ログイン"ถ้าไม่ชอบหนูขนาดนั้น...ทำไมถึงยังยอมแต่งงานด้วย" "ฉันไม่ชอบพูดอะไรพร่ำเพรื่อ" "โอเค หนูก็จะไม่ถามอะไรลุงเสี่ยอีก" ______________ "เธอนิสัยดีมากมั้ง แจ้นไปกับผู้ชายคนอื่นทั้งที่มีผัวอยู่ทนโท่" "แล้วคนนิสัยดีที่ไหนจะด่าเมียตัวเองฉอดๆ แล้วปกป้องผู้หญิงคนอื่นล่ะ" "ฉันไม่ได้ปกป้องคนอื่นสักหน่อย" "นั่นเรียกปกป้อง เฮอะ!" ______________ "ดื้อๆ แบบนี้ ถ้าก้าวขาเข้าบ้านเมื่อไหร่ เธอจะไม่มีสิทธิ์ได้เอ่ยปากร้องขออะไรอีกเลย นอกจากร้อง...." ______________ ไม่มีนอกกาย ไม่มีนอกใจ นิยายเรื่องนี้จบดีค่ะ
もっと見るทศพล
อายุ : 37 ปี น้ำมนต์ อายุ : 20 ปี ______________ “ถ้าไม่ชอบหนูขนาดนั้น...ทำไมถึงยังยอมแต่งงานด้วย” “ฉันไม่ชอบพูดอะไรพร่ำเพรื่อ” “โอเค หนูก็จะไม่ถามอะไรลุงเสี่ยอีก” ______________ “มาทำหน้าที่ของเธอ” “ถอดเสื้อผ้าของเธอออกแล้วล้มตัวนอนลงไป” ▪️▪️▪️▪️▪️ - เนื้อหาเป็นไปตามที่ไรต์ดำเนินเรื่องไว้ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะนิยายเรื่องนี้เขียนเนื้อหาจบแล้ว100% - การบรรยายจะเป็นแบบเรียบง่าย เรียลๆ อ่านง่าย ไม่เน้นใช้คำสวยหรูนะคะ - ตัวละครนางเอกมีการพูดคำหยาบ พูดกับเพื่อนกู-มึงนะคะ ถ้าไม่ชอบผ่านก่อนได้นา - มีฉากสูญเสีย ระวังบั่นทอนจิตใจนะคะ - ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ ▪️▪️▪️▪️▪️ Warning! *เนื้อหามีคำหยาบคาย เช่น กู มึงไอ้ อี และคำต่างๆ มีความรุนแรงในบางฉาก *นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของนักเขียน อาจมีความสมจริงและไม่สมจริง สมเหตุสมผลบ้างและไม่มีบ้าง โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ *ไม่ใช่นิยายคุณธรรมสอนใจคนนะคะ เพราะฉะนั้นปล่อยจอย อ่านแบบสบายๆ ดีกว่าค่ะ ถ้ารู้สึกซีเรียสกดออกแล้วผ่านก่อนได้ค่า *เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ18ปีขึ้นไป *ปล.ด่าตัวละครได้ แต่อย่าด่าคนเขียนก็พอค่ะ* 🔻 ▪️นิยายเรื่องนี้จบดี▪️ ฝากติดตามด้วยนะคะ อย่าลืมติดตามนักเขียนด้วยจ้า ตอนที่ 1 สถานีตำรวจ “ช่วงเทศกาลแบบนี้ยังจับอีกเหรอจ่า” “นั่นสิ น่าจะละเว้นหน่อยนะ คนกันเองทั้งนั้น” “ไม่มีการละเว้นสำหรับคนที่ทำผิดกฎจราจร นี่พวกเธอรู้ไหมว่าขี่รถโดยไม่หมวกกันน็อกมันอันตราย” “นี่ไง เพื่อนหนูก็ใส่อยู่” “เอ้าอีจี๊ด มึงกำลังบุลลี่ทรงผมกู ให้เกียรติผมหน้าม้ากูด้วยค่ะ” “เลิกติดเล่นกันได้แล้วน่า ครั้งนี้พวกเธอสองคนจะไม่ใช่แค่เสียค่าปรับอย่างเดียวแล้วกลับบ้านนะ แต่จะต้องเรียกผู้ปกครองมาที่นี่ด้วย” “อะไรอะจ่า เป็นแบบนี้ได้ไง เรียกผู้ปกครองมาทำไมกัน จ่ายค่าปรับแล้วก็น่าจะปล่อยพวกเราไปเหมือนคราวก่อนๆ สิ” “ครั้งนี้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องเรียกผู้ปกครองมา” เด็กสาววัยรุ่นสองคนกำลังเอ่ยต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอย่างไม่ลดละ “แต่ว่าหนูไม่มีผู้ปกครองหรอกนะจ่า” เด็กสาวหนึ่งในสองคนเอ่ยขึ้นต่อ เธอคนนี้มีชื่อว่าน้ำมนต์ “ไม่มีแล้วจะเกิดมาได้ยังไงเล่า” คุณตำรวจถามต่อแล้วมองดูเด็กสาว “ทุกคนมีพ่อมีแม่หมด” “แต่เพื่อนหนูมันไม่มีจริงๆ มันมีแต่ผัวค่ะจ่า” “อีจี๊ด!” น้ำมนต์ตีเข้าไปที่แขนของเพื่อนสาวอย่างแรงหนึ่งที “พูดจาอะไรของมึงเนี่ย” “ก็เรื่องจริง” “จี๊ด...” ตำรวจหนุ่มมองหน้าเด็กสาวสองคนก่อนจะดูที่บัตรประชาชนของพวกเธอ แล้วพบว่าทั้งสองมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ แต่มันดูเร็วไปหน่อยไหมที่เด็กวัยนี้จะแต่งงาน ถ้าเป็นแฟนยังจะพอเข้าใจได้ “อายุแค่ยี่สิบเอง ทำไมรีบมีล่ะ? ยังเรียนไม่จบเลยหนิ” “เพิ่งรู้ว่าตำรวจก็อยากรู้เรื่องของคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย” เป็นจี๊ดที่เอ่ยขึ้น “อีจี๊ด เดี๋ยวก็โดนข้อหาเพิ่มหรอกมึง” น้ำมนต์บอกกับเพื่อนแล้วหันมามองที่คุณตำรวจอีกครั้ง “ไม่เรียกผู้ปกครองมาไม่ได้เหรอคะจ่า พวกหนูสัญญาว่าคราวหน้าจะขี่รถโดยใส่หมวกกันน็อก” ว่าพลางทำท่าชูสองนิ้วใส่คุณตำรวจ “ชูสองนิ้วนี่มึงจะถ่ายรูปหรือไงอีน้ำ” จี๊ดกัดฟันกระซิบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวชูแค่สองนิ้ว ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ท่าทำคำสาบาน ก่อนเธอจะชูสามนิ้วแล้วเอ่ยสมทบ “สัญญาจากใจจริงๆ ไม่ติงนังเลยจ่า” “นะจ่า” “ไม่ได้หรอกนะ พวกเธอทำผิกกฎจราจรมารอบที่เท่าไหร่แล้วรู้ไหม?” “หยวนๆ ไปเถอะจ่า คิดซะว่าทำบุญให้กับเด็กเปรตอย่างพวกหนูแล้วกัน” “อีจี๊ด!” น้ำมนต์มองหน้าเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันจะพูดอะไรให้กระทบตัวพวกกันเองทำไม นังเพื่อนบ้าเอ๊ย! หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ สถานีตำรวจ สุดท้ายแล้วคุณตำรวจก็ต้องยอมให้กับเจ้าเด็กวัยรุ่นสองคนนี้ ไม่ใช่เขาทนลูกตื๊อไม่ได้ แต่แค่รำคาญหู เพราะนอกจากจะพูดเร้าหรือกันไม่เลิกแล้ว ยังมานั่งเมาท์มอยเสียงดังไปอีก “สัญญาว่าคราวหน้าถ้าเจอพวกเธอสองคนทำผิดกฎจราจรอีก ฉันไม่อ่อนข้อให้แน่นอน” “ขอบคุณค่ะจ่า” น้ำมนต์เอ่ยขอบคุณแล้วหยิบใบเสร็จที่เสียค่าปรับติดมือมาด้วย เธอเดินออกมายืนอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจพร้อมกับจี๊ด “หมดสนุกเลยอะ” จี๊ดเอ่ย “นั่นสิ ใครแม่งจะไปรู้ว่าจะมีตำรวจมาตั้งด่านตอนกลางคืนในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลแบบนี้” น้ำมนต์เองก็เอ่ยออกมาพร้อมมีท่าทีดูเหมือนเซ็ง “แล้วนี่เอาไง จะไปเคานต์ดาวน์ต่อไหม?” “ไปสิ แต่ไปบ้านมึงแทนได้ไหม” “ก็ได้นะ วันนี้แม่กับพ่อกูไม่อยู่” “เค งั้นไปกัน” ตัดมาที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เมา เหมือน หมา บาร์ วันนี้คนค่อนข้างแน่นร้าน เพราะว่าส่วนมากมากินเหล้าพร้อมเคานต์ดาวน์กันที่นี่ “เหล้าเบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ คอยเติมสต็อกตลอดอย่าให้ขาดเด็ดขาด และน้ำแข็งหรือของอะไรที่รู้ว่าคนจะต้องสั่งมากก็อย่าให้ขาดเช่นกัน” คนที่กำลังออกคำสั่งอยู่นี้เป็นเจ้าของบาร์ที่นี่และเขามีชื่อว่าทศพลหรือคนเรียกกันว่าเสี่ยทศ คนที่หล่อและรวยแห่งตำบลในเมือง “ครับเสี่ย” ลูกน้องที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการบาร์ตอบรับคำสั่ง “เมื่อกี้มีคนโทร.มาบอกว่าเมื่อช่วงหัวค่ำเห็นน้องน้ำถูกตำรวจจับค่ะ” เสียงหญิงสาวเอ่ยบอกกับทศพล เธอคนนี้มีชื่อว่าปลายฝัน เป็นผู้ช่วยคนสนิทของทศพล และทำงานเคียงคู่กับเขามานานกว่าเจ็ดปี “ก็คงจะข้อหาเดิมๆ” ทศพลนอกจากจะไม่รู้สึกตกใจแล้วเขายังดูนิ่งเหมือนว่านี่เป็นเรื่องปกติ “ไปหาซื้อหมวกกันน็อกให้ยัยเด็กนั่นสักใบ” “เสี่ยพูดจริงหรือพูดเล่น” “พูดเล่น” เขาตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปที่หลังบาร์แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ “ไม่เห็นต้องใส่ใจเลย แค่ยัยเด็กสก๊อยจอมดื้อด้านคนหนึ่ง” ทศพลกับน้ำมนต์มีสถานะเป็นผัวเมียกัน ทั้งสองแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และเขาเป็นคนที่ไม่อยากจดเอง เขากับเธอไม่ใช่คู่รักที่รักกันมาก่อนแต่อย่างใด แต่ที่ต้องแต่งงานกันเพราะว่าโดนพ่อกับแม่ของเขาบังคับนั่นเอง อันที่จริงเขาจะปฏิเสธและไม่ยอมทำตามคำสั่งของพ่อแม่ก็ได้ แต่ด้วยความที่มีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างทำให้เขานั้นยอมตกลงแต่งงานกับยัยเด็กสก๊อยที่ชื่อน้ำมนต์นั่น “จะไม่ไปดูหน่อยเหรอคะ” ปลายฝันที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยถามขึ้น “ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น เธอก็เห็นหนิว่าฉันยุ่งขนาดไหน” เขาบอกกับผู้ช่วยสาวแล้วเหลือบสายตาไปมองเธอ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “เหนื่อยมากสินะ” “นิดหน่อยค่ะ” “ลาหยุดกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างก็ได้นะ ฉันอนุญาต ไปพักบ้างเถอะ” “ไว้หลังปีใหม่ค่อยลาแล้วกันค่ะ” “อืม เธอควรพักบ้าง” เขาบอกพลางหันมองไปยังทางด้านหน้า แล้วพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง “เสี่ยก็ควรจะพักบ้างนะคะ ทำงานมาหนักตลอดทั้งปีไม่พักเลย เดี๋ยวร่างกายจะแย่เอาได้” “ไว้ค่อยพักทีเดียวตอนอายุสี่สิบ” ตอนนี้ทศพลมีอายุสามสิบเจ็ดปีและอีกสามปีเขาก็จะมีอายุสี่สิบ ซึ่งตอนนั้นแหละเป็นช่วงที่เขาคิดจะพักจากการทำงานสักระยะ เพราะที่ผ่านมาเขาทำงานมาตลอดตั้งแต่เรียนจบตอนอายุยี่สิบสาม “อีกสามปีคุณก็จะอายุสี่สิบ” “นั่นแหละ ว่าแต่วันนี้มาดื่มกันหน่อยดีกว่า” “ได้สิคะ” และทั้งสองก็พากันไปนั่งดื่มอยู่ในบาร์ เวลาล่วงผ่านมาจนตีสามกว่าๆ ชายหนุ่มขับรถกลับมาที่บ้านหลังจากบาร์ได้เวลาปิด เมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาก็เห็นว่าไฟทุกดวงภายในบ้านถูกปิดหมด เปิดอยู่แค่ดวงเดียวคือไฟตรงหน้าประตูบ้าน “ยัยเด็กนั่นไม่อยู่บ้านหรือยังไง” เขาเอ่ยออกมาพลางลงไปเปิดประตูรั้ว แล้วกลับขึ้นมาที่รถเพื่อจะขับเข้าไปจอดภายในตัวบ้าน และในจังหวะเดียวกันก็มีเสียงเร่งเครื่องของรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นก่อนจะมาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน “ขี่รถกลับบ้านดีๆ นะมึง” “โอเครู้เรื่อง พรุ่งนี้เจอกัน” “โอเค” สิ้นบทสนทนา เสียงเร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะขี่ออกไป คนตัวเล็กเดินเข้าบ้านในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนดินโคลน เธอไม่ได้เมาจนเดินล้มจิ้มดิน แต่เพื่อนพาขับรถลงทุ่งนามาเมื่อก่อนหน้านี้ “กลับบ้านเอาป่านนี้เนี่ยนะ” ทศพลถามเมื่อเห็นว่าน้ำมนต์กำลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป แถมเนื้อตัวยังดูมอมแมม “พอดีว่าไปเคานต์ดาวน์กับจี๊ดมาน่ะค่ะ” เธอตอบแล้วหยุดยืนพลางหันตัวไปทางเขา “เพลินไปหน่อยจนลืมดูเวลา” “ฉันอนุญาตให้เธอออกไปไหนต่อไหนกับเพื่อนของเธอได้ก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะกลับบ้านดึกขนาดนี้ได้” เอ่ยเสร็จเขาก็มองสำรวจมองดูเธอแล้วเห็นว่าเนื้อตัวมอมแมมมากๆ ไม่รู้ไปทำอะไรมา “ดูสภาพเธอสิ มอมแมมเหมือนหมาจรชะมัด!” ว่าจบเขาก็ไขประตูบ้านก่อนจะเปิดออก แล้วเดินเข้าไปเปิดไฟทุกดวงที่มีภายในบ้าน น้ำมนต์เองที่โดนว่าเหมือนหมาจรจัดก็รู้สึกไม่พอใจ เธอเอ่ยตอบโต้กลับเสียงดัง “ก็หมาจรจัดตัวนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ลุงเสี่ยเอาเป็นเมีย!” “เงียบปากแล้วเลิกเรียกฉันว่าลุงเสี่ยสักที อีกอย่างเมื่อไหร่จะเข้าใจว่าที่ฉันเอาเธอเป็นเมียนั้นเพราะอะไร คิดเหรอว่าถ้าพ่อกับแม่ฉันไม่บังคับ ฉันจะเอาเด็กสก๊อยอย่างเธอมาเป็นเมีย ให้ตายก็ไม่เอา” “จ้า แต่ก็เห็นเอาอยู่ประจำนี่นา” เธอเถียงเขา พูดมาได้ยังไงว่าให้ตายก็ไม่เอา แล้วที่สองวันสามวันเอาเธอทีนี่เรียกว่าอะไรไม่ทราบตอนที่ 7 “มันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ที่จะต้องรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูก” “ถ้าลูกได้ยินคำพูดเมื่อกี้คงจะเสียใจน่าดูเลย” “เธอเลือกพ่อให้ลูกของเธอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรจากฉัน ต่อให้ตรวจดีเอ็นเอฉันก็ไม่ใช่พ่อของเด็กด้วยซ้ำ” “เฮอะ พูดแทงใจดำกันชะมัดเลย” หญิงสาวยิ้มเพียงเล็กน้อย เธอหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วเอ่ยขึ้นต่อ “ไอ้ขยะนั่นมันทิ้งฉันกับลูกไปแล้ว พอมันรู้ว่าฉันป่วย มันก็หนีไปอยู่กับนังตัวเมียตัวใหม่” “ก็เหมือนที่เธอเคยทำไม่ใช่รึไง เธอเองก็เคยทำแบบนั้นกับฉันหนิ” ทศพลก็หยิบแก้วไวน์มาดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน ตอนนี้ในใจเขามันทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ และทั้งแค้นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ผู้หญิงที่ชื่อขวัญตาคนที่เขาเคยรัก “แทงใจดำกันอีกแล้วนะ” “เธอไม่ควรติดต่อฉันมาอีก จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ต้องติดต่อมา” ร่างสูงลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วกำลังจะเดินไป ทว่าเธอคนนั้นก็เอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นตามมา ก่อนจะกอดเขาจากทางด้านหลัง “คุณพูดไปอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่อยากให้ฉันติดต่อไปหา ทำไมคุณถึงยังใช้เบอร์เดิมไม่เปลี่ยนล่ะ” “ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องเปลี่ยน เธออย่าคิดไปเองเลยนะขวัญตา”
ตอนที่ 6 “เธอพูดจริง?” ทศพลถามปลายฝันก่อนจะผละหน้าออกให้อยู่ในระยะห่างที่สมควร “เจ็ดปีที่ฉันทำงานกับเสี่ยมาเนี่ย ถ้าให้พูดตรงๆ มันก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างสิ ฉันก็คน ก็มีหัวใจนะเสี่ย” “ฉันไม่โสดเธอก็รู้” “แล้วถ้าโสดล่ะ” “ฉันจะไม่อยู่สองสามวันนะ ฝากเธอดูงานทางนี้แทนด้วย” ทศพลไม่ตอบที่ปลายฝันถาม แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยแทน “บอกได้ไหมคะว่าจะไปไหน?” “ไปกรุงเทพฯ” “ไปไกลจังเลยนะคะ” “อื้ม ฝากดูทางนี้ด้วยแล้วกัน” “ได้ค่ะ อย่าลืมของฝากจากเมืองกรุงด้วยนะคะ” “เดี๋ยวจะดูมาให้แล้วกัน” วันต่อมา เศษกระดาษวางเรียงอยู่เกือบจะเต็มโต๊ะ ภายในกระดาษแต่ละแผ่นนั้นมีแต่ตัวเลขสิบหลักพร้อมระบุชื่อ กุ๊บกิ๊บ 09x-xxx-xxxx ชมพิงค์ 09x-xxx-xxxx ไข่มุก 06x-xxx-xxxx องุ่น 06x-xxx-xxxx มิลค์ 09x-xxx-xxxx ยังมีอีกหลายเบอร์ และทั้งหมดนี้เธอเอาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงของทศพล เธอไม่ได้เป็นคนที่ชอบรื้อค้นอะไรทำนองนี้ แต่พอดีเสื้อผ้าเธอเป็นคนซัก และก่อนจะซักก็ต้องเช็กดูก่อนว่ามีของสำคัญอะไรหลงอยู่หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอต้องเจอเป็นประจำเลยคือกระดาษที่เต็มไปด้วยเบอร์โทร.ของสาวๆ “หล่อเหลือเกินนะไอ้ลุ
ตอนที่ 5 หลังจากทำหน้าที่บนเตียงเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ออกมานั่งชันเข่าอยู่ที่โซฟาตัวยาวตรงโถงนั่งเล่น เธอรู้สึกเจ็บไปหมดโดยเฉพาะตรงช่องคลอด เมื่อกี้ที่เธอไปฉี่มามันรู้สึกแสบแบบแสบมากๆ “ไอ้ลุงเสี่ยโรคจิต!” เธอด่าเขาแบบไม่ได้ส่งเสียงดังมากนัก เพราะเหมือนตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าบ้าน ติ๊ง ~ เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเธอ เธอรู้ว่ามันแจ้งเตือนอะไร แต่ไม่มีอารมณ์จะดูตอนนี้ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาภายในบ้านหลังจากที่สูบบุหรี่หมดแล้ว เขาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ สวมแค่กางเกงผ้าขายาวบางๆ “ฉันโอนค่าขนมของอาทิตย์นี้ไปให้แล้ว” เขาบอกกับเธอ “อือ ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยตอบโดยที่ไม่มองหน้าเขาเลย ตอนนี้เธอล่ะอยากจะใช้มือทุบๆ เข้าไปที่ตัวของเขาจะแย่ อยากให้เขาได้เจ็บบ้าง แต่ก็ได้แค่คิดนั่นแหละ “โกรธฉันงั้นเหรอ?” เขาถามเมื่อเห็นว่าหน้าตาเธอบูดบึ้งออกมาอย่างเห็นได้ชัด “หนูต้องดีใจเหรอที่โดนทำแบบนั้น?” เธอย้อนถาม “เธอควรจะดีใจด้วยซ้ำที่โดนคนอย่างฉันเอาน่ะนะ มีแต่ผู้หญิงอยากถวายตัวให้ฉันเยอะแยะไปหมด แต่น่าเสียดายที่ฉันเอาไม่ได้” “ถ้าไม่มีหนูก็คงเอาไปแล้ว
ตอนที่ 4 (18+) ช่วงเย็น ณ ร้านส้มตำ น้ำมนต์และจี๊ดพากันมานั่งกินส้มตำอยู่ที่ร้านริมข้างทางร้านหนึ่งซึ่งร้านนี้แม่ค้าตำแซ่บตำอร่อยมาก สองสาวเลยติดใจและพากันมากินเป็นประจำ “เดี๋ยววันนี้กูจ่ายเองนะ” จี๊ดบอก “หารครึ่งสิ กินด้วยกันจะมาจ่ายคนเดียวได้ไงล่ะ กูไม่ยอมให้มึงจ่ายหรอกนะ” น้ำมนต์ไม่เห็นด้วยที่เพื่อนเสนอจะจ่ายค่าส้มตำเพียงคนเดียวในมื้อนี้ เธอเป็นคนไม่ชอบเอาเปรียบเพื่อน และไม่ชอบเอาเปรียบคนอื่นๆ ด้วย “แต่เมื่อวานมึงจ่ายค่าปรับไปคนเดียวเลยนะ ลืมไปแล้วเหรอ” “อันนั้นไม่นับสิ กูเป็นคนชวนมึงออกมาเองนี่นา กูเป็นคนจ่ายน่ะถูกแล้ว” “บางทีก็อยากให้มึงเก็บเงินไว้บ้างนะ มึงจะได้ไม่ต้องแบมือขอเสี่ยทศ กูไม่ชอบที่มึงโดนดูถูกบ่อยๆ” น้ำมนต์วางช้อนที่ตอนแรกจะตักส้มตำกินนั้นวางลง แล้วนั่งเอาหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติก ลมหายใจหนักถูกพ่นออกมาเป็นระยะ “มึงก็รู้ว่าชีวิตตอนนี้กูเลือกอะไรไม่ได้ ต้องอยู่ไปตามหน้าที่ อยากทำงานหาเงินใช้เองก็ทำไม่ได้ ต้องมานั่งแบมือขอเงินไอ้ลุงเสี่ยใช้ไปวันๆ ค่าเทอมก็ไอ้ลุงเสี่ยอีกนั่นแหละที่จ่ายให้” ทุกวันนี้ที่เธอต้องอยู่กับเขาก็เพราะคำว่า ‘ทำหน้าที่เมียของเธอไป แล้วเ