Masuk“ผมไม่สนใจหรอกครับว่ามาจากไหน เพราะรูปมันชัดเจนแล้วว่าแม่นั่นเล่นชู้กับชายมากหน้าหลายตาลับหลังผม เราอย่าพูดเรื่องนี้กันดีกว่าครับ ยัยเพ็ญไปไหนครับ ตั้งแต่มาไม่เห็น หรือพายัยนั่นออกไปข้างนอกอีกแล้ววันนี้” เพราะที่บ้านก็ไม่เจอเลยคิดว่าไปข้างนอกหรือมาหาน้องสาวที่บ้านหลังนี้
“ไม่นะ น้องสาวเราอยู่ร้านของฝากในเมืองนะ ไปแต่เช้า หนูษรก็กลับไปนอนบ้านพ่อกับแม่น่ะ เห็นว่าไปสองสามวัน หนูษรไม่ได้บอกเหรอตาแทน” พิมพ์ภาถามหลานชาย
“ไม่ได้บอกแทน อีกอย่างวันนี้แทนตื่นสายครับน้าพิมพ์ ถ้างั้นผมขอตัวกลับบ้านตัวเองก่อนนะครับ”
“แล้วไม่อยู่รอทานมื้อเที่ยงด้วยกันเหรอตาแทน” พิมพ์ภาถามหลานชายพร้อมอมยิ้ม
“นั่นสิ ไหนๆ ก็อยู่บ้านคนเดียว นอนที่บ้านนี้ก็ได้นะตาแทน” บุญส่งเอ่ย
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่คนเดียวได้สบายมาก ดีเสียอีก ไปหลายๆ วันได้เลยยิ่งดี” แล้วแทนก็ลุกขึ้นยกมือไหว้น้าทั้งสองแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
“คุณว่าหลานชายตัวดีของเราจะได้หย่าไหม” บุญส่งถามภรรยา
“ไม่ได้หย่าหรอก ฉันมั่นใจว่าหลานฉันแน่นอนในท้องหนูษร” พิมพ์ภาเอ่ยตอบสามี
“ผมก็มั่นใจ มาดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากหนูษรคลอดแล้ว ดูซิ ตาแทนจะยังอยากหย่าอยู่ไหม ถ้าเห็นหน้าลูก”
“แล้ววันนี้คุณอยากทานอะไรคะมื้อเที่ยง”
“แล้วแต่คุณเถอะ ผมขอตัวไปอ่านหนังสือที่ห้องหนังสือก่อนนะคุณพิมพ์ มื้อเที่ยงฝากด้วยนะ”
“ค่ะ” แล้วสองสามีก็พากันลุกจากโซฟาตัวที่นั่งแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นแยกกันไปคนละทางเพื่อไปทำตามที่ตนพูด
มันเคยใช้กับนภษรได้ผลและมันก็ต้องใช้กับแทนได้ผลเหมือนกัน ฉวีมองยานอนหลับในขวดที่เหลือไม่เยอะแล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ถึงเวลาแล้วที่ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย หล่อนรอนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หล่อนต้องการเป็นเจ้าของแทนคนเดียว
“ถึงเวลาที่แกต้องไปแล้วนังษร”
ฉวีพึมพำกับเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจกตรงหน้าแล้วลุกขึ้นไปล้มตัวลงนอนแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า
ฮ่าๆๆ
บ้านที่เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบเมื่อตื่นมาไม่เจอภรรยาอยู่ร่วมบ้านกับตน ไม่มีกาแฟเตรียมไว้ให้ ไม่มีมื้อเช้าเตรียมไว้ให้ เขาเม้มปากแน่น ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนต้องการมาตลอดว่าไม่อยากเห็นหน้านภษรในบ้านหลังนี้ แต่พอเธอกลับบ้านพ่อแม่ไปได้สองวัน เขากลับรู้สึกกระวนกระวายในใจ อาจเพราะมีเธอหายใจใต้ชายคาเดียวกันถึงไม่ชินเมื่อเธอไม่อยู่แบบนี้
“ไม่ต้องกลับมายิ่งดี”
เขาพึมพำกับตัวเองทั้งๆ ที่สายตาตัวเองมองหาร่างอวบอิ่มตลอดเวลาที่เผลอ มือใหญ่เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นแล้วเปิดขวดกระดกดื่มรวดเดียวหมดขวดแล้วก็โยนขวดลงตะกร้าข้างตู้เย็นแล้วก็หมุนตัวเดินออกจากครัว ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่ภาพในคืนที่เขาเมาไม่ได้สติ คืนนั้นฉวีบอกมาส่งที่ล้าน แล้วทำไมเขาถึงมีช่วงเวลาเร่าร้อนกับคนท้องได้ล่ะ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเขาอดอยากจนต้องเก็บไปฝันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนจริงขนาดนั้น
“เอาไปเถอะ ใช่ว่าจะมีแค่หล่อนคนเดียวสักหน่อย” อือ! แล้วฟอยก็ไหวไหล่หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปปล่อยให้ครามอยู่คนเดียวลำพังในห้องทำงาน “ลูกงั้นเหรอ ฉันจะเป็นพ่อคนงั้นเหรอ พระเจ้า! ให้ตายสิ”เขาพึมพำกับตนเองเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหูก็ว่าได้ตอนนี้ แต่พอคิดถึงความเป็นจริงคือตนทิ้งแม่ของลูกมา แล้วจะทำยังไงดีล่ะ และจากมาไม่ดีด้วย “ให้ตายสิวะ ทำไงดีไอ้คราม” เขาบ่นพึมพำกับตนเอง ยกมือนวดคลึงขมับไปมาอย่างใช้ความคิด โครีนกับบอนเนอร์มองลูกชายของตนเองที่กลับมาจากบริษัทด้วยสีหน้าเป็นกังวล โครีนก็อดเป็นห่วงลูกชายไม่ได้ แม้
ประเทศไทย พอปลายสายตัดสาย เดชก็พยายามจะติดต่อกลับ แต่ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็น ที่ฝรั่งเศสเพิ่งจะเที่ยง ตอนนี้เดชประมวลทุกอย่างก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร ครามเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เมฆตัดสินใจคิดสั้น ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกับตนด้วยซ้ำ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องเปิดผลักเข้ามา “พ่อคะ?” “ว่าไงลูก?” “กินข้าวเย็นกันค่ะ พรีมกับพี่น้อยทำอาหารเสร็จแล้วค่ะ” เธอขึ้นมาตามท่านไปทานมื้อเย็น
“ช่างเถอะค่ะพ่อ ตอนนี้พรีมไม่อยากได้ยินชื่อของเขาอีกแล้ว พรีมจะพยายามเข้มแข็งเพื่อตัวพรีมและลูกและพ่อนะคะ พรีมพอแล้วกับความอ่อนแอที่เป็นอยู่ตอนนี้” เธอบอกท่านด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งและจริงจัง “งั้นพ่อไปโรงงานก่อนนะ มีอะไรโทรหาพ่อนะ หรือถ้าเกิดอะไรขึ้นให้น้อยรีบโทรบอกพ่อนะลูก” เขาผละจากลูกสาวแล้วยกมือเหี่ยวย่นขึ้นปาดป้ายเช็ดน้ำตาให้ลูกสาว “ค่ะพ่อ พรีมไม่เป็นไร พรีมไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวสักหน่อย พรีมอยู่กับลูกและมีพี่น้อยด้วย” “อืม...งั้นพ่อไปนะลูก ตอนเย็นเจอกัน” “ค่ะ พ่อ” เธอยิ้มให้พ่อ แม้ตาจะเศร้า แต่เธอก็ยิ้มออกมาจากใจจริง เมื่อพ่อลุกจากโซฟาที่นั่งออกไปแล้ว เธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาไปยังห้องครัวเพื่อไปหยิบตะกร้าสานกับกรรไกรตัดดอกไม้ที่ใช้ประจ
เวลาเดียวกันนั้น ขณะที่พรีมรู้ว่าเขาจากไปแล้ว เขาก็นั่งจิบไวน์อยู่บนเครื่องบิน กำลังบินกลับฝรั่งเศสด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “อารมณ์ดีจังนะดักซ์” ฟอยอดพูดอย่างหมั่นไส้เพื่อนไม่ได้ หึหึ “แล้วนายจะให้ฉันเสียใจร้องไห้เหรอที่ทิ้งเด็กนั่นมาแบบนี้” “แน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจทีหลัง” “ไม่มีอะไรที่คนอย่างฉันทำแล้วจะเสียใจทีหลัง และเด็กนั่นก็ผิดเองที่เกิดมาเป็นลูกของนายเดช สะใจนัก”“ถ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วความแค้นในใจจะจบลง ฉันก็ยินดีด้วย ยังไงซะ นายก็เพื่อนฉันดักซ์” ฟอยเอ่ยแล้วหยิบแก้วไวน์ของตนเองขึ้นจิบดื่ม&nb
“อะ...อื้อ” เมื่อปากสีระเรื่อทาบทับปากหนา ครามก็จูบตอบพร้อมดุนดันปลายลิ้นสอดเข้าไปในโพรงปากน้อยที่เปิดเผยอให้ตนสวนลิ้นเข้าไปในปาก “อะ...อื้อ” เรียวลิ้นทั้งสองดูดคลึงเกลียวกันหนักหน่วงพร้อมกับมือใหญ่ของครามสอดเข้าไปในชายเสื้อคู่ฮาวายของพรีมเพื่อกอบกุมขยุ้มขยำเต้าของคนนั่งเบียดบนตักตนเอง “อ่า...จะที่นี่หรือที่เตียง” “ที่ไหนก็ได้ค่ะ ถ้าพี่ครามไม่รังเกียจกลิ่นตัวพรีม” “หืม! เมียพี่ตัวหอมขนาดนี้จะรังเกียจได้ไงล่ะ เราออกไปด้วยกันทั้งวัน ถ้าพรีมตัวเหม็น พี่ก็เหม็นเหมือนกันนั่นแหละ เราเสมอกันแล้วนะ อ่า...อื้ม” แล้วเขาก็ยกอุ้มคนตัวเล็กบนตักตนเองนอนล้มลงกับโซฟาแล้วตัวเองก็คร่อมทับซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงหอมกรุ่นกายสาว&nb
เขาไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้น คิดได้ก็ชวนพรีมมาทะเล และรู้ดีว่ายังไงซะคนตัวเล็กไม่คิดปฏิเสธตนแน่นอน กลางดึกหลังพรีมอ่อนเพลียหลับ ครามก็ออกมาโทรสั่งฟอยให้จัดการเรื่องที่พักแบบส่วนตัวที่หัวหินให้ เพราะตอนช่วงสายของพรุ่งนี้ เขาจะพาพรีมเดินทาง ‘ให้ไปด้วยไหม?’ ฟอยถามเพื่อน “ไม่ล่ะ ฉันอยากไปกับเมียฉันสองคน” ‘ไม่ใช่ว่าตอนนี้หวั่นไหวกับเมียแล้วนะ’ “ไม่มีทาง! ฉันจะหวั่นไหวกับลูกของคนไร้น้ำใจแบบนั้นทำไม” ‘ให้มันแน่เถอะ เดี๋ยวฉันจัดการให้’ 







![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)