LOGINONS ในค่ำคืนหนึ่ง กลับทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป ใครจะคิดว่าเธอจะตามหาเขาจนเจอ “หนูขอมาอยู่กับพี่ได้ไหม”
View Moreกัปตันอยู่นี่เอง” เสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง เด็กหนุ่มมอปลายหน้าตาดีวิ่งลัดสนามหญ้ามาอย่างกระหืดกระหอบหลังจากตามหาอีกฝ่ายรอบศูนย์ บ้างก็คนว่ากัปตันวออกกำลังกายอยู่ในโรงยิม บ้างก็บอกว่ากัปตันอยู่สระว่ายน้ำ บ้างก็บอกว่าทิ้งบอมบ์อยู่ในห้องน้ำ เขาตามหาทุกที่ก็ไม่เจอ กระทั่งเขาเดินผ่านสนามฟุตบอลแล้วพบคนที่ตามหากำลังวิดพื้นด้วยมือข้างเดียวอยู่ข้างสนาม
เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้ายันกายลุกขึ้นนั่งหลังถูกคนตรงหน้าขัดจังหวะการออกกำลังกายยามเช้า
เขาชื่อ บูม ชลธี กัปตันทีมฟุตบอลสโมสร Rising Sky United หมายเลข 10 กลางอกคือเลขนำโชคของเขา
“มีอะไรต้น” กัปตันเอ่ยถามอย่างใจเย็น ยืดแขนยาวไปจนสุด มือแตะปลายรองเท้าเพื่อยืดหยุ่นร่างกาย
“คือมีคนมาหากัปตันครับ”
“ใคร?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามกลับ ช่วงนี้เขาอยู่ระหว่างเก็บตัวฝึกซ้อม บรรดาญาติพี่น้องคนสนิทต่างรู้ว่าเขาไม่สามารถเจอใครได้ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นจริง ๆ
“เออ….ผมก็ลืมถามชื่อจากป้า รับเรื่องมาอีกต่อหนึ่ง พอดีป้าใช้ให้วิ่งมาบอกกัปตันว่ามีสาวมาหา ตอนนี้เธอนั่งรออยู่ที่ศูนย์อาหารครับ”
ป้าของต้น หรือ ป้าตา เป็นแม่ครัวฝีมือดีประจำสโมสร ทำงานที่นี่มาหลายปี นักกีฬาฝากท้องกับป้าตามาหลายสิบรุ่น ส่วนเด็กตรงหน้าเป็นหลานชายของป้าตา เพิ่งอายุ 17 ปี ป้าตาฝากหลานชายให้มาทำงานพิเศษเป็นเด็ก ดูแลสนามหญ้าหารายได้พิเศษช่วงปิดเทอม
“สาวที่ไหน” บูมพึมพำถามออกไป หากจะนับกันจริง ๆ ผู้หญิงที่เคยมาหาเขาที่สโมสรก็มีแต่ บลู น้องสาวของเขา
นานทีปีหนน้องจะแวะมาหาเขาที่นี่สักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นบลูไม่เคยมาหาเขาโดยไม่บอกล่วงหน้ามาก่อน เขาคิดว่าน่าสาวคนนั้นไม่ใช่บลูแน่ ๆ
ถ้าหากคนที่มาหาไม่ใช่บลู เขานึกไม่ออกจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนไหนจะมาหาเขา ช่วงนี้เขาฝึกซ้อมหนัก ไม่มีเวลาออกไปยุ่งก้บผู้หญิงคนไหนเลย คงไม่เกิดกรณีเหมือนไอ้ปาร์คแน่ๆ อาทิตย์ก่อนมีผู้หญิงสองคนมาหาถึงหน้าสโมสรบอกว่าจะขอเคลียร์ว่าพวกเธอคนไหนมาก่อนหรือมาทีหลัง
“ไม่รู้เหมือนกันครับ ป้าบอกมาแค่นี้” ต้นยิ้มแห้ง หัวเราะในลำคอ ยกมือเกาท้ายทอยอย่างเก้อ ๆ เด็กหนุ่มเพิ่งตื่นมาแต่งตัวจะออกมาทำงาน ป้าก็มาเคาะประตูเรียกใช้เขาให้วิ่งมาส่งข่าว เด็กหนุ่มก็ไม่เห็นหน้าผู้หญิงที่มาหากัปตันเหมือนกัน
“อ้อๆ ป้าบอกว่าสาวกัปตันสวยมาก”
กัปตันหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยกแขนสองข้างเหยียดกล้ามเนื้อ กระโดดสองสามทีเพื่อสะบัดเศษหญ้าที่ติดตามแผ่นหลังออก ดวงตาคมหลุบมองเช็กสมาร์ทวอชบนข้อมือ อีก 10 นาทีถึงเวลาที่เขาต้องฝึกซ้อมตามโปรแกรม
ดูเหมือนเขาคงต้องเปลี่ยนจากวิดพื้นเป็นวิ่งเร็วแทน อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงที่ป้าตาบอกว่าสวยมาก เป็นใคร
บูมวิ่งเหยาะ ๆ อย่างไม่รีบร้อน ระยะทางจากสนามบอลมาถึงศูนย์ ใช้เวลาแค่ไม่ห้านาทีเท่านั้น
เวลานี้เป็นช่วงบ่ายสามโมง ศูนย์อาหารจึงเงียบเชียบไร้ผู้คนพลุกพล่าน จะคึกคักอีกทีก็ช่วงห้าโมงถึงหกโมงเย็น ก่อนจะปิดบริการช่วงหนึ่งทุ่ม ถ้าหากจะหาอะไรกินหลังจากนั้น
ก็ไม่มีให้แดกแล้ว
คำติดปากของปาร์คที่มักจะพูดบ่อย ๆ
หลังหนึ่งทุ่มคนที่ยังท้องว่างก็ต้องออกไปหาของกินข้างนอกสโมสรแทน หลัก ๆ ก็จะไหลรวมกันไปที่ร้านข้าวต้ม ไม่ก็ร้านหมูจุ่ม
กัปตันนหนุ่มเท้าสะเอว กวาดสายตามองหาผู้หญิงสวยทันที ทว่าชายหนุ่มมองหาจนทั่วแล้วแต่ยังไม่พบใครเลย
“ไม่เห็นเจอใครหรือกลับไปแล้ว” กัปตันหนุ่มพึมพำ เมื่อกวาดสายตาดูจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ เขาก็คิดว่าจะกลับไปที่สนามฝึกซ้อมต่อ
ทันใดนั้นเองมือของใครบางคนสะกิดตรงหัวไหล่เขาเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มหันไปมองก็พบผู้หญิงตัวเล็กเท่าไหล่ยืนรออยู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างนิด ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนหวานทักทายกัน
“นึกว่าจะมาเสียเที่ยวซะแล้ว” เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มโล่งใจ
สวยจริง ๆ
บูมนิ่งเงียบ ลอบมองสำรวจใบหน้าสวยอย่างใช้ความคิด เธอดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย ทว่าเขายังนึกไม่ออกว่า เธอเป็นใคร? ชื่ออะไร?
“พี่จำจูนได้ไหม” คนตัวเล็กชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังสับสนงุนงงตอนเจอหน้ากัน บางทีเขาอาจจะจำเธอไม่ได้แล้ว แต่หน้าตาสวย ๆ อย่างเธอ เขาจะจำไม่ได้เลยหรือ
“จูน”
จูนไหนวะ? บูมขมวดคิ้วใช้ความคิด ในบรรดาเพื่อนน้องสาว ไม่มีคนชื่อจูนแน่ ๆ
“พี่จำจูนไม่ได้เหรอ” เธอถามเสียงอ่อน ริมฝีเล็กคว่ำลงอย่างน่าเอ็นดู
“ขอโทษนะ พี่จำคนไม่ค่อยเก่ง” บูมยอมรับตามตรง ดีกว่าแถว่าตัวเองรู้จัก เกิดจำผิดคนขึ้นมาจะซวยเอา
“จูน ขอนแก่น”
“หืม” บูมครางรับในลำคอ เธอระบุจังหวัดมาเลยด้วย ทำเหมือนกับว่าเขารู้จักผู้หญิงชื่อ จูน หลายคนยังไงอย่างนั้น
“พี่ยังจำไม่ได้อีกเหรอ” เธออุตส่าห์บอกพิกัดจังหวัดบ้านเกิดตัวเอง เพื่อย้ำเตือนว่าเราเคยเจอกันที่นั่น หรือว่าเขาจะมีผู้หญิงเยอะจนจำไม่ได้
“จำได้” บูมแย้มยิ้มออกมาเบา ๆ คราแรกเขาจำเธอไม่ได้จริง ๆ ก็ตอนนั้นเธอยังผมสั้นประบ่า ฟอกสีผมเป็นสีทอง ทว่าตอนนี้ผมเธอยาวถึงกลางหลัง ผมสีดำสนิท แค่ปรับทรงผมก็สามารถปรับบุคลิก หน้าตาจนเกือบจะจำไม่ได้
“จำได้จริง ๆ ใช่ไหม” เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจ สืบเท้าเข้ามาใกล้ให้มองหน้ากันชัด ๆ ก่อนจะถอยกลับไปครึ่งก้าวเพราะรู้สึกว่ามันชัดเจนเกินไป ความหล่อของเขากระแทกตาเธอแทบบอด
“จำได้จริง ๆ เราเจอกันที่ขอนแก่นใช่ไหม พี่เจอจูนที่งานเลี้ยงสัมมนาในโรงแรม”
“อื้ม จูนก็กลัวว่าพี่จะจำผิดเป็นคนอื่น” ชื่อ จูน ก็ไม่ได้จัดอยู่ในระดับชื่อยูนีค ผู้หญิงชื่อ จูน ซ้ำกันเยอะแยะ เผื่อเขาจะจำเธอเป็นใครคนอื่น ก็เลยบอกไปตั้งแต่แรกว่ามาจาก ขอนแก่น
“ว่าแต่เรามาทำอะไรที่กรุงเทพ” บูมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เขามีเวลาคุยกับเธออีกแค่สามนาที จากนั้นเขาต้องรีบกลับไปฝึกกับทีมต่อ ไม่อย่างนั้นโค้ชคงสั่งลงโทษทั้งทีม ไอ้พวกนั้นเตรียมรูดทรัพย์ให้เขาต้องเลี้ยงเหล้าแน่ ๆ
“จูนสอบติดมหาลัยที่นี่น่ะ”
“อ้อ” บูมระบายยิ้มอ่อน เธอคงไม่ได้มาหาเขาเพื่อจะบอกแค่ว่าตัวเองสอบติดมหาลัยแน่ ๆ แต่อย่างน้อยเขาก็ควรเอ่ยแสดงความยินดีของเธอ “ยินดีด้วยนะ”
“พี่เคยบอกว่า…ถ้าหากจูนมีโอกาสได้มากรุงเทพก็ให้ติดต่อมาหาพี่ได้”
ตอนนั้นเขาบอกกับเธอแบบนั้นจริง ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีก ปกติชีวิตของเขาไม่ค่อยมีโอกาสได้วนกลับมาเจอ ‘คู่นอน’ สักเท่าไร
คนตรงหน้าคือผู้หญิงที่เขามีวันไนต์แสตนด์ในค่ำคืนหนึ่ง ระหว่างที่เขาสัมมนาที่จังหวัดขอนแก่น
“แบบนี้นี่เอง แต่เราเก่งนะ มาสโมสรถูกด้วย” สโมสรจัดเป็นสถานที่กึ่งภายใน เข้าออกต้องแลกบัตรเหมือนศูนย์ราชการ แถมยังต้องลงทะเบียนอีกต่างหาก ทางเข้ามาก็อยู่ลึกมาก แถมด้านในยังมีหลายตึก เพราะมีศูนย์ฝึกกีฬาชนิดอื่นรวมอยู่ด้วย เขาไม่คิดว่าเด็กที่เพิ่งมากรุงเทพครั้งแรกจะหาทางมาสโมสรถูก
“ก็มาตามแมพแหละ เข้ามาข้างในก็เกือบหลงเหมือนกัน โชคดีเจอคุณป้าแม่ครัว แกเลยให้มารอพี่ที่นี่แล้วส่งคนไปตามพี่มาเจอกัน ขอโทษนะคะที่มาโดยไม่บอกพี่ก่อน”
“อ้อ…แล้วพักอยู่ที่ไหนเหรอ” บูมชวนคุยเรื่อยเปื่อย กลัวว่าเธอจะรู้สึกว่าเขาไม่ยินดีจะเจอกัน เขายอมรับว่ารู้สึกแปลกใจมากกว่ายินดีด้วยซ้ำ ถามว่าดีใจที่ได้เจอกันไหมก็ดีนะ เธอเป็นคนน่ารักดี แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าอยากเจอกันอีกครั้ง
เขาชอบวันไนต์แสตนด์ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องผูกมัดกับใคร หรือต้อง พัวพันกับผู้หญิงคนไหน มันก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราว ทำภารกิจเสร็จก็แยกย้าย แต่ในกรณีที่คู่นอนโผล่มาหาเขาถึงที่นี่
เธอเป็นคนแรกเลย
“คือว่าจูนมีปัญหาเรื่องที่พักนิดหน่อย ตอนแรกจูนลงทะเบียนที่พักในมหาลัย แต่พอมาถึงเจ้าหน้าที่บอกว่าชื่อของจูนตกหล่น ตอนนี้จูนก็เลยต้องหาที่พักใหม่” จูนเอ่ยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เธอคิดว่าตัวเองเตรียมทุกอย่างมาอย่างดี ไม่คิดว่าจะมีงานเข้าเลยสักนิด แต่เธอจะจมจ่อกับปัญหาแบบเศร้า ๆ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้เธอจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด หาที่ซุกหัวนอนให้ได้เสียก่อน
“หืม แบบนี้ก็แย่เลยสิ” เขาพอจะคาดเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้แล้วว่ามาหาเขาด้วยเหตุผลอะไร
“พี่เป็นคนเดียวในกรุงเทพที่จูนรู้จัก”
เสียงนาฬิกาสมาร์ทวอชบนข้อมือดังขึ้นเตือนพอดี เขาต้องรีบกลับไปที่สนามฝึกซ้อมแล้ว แต่เขาจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้ก็กะไรอยู่
“จูนอยากให้พี่ช่วยอะไรไหม” ชายหนุ่มเอ่ยตัดบทดราม่าของเธอแล้วให้ความช่วยเหลือทันที
คนตัวเล็กนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมแป๋วช้อนมองคนตัวสูงราวกับลูกแมวตัวน้อยหลงทาง ต้องการหาคนใจดีช่วยรับเลี้ยง
“พี่จะว่าอะไรไหม ถ้าจูนจะขอมาอยู่กับพี่สักพักได้ไหม”
ฝากกดติดตาม + กดหัวใจ คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า
จูนกลับมาจากบ้านขอนแก่นได้สองเดือนแล้ว เธอกำลังเก็บของของใส่กล่องลัง ถึงเวลาต้องย้ายออกจากห้องแสนสุขแห่งนี้พี่บูมอยากให้เธอย้ายไปอยู่บ้านของเขา ตอนนี้บลูย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่ซื้อร่วมกับพี่โอเชียนหลังจากทั้งคู่แต่งงานกัน ทำให้ตอนนี้บ้านว่างเปล่าเพราะไม่มีคนอยู่มานานแรมเดือนเขาจึงอยากให้เธอย้ายไปอยู่ที่นั่น ไม่อยากให้บ้านกลายเป็นบ้านร้างช่วงนี้เรากำลังจะเก็บเงินเพื่อแต่งงาน ค่าใช้จ่ายอย่างค่าเช่าได้ควรจะตัดทิ้ง อีกทั้งตอนนี้เธอย้ายมาทำงานส่วนหลังบ้าน เข้าออฟฟิศอาทิตย์ละสองครั้ง ส่วนนอกนั้นเธอเลือกจะทำงานที่บ้านสภาพแวดล้อมที่ดี พื้นที่กว้าง มองเห็นต้นไม้และสวนดอกไม้ อาจจะทำให้บรรยากาศทำงานคนเดียวไม่เหี่ยวเฉาเกินไปเธอจึงตอบตกลงย้ายไปอยู่บ้านของเขา ส่วนพี่บูมจะแวะมาทุกเสาร์ - อาทิตย์ช่วงพักฤดูกาล เขาก็จะมีเวลาอยู่กับเธอทั้งวันทั้งคืน“อยากขอซื้อโซฟาย้ายไปไว้ที่บ้าน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเสียดาย ดวงตามองโซฟาตาละห้อย“เราซื้อใหม่ก็ได้ ไม่กี่บาทเอง”“มันไม่เหมือนกัน โซฟาตัวนี้มันมีความหมายกับเราสองคน เราทำอะไรด้วยกันตั้งหลายอย่าง”คนตัวโตเอ่ยแกมเจ้าเล่ห์ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ จูนหรี่ตามอง
โต๊ะอาหารมีกับข้าวประจำท้องถิ่นวางไว้หลายอย่าง จูนมองแวบเดียวก็รู้ว่าพ่อทำมันด้วยตัวเอง“นั่งกันก่อนสิ หิวกันแล้วใช่ไหม” คนเป็นพ่อผายมือให้ลูกสาวกับแฟนนั่งเก้าอี้ข้างกัน“ไม่รอยัยเจนก่อนเหรอ เมื่อกี้ลูกโทรมาบอกว่าติวหนังสือเสร็จแล้ว กำลังจะกลับบ้าน” สร้อยเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนวางกระติกข้าวเหนียวไว้บนโต๊ะ ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้มาช่วยสามีทำครัว เพราะติดเม้าท์มอยกับบรรดาญาติสามีเรื่องลูกเลี้ยงพาผัวกลับมาบ้าน“ไม่ต้องรอ พูดอย่างกับเจนจะกินอาหารบ้าน ๆ วัน ๆ ก็เห็นซื้อข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ” กรเอ่ยประชดแม่ของลูกไปพร้อม ๆ กัน เธอเลี้ยงลูกตามใจจนเคยตัว สองแม่ลูกใช้เงินเหมือนกระดาษ ทำอย่างกับว่าเงินมันหล่นมาจากอากาศ เขาต้องทนทำงานท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ หลบ ๆ ซ่อน ๆ กินผัดผัก ซดน้ำซุปถั่วงอก นานแรมเดือนเพื่อประหยัดเงินส่งให้ทุกคนทางนี้ได้อยู่อย่างสุขสบาย เก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ เพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวเร็ว ๆไม่คิดเลยว่าสองแม่ลูกใช้เงินมือเติบ ตั้งแต่เขากลับมา จำเป็นต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายในบ้านหลังนี้ต้องผ่านการเห็นชอบจากเขาก่อนเท่านั้น“อยากกินก็กินกันไปเลย สร้อย
โต๊ะอาหารมีกับข้าวประจำท้องถิ่นวางไว้หลายอย่าง จูนมองแวบเดียวก็รู้ว่าพ่อทำมันด้วยตัวเอง“นั่งกันก่อนสิ หิวกันแล้วใช่ไหม” คนเป็นพ่อผายมือให้ลูกสาวกับแฟนนั่งเก้าอี้ข้างกัน“ไม่รอยัยเจนก่อนเหรอ เมื่อกี้ลูกโทรมาบอกว่าติวหนังสือเสร็จแล้ว กำลังจะกลับบ้าน” สร้อยเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนวางกระติกข้าวเหนียวไว้บนโต๊ะ ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้มาช่วยสามีทำครัว เพราะติดเม้าท์มอยกับบรรดาญาติสามีเรื่องลูกเลี้ยงพาผัวกลับมาบ้าน“ไม่ต้องรอ พูดอย่างกับเจนจะกินอาหารบ้าน ๆ วัน ๆ ก็เห็นซื้อข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ” กรเอ่ยประชดแม่ของลูกไปพร้อม ๆ กัน เธอเลี้ยงลูกตามใจจนเคยตัว สองแม่ลูกใช้เงินเหมือนกระดาษ ทำอย่างกับว่าเงินมันหล่นมาจากอากาศ เขาต้องทนทำงานท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ หลบ ๆ ซ่อน ๆ กินผัดผัก ซดน้ำซุปถั่วงอก นานแรมเดือนเพื่อประหยัดเงินส่งให้ทุกคนทางนี้ได้อยู่อย่างสุขสบาย เก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ เพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวเร็ว ๆไม่คิดเลยว่าสองแม่ลูกใช้เงินมือเติบ ตั้งแต่เขากลับมา จำเป็นต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายในบ้านหลังนี้ต้องผ่านการเห็นชอบจากเขาก่อนเท่านั้น“อยากกินก็กินกันไปเลย สร้อย
บ้านสองชั้นเก่า ๆ ครึ่งบนเป็นไม้ ครึ่งล่างเป็นปูนก่อขึ้นมาปิดทึบ จูนมองบ้านของยายเงียบ ๆ ไม่กล้าจะเดินเข้าไป กระทั่งมือหนายื่นมือมาจับมือเธอแล้วจับจูงให้เดินไปพร้อมกัน เธอเลือกกลับมาหายายวันนี้เพราะเป็นวันครบรอบที่ยายจากไป‘ยาย จูนกลับมาหายายแล้วนะ“จูน” เสียงเรียกจากด้านหลังเรียกให้คนที่กำลังเดินเข้าไปหันกลับมามอง ดวงตาเบิกกว้างนิด ๆ ก่อนจะกะพริบรัว ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า“จูน กลับมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ พลันก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ใบหน้าคมเข้มในความทรงจำกำลังหวนกลับมาให้เธอนึกถึง “พ่อเอง”ผู้ชายตรงหน้าคือ พ่อ ของเธอ“พี่กร คุยกับใครน่ะ” เสียงแหลมเล็กติดรำคาญเอ่ยดังจากด้านหลัง ก่อนปรากฏตัวยืนเคียงข้างกัน ดวงตาเฉี่ยวคล้ายนกเหยี่ยวจ้องมองจูนอย่างแปลกใจ “อ้าว จูน”ผู้หญิงตรงหน้าคือ น้าสร้อย แม่เลี้ยง ของเธอจูนยืนนิ่งนานหลายนาที กระทั่งฝ่ามือหนาสอดมาประสานแนบแน่น เธอถึงได้สติแล้วเอ่ยทักทายพวกเขา“พ่อกลับมาเมื่อไหร่”“กลับมาได้สองปีแล้ว ว่าแต่จูนไปอยู่ที่ไหนมา พ่อพยายามติดต่อเรา แต่ติดต่อไม่ได้เลย นี่ถ้าวันนี้พ่อกับน้าสร้อยไม่ผ่านมาทำธุระแถวนี้ก็คงไม่ได