ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Par:  ChawinEn cours
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
472Chapitres
2.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หลินจิงซู หญิงสาวผู้ล้มเหลวทุกอย่างในชีวิตเพราะครอบครัวเฮงซวย เธอย้อนเวลาไปยังปี1990 อาศัยความรู้ในโลกอนาคตเพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจ ก่อร่างสร้างตัวจนมั่งคั่งร่ำรวย เพื่อบดขยี้ทุกคนที่เคยรังแก!

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1)

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1)

 เสียงระฆังชั้นเรียนตีดังกังวาน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหลาย หลินจิงซูที่กำลังนอนฟุบกับโต๊ะตลอดคาบเรียน เผชิญกับเสียงโห่ร้องของทุกคนรอบตัวเข้า ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงตื่นขึ้นด้วยความตกใจทันที

เปลือกตาหนักอึ้งของเธอค่อยๆคลี่เปิดออก ตกอยู่ในภวังค์ความงุนงงครู่หนึ่งจึงค่อยกระจ่าง นี่มันคือห้องเรียนสมัยมัธยมปลายของเธอไม่ใช่เหรอ?

นี่ฉัน…ยังไม่ตายงั้นเหรอ?

หรือนี่จะเป็นฝันสุดท้ายก่อนตาย?

นับเป็นความฝันที่เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้ดีมากจริงๆ นอกจากสิ่งของต่างๆที่วางระเกะระกะรอบห้องเรียนแล้ว บรรยากาศยังชวนให้นึกถึงสมัยก่อนสุดๆ นอกจากนี้แล้ว บนกระดานดำยังเขียนวันที่และตารางเรียนแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ตัวอักษรสีขาวจางๆที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็คือ ‘วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ปี 1990’ 

เอ๊ะ?

เธออดเสียวสันหลังวูบขึ้นมาไม่ได้ ทันทีที่เห็นตัวเลขชุดนี้!

มันเป็นวันที่แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ!

ทั้งๆที่แม่ของเธอถูกดักซุ่มทำร้ายร่างกายอยู่ในตรอกแท้ๆ และเห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอคือเหยื่อ แต่ทุกคนกลับรุมประณามกล่าวหาแม่ของเธอ ว่าแอบลักลอบเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ!

ชื่อเสียงและความดีทุกอย่างที่แม่ของเธอทำมา ได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี!

เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ สิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายที่แม่ของเธอทำได้ ก็คือการแขวนคอตัวเองไว้กับคานบ้าน ปฏิเสธข่าวลือเสียหายอย่างเด็ดขาดจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ไหล่ซ้ายของหลินจิงซูถูกกระแทกจากเพื่อนร่วมโต๊ะ กระแสความเจ็บปวดแผ่วอ่อนแล่นผ่านให้สัมผัสรับรู้ได้

“โอ้! โทษทีๆ จิงซูเป็นอะไรรึเปล่า?”

เจ็บ…เธอรู้สึกเจ็บจริงๆ?!

แทบจะในทันใด หลินจิงซูตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันทั้งปวง อึดใจต่อมา เธอรู้สึกกระวนกระวายจนแทบคลั่ง รีบคว้ากระจกบานจิ๋วที่อยู่ใต้โต๊ะของเพื่อนร่วมชั้นออกมาส่องดู เนื่องด้วยความยากจนข้นแค้น ทำให้รูปลักษณ์หน้าตาของเธอดูทรุดโทรมอย่างมากในอดีต แต่ทว่าตอนนี้ ภาพที่มองเห็นผ่านกระจกมีเพียงความอ่อนเยาว์และผิวที่สวยเด้ง ริมฝีผากบางเป็นสีแดงระเรื่องดงาม ผิวพรรณมีสีขาวอมเหลืองเล็กน้อยและเรียบเนียนดั่งเปลือกไข่ ร่างกายไม่สั่นกระตุกเหมือนกับเมื่อครั้งก่อนหน้าที่มีแต่โรคร้ายรุมเร้า สีผิวทั้งซีดขาวและเหี่ยวย่น ดวงตาแดงก่ำขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา

เพื่อย้ำให้มั่นใจ หลินจิงซูจึงตบหน้าตัวเองแรงๆอีกที!

โอ้ย! เหมือนจริงเกินไปแล้ว! 

หรือฉัน…ฉันกลับมาแล้ว! ย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ!? ย้อนกลับมาในวันที่แม่ประสบอุบัติเหตุ!

เธอไม่มีเวลามานั่งตอบคำถามเพื่อนร่วมชั้นคนนี้อีกแล้ว หลินจิงซูวิ่งหน้าตาตื่นพุ่งตัวออกจากประตูห้องเรียนไปด้วยความเร็วสุดแรงเกิด!

เลือกเส้นทางที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี กระโดดข้ามกำแพงเตี้ยพุ่งทะยานออกไปในอึดใจเดียว

ได้โปรดเถอะนะ! ขอให้ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป! บางทีเธออาจจะช่วยแม่ไว้ได้ทัน!

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้จะเป็นความจริงหรือฝันไป เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว!

ขอให้ได้พยายามอย่างเต็มที่ก็เพียงพอ!!

เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน พวกภารโรงจะไม่มีทางยินยอมให้นักเรียนออกก่อนกำหนดง่ายๆอย่างแน่นอน

แต่เพื่อภารกิจครั้งนี้ หลินจิงซูจึงจำต้องหนีเรียนกระโดดข้ามกำแพงไปโดยพละการเท่านั้น!

หากปล่อยให้ล่าช้าเกินไปกว่านี้ เธออาจจะไปไม่ทันการเอา!

หลินจิงซูวิ่งสับเท้าฝุ่นตลบมุ่งสู่ตรอกเปลี่ยวแห่งนั้น ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่ของเธอถูกข่มขื่น!

ระหว่างทางไปนั้น เธอได้ใช้เงินจำนวน 1.5 หยวนเพื่อขอซื้อกรรไกรจากคนแถวนั้นและกำไว้ในมือแน่น

ลึกเข้าไปด้านในของตรอกแห่งนั้น แม่ของเธอติงเสวี่ยเหม่ย กำลังถูกชายร่างสูงกำยำขึ้นคร่อมอยู่ มือคู่นั้นที่ทั้งหนาทั้งใหญ่กำลังฉีกกระชากเสื้อผ้าของแม่เธอจนขาดวิ่น

ทันทีที่หลินจิงซูห็นภาพฉากนี้กับตา เธอก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า!

ผู้ชายชั่วช้าบัดซบคนนี้ล่ะ คือคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าติงเสวี่ยเหม่ย!              

เห็นเต็มสองตาว่าแม่ของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์และถูกข่มขื่น แต่ทั้งย่าและป้ารองต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า แม่ของเธอนั่นล่ะที่แอบมาเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ! อีกทั้งยังบีบบังคับให้แม่ของเธอหย่ากับพ่อด้วย

ทางด้านแม่ของเธอนั้นยืนกรานว่าตนเองคือเหยื่อ ย่อมไม่เต็มใจจะเซ็นใบหย่าเป็นธรรมดา แต่เป็นเพราะไม่มีใครเชื่อเธอเลยแม้แต่คนเดียว ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตัดสินใจผูกคอตายประชด ทั้งหมดก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ทุกคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น จนทำให้เรื่องราวเลยเถิดมาจนถึงจุดนี้ ล้วนนับว่าเป็นคนร้ายทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของหลินจิงซู ที่ไม่เคยออกหน้าหรือพูดอะไรเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับแม่ของเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบ!

หลินจิงซูดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงก่ำ บีบกระชับกรรไกรในกำมือแน่น ก่อนจะพุ่งเสียบใส่ต้นคอของชายผู้นั้นสุดแรงเกิดอย่างไร้ปราณี เธอเล็งเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคออีกฝ่ายเอาไว้ หวังจะฆ่ามันให้ตายคาที่ในทันที

เสี้ยวจังหวะเดียวกันกับที่ปลายกรรไกรแหลมกำลังจะลุถึงบริเวณลำคอ ชายคนนั้นคล้ายสัมผัสถึงภัยอันตรายได้ก่อน จึงรีบเบี่ยงศีรษะหันมองมา ทำให้เป้าโจมตีของหลินจิงซูคลาดเคลื่อน เปลี่ยนไปเสียบทะลุเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายแทน

“อ๊ากกก!!”

ชายคนนั้นร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดคล้ายจะขาดใจ

เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดรุนแรง

ชายคนนั้นวกสายตาเหลียวมองไปที่หลินจิงซูทันที พร้อมแหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดว่า

“อีเด็กเวร! แกกล้าแทงฉัน ฉันก็กล้าฆ่าแก!”

อีกฝ่ายโผพุ่งเข้าใส่หลินจิงซูอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ หลินจิงซูเป็นเพียงเด็กสาวมัธยมปลายอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น อย่างเก่งก็ทำได้เพียงแค่ลอบทำร้ายด้วยกรรไกรเหมือนเมื่อครู่ หากให้สู้กันแบบตัวต่อตัว เธอย่อมไม่มีทางเทียบชั้นกับชายฉกรรจ์ตรงหน้าได้อย่างแน่นอน

แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ด้านหลังพลันได้สติ รีบคว้าอิฐแข็งก้อนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นขึ้นมา แล้วหวดทุบเข้าที่หลังศีรษะของชายคนนั้นอย่างแรง

                  

ชายคนนั้นถึงกับสูญเสียการทรงตัวยืนแทบไม่ตรง เลือดอุ่นไหลนองออกจากหลังศีรษะอย่างรวดเร็ว

หลินจิงซูชูกรรไกรขึ้นเตรียมเสียบแทงร่างของชายตรงหน้าอีกครั้ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายรีบหมุนตัววิ่งหนีหางจุกตูดออกไปในสภาพเลือดไหลอาบ เธอจึงหยุดมือไว้เพียงแค่นั้นไม่เคลื่อนไหวใดๆต่อ

ในชีวิตก่อนหน้า เมื่อครั้งที่ติงเสวี่ยเหม่ยถูกข่มขื่น คดีนี้กลับไม่สามารถเสาะหาตัวคนร้ายได้พบ กล่าวคือผู้ลงมือกลับเป็นปริศนาโดยตลอด

แต่ในที่สุด ครั้งนี้หลินจิงซูก็รู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยสถานการณ์หลายๆอย่างในเวลานี้ ทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้วเช่นกัน ติงเสวี่ยเหม่ยขวัญเสียหวาดผวาอย่างหนัก จนร่างกายสั่นเทาเกินจะควบคุม และได้ทรุดตัวล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

หลินจิงซูไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน จำต้องยอมรามือไม่ไล่ตามตัวคนร้ายต่อ แล้วหันกลับมาช่วยประคองร่างของติงเสวี่ยเหม่ยขึ้นมาแทน

“แม่ ทำไมวันนี้ถึงมาเดินในตรอกนี้ได้ล่ะ?”

หลินจิงซูเคยนึกเคยฝันที่ไหนกันว่า จู่ๆแม่ตัวเองก็นึกอยากจะเดินผ่านตรอกซอยเปลี่ยวๆสายนี้ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเฉียดผ่าน?

บริเวณนี้ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาสักเท่าไหร่ เพราะทางทั้งแคบและมืด อีกทั้งหน้าถนนยังขรุขระเดินเหินลำบากอีกด้วย

ติงเสวี่ยเหม่ยตอบทั้งน้ำตา

“พ่อของลูกวานให้แม่นำเงินเก็บของเราไปซื้อสร้อยทองให้ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบอายุสิบแปดปี ป้ารองเป็นคนแนะนำเส้นทางลัดนี้ให้แม่ บอกว่าใกล้ร้านทองมากกว่า แม่ก็เลยลองมาดู”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในชีวิตก่อนหน้าป้ารองถึงได้พาย่ามา ‘จับชู้’ ถึงที่นี่ได้อย่างแม่นยำนัก!

เรื่องนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ!

แต่ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วยนะ? ฉีกหน้าทำลายชื่อเสียงของติงเหสี่ยวเหม่ยไปแล้วจะได้อะไร?

ทันใดนั้นหลินจิงซูพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบร้องถามออกไปว่า

“แม่ แล้วเงินที่จะเอาไปซื้อสร้อยทองล่ะอยู่ที่ไหน?”

“อยู่ในกระเป๋านี่” ติงเสวี่ยเหม่ยตบกระเป๋าสะพายข้างตัวเบาๆ               

“เอามาให้หนูก่อน เร็วเข้า!” หลินจิงซูร้องสั่งโดยเร็ว

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ สติสตางค์ของติงเสวี่ยเหม่ยได้กระเจิงไม่เหลือแล้ว ได้ยินลูกสาวขึ้นเสียงออกคำสั่งเช่นนี้ เธอจึงไม่ทันได้คิดอะไรมาก และรีบหยิบเงินก้อนหนึ่งส่งให้หลินจิงซูอย่างว่าง่าย

หลินจิงซูรับมาแล้วก็รีบนำไปฝังไว้ใต้กองอิฐแดงที่ถูกนำมาโยนทิ้งไว้ข้างทาง พร้อมโยนแผ่นไม้จำนวนหนึ่งกลบไว้อย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนให้มิดชิดยิ่งขึ้น

“ซูซู ลูกคิดจะทำอะไรน่ะ?”

ติงเสวี่ยเหม่ยเฝ้าดูการกระทำของลูกสาวด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

หลินจิงซูร้องบอกต่อโดยไม่สนใจจะตอบคำถามก่อนหน้า

“ทันทีที่คุณย่ากับป้ารองมาถึง แม่ต้องบอกไปว่าถูกโจรปล้น ส่วนหนูก็แค่บังเอิญผ่านมาก็เลยรีบวิ่งมาช่วย!”

ติงเสวี่ยเหม่ยยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีกจนไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องราวได้ถูก ระหว่างกำลังจะปริปากถามว่าทำไมคุณย่ากับป้ารองต้องมาที่นี่ด้วย ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ควรอยู่ที่บ้านเหรอ? แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโวยวายดังลั่นขึ้น

“ซิ่วเหลียน ที่แกพูดมาเป็นความจริงเหรอ?! นังแพศยาเสวี่ยเหม่ย! แกกล้าดียังไงถึงได้สวมเขาให้ลูกชายชั้น!!”

“คุณแม่ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่เคยได้ยินคนเขานินทากันว่าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยแอบเล่นชู้อยู่กับผู้ชายอื่น…”

                  *****

อ่านจบแล้วอย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะครับบ><

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
472
ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1)
ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1) เสียงระฆังชั้นเรียนตีดังกังวาน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหลาย หลินจิงซูที่กำลังนอนฟุบกับโต๊ะตลอดคาบเรียน เผชิญกับเสียงโห่ร้องของทุกคนรอบตัวเข้า ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงตื่นขึ้นด้วยความตกใจทันทีเปลือกตาหนักอึ้งของเธอค่อยๆคลี่เปิดออก ตกอยู่ในภวังค์ความงุนงงครู่หนึ่งจึงค่อยกระจ่าง นี่มันคือห้องเรียนสมัยมัธยมปลายของเธอไม่ใช่เหรอ?นี่ฉัน…ยังไม่ตายงั้นเหรอ?หรือนี่จะเป็นฝันสุดท้ายก่อนตาย?นับเป็นความฝันที่เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้ดีมากจริงๆ นอกจากสิ่งของต่างๆที่วางระเกะระกะรอบห้องเรียนแล้ว บรรยากาศยังชวนให้นึกถึงสมัยก่อนสุดๆ นอกจากนี้แล้ว บนกระดานดำยังเขียนวันที่และตารางเรียนแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ตัวอักษรสีขาวจางๆที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็คือ ‘วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ปี 1990’ เอ๊ะ?เธออดเสียวสันหลังวูบขึ้นมาไม่ได้ ทันทีที่เห็นตัวเลขชุดนี้!มันเป็นวันที่แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ!ทั้งๆที่แม่ของเธอถูกดักซุ่มทำร้ายร่างกายอยู่ในตรอกแท้ๆ และเห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอคือเหยื่อ แต่ทุกคนกลับรุมประณามกล่าวหาแม่ของเธอ ว่าแอบลักลอบเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลาง
Read More
ตอนที่ 2  เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (2)
ตอนที่ 2 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (2) หลินจิงซูรู้สึกได้เลย เลือดลมในกายเธอกำลังเดือดพล่านไปหมด ทันทีที่ได้ยินเสียงของคนทั้งสองดังขึ้น นี่จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากอู๋ซิ่วเหลียนป้ารองของเธอ ส่วนอีกคนก็คือย่าอู๋ คุณย่าของเธอนั่นเอง! ในชีวิตก่อนหน้า ตัวตั้งตัวตีหลักคือป้ารองที่ชี้หน้าใส่ร้ายว่า แม่ของเธอแอบมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายคนอื่น ทันทีที่แจ้งเรื่องนี้ให้ย่าอู๋รู้เท่านั้น ทั้งคู่ก็ ‘บังเอิญ’ มาพบเจอกับภาพฉากนี้เข้าอย่างเหลือเชื่อ ทั้งสองมาถึงจุดเกิดเหตุพร้อมกับเสียงโวยวายลั่น ชักนำเพื่อนบ้านกลุ่มใหญ่ให้ต้องออกมามุงดูอย่างสนอกสนใจ บ้างก็บอกจะช่วยตระกูลหลินจับชู้และเอาผิดผู้หญิงไม่รักดี เห็นถึงความกระตือรือร้นของคนเหล่านี้ อู๋ซิ่วเหลียนก็ได้แต่แอบกระหยิ่มยิ้มกับตัวเองอย่างพึงพอใจ ถ้าทุกคนได้เห็นมันจะน่าสนุกมากขนาดไหน! การเคลื่อนไหวครั้งนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า เธอต้องการเล่นงานติงเสวี่ยเหม่ยถึงตาย! ชื่อเสียงและหน้าตาสำหรับผู้หญิงยุคนี้นั้นสำคัญขนาดไหน ใครบ้างจะไม่รู้?
Read More
ตอนที่ 3 ป้ารองให้ร้าย (1)
ตอนที่ 3 ป้ารองให้ร้าย (1)หลินจิงซูอธิบายด้วยท่าทีใจเย็น“ความจริงหนูก็ควรอยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละค่ะ แต่เพราะแม่ค่อนข้างวิตกกังวลกับเรื่องที่ว่าจะเลือกสร้อยทองแบบไหนให้หลานสาวดี แม่ก็เลยชวนหนูออกมาเลือกซื้อด้วยกัน คงเห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะชอบอะไรเหมือนๆกันก็แค่นั้น” “แล้วทำไมต้องมาเดินในตรอกเปลี่ยวๆแบบนี้ด้วยล่ะ? แทนที่จะเลือกไปตามเส้นทางปกติ?” อู๋ซิ่วเหลียนยังคงยืนกรานไม่ยอมแพ้ ขณะที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังจะปริปากอธิบาย จู่ๆหลินจิงซูก็โบกมือห้าม และอาสาเป็นคนตอบเอง “คนมันจะปล้นต่อให้เดินกลางถนนมันก็ปล้นอยู่ดี ถ้าเลือกได้ หนูกับแม่ก็ไม่อยากเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ เงินก็ถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา แล้วแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อสร้อยทองให้พี่สาวได้ล่ะ ตอนนี้ควรหาวิธีเอาเงินคืนมาก่อนเถอะ” หลินจิงซูตระหนักดีว่า หากติงเสวี่ยเหม่ยตอบไปตามตรงเรื่องที่อู๋ซินเหลียนเป็นคนแนะนำให้เธอมาเส้นทางนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะมีช่องทางตอบโต้กลับคืนได้ อู๋เสวี่ยเหม่ยแอบตะลึงงันชั่วขณะ ไม่คิ
Read More
ตอนที่ 4 ป้ารองให้ร้าย (2)
ตอนที่ 4 ป้ารองให้ร้าย (2) หากไม่ใช่เพราะความเฉยเมยของเขา แม่ของเธอคงไม่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเช่นนั้น แน่นอนว่า ทั้งเธอและแม่ก็คงมีอนาคตที่สดใสกว่าที่เป็นอยู่เช่นกัน ตัดกลับมาในปัจจุบัน ได้เห็นใบหน้าที่ไร้ยางอายของอู๋ซิ่วเหลียน หลินจิงซูถึงกับสั่นสะท้านหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ หากผู้หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพ่อของเธอจริงๆ เป็นไปได้หรือไม่ว่า บางทีพ่อเธอเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และรับรู้เรื่องการจัดฉากชู้ที่เกิดขึ้นกับติงเสวี่ยเหม่ย? ยิ่งคิดได้เช่นนั้น หลินจิงซูก็ยิ่งบีบกำปั้นทั้งสองข้างแน่น ก่นเสียงเย็นยะเยือกผ่านลำคอว่า “คุณย่า ป้ารอง ขอถามตามตรง ขืนยังยื้อไม่ให้แจ้งตำรวจอยู่แบบนี้ ถ้าไม่ได้เงินคืนขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง?” คำพูดประโยคนี้กระแทกถึงใจของย่าอู๋รุนแรง เธอรีบร้องตะโกนอย่างกระวนกระวายขึ้นทันที “นั่นสิ! ใช่ๆ! ไปแจ้งตำรวจสิ! รีบไปเดี๋ยวนี้เลย!” หากนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อเป็นสร้อยทองยังพอรักษามูลค่าได้ แต่ถ้าถูกปล้นขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่เหลือกลับมาเท่ากับไม่มีอะไรเลย! อู๋ซ
Read More
ตอนที่ 5 ซ่อนเงิน 
ตอนที่ 5 ซ่อนเงิน หลินจิงซูประคองติงเสวี่ยเหม่ยเดินออกจากสถานีตำรวจไป เธอกระซิบข้างหูติงเสวี่ยเหม่ยว่า “แม่ แกล้งป่วยนะ ตอนนี้เลย” แม้ติงเสวี่ยเหม่ยจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้กำลังคิดจะทำอะไร แต่ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ย่อมต้องให้ความร่วมมือต่อไป และในทันที เธอก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเองไว้ พร้อมส่งเสียงไออย่างหนักไม่หยุดหย่อน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “แค่ก.. แค่กๆ… เมื่อครู่โจรมันเตะแม่ด้วย แม่…แม่หายใจไม่ค่อยออก” หลินจิงซูได้แต่นึกขบขันอยู่ในใจ ไหนเลยจะรู้ว่าแม่ของตนจะมีพรสวรรค์ทางด้านการแสดงสูงส่งเพียงนี้ ทั้งสีหน้า ท่าทางและอารมณ์ล้วนไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทันทีที่ย่าอู๋ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าชราเหี่ยวย่นของเธอก็แอบบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง “นังสารเลว แกยังมีหน้าคิดจะไปโรงพยาบาลอีกงั้นเหรอ? ฉันขอบอกไว้ก่อน แกอย่าได้ฝันไปเลย!” หลินจิงซูร้องตอบโต้กลับทันควัน “ถ้าไม่อยากให้แม่หนูไปโรงพยาบาล ก็ควรให้แม่ได้พักผ่อนสักวันสองวัน มื้อเย็นวันนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ของป้ารอ
Read More
ตอนที่ 6 เตรียมรับผลกรรมที่ตามมา
ตอนที่ 6 เตรียมรับผลกรรมที่ตามมา หลินจิงซูจดจำชายหนุ่มคนนี้ได้ เขามีชื่อว่า จู้หยาน ในชีวิตก่อนหน้า ติงเสวี่ยเหม่ยได้เงินตอบแทนจำนวนมากจากสองสามีภรรยาศาสตราจารย์ชราคู่หนึ่ง ทั้งสองได้ไหว้วานแม่ของเธอให้ทำอาหารชุดส่งมาให้หลานชายของพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งปี ติงเสวี่ยเหม่ยมักจะเล่าให้ฟังว่า จู้หยานคนนี้ดูเหมือนจะมาจากเมืองหลวง เขามาอยู่ในชนบทอย่างผิงเฉิงก็เพื่อพักฟื้นจากอาการป่วยทางด้านจิตใจ ตั้งแต่รู้จักมา เธอก็ไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนนี้ก้าวเท้าออกมาจากห้องใต้หลังคาเลยสักครั้งเดียว จู่ๆหน้าต่างก็ถูกปิดลงในพริบตา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบรวมระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำไป ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนหลินจิงซูไม่มีเวลาได้ตั้งตัว เธอยืนเหงื่อเย็นแตกพลั่กอยู่เงียบๆตามลำพัง เขาเห็นเธอหยิบเงินออกจากที่ซ่อนรึเปล่านะ? แล้วเขาจะปากโป้งแฉเรื่องของเธอหรือไม่? เธอพยายามสงบสติอารมณ์ลงให้ใจเย็น วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นอย่างช้า
Read More
ตอนที่ 7 เธอต้องเข้าโรงพยาบาล (1)
ตอนที่ 7 เธอต้องเข้าโรงพยาบาล (1) ตกเย็น หลินชิงอี้กลับมาจากที่ทำงาน และหลินเสวี่ยก็กลับมาจากโรงเรียน มีเรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้นภายในครอบครัว ทำให้ทุกคนต่างไม่มีอารมณ์อยากอาหาร มิหนำซ้ำที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ รสชาติอาหารฝีมือของอู๋ซิ่วเหลียนยังเข้าขั้นห่วยบรม ทุกจานหากไม่ใส่เกลือมากจนเค็มแทบไตพัง ก็ไหม้เกรียมไปเกือบครึ่งจาน อู๋ซิ่วเหลียนรีบขอโทษขอโพย “ขอโทษนะทุกคน ฉันไม่ได้เข้าครัวทำอาหารมาหลายปีแล้ว ฝีมือตกลงไปเยอะเลย ยังไงพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยก็ยังเก่งที่สุด หวังว่าคุณแม่กับพี่ชิงอี้จะพอกินได้นะคะ?” หลินจิงซูมองไม่ผิด ตระหนักเห็นแววตาแสนเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย อู๋ซิ่วเหลียนจงใจทำอาหารให้ออกมาห่วยแตกเช่นนี้ คงมีแผนจะใช้กลอุบายสกปรกเพื่อเรียกคะแนนความเห็นใจ ที่ผ่านมามีหลายต่อหลายครั้งที่ป้ารองชอบใช้วิธีการเช่นนี้เพื่อผลักภาระต่างๆให้แม่ของเธอ แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ยังเหลี่ยมจัดไม่หยุด หลินจิงซูไม่มีทางปล่อยผู้หญิงคนนี้ไว้แน่นอน! หลินชิงอี้ขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก กินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู
Read More
ตอนที่ 8 เธอต้องเข้าโรงพยาบาล (2)
ตอนที่ 8 เธอต้องเข้าโรงพยาบาล (2) ทันทีที่พูดจบ เขาก็ส่งสายตามองไปที่อู๋ซิ่วเหลียนแวบหนึ่ง อู๋ซิ่วเหลียนก้มหน้าพูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก “พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยไม่สบายแบบนี้ เธอก็ควรต้องไปโรงพยาบาล” หลินจิงซูย่อมไม่พลาดอีกเช่นกัน สังเกตเห็นถึงสายตาของคนทั้งสองที่สบผสานมองกัน เธอบีบกำปั้นกระชับห้านิ้วกำแน่น สิ่งแรกที่สามารถสัมผัสได้ก็คือ มิตรภาพลึกซึ้งที่ส่งถึงกันผ่านสายตาของกันและกัน ภายในโต๊ะอาหารเวลานี้ อู๋ซิ่วเหลียนนั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของหลินชิงอี้ และหลินเสวี่ยนั่งขนาบอยู่ทางด้านขวามือของเขา มองผิวเผิน ทั้งสามคนดูคล้ายครอบครัวที่แสนอบอุ่นและรักใคร่กลมเกลียวกัน ตัดมาที่ตัวเธอกับติงเสวี่ยเหม่ยที่ดูเสมือนเป็นคนนอกเสียมากกว่า หลินชิงอี้ชำเลืองหางตามองไปทางติงเสวี่ยเหม่ยด้วยความอึดอัดใจ แต่ท้ายที่สุดก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปถามถึงอาการของเธอ “อาเหม่ย เจ็บหน้าอกหนักมากรึเปล่า?” ความจริง ติงเสวี่ยเหม่ยไม่ต้องการจะโกหกสามีของเธอ แต่หลินจิงซูย้ำนักย้ำหนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าให้ปิดเรื่องน
Read More
ตอนที่ 9 นอนรักษาตัว 
ตอนที่ 9 นอนรักษาตัว มาถึงโรงพยาบาล ติงเสวี่ยเหม่ยก็เล่นละครไปตามบทที่หลินจิงซูกำกับ หลังจากบอกเล่าอาการต่างๆให้หมอฟังแล้ว เธอก็ออกรับยาสำหรับบรรเทาอาการปวด และต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการต่อไป โรงพยาบาลในชนบทเล็กๆเช่นนี้ แทบจะไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ใดๆพร้อมเลย หนทางเดียวก็คือจำต้องให้คนไข้นอนดูอาการและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ใบหน้าของหลินชิงอี้เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวน่าเกลียดเล็กน้อย ทันทีที่ได้ยินว่าเขาจะต้องเสียเงินค่านอนในโรงพยาบาลให้แก่ติงเสวี่ยเหม่ย เขากระชากหลินจิงซูหลบไปที่มุมหนึ่ง พร้อมกับร้องถามด้วยความร้อนใจว่า “ทำไมจะต้องให้แม่แกนอนโรงพยาบาลด้วย? แค่ดื่มน้ำกินยาไม่กี่วันก็น่าจะหายดีแล้วไม่ใช่เหรอ?” เหตุผลที่เขาลังเลไม่ต้องการจะใช้จ่ายเงินก้อนนี้ก็เพราะว่า ใกล้จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยของหลินเสวี่ยแล้วนั่นเอง และเขาเองก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อหาเงินไว้สำหรับใช้ในเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สามารถเสียเงินก้อนนี้ไปกับค่ารักษาของติงเสวี่ยเหม่ยได้ หลินจิงซูตอบกลับทันที
Read More
ตอนที่ 10 พบจู้หยาน
ตอนที่ 10 พบจู้หยาน เธอเองก็เคยอ่านข่าวจำพวกผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตใช้มีดแทงคนตายจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และเพราะเหตุนี้ เธอจึงแอบมีอคติกับคนประเภทนี้มาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อได้ไปส่งอาหารให้จู้หยานบ่อยเข้า กลับเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับที่เคยอ่านเจอเลย เธอจึงค่อยวางใจได้บ้างเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อได้ยินว่าหลินจิงซูจะไปส่งอาหารด้วยตัวเอง ในฐานะคนเป็นแม่ย่อมต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา หลินจิงซูยิ้มขณะตอบกลับ “แม่คะ ถ้าแม่ออกไปส่งอาหารด้วยตัวเอง แล้วป้ารองกับย่าอู๋มาเห็นเข้าจะทำยังไง? ให้หนูไปส่งแทนดีกว่า หนูจะรีบไปรีบกลับ แม่ไม่ต้องห่วง” ติงเสวี่ยเหม่ยจำใจต้องพยักหน้าอย่างเลือกไม่ได้ ถัดจากนั้นค่อยแจกแจงรายละเอียดถึงข้อควรระวังบางประการให้บุตรสาวฟัง ภายนอกหลินจิงซูดูเหมือนสงบเยือกเย็น แต่ภายในกลับรู้สึกวิตกพอควร แต่จะให้บอกว่าไม่ต้องการไปพบจู้หยานก็คงไม่ได้ อีกอย่าง ถือเสียว่าทำเพื่อความสบายใจของตัวเอง ถ้าเมื่อไหร่ที่สมาชิกตระกูลหลินไม่ว่าใครก็ตามได้รู้ว่า เธอเป
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status