LOGINบทที่ 2
กลิ่นแห่งโชคชะตา
แผนการเจาะระบบทางไซเบอร์ที่นาวินเคยมั่นใจกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแสดงรหัสความผิดพลาดสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา ‘ไวท์วอลล์’ ผนังป้องกันชั้นสุดท้ายที่ลีออนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น ซับซ้อนและไร้ช่องโหว่เกินกว่าจะเจาะผ่านจากระยะไกล นาวินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะโจมตีระบบต่อไป อัลฟ่ายีนเด่นระดับลีออนย่อมสามารถแกะรอยตามล่าเขามาถึงที่นี่ได้ภายในไม่กี่นาที
“ต้องเสี่ยง...”
นาวินพึมพำเสียงแผ่วในความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจออาบไล้ใบหน้า เขาปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันลับที่เขาใช้เวลาซุ่มพัฒนามานานปี มันคือเครื่องมือสร้างตัวตนปลอมขั้นสูงที่สามารถปลอมแปลงประวัติพนักงานและรหัสผ่านเข้าออกอาคารได้ทุกแห่งในเครือไวท์
นาวินก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้าทรงมาตรฐานที่จงใจเลือกให้เวลาใส่ดูหลวมกว่าตัวเล็กน้อยเพื่ออำพรางสรีระโปร่งเพรียวของเขา แล้วขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักจารกรรมข้อมูลที่ปราดเปรื่องให้กลายเป็นเบต้าพนักงานเทคนิคระดับกลางที่ดูจืดชืดและไม่มีอะไรน่าจดจำ ดวงตาสีนิลที่เคยทอประกายเด็ดเดี่ยวถูกซ่อนไว้ใต้เลนส์แว่นตาหนาเตอะ นาวินฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นทับยากดกลิ่นที่เพิ่งฉีดเข้าไปอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้เขาต้องยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มอัลฟ่า กลิ่นวานิลลาของเขาก็ไม่มีวันเล็ดลอดออกมาได้
ในเวลา 21:00 น. อาคารไวท์ทาวเวอร์ตั้งตระหง่านท้าทายแสงสีของเมืองหลวงราวกับยักษ์ใหญ่ที่หลับใหล ภายในอาคารเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบปรับอากาศ นาวินใช้คีย์การ์ดและรหัสผ่านชั่วคราวที่สร้างขึ้นมาจากแอปพลิเคชันลับผ่านระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนอกอย่างแยบยล เขาสาวเท้าเดินผ่านโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนขัดมัน มุ่งหน้าไปยังชั้น 45 ซึ่งเป็นชั้นผู้บริหารระดับสูงอันเป็นเขตหวงห้าม
เป้าหมายของเขาในคืนนี้ไม่ใช่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลักที่เต็มไปด้วยพนักงาน แต่คือห้องทำงานส่วนตัวของลีออน ไวท์
นาวินรู้ว่ากุญแจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลดิจิทัล แต่อยู่ในแท็บเล็ตส่วนตัวของลีออน อุปกรณ์เครื่องนั้นคือทางเข้าเดียวที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับระดับ ‘S’ ได้ทั้งหมด และเป็นอุปกรณ์ยืนยันรหัสสองขั้นตอน (2FA) ที่เขาไม่สามารถข้ามผ่านได้จากระยะไกล
เขาตรวจสอบหน้าจอโฮโลแกรมบนข้อมืออย่างระมัดระวัง สัญญาณจีพีเอสระบุว่าเป้าหมายยังคงติดพันการประชุมด่วนที่ห้องรับรองฝั่งตะวันออก
“ตอนนี้แหละ...”
นาวินรูดคีย์การ์ดปลอมผ่านเซนเซอร์ ประตูเหล็กบานยักษ์เปิดออกอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายที่อบอวลอยู่ในอากาศก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสจนนาวินแทบหน้ามืด
กลิ่นมิ้นต์หอมสดชื่นแต่กลับหนาวเย็นราวกับน้ำแข็ง มันคือกลิ่นเฉพาะตัวของลีออนที่เข้มข้นจนนาวินรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ยากดกลิ่น (Suppressants) ในร่างกายเริ่มส่งสัญญาณปั่นป่วนเมื่อต้องรับมือกับความเครียดมหาศาลและฟีโรโมนที่ทรงพลังของอัลฟ่าเจ้าของห้อง
นาวินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อประคองสติ เขาปรี่ไปที่โต๊ะทำงานสีเข้มและพบว่าเป้าหมายวางอยู่ตรงนั้น แท็บเล็ตสีดำเรียบหรูที่ลีออนวางทิ้งไว้ด้วยความเร่งรีบก่อนไปประชุม
นาวินไม่รอช้า เขาเชื่อมต่ออุปกรณ์ดึงข้อมูล (Data Link) เข้ากับพอร์ตลับของเครื่องทันที นิ้วเรียวรัวสั่งการบนหน้าจอสัมผัสด้วยความชำนาญที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แถบสถานะดึงข้อมูลค่อยๆ ขยับไปอย่างน่าลุ้นระทึก
80%... 90%... 100%!
“เรียบร้อย”
นาวินพึมพำด้วยความโล่งอก เขาจัดการลบร่องรอยการเชื่อมต่อทั้งหมดและเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงกระเป๋าเตรียมหนีออกไป ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ลิฟต์ชั้นผู้บริหารเพิ่งเปิดออกและลีออนกำลังกลับมาเร็วกว่ากำหนดการเกือบสิบนาที!
นาวินใจหายวูบ เขาไม่มีทางหนีอื่นนอกจากต้องสวมหน้ากากพนักงานเทคนิคให้มิดชิดที่สุด เขาคว้าแท็บเล็ตตรวจเช็กสัญญาณเครือข่ายของตัวเองขึ้นมาถือไว้ แสร้งทำเป็นกำลังตรวจสอบพอร์ตเชื่อมต่อข้างประตูอย่างใจเย็น ทั้งที่ภายในใจเต้นรัวแรงจนแทบกระดอนออกมาจากอก เหงื่อเย็นเยียบเริ่มผุดขึ้นตามไรผม
กึก!
ประตูถูกผลักเปิดออก ลีออนก้าวเข้ามาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าคมสันฉายแววเคร่งเครียดจากการประชุมแต่ยังคงความน่าเกรงขามดั่งราชสีห์ โดยมีดอมมือขวาคนสนิทเดินตามหลังมา นาวินใช้จังหวะนั้นก้มหน้าให้ตามมารยาทของเบต้าผู้น้อย และพยายามสาวเท้าก้าวออกจากห้องสวนทางไปให้เงียบที่สุด
ทว่า... ลีออนกลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหันในจังหวะที่เดินสวนกันในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร
กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่านั้นพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของนาวินอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่เฉียบคมและทรงอำนาจจนทำลายชั้นป้องกันสุดท้ายของยากดกลิ่นไปจนหมดสิ้น
นาวินรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งให้อยู่กับที่ ร่างกายของเขาร้อนรุ่มอย่างประหลาดจนปลายนิ้วสั่นเทา
“เดี๋ยว...”
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดั่งธารน้ำแข็งรั้งเขาไว้
ลีออนหันกลับมามองเบต้าแปลกหน้าที่ยืนตัวแข็งทื่อ สายตาคมกริบของเขามองผ่านนาวินราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
“นายเข้ามาทำอะไรในนี้”
นาวินหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดจนแทบขาดช่วง เขาค่อยๆ หันกลับมามองพลางปรับระดับสายตาให้อ่อนน้อมที่สุด
“ผม... ผมได้รับแจ้งจากระบบส่วนกลางว่าพอร์ตเชื่อมต่อในห้องมีสัญญาณรบกวนครับ เลยมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนท่านลีออนจะใช้งานต่อ”
ลีออนขมวดคิ้วจ้องมองใบหน้าซีดเผือดภายใต้เลนส์แว่นตาหนา สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้า แต่กลับเลื่อนลงมาที่ลำคอของนาวินซึ่งถูกปกคอเสื้อเชิ้ตปิดมิดชิด ลีออนรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่สัญชาตญาณอัลฟ่าของเขาร้องเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ ความรู้สึกนี้มันรุนแรงจนเขาเองก็ยังแปลกใจ
“หน้าของคุณ... ดูคุ้นๆ”
ลีออนเปรยออกมา น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความสงสัยที่ทำให้นาวินใจสั่นสะท้าน
“ผมเคยมาติดตั้งระบบเมื่อเดือนก่อนครับท่าน ท่านอาจเคยเห็นผมเมื่อคราวนั้น”
นาวินแก้ตัวอย่างรวดเร็ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ ทั้งที่ความจริงเขาแทบจะหมดแรงล้มลงตรงนั้น
ลีออนไม่ได้สนใจคำแก้ตัว แต่สายตาของเขายังคงจ้องนิ่งไปที่บริเวณคอของนาวิน จุดที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ของรอยกัดขู่ที่นาวินเคยได้รับในอดีตซ่อนอยู่ ลีออนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเบือนหน้ากลับไปทางโต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ทำงานให้เสร็จแล้วรีบออกไป ฉันไม่ชอบคนนอกมาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะในเวลาที่ฉันต้องการความเงียบแบบนี้”
ทันทีที่ลีออนเดินผ่านเข้าห้องไป นาวินทรุดตัวลงพิงผนังหน้าห้องด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาพยายามประคองร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงออกจากอาคารไวท์อย่างรวดเร็วที่สุด ข้อมูลสำคัญอยู่ในมือเขาแล้ว แต่นาวินไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังคือความแคลงใจในดวงตาของลีออน
เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ที่ปลอดภัย สิ่งที่นาวินพยายามปกปิดก็พังทลายลงทันทีที่ประตูล็อก ร่างกายที่ถูกฝืนมานานก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ยากดกลิ่นหมดฤทธิ์ลงอย่างสมบูรณ์ราวกับเขื่อนที่แตกทลาย
กลิ่นวานิลลาบริสุทธิ์ที่หอมหวานและยั่วยวนพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง อาการฮีทที่ยังไม่ถึงกำหนดปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจากการได้รับกลิ่นฟีโรโมนของลีออนเข้าไปเต็มปอดขณะที่อยู่ในตึกนั้น
“อึก... นี่มันเกิดอะไรขึ้น...”
นาวินขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นเย็นเยียบ ร่างกายของเขาจดจำกลิ่นมิ้นต์นั้นได้อย่างแม่นยำและกำลังตอบสนองต่อมันอย่างหิวกระหาย สัญชาตญาณโอเมก้าที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตกำลังกรีดร้องโหยหาการถูกครอบครอง
ภารกิจแก้แค้นที่เขาตั้งมั่นไว้เริ่มสั่นคลอน เพราะตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า ลีออน ไวท์ ไม่ได้เป็นเพียงศัตรูที่เขาต้องทำลาย แต่คือคู่แห่งโชคชะตาที่ร่างกายของเขาไม่อาจปฏิเสธได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของความทรมานที่แท้จริง
+-+-+
โปรดติดตามตอนต่อไป...
+-+-+
โชคไม่เข้าข้างหรือชะตาเล่นตลก นายเอกเราดันเจอคู่แห่งโชคชะตาที่มันไม่ควรเป็นไปได้
ชอบกดติดตาม คอมเมนต์พูดคุยกับนักเขียนได้นะคะ นักเขียนจะมาตอบแน่นอนจ้า
บทที่ 5กรงทองขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของคฤหาสน์ตระกูลไวท์อย่างเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมไฟในสวนสไตล์ยุโรปสาดกระทบใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของนาวินที่นั่งอยู่เบาะหลัง เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังถูกส่งตัวเข้าสู่กรงขังที่หรูหราที่สุดในโลกข้างกายของเขาคือลีออน ไวท์ ผู้ที่เพิ่งบังคับให้เขายอมจำนนด้วยเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ได้ กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยังคงอบอวลอยู่ภายในรถที่ปิดมิดชิด แม้ลีออนไม่ได้สัมผัสตัวเขาเลยนับตั้งแต่ขึ้นรถมา แต่มวลอากาศที่หนักอึ้งด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่ายีนเด่นก็ทำให้นาวินรู้สึกหายใจลำบาก“ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ตราบใดที่นายอยู่ในเขตคฤหาสน์นี้ นายจะปลอดภัยจากคนของมันและคนของอาฉัน”เสียงทุ้มต่ำของลีออนทำลายความเงียบขึ้นมานาวินหันกลับมาสบดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ“ปลอดภัยในฐานะคู่หมั้นปลอมๆ ของนายงั้นเหรอ? นายต้องการอะไรกันแน่ลีออน ข้อมูลที่แฮ็กมาได้มันก็บอกชัดอยู่แล้วว่านายเองก็จนมุมกับเรื่องคนร้ายที่ฆ่าพี่ชายฉัน”ลีออนเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ได้จนมุม ฉันแค่ต้องการเหยื่อล่
บทที่ 4บ่วงแห่งโชคชะตาความเงียบสงัดในห้องทำงานส่วนตัวของนาวินถูกทำลายด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนัก แสงสีฟ้าจากหน้าจอหลายจออาบไล้ใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวจากฤทธิ์ยาตัดวงจรฮีท ร่างกายของเขายังคงสั่นเทาอยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว แต่อาการร้อนรุ่มปานไฟเผานั้นถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นยะเยือกของสารเคมีเรียบร้อยแล้วนาวินจ้องมองแถบสถานะถอดรหัสในแท็บเล็ตของลีออนที่กำลังวิ่งไปอย่างช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวังและความหวาดระแวง ข้อมูลในเครื่องนี้คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดโปงความโสมมของตระกูลไวท์45%... 62%... 88%... 100% Complete.“มาดูกันว่านายซ่อนอะไรไว้... ลีออน”นาวินรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลลับที่ถูกเข้ารหัสซ้อนไว้อย่างแน่นหนา ไฟล์นับร้อยปรากฏขึ้น แต่มีโฟลเดอร์หนึ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาที่สุด มันถูกตั้งชื่อว่า K.A. Project ซึ่งนาวินรู้ทันทีว่ามันหมายถึง คามิน อนันต์เขารีบคลิกเข้าไป สิ่งแรกที่พบคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถูกรวบรวมมาจากหลายสถานที่ นาวินเลือกไฟล์ที่บันทึกไว้เมื่อสองปีก่อนในช่วงสัปดาห์ที่คามินเสียชีวิต ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นว่าคามินกำลังยืน
บทที่ 3ร่างกายที่ทรยศทันทีที่เสียงล็อกประตูดิจิทัลห้องพักดังขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าเขาได้กลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยของตนเองแล้ว ร่างที่เคยฝืนยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าลีออนก็พังทลายลงในพริบตา นาวินทรุดฮวบลงกับพื้นห้องโถงที่เย็นเยียบราวกับสายป่านที่ถูกขึงตึงมาตลอดทั้งคืนได้ขาดสะบั้นลง“อึก... แฮ่ก...”เสียงหอบหายใจของนาวินดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงัด หน้าผากเนียนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาจนเปียกชื้น แว่นตากรอบหนาที่ใช้พรางตัวถูกถอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีนิลที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาจากความทรมานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันนี่มันไม่ใช่อาการฮีทตามปกติที่เขาเคยเผชิญ แต่มันคือฮีทเทียม (Induced Heat[1]) ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาในระยะประชิดกลิ่นวานิลลาที่นาวินพยายามกักขังไว้ใต้ผิวหนังด้วยยากดกลิ่นโดสสูง บัดนี้มันกำลังดิ้นรนและระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งจนอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมหวานปานขนมที่อบเสร็จใหม่ๆ อบอวลไปทุกทิศทาง แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่นำมาซึ่งความอัปยศสำหรับภารกิจของเขานาวินใช้เล็บจิกเข้าที่พรมเช็ดเท้าจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด
บทที่ 2กลิ่นแห่งโชคชะตาแผนการเจาะระบบทางไซเบอร์ที่นาวินเคยมั่นใจกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแสดงรหัสความผิดพลาดสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา ‘ไวท์วอลล์’ ผนังป้องกันชั้นสุดท้ายที่ลีออนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น ซับซ้อนและไร้ช่องโหว่เกินกว่าจะเจาะผ่านจากระยะไกล นาวินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะโจมตีระบบต่อไป อัลฟ่ายีนเด่นระดับลีออนย่อมสามารถแกะรอยตามล่าเขามาถึงที่นี่ได้ภายในไม่กี่นาที“ต้องเสี่ยง...”นาวินพึมพำเสียงแผ่วในความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจออาบไล้ใบหน้า เขาปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันลับที่เขาใช้เวลาซุ่มพัฒนามานานปี มันคือเครื่องมือสร้างตัวตนปลอมขั้นสูงที่สามารถปลอมแปลงประวัติพนักงานและรหัสผ่านเข้าออกอาคารได้ทุกแห่งในเครือไวท์นาวินก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้าทรงมาตรฐานที่จงใจเลือกให้เวลาใส่ดูหลวมกว่าตัวเล็กน้อยเพื่ออำพรางสรีระโปร่งเพรียวของเขา แล้วขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักจารกรรมข้อมูลที่ปราดเปรื่องให้กลายเป็นเบต้าพนักงาน
บทที่ 1กลิ่นแห่งโชคชะตานาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของนาวินส่งเสียงเตือนเบาๆ ในเวลา 07.00 น. นาวินไม่จำเป็นต้องมองดูมันก็รู้ว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว เวลาที่ ‘โอเมก้า’ อย่างเขาต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณตัวเองมากที่สุดในอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีป้องกันภัยชั้นสูง นาวินยืนอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าเรียวภายใต้แว่นตากรอบหนาดูจืดชืด แม้พยายามแต่งเติมใบหน้าและแต่งตัวให้ดูเหมือนเบต้าทั่วไปมากที่สุด แต่ใบหน้าและดวงตาสีนิลของเขายังคงเห็นเค้าความงดงาม แม้มีความสั่นไหวจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมาก็ตามเขาหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าขุ่นออกมาจากตู้เซฟที่ซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ นี่ไม่ใช่แค่ยา... แต่มันคือชีวิตปลอมๆ ของเขา“วันนี้ก็ต้องอดทนอีกวันสินะ... วานิลลา”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางจ้องมองกลิ่นฟีโรโมนของตัวเองที่ถูกปิดผนึกไว้ใต้ผิวหนัง ด้วยกลิ่นที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นกลิ่นของเบต้าจืดชืดไร้เอกลักษณ์ ความจริงแล้วกลิ่นฟีโรโมนของเขาคือ กลิ่นวานิลลาบริสุทธิ์ ที่หอมหวานจนน่ากลัว กลิ่นที่หากหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียวก็จะทำลายแผนการทั้งหมด และสถานะที







