Home / โรแมนติก / พันธะรักแม่อุ้มบุญ / บทที่ 10 ฉันจะไม่ทนแล้ว

Share

บทที่ 10 ฉันจะไม่ทนแล้ว

last update publish date: 2026-10-19 22:26:11

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ภัทรวดีก็เปลี่ยนไป เธอแสร้งทำเป็นปกติเหมือนเดิม ทุกเช้าเธอตื่นมาพร้อมรอยยิ้ม หญิงสาวรับประทานอาหารเช้าอย่างมีความสุข

ภัทรวดีพูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ตอบคำถามของพีรวิชญ์ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน ไม่ได้เอาแต่ใจเหมือนเดิม

ยิ่งเวลาที่อยู่ต่อหน้ามนสิชา ภัทรวดีจะพูดดีมาก โดยเฉพาะบางมื้อ ที่ทุกคนต้องมากินอาหารด้วยกัน เธอจะเอาใจทุกคนเป็นพิเศษ แต่ว่าภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความแค้น และความเจ็บปวดที่สุมอยู่ ราวกับเปลวเพลิง

เธอไม่ให้หัวใจกับพีรวิชญ์อีกต่อไปแล้ว ทั้งที่เธอก็รู้ว่า นี่คือสิ่งที่ไม่ควร ทุกครั้งที่เขาพูดกับเธอ ภัทรวดีจะมองหาเรื่องเท็จในสายตาเขา

และเมื่อเขายิ้มให้ เธอบอกตัวเองถึงความใจร้ายใจดำที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าหล่อของเขานั่น ภัทรวดีเริ่มจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาแสดงออก ทุกท่าทาง ทุกน้ำเสียงของเขา หญิงสาวบันทึกไว้ในใจอย่างไม่ลืมเลือนว่าผู้ชายคนนี้แหละคือซาตาน ที่เธอจะลงมือปราบฆ่าซาตานตนนี้เอง

“ภัทรเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเหม่อๆ” พีรวิชญ์ถามเธอในเช้าวันหนึ่ง ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าด้วยกัน ภัทรวดีรีบส่ายหน้า พร้อมรอยยิ้มใสซื่อ

“ไม่เป็นอะไรค่ะ แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ลูกน้อยดิ้นทั้งคืนเลย”

“อืม... ถ้าอย่างนั้นวันนี้ เธอต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะคุณพี” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่ในใจกลับรู้สึกขยะแขยงตัวเองที่ต้องทนแสดงละครอะไรแบบนี้

ภัทรวดีเริ่มวางแผนอย่างเงียบๆ ในทุกคืนก่อนนอน เธอจะบันทึกเรื่องราวทุกอย่างลงในไดอะรี หญิงสาวมักจะคิดแผนการเอาไว้ว่า ทำอย่างไรเธอจะได้อยู่กับลูก

แม้จะรู้ว่า เรื่องนี้อาจจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากข้อตกลงในสัญญา แต่เธอกลับคิดว่า นี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอครึ่งหนึ่ง

ความเป็นแม่ถูกบันทึกลงไปในสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ นี้ด้วยใจที่รักลูกมาก เธอพรรณนาความรักของแม่กับเด็กน้อยในครรภ์

ภัทรวดีจะเอาไดอะรีสอดเอาไว้ใต้หมอนที่เธอหนุน เธอนอนยิ้มอย่างสุขใจ

ใจความหนึ่งในไดอะรี...

(แม่อยากหนีไปจากที่นี่จัง แม่อยากพาลูกไปด้วย ลูกจ๋า ถ้าเป็นไปได้ เราสองคนจะหนีไปอยู่ด้วยกันสองคน อ้อ... ไม่สิ แม่ต้องพายายไปอยู่กับเราด้วย ลูกคะ แม่ต้องหาทางหนีออกไปจากพ่อของลูก และเมียของเขา แม่ไม่อยากอยู่ที่นี่เลยแม้สักวัน)

ภัทรวดีเขียนด้วยลายมือที่สั่นเทา

(แต่ยังไงๆ มันก็ยังไม่ใช่ตอนนี้... แม่ต้องรอให้ลูกแข็งแรงและพร้อมก่อน แม่อยากจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่สงบๆ มีแสงอาทิตย์ มีลมพัดเย็นๆ ถ้าบ้านหลังนั้นติดแม่น้ำด้วย ก็คงจะดี แล้วแม่จะพาลูกออกไปชมสวนดอกไม้ แล้วเรานั่งดูผีเสื้อด้วยกัน แบบนั้นแม่คงจะมีความสุขที่สุดในโลก)

เธอถึงกับยิ้มออกมา ทุกอย่างที่ภัทรวดีเขียนลงไป นั่นคือความในใจของเธอทั้งหมด

(ทำไมแม่เกลียดพ่อจังเลย เขาใกล้แม่ทีไร แม่รู้สึกขยะแขยง หรือว่าเพราะเขามีผู้หญิงคนนั้น ลูกจ๋า แม่ปวดหัวใจเหลือเกิน แม่อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะมีลูกนะคะ)

เรื่องจริง... ทุกครั้งที่พีรวิชญ์เข้ามาใกล้เธอ ภัทรวดียิ่งเกลียดชัง และมองเขาเป็นไส้เดือนกิ้งกือ หรือว่าใจของเธอกำลังต่อต้านอะไรอยู่กันแน่

สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเธอทุกเมื่อเชื่อวันคือ คิดวางแผนการหนีเอาไว้ ความคิดแบบนี้ยิ่งนับวันยิ่งเกิดขึ้นในหัวของภัทรวดี เธอได้แต่บอกตัวเองว่า รอเพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ความจริงอีกอย่างที่ฝังอยู่ในใจ คือเด็กคนนี้คือลูกของเธอ ไม่ใช่ของมนสิชา

อยู่ๆ วันหนึ่ง ก็มีปัญหาเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อมนสิชาผู้เป็นภรรยาตามกฎหมายของพีรวิชญ์ เริ่มแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติ

วันนั้นมนสิชามาหาภัทรวดีที่ห้อง พร้อมน้ำส้มสีสดใส มาถึงมนสิชาก็บอกว่า

“น้ำส้มนี่ฉันคั้นเองนะจ๊ะ” กลิ่นหอมของส้มเขียวหวานอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

มนสิชายิ้มอย่างสดใส แต่แววตาของเธอกลับมีบางอย่างที่ผิดปกติที่ภัทรวดีสังเกตได้ หรือว่าเป็นเพราะคำว่า แม่ผู้หวงแหน ภัทรวดีคิดไปเสียแล้วว่ามนสิชาคือศัตรูของเธอกับลูก

“ดื่มสิ... บำรุงร่างกายนะ มีวิตามินซีสูง ดีกับเด็กในท้องด้วย” มนสิชาพูดเสียงหวาน แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงนั้น ที่ทำให้ภัทรวดีรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ภัทรวดีรับแก้วมาในมืออย่างระแวดระวัง มือบางของเธอสัมผัสกับความเย็นของแก้ว แต่ก่อนที่จะดื่ม กลับมีสัญชาตญาณบางอย่าง เตือนภัทรวดีว่า อย่าดื่มมันลงไป

เธอยกแก้วขึ้นมาดม กลิ่นหอมของส้มเขียวหวานยังอบอวล แต่เพราะเธอท้องหรือเปล่า แพ้ท้องอยู่บ่อยๆ ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็พานจะอาเจียน

และน้ำส้มแก้วนี้ ความรู้สึกของภัทรวดี มีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างอยู่ในน้ำส้ม กลิ่นจางๆ ที่แล่นปะทะปลายจมูกของเธอ มันไม่ใช่กลิ่นของส้มเขียวหวานเพียงอย่างเดียว แต่มีบางสิ่งปะปนอยู่ข้างใน พอภัทรวดียกมันแตะลิ้น มันมีกลิ่นขมเจือปนอยู่

“คุณมนสิชาคะ นี่คือน้ำส้มเนอะ คือว่าภัทรลืมไป เมื่อคืนภัทรท้องเสียค่ะ กินน้ำส้มไม่ดีแน่ๆ แล้วเมื่อคืนภัทรยังเรอเปรี้ยว ภัทรถามในแชตจีพีทีแล้ว มันบอกว่า ให้งดกินอะไรที่เป็นกรดค่ะ น้ำส้มนี่มีกรดใช่ไหมคะ?”

ภัทรวดีถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เรียบนิ่ง มนสิชาที่ได้ยินคำถาม ใบหน้าหวานซีดลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนบังคับรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้

“ก็... น้ำส้ม คือเมื่อกี้มนชิมแล้วนะคะ มันไม่เปรี้ยวเลย”

“เอ่อ... แต่ว่า”

“ส้มหวานนะ ไม่ใช่ส้มเปรี้ยว กินแล้วดีแหละ จริงๆ นะคะ” มนสิชาคะยั้นคะยอ 

“แต่ว่า... อ๊อก... อ๊อก... กลิ่นมัน...”

ภัทรวดีทำทีเป็นดมอีกครั้ง สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอส่งเสียงเตือนดังลั่นในหัวว่า... มันมีกลิ่นของยา

หญิงสาวแกล้งทำเป็นพะอืดพะอม ก่อนจะคว้าเอาถังขยะใกล้มือมารองที่ปาก แล้วก็โก่งคออ้วก

“เป็นอะไรไป?” มนสิชาขยับตัวไม่สุข รีบเข้ามาลูบหลังให้ ดวงตาที่เคยสดใส เดี๋ยวนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ดื่มน้ำส้มไหม อาจจะช่วยได้”

“แต่ภัทรว่ากลิ่นน้ำส้มแปลกๆ”

“เหรอ? ไม่น่าจะใช่นะคะ ไหนๆ มนจะดม อืม... ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรนี่คะ มีแต่กลิ่นส้ม นี่ๆ ภัทร... ไม่มีอะไรหรอก ดื่มเข้าไปเถอะนะ ดื่มน้ำส้มสิดี จะได้หายแพ้ท้อง” ยิ่งมนสิชายิ่งเร่งเร้า ภัทรวดีก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า ในแก้วน้ำส้ม มีสิ่งผิดปกติ

“ไม่ค่ะ ไม่...” ภัทรวดีรับแก้วน้ำส้มมาจากมือของมนสิชาแล้ว เธอก็วางแก้วลงบนโต๊ะ แววตาของเธอยังอยู่ในโหมดการแสดงว่าตัวเองอาการไม่ค่อยดี

“ขอโทษนะคะคุณมน ที่จริงภัทรชอบดื่มน้ำส้มมากค่ะ ตั้งเอาไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งยกลงไป ตอนนี้ขอภัทรพักสักแป๊บค่ะ ไม่แน่ว่า เมื่อกี้ภัทรกินเยอะไปหน่อยด้วย จึงอยากจะอ้วก เดี๋ยวถ้าเข้าเรียงเม็ดแล้ว ภัทรจะดื่มนะคะ” มนสิชาพยักหน้ารับ และยิ้มแห้งๆ

“ได้... เอาไว้ตรงนี้แล้วกัน แต่ถ้าไม่ชอบน้ำส้ม เอาไว้คราวหน้ามนจะทำอย่างอื่นให้ดื่มนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

การแสดงของภัทรวดีจบ หลังจากที่มนสิจากลับไป ภัทรวดีก็มองแก้วน้ำส้มที่ยังวางอยู่บนโต๊ะด้วยความสงสัย

‘ยายคุณมนนี่ เธอพยายามทำอะไรกับฉัน วางยาฉัน? หรือว่ายังไง?’ ภัทรวดีอดคิดไม่ได้ เธอยิ่งระแวงอยู่

ในตอนแรกภัทรวดีไม่อยากเชื่อว่า มนสิชาจะทำร้ายเด็กในท้องของเธอ เพราะมนสิชาคือคนที่อยากมีลูกมากที่สุด 

ทั้งมนสิชาก็เป็นคนที่รักและห่วงใยลูกในท้องของภัทรวดีมากเหลือเกิน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธออยากรู้ความจริง

ภัทรวดีจึงหยิบแก้วนั้นเพื่อเอาไปให้คุณแม่บ้าน แม้คุณอำพรจะค่อนข้างเย็นชา แต่สิ่งหนึ่งที่ภัทรวดีเชื่อ คุณแม่บ้านคนนี้...ไว้ใจได้

เธอเรียกให้คุณแม่บ้านขึ้นมาหา และชี้ให้เห็นตะกอนขุ่นๆ ที่อยู่ตรงก้นแก้ว ท่าทีของคุณแม่บ้านดูตกใจไม่น้อย ที่รู้ว่าน้ำส้มแก้วนี้มนสิชาเป็นคนทำ

คุณอำพรอาสาจะพาน้ำส้มไปตรวจ เพื่อความสบายใจของภัทรวดี หญิงสาวก็รออย่างใจจดจ่อ และภาวนาไม่ให้มีอะไรในแก้วน้ำส้มนั่น

ทว่าความจริงก็คือความจริง หนีกันไม่พ้น เมื่อคุณแม่บ้านพาผลกลับมา จากการนำไปตรวจสอบหาสารแปลกปลอม และผลก็ทำให้เธอแทบจะหัวใจวาย ในน้ำผลไม้นั้นมียาที่สามารถทำให้ภัทรวดีแท้งลูกได้

ภัทรวดีนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าซีดเผือด

เมื่อได้รับผลตรวจจากคุณแม่บ้าน มือของเธอสั่นเทา ขณะถือกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนรายละเอียดของยาที่ผสมอยู่ในน้ำผลไม้

“คุณแม่บ้านคะ... คุณแน่ใจนะคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะฟังไม่รู้เรื่อง

“แน่ใจค่ะคุณภัทร” คุณแม่บ้านวัยกลางคนตอบด้วยสีหน้าตกใจ และเป็นกังวลเช่นเดียวกัน เธอเช็กแล้วในเว็บไซต์ สอบถามไปยังคนรู้จัก ที่มีเพื่อนเป็นเภสัชกรตรวจ

ทุกที่บอกตรงกันว่า มันคือยาชนิดหนึ่งที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ ถ้ากินเข้าไป ก็เท่ากับแท้ง และฆ่าลูกในท้อง คุณแม่บ้านรู้อยู่เต็มอก แต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ

ภัทรวดีรู้ดีว่า คุณแม่บ้านต้องปกป้องตัวเองด้วย

“คุณมนพยายามจะฆ่าลูกของฉัน” ภัทรวดีพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ความคิดในหัวสับสนอลหม่าน ภัทรวดีเริ่มสงสัย

‘มนสิชาเป็นคนที่อยากมีลูก แล้วทำไมเธอถึงทำแบบนี้?’

ภัทรวดีเริ่มไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว ขอหวาดระแวงในทุกสิ่งรอบตัว ภาพสั่งสมในความทรงจำ ทั้งพีรวิชญ์ที่คุยเกี่ยวกับแผนการแก้แค้นเธอ ภาพของมนสิชาที่พยายามเอาน้ำส้มมาให้เธอดื่ม

เวลานี้ภัทรวดีประเมินคนทั้งคู่ไม่ออกแล้ว

‘ทั้งสองคนกำลังโกหกฉัน? พีรวิชญ์? มนสิชา? หรือทั้งคู่แค่อยากให้ฉันช้ำใจตาย’ เธออดคิดแบบนี้ไม่ได้

‘หรือว่าครั้งนี้ มนสิชาทำตามคำสั่งของพีรวิชญ์ เขาก็อยากให้ฉันแท้งลูก’ ภัทรวดีสับสนอลหม่านไปหมด

‘พีรวิชญ์... มนสิชา... จากนี้คุณทั้งสองคนจะมีแผนการอะไรกันอีก?’ ภัทรวดีรู้สึกเหมือนถูกห้อมล้อมไปด้วยศัตรู ในบ้านหลังนี้...ทุกคนอาจจะเป็นอันตรายต่อเธอและลูกในท้อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 24 เพราะผิดหวัง

    “อย่าให้พูดเลยค่ะคุณภัทร...” คุณแม่บ้านทอดถอนใจ“ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่คุณมนเก็บห่อผ้าออกไป คุณพีก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นล่างทั้งคืน ไม่ยอมออกมากินข้าวกินปลาเลยค่ะ ป้าเคาะประตูเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ พอเช้ามืดป้าแอบแง้มประตูเข้าไปดู... โอย... คุณภัทรเอ๋ย สภาพดูไม่ได้เลยค่ะ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งห้อง ขวดยาเหล้าฝรั่งราคาแพงวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด แกดื่มจนเมาพับหลับคาที่เลยค่ะ พอตื่นมา ก็ยกแก้วดื่มต่ออีก เมาวนเวียนอยู่แบบนั้นเลยค่ะ”ฟังถึงตรงนี้ หัวใจของภัทรวดีก็กระตุกวูบ ความรู้สึกห่วงใยอันประหลาดแล่นปราดขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ภาพชายหนุ่มร่างสูงผู้เคยทระนง สุขุม และเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับต้องมาจมกองสุรา เพราะความจริงอันเจ็บปวดเรื่องเขาเมานี่ ตบหน้าเธอให้รู้สึกวูบโหวงตามไปด้วย เพราะนั่นหมายถึง ชายหนุ่มรักมนสิชามาก สีหน้าของเธอละเหี่ยลงอย่างชัดเจน ใจเจ็บหนึบ เหมือนกับคนอกหักเพราะรักเขาข้างเดียว‘เขาคงเจ็บปวดมากสินะ... ตลอดที่ผ่านมา เขาคิดมาตลอดว่า กำลังดูแลผู้หญิงที่รัก และใกล้จะตาย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงเรื่องโกหกลวงโลก’ภัทรวดีพยายามกดความรู้สึกสงสาร และสมเพชตัวเองด้วย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 23 หมดใจกับคนทรยศ

    พีรวิชญ์ส่ายหน้า มองมนสิชาด้วยความสมเพช“ผมมอบโอกาส มอบเงินทอง ที่อยู่อาศัย และความเมตตาให้คุณมามากเกินพอแล้ว... มันน่าเสียใจ และผมบอกได้เลย ผมแค้นนะที่คุณตอบแทนผมด้วยการหลอกลวง และพยายามฆ่าลูกของผมให้ตาย อย่าทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนคุณมากไปกว่านี้เลย นี่ยังถือว่าผมปรานีคุณอยู่” เขาสะบัดขาออกจากการกุมรัดอย่างเด็ดขาด“ไปซะ” มนสิชากองลงกับพื้นพรม ร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจ“พี... มนรักพีนานแล้วนะ... มนรักพี... หรือว่าเพราะอีนั่น คุณเปลี่ยนใจจากมนเพราะอี...”เพล้ง... เขาปัดแก้วลงจากโต๊ะ ก่อนที่มนสิชาจะพูดจบ เสียงแก้วแตกและกระจัดกระจายเป็นสัญญาณว่า เขาไม่ทนฟังคำแก้ตัวของมนสิชา พีรวิชญ์ไม่หันกลับไปมองอีก เขาก้าวตรงไปที่ประตู ผลักบานประตูเปิดออกกว้างแล้วหันกลับมาส่งสัญญาณสุดท้าย“ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ยามมาลากตัวคุณออกไป” พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้มนสิชาร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับความจริงเพียงลำพังหนึ่งชั่วโมงต่อมา...หน้าบานประตูเหล็กดัดโค้งก็เปิดออก มนสิชายืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ ใบหน้าที่เคยตกแต่งสวยงามบัดนี้ทรุดโทรม นัยน์ต

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 22 วันที่หน้ากากหลุด

    “พีขา... มีอะไรหรือเปล่าคะ เรียกมนมาหาเสียด่วนเชียว” เธอส่งเสียงออเซาะขณะก้าวตรงเข้ามาพีรวิชญ์ไม่ตอบ เขาทำเพียงนิ่งเงียบ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับสังเกต มนสิชาเริ่มชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากเริ่มเจื่อนลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันอันเย็นยะเยือก เธอค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“พี... ทำไมมองมนด้วยสายตาแบบนั้นละคะ?”ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงบนกองแฟ้มเอกสาร ก่อนจะใช้นิ้วดันมันข้ามโต๊ะไปหยุดลงตรงหน้าเธอ“เปิดอ่านดูสิ” มนสิชามองแฟ้มทั้งสามด้วยความงุนงง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเปิดข้างในเต็มไปด้วยใบรับรองแพทย์ รายงานผลเลือด ตารางการตรวจร่างกาย และผลสแกนสมองย้อนหลังนับสิบฉบับสายตาของเธอไล่อ่านทีละบรรทัด... และเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มสีสันสดใสก็เริ่มถอดสีทีละน้อย มือเรียวที่จับขอบกระดาษเริ่มสั่นสะท้านจนเอกสารไหว“พี... นี่มัน...”“เปิดแฟ้มสีดำ” เสียงของเขายังคงราบเรียบไร้จังหวะขึ้นลงมนสิชาวางเอกสารฉบับแรกลงด้วยมือที่สั่นๆ เธอเปิดแฟ้มสีดำออกดู... ข้างในบรรจุเส้นทางการโอนเงินข้ามบัญชี รายการสั่งซื้อทองคำแท่

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 21 ข้อเท็จจริง

    พีรวิชญ์เดินตรงไปยังหน้าต่างกระจกบานโต มองออกไปสู่สวนกว้างด้านนอกคฤหาสน์ สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาต ภาพความหลังเมื่อหลายปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัวฉากแล้วฉากเล่า...วันที่มนสิชากลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน เธอปรากฏตัวด้วยสภาพซีดเซียว น้ำตานองหน้า ถือใบรับรองแพทย์ปลอมๆ ฉบับนั้นมาสะอื้นไห้ต่อหน้าเขาเธอบอกว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอบอกว่ามะเร็งร้ายกำลังจะคร่าชีวิตเธอไป และความปรารถนาสุดท้าย ก่อนจากโลกคือการได้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะภรรยาของเขา ด้วยความที่พีรวิชญ์เป็นคนยึดมั่นในสัจจะและบุญคุณครอบครัวของมนสิชาเคยยื่นมือเข้าช่วยพ่อของเขาในยามวิกฤติตอนเริ่มตั้งบริษัท เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีหนี้ชีวิตที่ต้องตอบแทนประกอบกับความสงสารจับใจที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะตาย... เขาจึงยอมละทิ้งหัวใจตัวเอง ยอมเซ็นใบสมรส ยอมยกตำแหน่งยกเกียรติยศทุกอย่างให้เธอครอบครองแท้จริงแล้ว... เธอไม่ได้ป่วย มนสิชาแค่ใช้ความสงสาร และคุณธรรมของเขาเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ใช้เขาเป็นบ่อเงินบ่อทองเพื่อพยุงฐานะที่กำลังล้มละลายของครอบครัวตัวเองที่เลวร้ายที่สุด... คือกา

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 20 ความจริงที่ซ่อนอยู่

    แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสำริดตั้งโต๊ะ สาดกระทบกองเอกสารธุรกิจที่วางตั้งสูงเกือบครึ่งเมตรบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสายตาของพีรวิชญ์ กลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเลขผลกำไร หรือกราฟหุ้นเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขานั่งนิ่ง มือหนึ่งหมุนปากกาสเตนเลสไปมาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ หากแต่ดวงตาคู่ลึกกลับทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมายความคิดในหัวมวนซ่านคล้ายพายุหมุนที่เริ่มตั้งเค้า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ มีบางสิ่งบางอย่างผิดกลิ่นเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลา มันเป็นรอยร้าวลึก ที่เขาพยายามมองข้าม เพราะความเชื่อใจ แต่ยิ่งมองข้าม ก็ยิ่งสะกิดใจให้ระแวงทุกอย่างเริ่มต้นราวสองสัปดาห์ก่อน ในวันที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ พีรวิชญ์ตั้งใจเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อเยี่ยมดูอาการของมนสิชา ภรรยาตามกฎหมายที่แต่งงานกันมานานหลังจากที่คุณแม่บ้านรายงานด้วยสีหน้าวิตกกังวลว่า อาการป่วยของเธอกำเริบหนักจนนอนซมทั้งวันเขาก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่แล้ววินาทีที่มือหนาผลักบานประตูไม้แกะสลักห้องนอนของเธอเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับตบหน้าเขาเข้าอย

  • พันธะรักแม่อุ้มบุญ   บทที่ 19 เรื่องลับ

    ภัทรวดีนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องนอน มองแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านซุ้มไม้เลื้อยลงมากระทบพื้นหินอ่อนเป็นลายตารางหญิงสาวลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลินมือ ลูกน้อยในครรภ์ดิ้นเบาๆ ราวกับรับรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ช่วงนี้ภัทรวดีรู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ วันที่เธอเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เพื่อไปห้องครัว เพราะอยากกินของเปรี้ยวๆ แบบที่คนท้องชอบระหว่างทางเธอเห็นประตูห้องนอนของมนสิชาเปิดแง้มไว้ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบมอง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางในชุดนอนผ้าไหม กำลังยืนอยู่หน้ากระจก มนสิชากำลังยืดตัวขึ้นสุดแขนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงแตะปลายเท้าติดพื้นได้สบายๆภัทรวดีชะงัก ‘คนที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะก้มแตะปลายเท้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ’ เธอเคยเห็นแม่ของตัวเองนอนป่วยอยู่บนเตียงมาสองปีเต็มแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งยังต้องใช้เวลาเป็นนาที กว่าจะหายใจครบถ้วน แต่ผู้หญิงคนนี้กลับยืนตัวตรง กระดูกสันหลังโค้งงอได้อย่างคนสุขภาพดีภัทรวดีสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป เธอบอกตัวเองว่า อาจจะคิดมากไปเอง ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีช่วงที่ดีขึ้นบ้างก็ได้ แต่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status