Beranda / วาย / พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse] / บทที่ 2 กลิ่นแห่งโชคชะตา

Share

บทที่ 2 กลิ่นแห่งโชคชะตา

Penulis: CARAMEL
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-08 11:59:23

บทที่ 2

กลิ่นแห่งโชคชะตา

แผนการเจาะระบบทางไซเบอร์ที่นาวินเคยมั่นใจกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างสมบูรณ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าแสดงรหัสความผิดพลาดสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา ‘ไวท์วอลล์’ ผนังป้องกันชั้นสุดท้ายที่ลีออนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้น ซับซ้อนและไร้ช่องโหว่เกินกว่าจะเจาะผ่านจากระยะไกล นาวินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เขารู้ดีว่าหากดึงดันจะโจมตีระบบต่อไป อัลฟ่ายีนเด่นระดับลีออนย่อมสามารถแกะรอยตามล่าเขามาถึงที่นี่ได้ภายในไม่กี่นาที

“ต้องเสี่ยง...”

นาวินพึมพำเสียงแผ่วในความมืดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจออาบไล้ใบหน้า เขาปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันลับที่เขาใช้เวลาซุ่มพัฒนามานานปี มันคือเครื่องมือสร้างตัวตนปลอมขั้นสูงที่สามารถปลอมแปลงประวัติพนักงานและรหัสผ่านเข้าออกอาคารได้ทุกแห่งในเครือไวท์

นาวินก้าวไปที่กระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้มเข้าทรงมาตรฐานที่จงใจเลือกให้เวลาใส่ดูหลวมกว่าตัวเล็กน้อยเพื่ออำพรางสรีระโปร่งเพรียวของเขา แล้วขยับแว่นตากรอบหนาให้เข้าที่ ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักจารกรรมข้อมูลที่ปราดเปรื่องให้กลายเป็นเบต้าพนักงานเทคนิคระดับกลางที่ดูจืดชืดและไม่มีอะไรน่าจดจำ ดวงตาสีนิลที่เคยทอประกายเด็ดเดี่ยวถูกซ่อนไว้ใต้เลนส์แว่นตาหนาเตอะ นาวินฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นทับยากดกลิ่นที่เพิ่งฉีดเข้าไปอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้เขาต้องยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มอัลฟ่า กลิ่นวานิลลาของเขาก็ไม่มีวันเล็ดลอดออกมาได้

ในเวลา 21:00 น. อาคารไวท์ทาวเวอร์ตั้งตระหง่านท้าทายแสงสีของเมืองหลวงราวกับยักษ์ใหญ่ที่หลับใหล ภายในอาคารเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบปรับอากาศ นาวินใช้คีย์การ์ดและรหัสผ่านชั่วคราวที่สร้างขึ้นมาจากแอปพลิเคชันลับผ่านระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนอกอย่างแยบยล เขาสาวเท้าเดินผ่านโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนขัดมัน มุ่งหน้าไปยังชั้น 45 ซึ่งเป็นชั้นผู้บริหารระดับสูงอันเป็นเขตหวงห้าม

เป้าหมายของเขาในคืนนี้ไม่ใช่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลักที่เต็มไปด้วยพนักงาน แต่คือห้องทำงานส่วนตัวของลีออน ไวท์

นาวินรู้ว่ากุญแจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลดิจิทัล แต่อยู่ในแท็บเล็ตส่วนตัวของลีออน อุปกรณ์เครื่องนั้นคือทางเข้าเดียวที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับระดับ ‘S’ ได้ทั้งหมด และเป็นอุปกรณ์ยืนยันรหัสสองขั้นตอน (2FA) ที่เขาไม่สามารถข้ามผ่านได้จากระยะไกล

เขาตรวจสอบหน้าจอโฮโลแกรมบนข้อมืออย่างระมัดระวัง สัญญาณจีพีเอสระบุว่าเป้าหมายยังคงติดพันการประชุมด่วนที่ห้องรับรองฝั่งตะวันออก

“ตอนนี้แหละ...”

นาวินรูดคีย์การ์ดปลอมผ่านเซนเซอร์ ประตูเหล็กบานยักษ์เปิดออกอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายที่อบอวลอยู่ในอากาศก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสจนนาวินแทบหน้ามืด

กลิ่นมิ้นต์หอมสดชื่นแต่กลับหนาวเย็นราวกับน้ำแข็ง มันคือกลิ่นเฉพาะตัวของลีออนที่เข้มข้นจนนาวินรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ยากดกลิ่น (Suppressants) ในร่างกายเริ่มส่งสัญญาณปั่นป่วนเมื่อต้องรับมือกับความเครียดมหาศาลและฟีโรโมนที่ทรงพลังของอัลฟ่าเจ้าของห้อง

นาวินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อประคองสติ เขาปรี่ไปที่โต๊ะทำงานสีเข้มและพบว่าเป้าหมายวางอยู่ตรงนั้น แท็บเล็ตสีดำเรียบหรูที่ลีออนวางทิ้งไว้ด้วยความเร่งรีบก่อนไปประชุม

นาวินไม่รอช้า เขาเชื่อมต่ออุปกรณ์ดึงข้อมูล (Data Link) เข้ากับพอร์ตลับของเครื่องทันที นิ้วเรียวรัวสั่งการบนหน้าจอสัมผัสด้วยความชำนาญที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แถบสถานะดึงข้อมูลค่อยๆ ขยับไปอย่างน่าลุ้นระทึก

80%... 90%... 100%!

“เรียบร้อย”

นาวินพึมพำด้วยความโล่งอก เขาจัดการลบร่องรอยการเชื่อมต่อทั้งหมดและเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงกระเป๋าเตรียมหนีออกไป ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ลิฟต์ชั้นผู้บริหารเพิ่งเปิดออกและลีออนกำลังกลับมาเร็วกว่ากำหนดการเกือบสิบนาที!

นาวินใจหายวูบ เขาไม่มีทางหนีอื่นนอกจากต้องสวมหน้ากากพนักงานเทคนิคให้มิดชิดที่สุด เขาคว้าแท็บเล็ตตรวจเช็กสัญญาณเครือข่ายของตัวเองขึ้นมาถือไว้ แสร้งทำเป็นกำลังตรวจสอบพอร์ตเชื่อมต่อข้างประตูอย่างใจเย็น ทั้งที่ภายในใจเต้นรัวแรงจนแทบกระดอนออกมาจากอก เหงื่อเย็นเยียบเริ่มผุดขึ้นตามไรผม

กึก!

ประตูถูกผลักเปิดออก ลีออนก้าวเข้ามาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าคมสันฉายแววเคร่งเครียดจากการประชุมแต่ยังคงความน่าเกรงขามดั่งราชสีห์ โดยมีดอมมือขวาคนสนิทเดินตามหลังมา นาวินใช้จังหวะนั้นก้มหน้าให้ตามมารยาทของเบต้าผู้น้อย และพยายามสาวเท้าก้าวออกจากห้องสวนทางไปให้เงียบที่สุด

ทว่า... ลีออนกลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหันในจังหวะที่เดินสวนกันในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร

กลิ่นมิ้นต์หนาวเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่านั้นพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของนาวินอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่เฉียบคมและทรงอำนาจจนทำลายชั้นป้องกันสุดท้ายของยากดกลิ่นไปจนหมดสิ้น

นาวินรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งให้อยู่กับที่ ร่างกายของเขาร้อนรุ่มอย่างประหลาดจนปลายนิ้วสั่นเทา

“เดี๋ยว...”

เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดั่งธารน้ำแข็งรั้งเขาไว้

ลีออนหันกลับมามองเบต้าแปลกหน้าที่ยืนตัวแข็งทื่อ สายตาคมกริบของเขามองผ่านนาวินราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

“นายเข้ามาทำอะไรในนี้”

นาวินหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดจนแทบขาดช่วง เขาค่อยๆ หันกลับมามองพลางปรับระดับสายตาให้อ่อนน้อมที่สุด

“ผม... ผมได้รับแจ้งจากระบบส่วนกลางว่าพอร์ตเชื่อมต่อในห้องมีสัญญาณรบกวนครับ เลยมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนท่านลีออนจะใช้งานต่อ”

ลีออนขมวดคิ้วจ้องมองใบหน้าซีดเผือดภายใต้เลนส์แว่นตาหนา สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้า แต่กลับเลื่อนลงมาที่ลำคอของนาวินซึ่งถูกปกคอเสื้อเชิ้ตปิดมิดชิด ลีออนรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่สัญชาตญาณอัลฟ่าของเขาร้องเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ ความรู้สึกนี้มันรุนแรงจนเขาเองก็ยังแปลกใจ

“หน้าของคุณ... ดูคุ้นๆ”

ลีออนเปรยออกมา น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความสงสัยที่ทำให้นาวินใจสั่นสะท้าน

“ผมเคยมาติดตั้งระบบเมื่อเดือนก่อนครับท่าน ท่านอาจเคยเห็นผมเมื่อคราวนั้น”

นาวินแก้ตัวอย่างรวดเร็ว พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ ทั้งที่ความจริงเขาแทบจะหมดแรงล้มลงตรงนั้น

ลีออนไม่ได้สนใจคำแก้ตัว แต่สายตาของเขายังคงจ้องนิ่งไปที่บริเวณคอของนาวิน จุดที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ของรอยกัดขู่ที่นาวินเคยได้รับในอดีตซ่อนอยู่ ลีออนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเบือนหน้ากลับไปทางโต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ทำงานให้เสร็จแล้วรีบออกไป ฉันไม่ชอบคนนอกมาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะในเวลาที่ฉันต้องการความเงียบแบบนี้”

ทันทีที่ลีออนเดินผ่านเข้าห้องไป นาวินทรุดตัวลงพิงผนังหน้าห้องด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาพยายามประคองร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงออกจากอาคารไวท์อย่างรวดเร็วที่สุด ข้อมูลสำคัญอยู่ในมือเขาแล้ว แต่นาวินไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังคือความแคลงใจในดวงตาของลีออน

เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ที่ปลอดภัย สิ่งที่นาวินพยายามปกปิดก็พังทลายลงทันทีที่ประตูล็อก ร่างกายที่ถูกฝืนมานานก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ยากดกลิ่นหมดฤทธิ์ลงอย่างสมบูรณ์ราวกับเขื่อนที่แตกทลาย

กลิ่นวานิลลาบริสุทธิ์ที่หอมหวานและยั่วยวนพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง อาการฮีทที่ยังไม่ถึงกำหนดปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจากการได้รับกลิ่นฟีโรโมนของลีออนเข้าไปเต็มปอดขณะที่อยู่ในตึกนั้น

“อึก... นี่มันเกิดอะไรขึ้น...”

นาวินขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นเย็นเยียบ ร่างกายของเขาจดจำกลิ่นมิ้นต์นั้นได้อย่างแม่นยำและกำลังตอบสนองต่อมันอย่างหิวกระหาย สัญชาตญาณโอเมก้าที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตกำลังกรีดร้องโหยหาการถูกครอบครอง

ภารกิจแก้แค้นที่เขาตั้งมั่นไว้เริ่มสั่นคลอน เพราะตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า ลีออน ไวท์ ไม่ได้เป็นเพียงศัตรูที่เขาต้องทำลาย แต่คือคู่แห่งโชคชะตาที่ร่างกายของเขาไม่อาจปฏิเสธได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของความทรมานที่แท้จริง

+-+-+

โปรดติดตามตอนต่อไป...

+-+-+

โชคไม่เข้าข้างหรือชะตาเล่นตลก นายเอกเราดันเจอคู่แห่งโชคชะตาที่มันไม่ควรเป็นไปได้

ชอบกดติดตาม คอมเมนต์พูดคุยกับนักเขียนได้นะคะ นักเขียนจะมาตอบแน่นอนจ้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 13 ความรู้สึกผิดคืออาวุธที่ดีที่สุด

    บทที่ 13ความรู้สึกผิดคืออาวุธที่ดีที่สุดเสียงล้อรถลีมูซีนบดลงบนกรวดหินหน้าคฤหาสน์ตระกูลไวท์ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของนาวินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันเป็นเสียงที่ย้ำเตือนว่าเขากำลังกลับเข้าสู่สมรภูมิที่ไร้เสียงปืน แต่เต็มไปด้วยคมดาบที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มพรมเช็ดเท้าผืนหรูนาวินมองลอดกระจกหน้าต่างรถออกไป เห็นคฤหาสน์หินอ่อนสีขาวนวลที่ทอประกายภายใต้แสงจันทร์ มันดูสง่างามทว่าเยือกเย็นไม่ต่างจากเจ้าของกลิ่นมิ้นต์ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาในขณะนี้ลีออน ไวท์ นั่งนิ่งราวกับรูปสลัก สายตาจับจ้องไปที่เอกสารในแท็บเล็ต แต่กลิ่นฟีโรโมนมิ้นต์ที่แผ่ออกมากลับมีความว้าวุ่นจางๆ มันส่งผ่านพันธะหลังคอนาวินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่คืนนั้นที่เซฟเฮาส์ริมหน้าผา สายใยที่มองไม่เห็นนี้ทำให้นาวินรับรู้ถึงอารมณ์ของลีออนได้ลึกซึ้งจนน่ากลัว เขารู้ว่าลีออนกำลังเครียดเรื่องการเผชิญหน้ากับมาร์คัส และเขาก็รู้ว่าลีออนกำลัง... รู้สึกผิดนาวินขยับตัวเล็กน้อย เสื้อคาร์ดิแกนตัวโคร่งของลีออนที่เขาจงใจสวมใส่ไว้ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี กลิ่นมิ้นต์ที่อบอวลช่วยให้สัญชาตญาณโอเมก้าของเขาสงบลง และมันทำหน้าที่อีกอย่าง... คือเป็นเครื่องมือชั

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 12 รอยร้าวในใจ

    บทที่ 12รอยร้าวในใจความเงียบเชียบในเซฟเฮาส์ริมหน้าผาเริ่มทำงานกับประสาทของนาวินอีกครั้ง หลังจากเสียงล็อกประตูห้องนอนเงียบหายไปพร้อมกับเงาของลีออน ร่างโปร่งในชุดคาร์ดิแกนตัวโคร่งที่อบอวลด้วยกลิ่นมิ้นต์ ทรุดกายลงนั่งบนขอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เขามองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลและท้องฟ้าบรรจบกันเป็นเส้นเดียว มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงอิสรภาพแม้แต่น้อยมือบางลูบไล้รอยกัดที่หลังคออย่างเผลอตัว ความเจ็บแปลบจางลงแล้ว แต่ความรู้สึกหน่วงที่เชื่อมโยงกับเจ้าของรอยกัดกลับเด่นชัดขึ้นทุกนาที มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาเกลียดแสนเกลียด... เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสอารมณ์ที่ขุ่นมัวและว้าวุ่นของลีออนที่ยังคงลอยวนอยู่ในบ้านหลังนี้ แม้เจ้าตัวจะออกไปแล้วก็ตาม“นายเห็นผมเป็นตัวแทนของพี่จริงๆ สินะ...”นาวินพึมพำกับความว่างเปล่าประโยคสุดท้ายของลีออนที่หลุดชื่อคามินออกมา มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวนาวินรู้ดีว่านี่คือโอกาสทอง หากเขาอยากทำลายตระกูลไวท์ หรือสืบหาความจริงเรื่องการตายของพี่ชาย เขาต้องไม่ทำตัวเป็นศัตรูที่คอยแต่วิ่งหนี แต่เขาต้องกลายเป็นคนรักที่ลีออนโหยหา เพื่อที่จะได้เข้าไปสืบหาความจริงให้ได้ลึก

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 11 กรงขังที่เรียกว่าพันธะ

    บทที่ 11กรงขังที่เรียกว่าพันธะความเงียบสงัดภายในเซฟเฮาส์ริมหน้าผาดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่จอมปลอมที่สุดในความรู้สึกของนาวิน ทันทีที่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันใหม่ สิ่งแรกที่กระแทกเข้าสู่ประสาทรับรู้คือความหนักอึ้งที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกบดละเอียดและประกอบขึ้นใหม่ด้วยน้ำมือของลีออน ความเจ็บระบมที่ช่วงล่างและรอยเขี้ยวที่หลังคอยังคงส่งความรู้สึกวูบวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านอยู่ตลอดเวลานาวินพยายามหยัดกายลุกขึ้นจากเตียง แต่แค่ขยับตัวเพียงนิด ความเจ็บเจียนตายก็แล่นริ้ว จนเขาต้องหลุดเสียงครางออกมา ร่างกายที่เคยเป็นของเขา บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนของแปลกปลอม สิ่งที่รบกวนใจเขามากกว่าความระบมทางกาย คือความเชื่อมโยงที่น่าสะอิดสะเอียน...เขารับรู้ได้ถึงตำแหน่งของลีออนโดยสัญชาตญาณ เขารู้ว่าลีออนไม่ได้อยู่ในห้อง แต่กำลังยืนอยู่ที่ระเบียงด้านนอกเพื่อจัดการกับเรื่องวุ่นวายที่ทิ้งไว้ในงานเลี้ยงนาวินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ มือบางลูบไล้ไปตามรอยกัดที่หลังคอ มันบวมแดงมีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ เขาเปิดฝักบัวให้แรงที่สุดหวังให้สายน้ำเย็นจัดชะล้างทุกร่องรอย ทุก

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 10 พันธะนิรันดร์

    บทที่ 10พันธะนิรันดร์ภายในห้องนอนริมหน้าผาอันห่างไกล แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผนังกระจกบานยักษ์ส่องให้เห็นเงาของคนสองคนที่กำลังถูกพายุแห่งสัญชาตญาณซัดสาด บรรยากาศที่เคยเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจหนักหน่วง กลิ่นวานิลลาที่หอมหวานจัดจ้านจากตัวนาวินบัดนี้ไม่ใช่เพียงแค่กลิ่นหอม แต่มันคือสารกระตุ้นที่รุนแรงกว่ายาเสพติดชนิดใดในโลก กลิ่นนั้นพลุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูอากาศ มอมเมาประสาทสัมผัสของอัลฟ่าจ่าฝูงจนพังทลาย“อึก...”ลีออนขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้าใสบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยสีแดงฉานดุจทับทิมอาบเลือด ร่างกายของเขาร้อนรุ่มจนเหมือนมีลาวาไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด อาการรัทที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจากการถูกกระตุ้นโดยโอเมก้าคู่แห่งโชคชะตาทำให้อารมณ์ผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงความปรารถนาครอบครองและตีตราเหยื่อตรงหน้าให้จมลงกับเขี้ยวเล็บ“นาวิน... นายทำฉันคลั่งเองนะ...”เสียงคำรามทุ้มต่ำพร่ามัวแฝงไปด้วยความดุร้าย ลีออนกระชากร่างโปร่งที่นอนหอบหายใจรวยรินบนเตียงกว้างให้เข้ามาประชิดตัว ฝ่ามือหนาบีบเคล้นลงบนสะโพกมนและแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างแรงจนเกิดรอยนิ้วม

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 9 พันธะนิรันดร์

    บทที่ 9พันธะนิรันดร์เสียงเครื่องยนต์ของรถลีมูซีนคำรามเบาๆ ขณะที่มันพุ่งทะยานออกสู่ถนนสายเปลี่ยวมุ่งหน้าออกนอกเมือง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดเข้ามาในรถราวกับภาพแฟลชแบ็กที่ย้ำเตือนถึงความวุ่นวายในงานเลี้ยงที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่นาที แต่ภายในห้องโดยสารที่ถูกปิดตายด้วยกระจกกันเสียงและฟิล์มทึบกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ร้อนระอุจนแทบเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุณนาวินนอนบิดเร้าอยู่บนเบาะหนังสีดำสนิท ร่างกายที่เคยสง่างามในชุดสูทสีขาวมุกบัดนี้ดูยั่วยวนและปลุกเร้าอารมณ์ กระดุมเสื้อหลุดกระจายเผยให้เห็นแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจที่รุนแรง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบไปกับผิว กลิ่นวานิลลาที่เคยเป็นเพียงความหอมจางๆ บัดนี้มันเข้มข้นจนกลายเป็นกลิ่นที่หอมหวานจัดและนุ่มลึกผสมกับไม้หอมราวกับน้ำเชื่อมที่กำลังเคี่ยวบนไฟแรง มันเย้ายวนและบีบคั้นประสาทสัมผัสของอัลฟ่าทุกคนที่อยู่ใกล้“ฮึก... ลีออน... ฉัน... ทนไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางอ้อนวอนของนาวินไม่ได้เป็นเพียงเสียงเรียกชื่อ แต่มันคือเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความทรมานจากส่วนลึกของสัญชาตญาณโอเมก้าที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการฮีทครั้

  • พันธะต้องห้าม : Fated to Bind [Omegaverse]   บทที่ 8 งานเลี้ยง

    บทที่ 8งานเลี้ยงทันทีที่บานประตูคู่มหึมาของโถงจัดเลี้ยงเปิดออก แสงสว่างจ้าจากโคมไฟระย้าคริสตัลนับร้อยดวงก็สาดซัดเข้าใส่ร่างของคนทั้งคู่จนนาวินต้องหยีตาลงชั่วขณะ เสียงชัตเตอร์จากกล้องของเหล่านักข่าวรัวกระหน่ำขึ้นราวกับเสียงปืนกล พร้อมกับแสงแฟลชที่ระเบิดวาบไม่หยุดหย่อน ราวกับจะลอกหนังกำพร้าของเขาออกมาแฉให้คนทั้งโลกเห็นลีออนกระชับวงแขนที่โอบเอวนาวินไว้แน่นขึ้น แรงบีบที่มั่นคงนั้นสื่อความหมายถึงการปกป้องและการเตือนสติในเวลาเดียวกัน นาวินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับไม่ให้ขาทั้งสองข้างสั่นเทาขณะก้าวเดินเคียงข้างอัลฟ่ายีนเด่นที่แผ่กลิ่นอายอำนาจออกมาอย่างน่ายำเกรงเขารู้ดีว่า เขากับคามินไม่มีความคล้ายคลึงกันในทางหน้าตา พี่ชายของเขาคือลูกเสี้ยวไทยญี่ปุ่นรัสเซียที่มีเครื่องหน้าคมชัดและดวงตาสีเทาที่ดูแปลกตา ทว่านาวินคือชายหนุ่มไทยแท้ที่มีดวงตาสีนิลสนิทดุจท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่สิ่งที่เขารู้สึกได้ในตอนนี้คือสายตาของแขกเหรื่อที่มองมา... พวกเขาไม่ได้มองที่รูปร่างหน้าตา แต่มองหาบางอย่างที่ลีออนพยายามจะยื้อคืนมาจากความตาย“ยิ้มไว้... และอย่าลดสายตาลงเด็ดขาด”เสียงทุ้มของลีออนกระซิบชิดใบหู ท่าทางนั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status