าจะให้พิเศษด้วยไง อีกอย่างนะเพราะลงรูปพวกเราใส่ชุดบันนี่เกิร์ล แล้วคนแห่มากดไลค์และขอพิกัดร้านเยอะมาก พี่ว่าพรุ่งนี้คนจะต้องแน่นร้านกว่าวันนี้แน่นอน” “ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่มอมอ” น้ำมนต์ขอบคุณม่านมุกอีกครั้ง “แล้วนี่พวกน้องกลับบ้านกันยังไงเหรอ ให้พี่แบดไปส่งไหม?” ม่านมุกบอก “ให้พี่ไปส่งได้นะ” แบดยินดีที่จะไปส่งน้องๆ “อ๋อ หนูแว้นมอไซค์กันมาน่ะค่ะ” จี๊ดบอก “งั้นเหรอ งั้นก็ขี่รถกลับบ้านกันดีๆ
ตอนที่ 30 หลังจากที่ถ่ายรูปทำอะไรเสร็จสรรพแล้ว สองสาวบันนี่เกิร์ลก็เริ่มทำงานของตัวเอง หน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ ในระหว่างที่รอลูกค้าเข้าร้าน สองสาวเพื่อนรักก็ทำการพูดคุยกันถึงเรื่องบางอย่าง โดยจี๊ดเป็นคนเปิดบทสนทนา “เสี่ยทศมี้เมียใหม่เร็วเกินไปปะวะ เลิกกับมึงแค่เดือนเดียวเองปะ แถมไปมีลูกตอนไหนก่อน” จี๊ดเอ่ยพร้อมกับแอบมองไปยังโต๊ะที่ทศพลนั่งอยู่ “หน้าตาระรื่นเชียว ฮีลใจไวฉิบ” “จะไปอยากยุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม จะมีใหม่อะไรยังไง มันก็ไม่เกี่ยวกับเราปะวะ” น้ำมนต์ตอบแล้วมองออกไปนอกร้านเพื่อดูว่ามีลูกค้าจะมาบ้างหรือเปล่า “นั่นผัวมึงนะ” “ผัวเก่า” “หย่ากันยัง?” “ไม่ได้หย่า เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่แรกต่างหาก” เธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเขา มีแค่เพียงงานแต่งจัดขึ้นแบบเงียบๆ เท่านั้น “มึงไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอน้ำ ระบายมันออกมาได้นะเพื่อน” “ไม่มีอะไรให้ระบายหรอก นี่เวลางานนะมึง เราอย่ามาคุยเรื่องอื่นเลย” “มึงนี่นะ เฮ้อ...” จี๊ดมองเพื่อนแล้วลอบถอนหายใจ ดูก็รู้แล้วว่าเพื่อนคนนี้มันเก็บความรู้สึกอยู่ เป็นเพื่อนกันแค่มองตาก็รู้แล้ว “น้องน้ำจ๊ะ ไปเก็บเงินโต๊ะเก้าให้ทีสิจ๊ะ” ม่า
ตอนที่ 29 ข่าวเช้านี้ พบศพคู่สามีภรรยาเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านในสภาพที่ถูกยิงเข้าที่ขมับข้างขวาทั้งคู่ และมีกระบอกปืนตกอยู่ที่พื้นหนึ่งกระบอก ต่อมาทราบชื่อคือนายทศวรรษ... และนางพรปวีณ์...จากการตรวจสอบเบื้องต้นตำรวจคาดว่าอาจจะเครียดจนปลิดชีพตนเองเพื่อหนีความผิด เนื่องจากผู้ตายทั้งสอง เพิ่งจะโดนหมายจับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ย้อนไปเมื่อปีสองพันห้าร้อยหกสิบแปด ตอนนั้นทั้งนายทศวรรษและนางพรปวีณ์ได้ร่วมมือกันฆ่าลูกจ้างในที่ทำงานหรือนายอองซานชาวเมียนม่า แล้วได้ให้ลูกจ้างสองสามีภรรยามารับผิดแทน นั่นคือนายนายนัฐ และนางมะลิวรรณ... และล่าสุดได้รับรายงานว่านายทศพลผู้เป็นลูกชายของนายทศวรรษและนางพรปวีณ์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำผิดใดๆ จึงระบุได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ “โห อึ้งแล้วอึ้งอีก” จี๊ดเอ่ยขึ้นเมื่ออ่านข่าวจบ เธอไม่รู้พูดอะไรเลย เป็นข่าวที่ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกัน ส่วนน้ำมนต์นิ่งเงียบแล้วจัดห้องต่อ เมื่อคืนมาถึงเธอก็ร้องไห้จนหลับไป ไม่ได้เก็บทำอะไรเลย และก็ยังไม่ได้ขอบคุณจอมทัพด้วยที่เป็นธุระหาหอพักให้เธอ “พูดอะไรหน่อยสิมึง” จี๊ดกระเถิบตัวเข้าไปหาน้ำมนต์ แล้วเอามือเพื่อนมาจับด้วยความอ่อ
ตอนที่ 19 คาเฟทานตะวัน… หลังจากที่คู่ผัวเมียต่อปากต่อคำกันอยู่พักใหญ่ๆ สุดท้ายก็จบที่มาคาเฟด้วยกัน คนเป็นเมียไม่ได้อยากจะมาอยู่แล้ว แต่ดันโดนคนเป็นผัวลากมาด้วยเสียนี่ แถมยังพ่วงเพื่อนของเธอมาด้วยอีกคน “นี่ลุงเสี่ยจะพาหนูมาที่คาเฟทำไม?” น้ำมนต์ถามทศพลด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจว่าเขาพาเธอมาที่นี่
ตอนที่ 10 บ้านหลังใหญ่... “เป็นยังไงบ้าง เธอมีความสุขดีใช่ไหม?” คนมากอายุถามเด็กสาวที่นั่งหน้านิ่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม “ก็ดีค่ะ” น้ำมนต์ตอบเพียงสั้นๆ “แล้วแกล่ะไอ้ทศ เป็นยังไงบ้างรึ?” คราวนี้เขาเปลี่ยนไปถามลูกชายตัวเองบ้าง “ก็ดี” เขาตอบผู้เป็นพ่อแบบห้วนๆ ก่อนจะเอ่ยถามหาผู้เป็นแม่ “แล้วนี่แม
ตอนที่ 7 “มันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ที่จะต้องรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูก” “ถ้าลูกได้ยินคำพูดเมื่อกี้คงจะเสียใจน่าดูเลย” “เธอเลือกพ่อให้ลูกของเธอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรจากฉัน ต่อให้ตรวจดีเอ็นเอฉันก็ไม่ใช่พ่อของเด็กด้วยซ้ำ” “เฮอะ พูดแทงใจดำกันชะมัดเลย” หญิงสาวยิ้มเพียงเล็
ตอนที่ 11 เวลาล่วงผ่านมาจนเย็น ผู้คนที่มาเที่ยวกางเต็นท์ก็ต่างพากันทำอาหารเย็นกินเอง บ้างก็สั่งหมูกระทะมาย่างกินกัน และแน่นอนว่ากลุ่มของเสี่ยหนุ่มนั้น ทั้งทำกินเองและสั่งหมูกระทะมาย่างด้วย อีกทั้งยังมีดื่มเหล้าสังสรรค์ “ว่าแต่เมียหายไปไหนเหรอครับเสี่ย?” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามในขณะที่นั่งดื่มเหล้า






reviews