Beranda / โรแมนติก / พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ / ตอนที่6 ดินแดนหมาป่า (4)

Share

ตอนที่6 ดินแดนหมาป่า (4)

Penulis: 22 A Venus
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 20:54:01

" ถ้าเนถูกกิน คุณคงจะโมโหน่าดู " เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงเบาๆ ขณะที่อีกฝ่ายเตรียมกระโจน ทว่าเมื่อสิ้นประโยคของเธอ มีร่างหมาป่าสีขาวสง่าตัวหนึ่งลอยผ่านดงป่าเข้ามาโฉบงับอีกฝ่ายกลิ้งม้วนตลบไปอีกทาง เข่าสองข้างของเธออ่อนลงยวบยุบไปกับพื้นพร้อมกลืนน้ำลายคำใหญ่ๆ เคธี่ที่ตั้งตัวได้และหวาดหวั่นกลัวจะวิ่งมาช่วยคนที่เธอเอ็นดูเหมือนน้องสาวไม่ทันรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดเรียกขวัญทันที ขณะเดียวกันหมาป่าสีดำเข้มเดินออกมาจากป่าด้วยท่าทีน่าเกรงขามและมาหยุดอยู่ตรงหน้าเคธี่ แววตาบ่งบอกความไม่พอใจเมื่อเห็นภรรยากุมต้นแขนที่อาบเลือดทำให้เขาคำรามดังลั่นผืนป่า วิ่งฝ่าพวกของตนเข้าไปกัดฝ่ายศัตรูทันทีเพราะไม่ใช่แค่ 4 ตัวดังตอนแรกยังมีพวกที่แอบในป่าอีก

" พี่โครว์เหรอคะ? " เคธี่พยักหน้าก่อนจะถอนอ้อมแขนของตนออกจากเนราไปพยุงเด็กหนุ่มที่บาดเจ็บ สาวเอเชียลุกขึ้นมองหาหมาป่าสีขาวที่เพิ่งเข้ามาช่วยเธอแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเมื่อสรุปความได้ว่านั่นคงเป็นสเวนไม่ผิดแน่นอน ในระยะ 70 เมตรนั้นเธอก็ได้เห็นแววตาสีเขียวอมเทาที่ดูเข้มกว่าปกติกำลังขย้ำเหยื่อใต้ร่างอย่างไม่ปรานี จึงรีบวิ่งเข้าไปอย่างเว้นระยะห่างเพื่อตะโกนเรียกเขาให้หยุด การสูญเสียไม่ใช่เรื่องที่น่าพิศมัยเท่าใดนักหากกลายเป็นสงครามที่จะตามมา

" หยุดเดี๋ยวนี้นะสเวน! " หญิงสาวเปลี่ยนโทนเสียงไม่ใช้คำอ้อนวอนแต่เป็นคำบัญชาทำให้เรียกสติสเวนจนเขาหันกลับมามองเธอได้ ปากที่มอมไปด้วยกลิ่นคาวเลือดส่งผลให้เนราเบ้หน้าหนี ด้านโครว์ที่ได้ยินเสียงปล่อยคมเขี้ยวออกจากช่วงขาของอีกฝ่ายและใช้เสียงเรียกภาษาหมาป่าเรียกให้ทุกคนหยุดการต่อสู้เพียงเท่านี้...

...ทุกตัวเดินออกมาจากป่าด้านในที่พากันล้มลุกพัลวันตัวกันเข้าไป จนทรัพยากรธรรมชาติพังไม่เป็น... สเวน ค่อยๆ เดินออกมาหาหญิงสาวที่ทำให้เขาเกือบสติหลุดจนจะฆ่าอีกฝ่ายไม่เช่นนั้นคงได้เกิดปัญหากับพรรคพวกหัวหน้าอีกฝ่ายเป็นแน่ หมาป่ายักษ์สีขาวหมอบลงคลานเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนทำหน้าไม่พอใจที่เขาไม่ฟังคำขอของเธอ แถมยังมีเสียงหงิงๆ เหมือนกับหมาทั่วไปเวลาโดนดุ

" ยังไงก็ยังเป็นสุนัขสินะ " หญิงสาวคิดในใจยามเห็นท่าทีของสเวนเหมือนกับสุนัขที่เธอเลี้ยง อาการเวลาโดนดุแล้วส่งเสียงร้องหงิงๆ หรือตอนเธอยกไม้จะแกล้งลงโทษ ไม่ต่างกันเลย... เธอจึงยื่นมือจะไปจับที่ใบหน้าของเขาทว่าสี่เท้ากลับคลานถอยหลังซ้ำยังเบือนหลบหน้าเธอก่อนจะกลับคืนร่างมนุษย์

" เกิดอะไรขึ้น " เสียงเข้มของสเวนถามเพื่อต้องการคำอธิบายก่อนจะเดินมาบังร่างเนราเพื่อกันเธอออกห่างจากฝ่ายศัตรูที่กลายร่างกลับเป็นมนุษย์พร้อมกับพวกตน

" พวกของท่านมาแย่งอาหารของเราหนะสิ " สเวนมองหันหลังกลับไปมองชายหนุ่มวัย 15 ที่ลูกน้องของคนเข้าไปประคองแทนเคธี่ที่บาดเจ็บ

" จอร์จ นายไปแย่งอาหารพวกนั้นหรือไง " เขาส่งเสียงถามไปด้านหลังอย่างกึกก้องโดยที่แววตายังคงจ้องคาดโทษฝ่ายศัตรู

" ผมไล่กวางตัวนั้นมาก่อน พอกำลังจะกระโจนเข้าพวกนี้ก็ออกมาตัดหน้า "

" พวกนายเป็นพวกอยากได้อะไรต้องได้สินะเป็นผู้ใหญ่กับเด็กอายุเพียง 15 ปีหาเรื่องแบบนี้ ไม่คิดว่าหากคนอื่นรู้จะไม่มองว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กเหรอไง " อีกฝ่ายกัดฟันกรอดเมื่อไม่สามารถปฏิเสธคำครหาได้ และยิ่งกับสายพันธุ์โบราณอย่างไดร์วูลฟ์แม้พวกตนจะไม่ได้ศรัทธาและนับถือหรือศรัทธา แต่สัญชาตญาณแห่งความเกรงกลัวผู้มีอำนาจเหนือกว่าไม่อาจที่จะหลีกหนีได้ ไม่ว่าจะทางใดพวกตนเข้าข่ายผิดมากกว่าด้วยอีกฝ่ายเป็นเด็ก ซึ่งคนส่วนมากคิดเช่นนั้นไม่ว่าเด็กคนนี้จะแย่งจริงหรือไม่จริงก็ตาม สถานการณ์เงียบอยู่ชั่วขณะหนึ่งจนอีกฝ่ายต้องคำนับให้กับสเวนและโครว์ที่เดินมาเคียงข้างเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทเพื่อกดดันอีกฝ่าย ย้ำถึงสถานะที่สูงส่งกว่าเพื่อต้องการให้เรื่องจบเสียที...

23.00 น.

ดวงจันทร์ดูงดงามเฉิดฉายยามจ้องมองจากสถานที่ที่ไร้แสงไฟรบกวนดังในเมือง เนรานั่งขบคิดอยู่บนระเบียงห้องนอนของตนหลังกลับจากหมู่บ้านที่มีงานเลี้ยงต้อนรับเธอยามสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม และเมื่อต้องพบเจอเหตุการณ์เกือบเอาชีวิตไม่รอดจึงไม่แปลกที่เธอจะทบทวนความทรงจำวิกฤตนั่นอีกครั้ง แต่ความสุขใจนั้นกลับมีมากกว่าความกลัวในส่วนลึกหากเด็กชายคนนั้นรอดไปได้แม้ตนต้องจบชีวิต สิ่งที่พยายามคิดต่อมาคือสเวนว่าที่สามีของเธอในอนาคตจะเป็นเช่นไร ภาพของกองทัพหมาป่าจากหมู่บ้านของเขาลอยขึ้นมาในหัวยามบุกขย้ำถิ่นฐานของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี และภาพตรอมใจจนสิ้นลมดังคำที่เคธี่เคยบอกเธอไว้ แม้จะช่วยอีกชีวิตหนึ่งแต่ก็ยังต้องมีหนึ่งชีวิตมาจบเพราะการจากไปของเธอ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องน่าปลาบปลื้มใจนัก

ฟึบ! ความเร็วบางสิ่งพุ่งขึ้นมาบนขอบระเบียงทำให้เธอที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถึงกับล้มหงายหลังลงไปพร้อมเก้าอี้ ผู้ต้องหาอันเป็นเหตุส่งผลให้เธอตกใจจนควบคุมการทรงตัวไม่ได้รีบลงจากระเบียงมาประคองเธอขึ้นด้วยความตกใจ

" เน เป็นอะไรหรือเปล่า ผมขอโทษไม่คิดว่าเธอจะตกใจขนาดนี้ " หญิงสาวส่ายหัวไปมาพร้อมจับไปที่ช่วงสะโพกลืมตามองคนที่เริ่มจะคุ้นเคย

" ประตูมีนะคะสเวน " เขาปล่อยมือออกจากหญิงสาวทันทีเมื่อพาเธอนั่งลงกับเก้าอี้ตัวเดิมเสร็จ และล้มเข่าลงข้างหนึ่งก้มหน้าอย่างสำนึกผิด เนราที่กำลังจับช่วงไหล่บีบๆ เมื่อรู้สึกปวดต้องรีบหันหน้าปรามทันที ดูเหมือนว่าประโยคก่อนหน้าอาจจะส่งผลต้อความรู้สึกของอีกฝ่าย

" เนไม่ได้ว่าคุณนะคะ แค่... เอ่อ แค่คิดว่าเดินมาทางประตูอาจจะดีกว่า " เธอยิ้มแห้งๆ หลังจากจบประโยคที่ดูจะไม่ได้ต่างจากตอนแรกเท่าไร

" ผมชินกับการใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องขอโทษด้วยต่อไปนี้ผมจะใช้ชีวิตแบบคนปกติ ไม่กระโดด ไม่โหนตัว ไม่วิ่งเร็ว ไม่แปลงกายให้เธอต้องกลัว " ประโยคท้ายสุดเป็นการไขคำตอบของการเงียบมาตลอดทั้งวันของสเวนตั้งแต่เกิดเรื่อง เริ่มต้นจากที่เธอเอื้อมมือไปสัมผัสร่างหมาป่าขาวของเขาและถอยหนีมือเธอแววตาหลุบต่ำ หรือแม้แต่ตอนพาเธอกลับหมู่บ้านแทนที่จะแปลงกายพาเธอกลับมาแต่กลับให้เธออยู่บนหลังของโครว์ส่วนตนเองก็กระโดดตามต้นไม้กลับหมู่บ้าน แม้ตอนงานเลี้ยงแววตาสีเขียวอมเทานั่นก็เอาแต่หลุบลงยามเธอมอง ไร้สิ้นคำถามใดๆ ที่เขามักจะถามความพึงพอใจในทุกสถานการณ์กับเธอเองเสมอ

" คุณคิดว่าเนกลัวเหรอคะ ... เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจเท่าไรนักที่เขาคิดไปเอง... จริงอยู่ว่าตอนแรกเนตกใจ แต่ไม่ได้กลัว คุณควรใช้ชีวิตแบบที่คุณเคยใช้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน... เธอลุกขึ้นเดินไปที่บานประตูเพื่อจะกลับเข้าห้องพลางชำเลืองปรายตามองเขาที่ยังนั่งคุกเข่าราวกับรอคำสั่งเธออย่างหงุดหงิดใจ เพราะเธอไม่ชอบที่จะยืนอยู่เหนือผู้อื่นราวกับเป็นเจ้าชีวิต... คุณหนะเป็นมนุษย์ มนุษย์ที่มีพลังวิเศษจะแปลงกายเป็นหมาป่าได้ อย่ามองว่าตัวเองไม่ใช่คน เนไม่อยากให้คุณทำเหมือนเนเป็นเจ้าชีวิต คุณมีอิสระนะคะสเวน เนจะไม่มีความสุขหากต้องให้คนคนหนึ่งเดินตามทางที่เขาคิดว่าเนชอบ..." น้ำเสียงเรียบนิ่งของเธอทำให้เขานิ่งงันมากกว่า มันทั้งปลอบประโลมและประชดประชันไปในคราวเดียวกัน หญิงสาวเดินเข้ามาขึ้นเตียงนอนหันหลังให้กับเขาที่กำลังจะเดินเข้ามา เสียงประตูบานเลื่อนค่อยๆ ปิดลงทว่ากลับไม่ได้เป็นไปตามความต้องการ เธอไม่ปิดสนิทเพราะคิดว่าเขาคงตามเธอเข้ามานอนในห้อง แต่ที่ไหนได้เขากลับใช้มือปิดประตูเพื่อไม่ให้ยุงเข้าไปในห้องและกลับมานั่งในท่าล้มเข่าข้างหนึ่งเช่นเดิม...

...เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หญิงสาวพลิกตัวเปลี่ยนท่านอน ขณะเดียวกันก็ลืมตาสะลืมสะลือพบว่าบนเตียงไม่ได้มีเขาอยู่ เพราะจำได้ว่าเขาบอกจะนอนห้องเดียวกัน เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ห้องและที่โซฟาขนาดใหญ่กึ่งที่นอน สเวนเป็นคนสุภาพและให้เกียรติเธอเขาอาจจะนอนอยู่บนนั้นซึ่งไม่มี และสิ่งที่ไม่อยากคิดพลันเกิดขึ้นในสมองทันที หลังผ้าม่านสีทึบที่เป็นฉากกั้นบานประตูเลื่อนไปสู่ระเบียงเธอตัดสินใจลุกออกจากเตียงเพื่อเปิดบานประตูออกทันที

" ทำไมคุณมาอยู่ตรงนี้คะ? ... คำถามมาพร้อมเสียงตะคอก... คุณอยากไม่สบายเหรอ "

" ผมไม่กล้า "

" หา! ... เธออุทานพร้อมเท้าสะเอวซึ่งทำให้เขาที่ยังนั่งคุกเข่าผงะกับอารมณ์ที่เริ่มหงุดหงิดของเธอไปนิด... ไม่กล้าอะไรค? "

" เน ไม่พอใจผมหลายๆ เรื่อง เธอโกรธอยู่ ผมไม่กล้าเข้าไปในห้องหากไม่ได้รับคำสั่งจากเธอก่อน "

" พระเจ้า... เธออุทานเบาๆ ออกมาอีกครั้งพลางถอนหายใจ สำหรับคนนี้แล้วมันไม่ใช่การพูดเล่นหรือประชดแต่เป็นความจริงแท้ที่ยิ่งความแท้เสียอีก... ถ้าเนไม่ออกมาคุณจะนั่งแบบนี้ไปถึงเมื่อไร "

" จนกว่าเธอจะยกโทษ "

" งั้นถ้าเนไม่ยกโทษให้ คุณไม่ต้องนั่งไปเป็นสิบๆ วันหรอคะ "

" ถ้าเธอต้องการผมก็ต้องทำ... เขาตอบกลับทันทีโดยไม่เว้นช่องไฟ... แต่อาจจะมีแอบหนีไปหาอะไรกินบ้าง ไม่ก็หนีไปอาบน้ำตอนเนเผลอ ผมกลัวว่ากลิ่นตัวอาจจะเล็ดลอดเข้าไปในห้องได้ "

" ฮะ! ... เธอถอนหายใจดังๆ ให้เขารู้ว่ากำลังไม่พอใจแบบสุดขีดก่อนเสยผมยาวๆ ของเธอขึ้นสั่งให้เขากลับเข้าห้อง... เข้าไปนอนในห้องเถอะข้างนอกอากาศเย็นแถมยังมียุงอีก " ชายหนุ่มยังคงทำหน้าแบบเดิมประโยคแค่นี้คงไม่พอให้เขาเคลื่อนตัวได้ ต้องการมากกว่านี้ ปรารถนาที่จะให้เสียงของเจ้าสาวบอกว่ายกโทษให้แต่ทว่า...

" ถ้าคุณไม่ลุก เนจะหอบที่นอนมานอนตรงนี้ด้วยนะ " ร่างสูงเด้งตัวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคเอาจริงของว่าที่เจ้าสาว ผิดคาดกับที่เขาต้องการแต่ไม่สามารถทนให้เนราออกมานอนอยู่ข้างนอกได้... เมื่อเห็นว่าได้ผลเนราจึงเดินกลับเข้าห้องล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมดึงผ้าห่มคลุมตัวเตรียมจะหลับต่อเพราะเธอยังต้องการเวลาหลับอีกหลายชั่วโมง เสียงบานประตูเลื่อนปิดลงทำให้เธอหันกลับไปมองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าสเวนเข้ามาในห้องแล้ว แต่การหันกลับไปครั้งนี้เธอไม่รู้ว่าเขากระโดดขึ้นเตียงมานอนตอนไหน รู้แค่ว่าจมูกของเธอแตะกับจมูกโด่งแหลมของเขาจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดปลายจมูกของกันและกัน

" หอมจัง " น้ำเสียงอ่อนโยนของสเวนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แววตาสีเขียวอมเทาจ้องไม่วางคนกำลังเขินอายหลุบใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อลงหลีกหนีดวงตาที่เริ่มฉายความเจ้าเล่ห์

" ปะ ไป นอนที่โซฟาค่ะ " เธอค่อยๆ เอ่ยคำสั่งกับเขาอย่างตะกุกตะกัก

" ผมนอนบนเตียงกับเนไม่ได้เหรอ " คำถามตรงไปตรงมาทำให้เธอแทบรุดหน้าหาผ้าห่มที่กำแน่นดึงขึ้นมาถึงปลายจมูก เขาไม่ได้แกล้งแต่ต้องการจริงๆ เธอรู้ได้จากเสียงและแววตาที่ยังคงจับจ้องไม่หนีราวกับกดดันเค้นคำตอบ

" ไม่ได้! ... เธอลุกพรวดขึ้นมานั่ง พร้อมชี้นิ้วออกไปยังโซฟากึ่งที่นอนขนาดใหญ่... ไปนอนที่โซฟา เดี๋ยวนี้ " เนราเน้นคำสุดท้ายชัดเจนทำให้สเวนเด้งตัวเองออกจากเตียงทันที ความเร็วของเขาที่เหมือนกับลิงโดดข้ามต้นไม้ทำให้เธอเหวอไปชั่วขณะก่อนจะดึงสติกลับมาอีกครั้งหากเธอแสดงความตกใจหรือผวาคืนนี้คงได้นั่งขอโทษขอโพยกันยันเช้า อีกฝ่ายคงได้นั่งทำหน้าหงอรู้สึกผิดแม้จะเป็นเรื่องน้อยนิด หึ... เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมรอยยิ้มที่อมยิ้มของหญิงสาวทำให้สเวนถึงกับตาค้างไปชั่วขณะราวกับโลกเป็นสีสดใสขึ้นมาทันตาทั้งๆ ที่ในห้องมีเพียงแสงสลัวๆ เท่านั้น เธอส่ายหน้าพลางกรุ้มกริ่มกับปฏิกิริยาของเขาที่รับคำสั่งและทำตามทันตาเห็นโดยไม่ต้องให้รอ สั่งปุ๊บทำปั๊บเหมือนกดรีโมท

" ฝันดีค่ะ " เธอล้มตัวลงนอนก่อนบกประโยคฝันดีให้เขาได้คลายความกังวล และเพื่อเธอจะได้นอนหลับอย่างสบายใจไร้ความกังวลว่าเขาจะไม่นอนไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   สีแดงดำที่กลับคืน (5) จบบริบูรณ์

    สเวนลุกขึ้นจากที่นั่ง เหมือนว่าตนเข้าใจและรับรู้แต่ไร้ซึ่งเสียงเอ่ยตอบใดนอกจากแววตากลัดกลั้นความโศกเศร้าพร้อมจำนนต่ออีเมอร์สันไว้ เนราไม่สามารถอยู่กับเขาได้ ด้วยเหตุผลทางด้านร่างกายและลมหายใจที่จะดำเนินในอนาคต นั่นคือเหตุผลเดียว ซึ่งเขาต้องยอมแม้เนราจะอยู่ไกล แต่อย่างน้อยเธอยังอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจ และเชื่อว่าความรักที่เขามีให้เธอจะกระตุ้นความทรงจำคืน หรือหากคิดถึงเขา อาจแวะไปหาเธอได้ในบางโอกาส หากอีเมอร์สันพร้อมอีริคอนุญาต หรือถ้าเนราจะขับไล่ เขาจะมุดดินแอบไม่ก็แฝงตัวบนต้นไม้ คิดปลอบตัวเองเช่นนั้น ซึ่งมันชั่งยากเย็น..." ท่านคะ " ซิลวี่เดินเข้ามาหลังจากผู้มาเยือนเคลื่อนย้ายไปกันหมด" กำหนดการเหมือนเดิม ผมไม่ได้ใจร้ายพอจะให้เขาไปส่งเนราทั้งที่จะตายแบบนั้น การไม่เห็นเนราจากไปกับตาคงดีสำหรับเขาในตอนนี้ "" รับทราบค่ะ..."เมื่อตะวันคล้อยได้ถึงเวลาต้องกลับไปยังที่เดิม ในจุดแรกที่จากมา เนราเดินถือสัมภาระช่วยซิลวี่ใส่หลังรถแวนสีดำคันยาวก่อนถูกอีเมอร์สันรีบพาขึ้นไปนั่งข้างกาย เพราะจะเลยเวลานัดเครื่องมารับรวมถึงเวลาไปถึงทรานซิลเวเนีย ขณะรถแวนเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านพักตากอากาศ สเวนชายผู

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 92 สีแดงดำที่กลับคืน (4)

    ภายในบ้านพักตากอากาศสองชั้นติดทะเลสาปแห่งหนึ่ง เนราเกาะอีเมอร์สันแน่นด้วยกลัวสายตาคู่สีเขียวอมเทา มองตนไม่วางตั้งแต่เดินออกจากสวนหย่อม ทุกย่างก้าวเขาจับจ้องแทบไม่กระพริบ จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกระแวง ถูกคุกคาม ซึ่งไม่อาจถอดความหมายของสายตาคู่นั้นได้" เน..." เคธี่ทักขึ้นขณะเด็กสาวรุ่นน้องเดินเกาะแขนอีเมอร์สันมา คนถูกทักเอียงคอ แม้คุ้นแต่กลับไม่สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวรุ่นพี่ดวงตาสวยสีน้ำทะเลนั้นเป็นใคร ด้านเคธี่แปลกใจกับสีหน้าของเนราที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจปนกลัว" นายหญิง..." จาเว็คกับบลัดทักขึ้นพร้อมทำความเคารพ เนราสำรวจทุกคนผู้มาเยือนรวมถึงชายรุ่นพี่ยืนข้างเคธี่ เธอเป็นแวมไพร์ที่ไม่ได้มีความสามารถด้านการแยกแยะกลิ่น แต่ด้วยความสามารถพิเศษของดวงตาในการจำแนกเผ่าพันธุ์แท้จริงอันได้มาจากการเป็นเนื้อคู่สเวน ภาพหมาป่าจึงซ้อนทับกลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อให้คำตอบ" พวกเขาเป็นใครเหรอคะท่านพี่ " เธอถามขึ้นพลางจับแขนอีเมอร์สันแน่นกลัวว่าจะมีใครมาพาเธอออกไป ด้านผู้มาเยือนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเนราจำพวกเขาไม่ได้" ด็อกเตอร์โครว์และด็อกเตอร์เคธี่เป็นผู้ปกครองเนหลังจากเนถูกพามาซิ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 91 สีแดงดำที่กลับคืน (3)

    " มีอะไรซิลวี่ " หญิงสาวที่กำลังอธิบายเรื่องบางอย่างให้สเวนฟังหยุดลงพร้อมก้มหัวให้อีเมอร์สันเล็กน้อย" ท่านพี่ " เสียงเรียกย้ำอยู่แบบนั้นทำให้เขารู้คำตอบได้ทันที ร่างสูงขยับตัวเข้าไปในรถทางด้านสเวนหลีกทางให้แต่โดยดีเนื่องด้วยรู้เหตุผล ในตอนนี้ไม่มีที่ที่ตนสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลย เล็บแหลมของเขาปาดลึกพอประมาณบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าเพื่อให้เลือดไหล เพียงรอร่างอ่อนแรงกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาหาเขาเพื่อดื่มกิน สเวนก้มหน้าราวกับทนเห็นคนรักในสภาพนั้นไม่ได้เนื่องจากเลือดของตนไม่ใช่ที่ปรารถนาของเธอ" จะหันไปผมไม่ได้ห้ามหรอกนะ... อีเมอร์สันเอ่ยขึ้นขณะให้เลือดน้องสาวของตน เนราเมื่อได้กลิ่นหอมนั่นยามความแดงฉานไหลผ่านช่วงคอก็ตรงเข้าดื่มกินอย่างโหยหาทันที... เนราไม่เหมือนแวมไพร์ตนอื่น เธอไร้เขี้ยวเลยเจาะเลือดกินเองไม่ได้ มันเป็นความต้องการแค่ช่วงแรกก่อนตื่นอย่างสมบูรณ์... ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวกอดร่างโถมเข้ามาหาพลางใช้มือลูบหัวเจ้าตัว เสียงกลืนเลือดในบรรยากาศเงียบงำชั่งฟังชัด และทำให้สเวนเหมือนถูกกัดกร่อนกระดูกขาแทบไร้แรงยืน เขารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้อง แต่ยากนักที่จะทำใจ ในเมื่อพวกเลือดบริสุทธิ์หรือเลือด

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 90 สีแดงดำที่กลับคืน (2)

    ด้านอีเมอร์สัน ยามโลแกนกำลังขับรถเกือบผ่านประตูมหาวิทยาลัย ต้องถูกขัดขวางโดยคีอาร์น แวมไพร์ชนชั้นสูงผู้ใช้ความเร็วพาตนเองออกมา และกระโจนเหยียบหน้ากระโปรงรถจนยุบตัวลงไป" ท่านคีอาร์น หากไม่..." ไม่ทันที่โลแกนผู้ลงมาจากรถจะพูดจบความเหนือกว่าของคีอาร์นได้ฉายความแดงกร่ำทรงพลังผ่านดวงตา ทำให้เข่าโลแกนล้มลงไปกับพื้นอย่างเจ็บปวด" เป็นแค่แวมไพร์ระดับต่ำอย่าได้คิดมาสั่ง " ทันใด กระสุนปืนปริศนาได้ลั่นออกไปก่อนคีอาร์นใช้พลังสังหารโลแกน" พลาดงั้นเหรอ..." อีธานเพื่อนสนิทอีเมอร์สัน Hunter ระดับสูง เอ่ยขึ้นเมื่อตนเล็งบริเวณหัว แต่อีกฝ่ายใช้ความเร็วหลบทำให้ถากศีรษะด้านข้างออกไปแทน เขาคงต้องตั้งรับให้ดีกว่าเดิม ด้วยอีกฝ่ายคงหัวฉุนแล้ว" Hunter กระจอกแบบนั้นคิดว่าจะเอาแวมไพร์อย่างฉันอยู่งั้นเหรอ " ด้านหลังคีอาร์นแตกแขนงเป็นเส้นสีแดงจากโลหิตตน สาดทิ่มลงยังร่าง Hunter อีธาน แต่ด้วยความสามารถล้นเหลือ เขาจึงกระโดดหลบตามความเร็วยามพุ่งเข้ามาก่อนจะพลาดถูกเฉี่ยวบริเวณแก้ม พร้อมๆ กันนั้นตนได้หยิบดาบสังหารแวมไพร์บริเวณเอวขึ้นมาใช้แทนปืนInferno คือชื่ออาวุธสังหารแวมไพร์อันเกิดจากการหลอมหัวใจของแวมไพร์เลือดบริ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 89 สีแดงดำที่กลับคืน (1)

    เกล็ดน้ำแข็งขาวบริสุทธิ์เริ่มลงหนา ทว่าดวงจันทร์สีเลือดกลับไม่ถูกบดบังด้วยสิ่งอันใด จิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกันกลับคืนแห่งฝาแฝดพี่น้อง ขณะเดียวกันผู้ผูกจิตถวายแม้ชีวิตมอบให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่าย วิ่งแล่นออกจากห้อง เรียนทันที ความผิดปกติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงกับตัวภรรยาของเขา" นาย... แวนยกด้ามวัตถุสีเงินคู่ใจขึ้น ภายในอัดกระสุนเต็มแม็กพร้อมลั่นไกเต็มที่เมื่อเห็นบริเวณคอของเพื่อนรักตนมีรอยเขี้ยวและยังคงปรากฏคราบเลือด... ปล่อยเธอลง " ร่างสูงอุ้มผู้หลับใหลในอ้อมแขนมองร่างชาย Hunter ตรงหน้าหลังพาตัวเองกระโดดลงมาจากชั้นบนสุด ฝ่ายมีนาที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นสภาพเนราก็ยกปืนขึ้นไม่ต่างกัน" ผมเหรอ... เขาพูดขึ้นด้วยการหยันยิ้ม ก่อนแววตาสีแดงสดจะฉายทับดวงตาสีดำที่เป็นอยู่ก่อน สิ่งนั้นทะลวงผ่านความคิดของแวนและมีนาไปจนสุดของความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว ประตูได้แตกออกทะลักเหตุการณ์วันที่ทั้งสองคนพาเนราและแม่ของเธอเข้าไปยังห้องทำพิธี... โอหังสิ้นดี ผมเคยบอกแล้วว่าอย่าหันเจ้าวัตถุโสโครกนั่นขณะปรากฏกายต่อหน้าเนรา " จบประโยคปืนด้ามเงินของทั้งคู่ลอยเคว้งกระทบพ

  • พันธนาการแห่งจิตวิญญาณ   ตอนที่ 88 สีดำแดงที่เริ่มคลืบคลาน (จบ 15)

    ห้องพักหนึ่งภายในโรงแรมเครือคาสเซล" แคทเทอลีน " เสียงชายคนเป็นพ่อเรียกลูกสาวขึ้นหลังเธอเดินออกมาจากห้องนอน ซึ่งนั่นทำให้เธอเผลอสะดุ้งไม่น้อยแม้จะมีพละกำลังในฐานะแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ เพราะน้ำเสียงกล่าวขานเรียกชื่อตนนั้นทรงพลังเหนือกว่า แล้วก็ไม่ใช่ใครคีอาร์นพ่อของหล่อนนั่นเอง" ท่านพ่อ! ทำไมถึงมาโรงแรมคะ นี่เป็นโรงแรมของท่านเมอร์สันหากท่านได้กลิ่น... "" พ่อบอกแล้วว่าเมอร์สันยังไม่ทำอะไรพ่อหรอก แค่รู้สึกอยากมาอยู่ใกล้ๆ กลิ่นเลือดหอมหวานของเด็กคนนั้น แม้บรรดาเลือดบริสุทธิ์จะมีกลิ่นพิเศษของแต่ละคน แต่กับลูกสาวของอีริคชั่งแตกต่างไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนกลับมาเกิดใหม่ "" ความพิเศษเหนือความพิเศษงั้นเหรอคะ จะว่าไปท่านผู้นั้น... " ผู้เป็นพ่อปรายตาไปยังโซฟานั่งเล่น ปรากฏร่างหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนอนหลับอยู่ ทำให้แคทเทอลีนเข้าใจในคำตอบโดยไม่หวังถามถึงอีก" เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่กี่วันพระจันทร์แดงจะฉายเด่นบนฟ้า คงเป็นราตรีแห่งแวมไพร์ที่สนุกน่าดู ครั้งนี้กลุ่มผู้อาวุโสยังส่งกำลังคนมาร่วมกับเราด้วย... "" ท่านพ่อเข้าไปพบคนพวกนั้นมาแล้วเหรอคะ "" เฉพาะพวกที่อยู่ฝั่งเรา กลุ่มปรารถนาต่อต้าน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status