แชร์

พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ
พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ
ผู้แต่ง: 22 A Venus

ตอนที่ 1 พบภรรยา

ผู้เขียน: 22 A Venus
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-08 17:45:33

      เมื่อโลกเริ่มต้นขึ้นสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ได้อุบัติขึ้นตามและการพัฒนาการมาเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุดจากใหญ่โตกลายเป็นเล็กจากเล็กน้อยสู่บึกบึนสิ่งที่ถูกให้คำจัดกัดความว่ามนุษย์ในส่วนที่สร้างสรรค์ความเจริญเริ่มต้นเกิดวิทยาการต่างๆ ที่ให้ความเอาใจใส่ดูแลในเรื่องของความเฉลียวฉลาด คุณสมบัติยังคงขึ้นในสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆบนสังคมที่คนทั่วไปปกติยังมีความขุ่นที่มนุษย์สามารถหาคำตอบได้ปะปนกับความจริงเป็นศูนย์กลาง... นักล่ายักษ์มหัศจรรย์มหัศจรรย์พันลึกในนิทานปรัมปราพื้นบ้านจนถูกสร้างเป็นสื่อภาพยนตร์หรือละครจากปกตินั้นจะเป็นความจริงหรือขึ้นอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องพบมาก่อนแล้วคำตอบที่ไร้ซึ่งการเชื่อถือยังคงสามารถตอบโจทย์ความต้องการคำงมงายๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ไม่มีการปรับปรุง...

       ค่ำคืนวันที่ 25 ธันวาคม ... คืนสวยท้องฟ้าโปร่งสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่รายล้อมไปด้วยดวงดาวได้อย่างชัดเจน 

      " เน... อธิษฐานและเป่าเทียนสิลูก " เสียงชายวัย 40 ต้น ผู้เป็นพ่อที่ยังอยู่ในชุดทำงานกล่าวขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน หญิงสาววัย 20 เต็มในคืนนี้ กุมมือขึ้นระหว่างอกด้วยรอยยิ้ม หลับตาพริ้มเพื่อที่จะอธิษฐาน...  

      ดิ๊งด่อง! ทว่าเสียงกริ่งหน้าบ้านสกัดคำอธิษฐานขึ้น ผู้เป็นพ่อเอี้ยวตัวออกจากเก้าอี้ไปยังประตูและเปิดดูมองรั้วหน้าบ้าน การยืนนิ่งของเขานั้นทำให้ลูกสาวและภรรยาเดินตามมารู้คำตอบ... ชายหนุ่มปริศนาผู้สวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว ปรากฏกายพร้อมช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ ดูท่าทางไม่ใช่คนเอเชียด้วยตาที่มองเห็นเป็นสีเขียวอมเทาและสูงใหญ่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นลักษณะของผู้มาจากทางฝั่งยุโรป สิ่งที่เด่นชัดนั้นคือ บรรยากาศรอบตัวของชายที่คล้ายกับมีแสงเรืองรอง ทำให้เขายิ่งดูทรงภูมิฐานเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกสะท้านไปทั่วร่างกายราวกับถูกสะกด จะมีก็แต่เนรา หญิงสาวที่ไม่ตกในภวังค์นั้น

      " เข้ามาในบ้านก่อนสิ " เสียงผู้เป็นพ่อแผ่วดังขึ้น ทำให้เนราซึ่งเป็นลูกสาวมองอย่างแปลกใจ ขณะทางผู้มาเยือนเบนสายตามองหน้าหญิงสาวที่ทิ้งความสูงห่าง 20 กว่าเซนติเมตร ยามเธอได้ปรากฏขึ้นตาคู่คมเรียวที่มักแสดงความนิ่งเฉย สุขุม ปนกับความทะนงอ่อนยวบลงทันที โยนดอกไม้ฝากผู้เป็นแม่หญิงสาวไว้ ตรงเข้ากอดคนตัวเล็กโดยไม่ทักทายใดๆ... ทว่าคนถูกกอดรีบผลักอกกว้างออกทันทีแม้จะดูยากเข็ญจนต้องเหยียบเท้าของเขาแรงๆเธอก็จะทำ

         " นี่คุณทะ ทำอะไร " น้ำเสียงสั่นเครือถามขึ้น พร้อมหันหลังมองผู้เป็นพ่อ แม่ที่เดินเข้าบ้านหายไปดื้อๆ

      " กอด เธอไม่รู้จักการกอดหรอ " เสียงเข้มฟังดูเยือกเย็นกล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ไร้สีสัน ที่คนฟังไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ แต่เขามาคงมาดี เธอคิดว่างั้น

     " รู้สิ แต่นี่มันเข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้วนะคะ "

      " ผมแค่กอดภรรยาตัวเอง มีความผิดทางกฏหมายด้วยหรอ " น้ำเสียงเรียบนิ่งยังคงตั้งคำถามต่อ เมื่อเห็นคนตัวเล็กตรงหน้าตื่นตระหน มีท่าทีถอยห่างดูจะรังเกียจเขาด้วยซ้ำ ทำไมหละเขาผิดหรือที่อยากสัมผัสผู้หญิงของตน...

      '' ฮะ? "

      ภายในบ้านใหญ่สองชั้นที่เพิ่งจัดงานวันเกิดให้ลูกสาว แต่ดูท่าแล้วคงต้องเปลี่ยนเป็นงานต้อนรับลูกเขยผู้มาเยือน ผู้เป็นพ่อและแม่นั่งบนโซฟาตัวกลางด้วยกัน ทางด้านลูกสาวนั่งทำหน้างงงันพร้อมตั้งคำถามกับความปกติที่เกิดขึ้น ทัั้งที่มันควรผิดปกติ เพราะพ่อแม่ของเธอไม่มีท่าทีใดๆ ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ส่วนทางผู้มาเยือนกลับล้มเข่าลง นั่งข้างโซฟาที่เนรานั่งอยู่ เนื่องจากเป็นโซฟาเดี่ยว และเขาไม่มีสิทธิ์ใดหากไม่ได้รับคำบัญชาจากหญิงสาวที่เจอเพียงแวบแรก แต่กลับมีอำนาจล้นเหลือจะกุมทั้งชีวิตและหัวใจเขา... มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดมาก่อนหน้า

      " คะ คุณ ปะไปนั่งโซฟานั่นสิ " เธอทำหน้าเหวอ เมื่ออยู่ๆ ร่างสูงก็พับขาลงอยู่บนพื้นข้างโซฟาที่เธอนั่ง

      " ผมไปได้หรอ? " คำถามนั้นตอบกลับคำพูดเธอ ทำให้คนถูกถามทำหน้าแปลกใจราวกับว่าประโยคที่ชายหนุ่มพูดมานั้นเขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรไปนั่งที่โซฟา

      " หา! ก็ไปนั่งตรงนั้นสิยะ เอ้ย! สิคะ... เธอพูดพลางชี้นิ้วไปยังโซฟาเดี่ยวตรงข้าม... จะมานั่งคุกเข่าทำไม "

      " ผมต้องรอคำสั่งภรรยาก่อน " สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มมีสีบอกอารมณ์มากกว่าเดิม พร้อมกับอาการหลบสายตา ของหญิงสาวที่จ้องคาดโทษอย่างไม่พอใจ... เขากลัว

      " หา! ... เธออุทานขึ้นอีกครั้ง... ภะ ภรรยา ใครเป็นภรรยาของคุณไม่ทราบ? "

     " เนรา ลูกควรพูดดีดีกับเขา " น้ำเสียงตักเตือนของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น

     " คะ? คุณพ่อ... แล้วนี่ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงนั่งนิ่งหละคะ เหมือนกับว่า..."

     " พ่อรู้อยู่แล้วหนะ แต่ไม่คิดว่าจะมาคืนนี้ เที่ยวบินน่าจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า " สีหน้าของผู้เป็นพ่อวางเฉยจริงแท้ เธอคิดเช่นนั้น ดูปกติจนผิดสังเกตซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งมารู้เดือนสองเดือนหรือปีสองปีเป็นแน่

     " นี่มันเรื่องอะไรคะ? " 

     " ลูกจำคุณลุงคาร์สันได้ไหม "

     " ก็เพื่อนคุณพ่อที่ทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยด้วยกันไม่ใช่หรอคะ? "

     " เขาเป็นนักทำนาย ตอนลูกเกิดคาร์สันเคยพูดไว้ว่าเมื่อเนราอายุ 20 ปีบริบูรณ์ จะมีชายจากเผ่าพันธุ์โบราณผู้แข็งแกร่งมารับตัวไปเป็นเจ้าสาว มันเป็นชะตาที่หลีกไม่ได้ "

     " คำทำนาย คุณพ่อเชื่อเรื่องงมงายแบบนั้นด้วยหรอคะ? " เธอโยกตัวจับบริเวณที่วางแขนโซฟาเพื่อเน้นย้ำอีกที คุณพ่อที่เธอรู้จักเขาคือนักเคมีผู้เชี่ยวชาญ เรื่องลี้ลับหรือโชคลางอะไรก็ตาม พ่อเธอมักปฏิเสธเสมอมาด้วยเป็นสิ่งหาเหตุผลและพิสูจน์ไม่ได้

      " พ่อมีชีวิตอยู่บนโลกมา 22 ปี จนคาร์สันได้เข้ามาทำงานวิจัยร่วมกับพ่อ ภายนอกเขาดูเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่ว่าวันนั้นเขาทำให้พ่อรู้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตบนโลกอีกมากมายที่เราไม่เคยพบ โดยเฉพาะมนุษย์ที่กลายร่างเป็นสัตว์ได้..."

     " คุณลุง? กะ กลายอะไรนะคะ..."

     " ถ้าหมายถึงด็อกเตอร์คาร์สัน คงเป็นจอมฮูกนักทำนายดวงดาว..." คนที่นักคุกเข่ากับพื้นพูดขึ้น

     " เธอเองก็คงรู้จักสินะ ถึงได้ตามหาตัวเนราถูก "

     " ผมเพียงแค่เคยได้ยินชื่อหนะครับ แต่ยังไม่เคยพบตัวจริง และการที่ผมหาตัวภรรยาเจอนั้นเพราะจิตเป็นตัวนำทาง หมาป่าอย่างพวกเรา... เนราผู้นั่งอยู่บนโซฟาข้างตัวเขาถึงกับหันขวับมองเมื่อได้ยินชื่อของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง เมื่อมันหมายถึงคนที่จะมาพาเธอไปจากครอบครัว... จะสามารถรับรู้ถึงพลังแห่งพันธนาการได้ตั้งแต่เกิด แต่การตามหาผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ หากเธอผู้นั้นยังไม่ถึงอายุ 20 ปี นับว่ายากยกเว้นกรณีพบกันโดยบังเอิญ จิตจะเป็นผู้ให้คำตอบ..."

      " เธอหมายถึงจะพบกันได้ในช่วงเวลา 20 ปีของอายุ แต่ถ้าหากก่อนหน้านั้นพลังแห่งเนื้อคู่ก็จะไม่เฉลยงั้นหรอ? "

     " พวกเราจะรู้ว่าเนื้อคู่เกิดหรือยังไม่เกิดครับ และมักจะพบพวกเธอในฝันที่ค่อนข้างเลือนลาง ยกเว้นเพียงกลิ่นของพวกเธอ... "

      " กลิ่น! ... หญิงสาวอุทานขึ้นทันที พร้อมแขนที่ยกกุมพาดไหล่ไว้... กลิ่นตัวหรอ? นี่คุณดมกลิ่นเพื่อตามหาฉันหรอคะ"

      " เปล่าหรอกมันแค่เป็นสัญญาณหนึ่งที่จะชี้ชัดว่าเป็นภรรยา แต่พอเธอ เอ่อ ...ผมขอเรียกเธอด้วยชื่อได้หรือเปล่า... น้ำเสียงชายหนุ่มอ่อนลงทุกครั้งเมื่อต้องขอบางอย่างกับเธอ ที่เขาเชื่อว่าเป็นภรรยา หญิงสาวพยักหน้าตอบรับส่งๆ เพื่อจะฟังคำอธิบาย... พอเนครบ 20 ปี แสงดวงจิตที่ผูกกันไว้จะนำทางให้ผมรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แสงนั่นจะผูกไว้บริเวณนิ้วนางซ้ายของเธอและนิ้วนางขวาของผมเสมอมาตั้งแต่เกิด พอครบ 20 ปี รอยนั่นจะทำปฏิกริยากับพลังของดวงดาว... " หญิงสาวมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนปรากฏว่ารอยจางๆ สีเงิน เป็นรูปทรงเขี้ยวแหลมมีอยู่จริงๆ ทั้งที่ปกติไม่เคยปรากฏและเธอเองไม่เคยสัก

    " ระ รอยนี่หรอ ..." เธอถามขึ้นพลางมองดูนิ้วนางข้างขวาของเขาด้วย ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับทันที

    " คุณคะ เราต้องยกยัยเนให้ผู้ชายคนนี้จริงๆ หรอคะ... ผู้เป็นแม่ไม่สามารถกักเก็บอารมณ์ตั้งแต่คุยกันจนต้องนั่งเงียบได้อีกต่อไป จำเป็นต้องโพล่งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจนทุกคนผงะขึ้นมอง... ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพบกันแท้ๆ เขาจะรักและดูแลยัยเนได้ยังไงคะ สัญชาตญาณงั้นหรอ... หญิงสาววัย40 ต้นๆ จ้องอย่างคาดโทษไปยังชายรุ่นลูกทันที... พวกที่ใช้สัญชาตญาณตัดสินความรู้สึก ไม่มีทางจะหนักแน่นและมั่นคง ซื่อตรงกับยัยเนได้ หากวันหนึ่งเขาต้องทำร้ายยัยเนตามสัญชาตญาณหมาป่าหละคะ หากว่าพลาดขึ้นมาจะเป็นยังไง"

     " สัญชาตญาณที่ว่ามันต่างกันนะครับ ... ชายหนุ่มขอทางอธิบายสิ่งที่กำลังเข้าใจผิด... สำหรับเนื้อคู่หรือภรรยา เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต พวกเราจะรักและซื่อสัตย์ต่อภรรยาเพียงหนึ่ง สัญชาตญาณที่ผูกติดจิตวิญญาณนั้นมีความเชื่อดังเหตุผลที่ว่า พวกเราเป็นคู่กันทุกภพชาติจึงได้ติดตามกันมาถึงชาตินี้... "

     " ความเชื่อไร้สาระจากเผ่าพันธุ์ของเธอไม่ได้การันตีความรู้สึก... น้ำเสียงดุดันดังแทรกขึ้น พร้อมกำมือไว้ข้างตัวแน่นเมื่อภายในใจไม่สามารถจะทนได้กับการต้องเสียลูกสาวไป... หมาป่าเข้าใจคำว่าผูกพันหรือเปล่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ย่อมต้องสะสมประสบการณ์ เรียนรู้เพื่อค้นหาตัวตนของกันและกัน ..."  

ปั้ง! เสียงดังจากหน้าประตูทำให้ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างอึดอัดเงียบลง ชายหนุ่มผู้มาเยือนลุกขึ้นด้วยสีหน้าแตกต่างจากเดิม แววตาที่อ่อนโยนยามอยู่ข้างกายผู้ที่จะมาเป็นภรรยากลายเป็นแข็งกร้าว ดุดัน จนคนมองถึงกับสั่นไปด้วย

     " ผมตั้งใจจะพาเนไปทันทีหลังจากที่เจอ แต่คงไม่ทันแล้ว..."

     " คุณหมายถึงอะไร..." หญิงสาวลุกพรวดจากโซฟาถามขึ้นทันที เมื่อรู้สึกถึงไอแห่งความชั่วร้ายบางอย่าง

     " ด็อกเตอร์กับคุณนายพวกคุณและเนราไปหาที่หลบก่อนนะครับผมจะออกไปจัดการพวกมัน " เพล้ง! เสียงกระจกแตกพร้อมร่างชายผู้หนึ่งลอยเข้ามาในสภาพโชกเลือด ตามมาด้วยชายหนุ่มอีกคนที่พุ่งตัวเข้ามาคว้ากรงเล็บยาวปาดเข้าบริเวณคอจนเลือดกระเซ็น

     " นึกว่านายจะพาเธอออกไปเลย... ชายเจ้าของดวงตาสีเทาเดินเข้ามาพร้อมสะบัดมืออันชุ่มไปด้วยเลือดอย่างสบายใจ... ฉันไม่อยากจะออกแรงในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเรา "

     " ที่เหลือหละโครว์..."

     " จัดการกับพวกข้างนอก... สเวนนายควรพาคนรักของนายและพ่อแม่ของเธอหนี... " ไม่ทันจะสิ้นประโยคกลับมีกลุ่มคน 3 คนเข้ามาขัดขวาง

     " โอ้ อยู่กันพร้อมหน้าเชียว... เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของชายวัยกลางคน ที่มาพร้อมกับกลิ่นไอแห่งความสะพรึง... โอ๊ะ เด็กผู้หญิงคนนี้หรือจะเป็นภรรยาของท่านหละ สเวน... แต่น่าเสียดายคงได้พบกันแค่นี้... จบประโยคปืนที่อยู่ในมือของคนทั้ง 3 ยกขึ้นสาดกระสุนใส่ทันที สเวนสวมกอดหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาหมอบลงกับพื้นไปอีกทาง ขณะที่เพื่อนชายของเขาผลักพ่อแม่ของภรรยาเพื่อน หลบไปอีกมุมและอาศัยจังหวะพ้นภัยเขวี้ยงมีดสั้นไปที่ศัตรูหนึ่งคน ด้านสเวนปล่อยตัวเนราใช้ความเร็วของตนอ้อมไปที่ด้านหลังของศัตรูที่เหลืออีก 2 คน โดยสามารถขยุ้มคอเสื้อเขวี้ยงอีกคนไปปะทะกับกำแพงได้จนหมดสติและหันกลับมาเล่นงานผู้เสมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม ทว่าการหันหน้ากลับมาเผชิญทำให้ปลายกระบอกปืนอีกฝ่ายจ่อหัวเขาทันที... ลูกชายจ่าฝูงแห่งขุนเขาต้องมาจบชีวิตลงเพราะภรรยาคนเดียวชั่งน่าสมเพช จุดอ่อนของพวกท่านนี่น่าขยะแขยง สร้างความอับอายต่อเผ่าพันธุ์หมาป่าจริงๆ " ด้านเพื่อนชายคนสนิทที่จะเข้ามาช่วยต้องหยุดลงเมื่อมีอีกสองคนเข้ามาขัดขวางและยังจับตัวเนราเอาไว้

      เนราผู้ถูกล็อคตัวให้ยืนมองเหตุการณ์ ถูกเพื่อนชายของผู้ที่ต้องการตัวเธอช่วยเหลือโยนตัวศัตรูลอยออกไป พร้อมกำจัดคนที่จะมาทำร้ายเธออีกคน เนราหันไปมองชายหญิงคู่หนึ่ง นอนเห็นแต่ช่วงขาอยู่หลังโซฟา ร่างกายที่ไร้การขยับคือคำตอบที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องตะโกนถาม เพราะวินาทีนี้ แรงที่แม้แต่จะดิ้นให้หลุดจากคนตัวสูงใหญ่ ที่พุ่งเข้ามากุมแขนเธอไขว้ไปด้านหลังแทบจะถูกกลืนกินไปทั้งหมด

     " ความอับอายที่ว่าน่าจะเป็นที่ตัวแกเอง สมุนรับใช้ของอาเรย์..." สเวนคำรามขึ้นอย่างเดือดดาล

     " ถ้านายท่านไม่ต้องการจับเป็นคุณหละก็ คงตัดสินใจเป่าหัวแล้ว "

     " ที่แกกราดยิงเมื่อกี้ ไม่ได้หวังจะฆ่าฉันไปด้วยหรือไง "

     " ต่อให้โดน คุณก็ยังไม่ตายทันทีหรอก สเวน... น้ำเสียงจากชายวัยกลางคนกรุ้มกริ่มแปลกๆ พร้อมรอยยิ้มก่อนจะหันกระบอกปืนไปยังหญิงสาวที่ถูกล็อคตัวไว้ ปั้ง! ... สถานการณ์รวดเร็วเกินควบคุมเมื่อกระสุนปืนหนึ่งนัดยิงเข้าไปที่ร่างหญิงสาววัย 20 ปี และจะยิงต่ออีกนัดซ้ำ

     เหตุการณ์ชวนนิ่งค้างไร้สติ แต่ไม่ใช่กับเขา สเวนรีบหักข้อมือของผู้ที่ริอาจหันกระบอกปืนใส่ภรรยาที่เขาเฝ้ารอมาตลอดทั้งชีวิตทันที ก่อนจะแยกเขี้ยวดูกรายๆ เหมือนจะเป็นร่างที่แท้จริงของเขาแต่ไม่ทั้งหมด เขี้ยวคมตรงเข้ากัดคอและฉีกหวังให้สิ้นลมจนเลือดสาดกระเซ็น ทว่าคนตายกลับยิ้มราวกับสมใจบางสิ่งบางอย่างโดยทิ้งประโยคที่ว่า...

     " แค่จัดการกับขุมพลังของคุณก็พอแล้ว " เสียงคำรามขู่ในลำคอดังสนั่นขึ้น เขาตรงพรวดไปที่ศัตรูอีกคนผู้กุมร่างเนราที่ยังคงหายใจพะงาบไว้พร้อมมีดขนาดฝ่ามือที่หวังจะสังหารเธอให้สิ้นใจ กรงเล็บเข้าตะปบหน้าจนเลือดกระเซ็นถูกร่างหญิงสาวที่นอนทรมานกับบาดแผล ก่อนจับหัวกระแทกกับฝาผนังบ้านจนอีกฝ่ายขาดใจตาย...

     แววตาคู่หวานที่เต็มไปด้วยน้ำตา มองภาพตรงหน้าอย่างเลือนลางเพราะดวงตาของเธอริบหลี่ลงทุกที เพียงเสี้ยววินาทีนั้นมีความอบอุ่นเข้ามาจากอ้อมกอดของชายผู้เข้ามาช่วยเธอ ดวงตาที่แข็งกร้าว อัดแน่นไปด้วยความโกรธ สำหรับเธอมันกลับสะท้อนอารมณ์บางอย่างทะลวงเข้ามายิ่งกว่ากระสุนที่ปักเข้าอก... ชีวิตเธอกำลังถูกโอบอุ้มด้วยแสงอันอ่อนโยนจากเขา

    

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status