LOGINบทที่ 3
ร่างกายที่ทรยศ
ทันทีที่เสียงล็อกประตูดิจิทัลห้องพักดังขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าเขาได้กลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยของตนเองแล้ว ร่างที่เคยฝืนยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าลีออนก็พังทลายลงในพริบตา นาวินทรุดฮวบลงกับพื้นห้องโถงที่เย็นเยียบราวกับสายป่านที่ถูกขึงตึงมาตลอดทั้งคืนได้ขาดสะบั้นลง
“อึก... แฮ่ก...”
เสียงหอบหายใจของนาวินดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงัด หน้าผากเนียนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาจนเปียกชื้น แว่นตากรอบหนาที่ใช้พรางตัวถูกถอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีนิลที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาจากความทรมานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
นี่มันไม่ใช่อาการฮีทตามปกติที่เขาเคยเผชิญ แต่มันคือฮีทเทียม (Induced Heat[1]) ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาในระยะประชิด
กลิ่นวานิลลาที่นาวินพยายามกักขังไว้ใต้ผิวหนังด้วยยากดกลิ่นโดสสูง บัดนี้มันกำลังดิ้นรนและระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งจนอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานปานขนมที่อบเสร็จใหม่ๆ อบอวลไปทุกทิศทาง แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่นำมาซึ่งความอัปยศสำหรับภารกิจของเขา
นาวินใช้เล็บจิกเข้าที่พรมเช็ดเท้าจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด ร่างกายของเขาร้อนรุ่มเหมือนมีไฟลามเลียอยู่ใต้ผิวหนัง และลึกลงไปในสัญชาตญาณ...
เขากำลังโหยหากลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยะเยือกของลีออนอย่างน่าสมเพช
“ไม่... อย่าจำ... อย่าโหยหามัน...”
นาวินพึมพำกับตัวเองเสียงพร่า
ภาพใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกริบ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อน ผมสีบลอนด์ทองพลิ้วไสวยามขยับของลีออนลอยเข้ามาในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน กลิ่นมิ้นต์ที่เย็นสดชื่นแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบและอำนาจครอบงำยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกไม่จางหาย ความทรงจำตอนที่เดินสวนกัน ตอนที่ลีออนหยุดฝีเท้าและจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ความร้อนแรงจากร่างกายของอัลฟ่าผู้นั้น ยังคงหลอกหลอนจนเขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งไขสันหลัง
นาวินพยายามพยุงร่างกายที่อ่อนแรงราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ลากสังขารไปยังห้องน้ำที่อยู่ลึกเข้าไป เขาเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำทิ้งไว้โดยไม่สนว่าจะเป็นน้ำเย็นหรือน้ำร้อนก่อนก้าวลงไปทั้งชุดสูทสีเทา น้ำเย็นจัดที่สัมผัสผิวช่วยเรียกสติคืนมาได้เพียงชั่วครู่ แต่มันไม่อาจดับไฟแห่งความโหยหาที่ลุกโชนอยู่ในกระแสเลือดได้เลย
เขาก้มลงมองเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ ใบหน้าของโอเมก้าที่แสร้งเป็นเบต้าบัดนี้แดงซ่านด้วยความใคร่ ดวงตาเลื่อนลอยอย่างน่ารังเกียจ
นาวินเกลียดสภาพนี้ของตัวเองที่สุด เขาเกลียดความอ่อนแอของโอเมก้า เกลียดธรรมชาติที่สร้างให้เขาต้องยอมสยบต่ออัลฟ่า และเหนือสิ่งอื่นใด เขาเกลียดลีออนที่เพียงแค่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็สามารถทำลายเกราะกำบังที่เขาสร้างมานับปีให้พังทลายลงได้ในพริบตา
“นายมันน่าสมเพช นาวิน...”
เขาเค้นเสียงด่าตัวเอง พลางวักน้ำเย็นล้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
แต่ความทรมานยังไม่สิ้นสุด รอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นคอรอยกัดขู่ที่อัลฟ่าสารเลวคนนั้นเคยทิ้งไว้ในอดีต บัดนี้มันกลับมาแดงช้ำและเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง รอยกัดที่ไม่ใช่พันธะแห่งรัก แต่เป็นรอยที่ตีตราว่าเขาคือเหยื่อที่ถูกล่า มันกำลังประท้วงเมื่อได้รับกลิ่นของอัลฟ่าตนใหม่ที่ทรงพลังกว่า รอยนั่นเตือนใจเขาถึงความเจ็บปวดในอดีต และความแค้นที่มีต่อตระกูลไวท์ที่พรากพี่ชายของเขาไป
นาวินกัดริมฝีปากจนได้รสคาวเลือด สติที่เหลือเพียงน้อยนิดบอกให้เขาต้องรีบจัดการก่อนที่จะเสียสติไปมากกว่านี้
เขาตะเกียกตะกายขึ้นจากอ่างน้ำลากร่างเปียกโชกไปที่โต๊ะหัวเตียง มือที่สั่นระริกเอื้อมไปหยิบกล่องยาโลหะที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นหัวเตียง เขาเปิดมันออกและหยิบเข็มฉีดยาฉุกเฉินที่มีตัวยาสีฟ้าเข้มข้นออกมา
นี่คือยากดประสาทและระงับฮีทระดับวิกฤต (Emergency Neutralizer[2]) ผลข้างเคียงของมันรุนแรงจนโอเมก้าทั่วไปไม่กล้าใช้ เพราะมันจะเข้าไปกดทับสัญชาตญาณอย่างโหดร้ายและอาจทำให้หัวใจวายได้ แต่นาวินไม่มีทางเลือกอื่น
ฉึบ!
เขาปักเข็มลงที่ต้นแขนอย่างแรงโดยไม่รอไล่ฟองอากาศ ดันตัวยาเข้มข้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ความรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งขั้วโลกฉีดเข้าสู่กระแสเลือดแล่นพล่านไปทั่วร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วนกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง นาวินล้มลงไปนอนขดตัวบนพื้นห้อง ฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆ จากความหนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจ
ความร้อนรุ่มที่เคยแผดเผาหายไปในพริบตา และแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังขาดใจตาย
เขานอนนิ่งอยู่บนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความสมเพชตัวเอง ท่ามกลางความเงียบงันและฤทธิ์ยาที่กำลังกัดกินประสาท กลิ่นวานิลลาที่เคยพลุ่งพล่านเริ่มจืดจางและมอดดับลงในที่สุด
“พี่คามิน...”
นาวินพึมพำเรียกชื่อพี่ชายด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ผมไม่ยอม... ผมจะไม่ยอมแพ้โชคชะตาบ้าๆ นี่เด็ดขาด”
เขานอนพักอยู่ครู่ใหญ่เพื่อให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับฤทธิ์ยาอันตราย เมื่อความสั่นเทาเริ่มทุเลาลง นาวินก็พยุงตัวขึ้นนั่งพิงขอบเตียง เขาใช้มือที่ไร้เรี่ยวแรงเช็ดน้ำตาและรวบรวมเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณกลับคืนมา
ความแค้นที่เคยถูกบดบังด้วยความต้องการทางกาย บัดนี้มันกลับมาคมชัดและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม เป้าหมายของเขาชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ ลีออน ไวท์ คือศัตรู และไม่ว่าร่างกายจะกรีดร้องโหยหากลิ่นมิ้นต์นั้นเพียงใด เขาก็จะใช้ความเกลียดชังเป็นโล่กำบัง
นาวินหยิบผ้าขนหนูมาซับผมที่เปียกชื้น เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนคอปิดมิดชิดเพื่อซ่อนรอยแผลที่ต้นคอเอาไว้ให้ลึกที่สุด
เขาก้าวไปที่โต๊ะทำงานที่มีคอมพิวเตอร์หลายจอตั้งอยู่ แสงสีฟ้าส่องสะท้อนใบหน้าที่ซีดเผือดและเหนื่อยล้า นาวินหยิบหน่วยความจำสำรองที่ขโมยมาได้ออกมาวางบนโต๊ะ ข้อมูลในนี้คือเหตุผลที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตและต้องทนกับความอัปยศเมื่อครู่ เขาเสียบมันเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์และเริ่มเข้ารหัสผ่านที่ซับซ้อน
วินาทีที่หน้าต่างข้อมูลแรกปรากฏขึ้น แววตาของนาวินก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“มาดูกัน... ว่าภายใต้หน้ากากอัลฟ่าผู้สูงส่ง นายซ่อนความโสมมอะไรไว้บ้าง ลีออน ไวท์”
ความเงียบสงัดปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงรัวคีย์บอร์ดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นาวินจมดิ่งลงไปในโลกแห่งข้อมูล ปล่อยให้ความแค้นนำทาง โดยหารู้ไม่ว่ากลิ่นมิ้นต์ที่เขาพยายามลบออกจากสมองนั้น ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังจะกลายเป็นบ่วงที่รัดคอเขาให้แน่นขึ้นกว่าเดิมในเช้าวันพรุ่งนี้
----------------------------------------------------------------
[1] Induced Heat “ฮีทเทียม” หรือ “ฮีทที่ถูกเหนี่ยวนำ” ตามปกติโอเมก้าจะมีรอบฮีทตามธรรมชาติ (เช่น เดือนละครั้ง) แต่ Induced Heat คืออาการฮีทที่เกิดขึ้น “นอกรอบ” หรือเกิดขึ้นทันทีโดยไม่ได้ตั้งตัว
[2] Emergency Neutralizer ตัวทำลายฤทธิ์ฉุกเฉิน นคือ “ยาตัดวงจรฮีทขั้นรุนแรง” ที่ทำหน้าที่เหมือนปุ่ม Shut Down ร่างกายเพื่อหยุดอาการฮีทในทันที
----------------------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไป...
+-+-+
มาตามดูกันว่า นาวินจะต่อสู้กับสัญชาตญาณของตัวเองไปได้สักเท่าไหร่!
ชอบกดติดตาม กดใจ คอมเมนต์ไว้ได้นะคะ นักเขียนจะได้มีกำลังเขียนงานต่อจ้า
บทที่ 5กรงทองขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของคฤหาสน์ตระกูลไวท์อย่างเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมไฟในสวนสไตล์ยุโรปสาดกระทบใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของนาวินที่นั่งอยู่เบาะหลัง เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังถูกส่งตัวเข้าสู่กรงขังที่หรูหราที่สุดในโลกข้างกายของเขาคือลีออน ไวท์ ผู้ที่เพิ่งบังคับให้เขายอมจำนนด้วยเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้ กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยังคงอบอวลอยู่ภายในรถที่ปิดมิดชิด แม้ลีออนไม่ได้สัมผัสตัวเขาเลยนับตั้งแต่ขึ้นรถมา แต่มวลอากาศที่หนักอึ้งด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่ายีนเด่นก็ทำให้นาวินรู้สึกหายใจลำบาก“ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ตราบใดที่นายอยู่ในเขตคฤหาสน์นี้ นายจะปลอดภัยจากคนของมันและคนของอาฉัน”เสียงทุ้มต่ำของลีออนทำลายความเงียบขึ้นมานาวินหันกลับมาสบดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ“ปลอดภัยในฐานะคู่หมั้นปลอมๆ ของนายงั้นเหรอ? นายต้องการอะไรกันแน่ลีออน ข้อมูลที่แฮ็กมาได้มันก็บอกชัดอยู่แล้วว่านายเองก็จนมุมกับเรื่องคนร้ายที่ฆ่าพี่ชายฉัน”ลีออนเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ได้จนมุม ฉันแค่ต้องการเหยื่อล่
บทที่ 4บ่วงแห่งโชคชะตาความเงียบสงัดในห้องทำงานส่วนตัวของนาวินถูกทำลายด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนัก แสงสีฟ้าจากหน้าจอหลายจออาบไล้ใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวจากฤทธิ์ยาตัดวงจรฮีท ร่างกายของเขายังคงสั่นเทาอยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว แต่อาการร้อนรุ่มปานไฟเผานั้นถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นยะเยือกของสารเคมีเรียบร้อยแล้วนาวินจ้องมองแถบสถานะถอดรหัสในแท็บเล็ตของลีออนที่กำลังวิ่งไปอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังและความหวาดระแวง ข้อมูลในเครื่องนี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดโปงความโสมมของตระกูลไวท์45%... 62%... 88%... 100% Complete.“มาดูกันว่านายซ่อนอะไรไว้... ลีออน”นาวินรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลลับที่ถูกเข้ารหัสซ้อนไว้อย่างแน่นหนา ไฟล์นับร้อยปรากฏขึ้น แต่มีโฟลเดอร์หนึ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาที่สุด มันถูกตั้งชื่อว่า K.A. Project ซึ่งนาวินรู้ทันทีว่ามันหมายถึง คามิน อนันต์เขารีบคลิกเข้าไป สิ่งแรกที่พบคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถูกรวบรวมมาจากหลายสถานที่ นาวินเลือกไฟล์ที่บันทึกไว้เมื่อสองปีก่อนในช่วงสัปดาห์ที่คามินเสียชีวิต ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นว่าคามินกำลังยืน
บทที่ 3ร่างกายที่ทรยศทันทีที่เสียงล็อกประตูดิจิทัลห้องพักดังขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าเขาได้กลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยของตนเองแล้ว ร่างที่เคยฝืนยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าลีออนก็พังทลายลงในพริบตา นาวินทรุดฮวบลงกับพื้นห้องโถงที่เย็นเยียบราวกับสายป่านที่ถูกขึงตึงมาตลอดทั้งคืนได้ขาดสะบั้นลง“อึก... แฮ่ก...”เสียงหอบหายใจของนาวินดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงัด หน้าผากเนียนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาจนเปียกชื้น แว่นตากรอบหนาที่ใช้พรางตัวถูกถอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีนิลที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาจากความทรมานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันนี่มันไม่ใช่อาการฮีทตามปกติที่เขาเคยเผชิญ แต่มันคือฮีทเทียม (Induced Heat[1]) ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาในระยะประชิดกลิ่นวานิลลาที่นาวินพยายามกักขังไว้ใต้ผิวหนังด้วยยากดกลิ่นโดสสูง บัดนี้มันกำลังดิ้นรนและระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งจนอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานปานขนมที่อบเสร็จใหม่ๆ อบอวลไปทุกทิศทาง แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่นำมาซึ่งความอัปยศสำหรับภารกิจของเขานาวินใช้เล็บจิกเข้าที่พรมเช็ดเท้าจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด
บทที่ 2กลิ่นแห่งโชคชะตาแผนการเจาะระบบทางไซเบอร์ที่นาวินเคยมั่นใจกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแสดงรหัสความผิดพลาดสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา ‘ไวท์วอลล์’ ผนังป้องกันชั้นสุดท้ายที่ลีออนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น ซับซ้อนและไร้ช่องโหว่เกินกว่าจะเจาะผ่านจากระยะไกล นาวินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะโจมตีระบบต่อไป อัลฟ่ายีนเด่นระดับลีออนย่อมสามารถแกะรอยตามล่าเขามาถึงที่นี่ได้ภายในไม่กี่นาที“ต้องเสี่ยง...”นาวินพึมพำเสียงแผ่วในความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจออาบไล้ใบหน้า เขาปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันลับที่เขาใช้เวลาซุ่มพัฒนามานานปี มันคือเครื่องมือสร้างตัวตนปลอมขั้นสูงที่สามารถปลอมแปลงประวัติพนักงานและรหัสผ่านเข้าออกอาคารได้ทุกแห่งในเครือไวท์นาวินก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้าทรงมาตรฐานที่จงใจเลือกให้เวลาใส่ดูหลวมกว่าตัวเล็กน้อยเพื่ออำพรางสรีระโปร่งเพรียวของเขา แล้วขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักจารกรรมข้อมูลที่ปราดเปรื่องให้กลายเป็นเบต้าพนักงาน
บทที่ 1กลิ่นแห่งโชคชะตานาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของนาวินส่งเสียงเตือนเบาๆ ในเวลา 07.00 น. นาวินไม่จำเป็นต้องมองดูมันก็รู้ว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว เวลาที่ ‘โอเมก้า’ อย่างเขาต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณตัวเองมากที่สุดในอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีป้องกันภัยชั้นสูง นาวินยืนอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าเรียวภายใต้แว่นตากรอบหนาดูจืดชืด แม้พยายามแต่งเติมใบหน้าและแต่งตัวให้ดูเหมือนเบต้าทั่วไปมากที่สุด แต่ใบหน้าและดวงตาสีนิลของเขายังคงเห็นเค้าความงดงาม แม้มีความสั่นไหวจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมาก็ตามเขาหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าขุ่นออกมาจากตู้เซฟที่ซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ นี่ไม่ใช่แค่ยา... แต่มันคือชีวิตปลอมๆ ของเขา“วันนี้ก็ต้องอดทนอีกวันสินะ... วานิลลา”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางจ้องมองกลิ่นฟีโรโมนของตัวเองที่ถูกปิดผนึกไว้ใต้ผิวหนัง ด้วยกลิ่นที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นกลิ่นของเบต้าจืดชืดไร้เอกลักษณ์ ความจริงแล้วกลิ่นฟีโรโมนของเขาคือ กลิ่นวานิลลาบริสุทธิ์ ที่หอมหวานจนน่ากลัว กลิ่นที่หากหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียวก็จะทำลายแผนการทั้งหมด และสถานะที







