Masukพระตำหนักลู่เหวิน
แค่ก! แค่ก! แค่ก!!!! เสียงไอโครกครากดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย จนทั่วทั้งพระตำหนักลู่เหวินเกิดความวุ่นวายกันไปทั่วเลยทีเดียว เมื่อเย่วฮองเฮาประชวรด้วยไข้ลมหนาวและอาการไม่ดีขึ้นเอาเสียเลย เกิดอาการไออย่างรุนแรงจนหายใจหอบโยน บรรดาหมอหลวงถูกระดมมาเฝ้าดูแลพระอาการอย่างใกล้ชิด การรักษาแตกต่างจากผู้ป่วยด้วยไข้ลมหนาวทั่วไป ด้วยเพราะพระนางทรงกำลังตั้งพระครรภ์แก่เหลืออีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้นก็จะทรงมีพระประสูติกาลแล้ว ในขณะที่ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นได้แต่คอยรับสั่งถามพระอาการด้วยเป็นห่วงฮองเฮาของพระองค์เป็นยิ่งนักจากองครักษ์คนสนิท ซึ่งจะคอยถวายรายงานพระอาการประชวรของเย่วฮองเฮาอยู่เป็นประจำทุกวัน และนั่นจึงทำให้ล่วงรู้ว่าไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้เพราะก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และถึงว่าแม้จะอยากเสด็จมาที่พระตำหนักลู่เหวิน แทบขาดใจเพียงใด แต่ก็จำต้องฝืนทนเอาไว้ ด้วยทรงเกรงว่าเย่วฮองเฮา จะมีพระอาการประชวรทรุดหนักลงไปมากกว่าเดิม เป็นอันตรายทั้งแม่และพระโอรสหรือพระธิดาที่อยู่ภายในพระครรภ์ตามคำกราบทูลของหมอหลวง ในขณะที่เย่วฮองเฮามีอาการไอติดต่อกันอย่างรุนแรง จนพระนางรู้สึกเจ็บพระครรภ์เป็นยิ่งนัก อาการเจ็บเกิดขึ้นตั้งแต่กลางดึกเมื่อวานและเริ่มเจ็บบ่อยครั้งขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ทรงคิดว่าเป็นเพราะมีอาการไอจึงทำให้มีอาการเช่นนี้ขึ้นมา พระวรกายบอบบางเริ่มมีอาการหอบโยนและบางคราคล้ายจะมีอาการหายใจไม่ออก “เจ้าพี่เป็นอย่างไรบ้างเพคะ” องค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ย ส่งเสียงรับสั่งถามพร้อมร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ ก้าวเข้ามาภายในห้องพระบรรมของเย่วฮองเฮาภายหลังจากเสด็จกลับมาจากตำหนักลืมเลือน “เจ้าอย่าเข้ามาใกล้เพ่ยเอ๋อร์เดี๋ยวจะพาลติดไข้จากข้า รีบออกไปจากบริเวณนี้เสียเถอะ แค่ก..แค่ก...แค่ก!!!”รับสั่งห้ามปรามก่อนจะส่งเสียงไอโครกครากติดต่อกันจนล้มฟุบลงไปยังฟูกนอน “เจ้าพี่!!!”องค์หญิงน้อยรีบโผเข้าไปหาเย่วฮองเฮาด้วยความตกใจ มืออ้วนกลมรีบเข้าไปประคองให้เย่วฮองเฮามาอยู่ในท่านอนหงาย ในขณะที่ภายในห้องพระบรรทมปราศจากบรรดาข้าราชบริพารที่จะต้องคอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอดเวลารวมไปถึงหมอหลวง สาเหตุเพราะอยู่ในระหว่างการผลัดเปลี่ยนเวรของบรรดานางกำนัลและหมอหลวงชุดใหม่ที่ถูกส่งมาจากตำหนักของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น มือน้อยล้วงเข้าไปภายในชายแขนเสื้อกว้างดึงขวดยาที่ได้รับจากอุปราชปีศาจออกมา ด้วยจดจำรับสั่งที่กำชับก่อนจะออกจากตำหนักลืมเลือนได้เป็นอย่างดี “ท่านปู่บอกว่าต้องรีบให้กินยาในขวดนี้ทันทีที่ข้ามาถึงตำหนัก หาไม่แล้วตัวยาจะเสื่อมสภาพและจะไม่สามารถช่วยเจ้าพี่และหลานของข้าได้”องค์หญิงน้อยรับสั่งพึมพำ พระเนตรกลมโตแสนสวยสอดส่ายสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณเพื่อให้แน่พระทัยว่านางกำนัลและหมอหลวงผลัดใหม่ยังไม่มาเปลี่ยนเวร ด้วยเพราะการให้ยารักษาแก่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงระดับสำคัญๆ นั้น ล้วนต้องได้รับการตรวจตราอย่างเข้มงวด สุ่มสี่สุ่มห้าเอายารักษาไม่รู้จักแหล่งที่มาให้เสวยไม่ได้เป็นอันขาด พระหัตถอ้วนกลมตรงเข้าไปช้อนพระเศียรของเย่วฮองเฮาให้ยกขึ้นสูงพร้อมจรดขวดยาชิดริมพระโอษฐ์ “เจ้าพี่เพ่ยเอ๋อร์นำยาวิเศษของท่านปู่มารักษาอาการประชวร รีบเสวยเข้าไปนะเพคะจะได้หายเร็วๆ”องค์หญิงน้อยรับสั่งกระซิบในขณะที่เย่วฮองเฮาได้แต่พยักพระพักตร์ขึ้นลงโดยที่พระเนตรยังคงปิดสนิทอยู่เช่นนั้น ครั้นได้รับคำตอบกลับมาเช่นนั้นขวดยาถูกกระดกขึ้นพร้อมเทใส่เข้าไปในพระโอษฐ์อย่างรวดเร็ว โดยเย่วฮองเฮาค่อยๆ เสวยลงไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางความพึงพอพระทัยขององค์หญิงน้อย ก่อนจะรีบเก็บขวดยาที่เหลืออีกครึ่งขวดดังกล่าวสอดเข้าไปในใต้ชายแขนเสื้ออย่างรวดเร็วด้วยเพราะเสียงฝีเท้านับสิบชีวิตกำลังก้าวเข้ามาภายในพระตำหนัก เพียงครู่บรรดานางกำนัลผลัดใหม่ต่างทยอยเดินเข้ามาภายในห้องพระบรรทม และติดตามด้วยเหล่าหมอหลวงจากพระตำหนักของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นชุดใหม่ผลัดเปลี่ยนเวรเพื่อเข้ามาเพื่อรักษาพระอาการของเย่วฮองเฮา กำลังทยอยเข้ามาทำหน้าที่ของแต่ละคน “อ้าว! องค์หญิงเสด็จมาตั้งแต่เมื่อไรเพคะ”เสียงของนางกำนัลผลัดใหม่เอ่ยถามขึ้นทันใดเมื่อเห็นองค์หญิงน้อยประทับนั่งอยู่บนแท่นพระบรรทม “ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง”รับสั่งตอบกลับไป บรรดานางกำนัลต่างส่งยิ้มแย้มเยือนพร้อมเอ่ยขึ้น “หิวไหมเพคะองค์หญิง หม่อมฉันจะไปสั่งห้องเครื่องให้จัดเตรียมพระกระยาหารมาให้ จะทรงรับเครื่องเสวยกี่อย่างและต้องการเสวยอะไรบ้างเพคะ” องค์หญิงน้อยส่ายพระพักตร์ไปมาติดต่อกันเป็นการปฏิเสธพร้อมมีรับสั่งตอบกลับไป “ไหมละ! ข้าอิ่มมาแล้วกินจนท้องจะแตกอยู่แล้วเนี่ย ห้องเครื่องของวังหลวงทำอาหารไม่ถูกปากข้าเลย สู้ห้องเครื่องของตำหนักละ...”องค์หญิงน้อยรับสั่งเพียงเท่านั้นก็หยุดชะงักทันใด ด้วยเผลอพลั้งเกือบมีรับสั่งถึงตำหนักลืมเลือนออกมา ท่ามกลางความแปลกใจของบรรดานางกำนัลต่างกำลังยืนฟังอยู่ในเวลานั้น “อะ..เออ..ข้าหมายถึงห้องเครื่องของตำหนักลู่เหวินทำอาหารถูกปากข้ามากเลยทีเดียว พอข้าหิวก็เลยไปที่ห้องเครื่องด้วยตัวเองได้กินอะไรทันใจดี นั่งรออยู่ในตำหนักชักช้าไม่ทันใจข้า พวกเจ้ามาแล้วก็ดีข้าจะไปล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เสียหน่อย”องค์หญิงน้อยรับสั่งตัดบทเสียดื้อๆ พร้อมรีบก้าวออกจากห้องพระบรรทมของเย่วฮองเฮาไปอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางสายตาของบรรดานางกำนัลต่างหันกลับมามองหน้ากัน เมื่อได้ยินองค์หญิงน้อยมีรับสั่งตอบกลับมาเช่นนั้น “เออ..องค์หญิงทรงเข้าพระทัยอะไรผิดไปหรือเปล่า ห้องเครื่องของพระตำหนักลู่เหวินก็คือห้องเครื่องหลวงที่ได้ย้ายมารวมอยู่กับห้องเครื่องของตำหนักจินหลง และที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในเวลานี้มีไว้สำหรับปรุงพระกระยาหารให้แก่ฝ่าบาทและฮองเฮารวมไปถึงใช้ปรุงโอสถถวาย”หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยขึ้นท่ามกลางเพื่อนร่วมงาน “ดูท่าคงจะเข้าพระทัยผิดไปนั้นแหละ อย่าไปใส่ใจเลยองค์หญิงเพิ่งจะสิบพระชันษาเท่านั้นก็ใช่ว่าจะล่วงรู้อะไรไปเสียทั้งหมด ยังต้องได้รับการอบรมจากพระอาจารย์อีกมากมาย ไปทำหน้าที่ของพวกเราต่อกันเถอะ”เหล่านางกำนัลต่างพากันหยุดการสนทนาเอาไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะแยกย้ายไปคนละทิศละทางเพื่อเข้าทำหน้าที่ของแต่ละคน ท่ามกลางความโล่งพระทัยขององค์หญิงน้อย ที่กำลังยืนฟังอยู่ด้านนอกพระตำหนักในมุมที่ลับตาผู้คน ไม่มีผู้ใดเดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้น ด้วยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยนำยาจากที่อื่นเข้ามารักษาเย่วฮองเฮา โดยไม่ผ่านการตรวจจากหมอหลวงก่อนจะนำไปถวายให้แก่ฮองเฮา “โชคดีที่ข้าไม่ถูกจับได้ว่าแอบเอายาของท่านปู่ให้เจ้าพี่เสวย หวังว่ายาวิเศษของท่านปู่จะช่วยทำให้เจ้าพี่และหลานของข้าหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้งเสียที”รับสั่งบ่นพึมพำสิบปีผ่านไปตำหนักลืมเลือน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรีของค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวง แผ่นฟ้าเบื้องบนเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายกำลังส่องแสงแวววาวแข่งขันกันจนงดงามอย่างไร้ที่ติ เสียงเด็กทารกที่เพิ่งจะมีอายุครบเดือนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพระมารดา ในเวลานี้ไป๋ฮองเฮาได้มอบพระโอรสให้แก่เฟิงหลงฮ่องเต้ติดต่อกันถึงแปดพระองค์ และเพิ่งประสูติพระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวเป็นลำดับที่เก้า นำความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พระบิดาอย่างยิ่งยวดด้วยองค์หญิงน้อยนั้นช่างงดงามและน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร ในขณะที่ไป๋ฮองเฮาได้ร้องขอพระสวามีว่าขอหยุดการตั้งครรภ์เอาไว้เพียงเท่านี้ ด้วยตลอดสิบปีที่ผ่านมาพระนางไม่ได้พักเลย ตั้งครรภ์ติดต่อกันให้แก่พระสวามีมาโดยตลอดและดูเหมือนว่าการร้องขอของพระนางนั้นไร้ผล เพราะภายในราชสำนักต้าเฟิงมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั้นที่ต้องถวายงานให้แก่พระสวามีอยู่ทุกค่ำคืน ไม่ว่าจะอาณาจักรใดหรือแคว้นใดต้องการส่งองค์หญิงต่างแคว้นมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แต่เฟิงหลงฮ่องเต้ไม่ทรงรับ โดยให้เหตุผลว่าเบื่อหน่ายวังหลังที่จะต้องมาแย่งชิงพระองค์ ขอมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั
บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”ทหารรักษาการณ์กล่าวเตือน “เจ้าพวกทห
แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั
ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ
เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ
“คะ...คุณชายท่านนั้นเองหรือนี่”เจ้าของร้านปักผ้าพูดตะกุกตะกักหน้าเสียขึ้นมาทันพร้อมเสียงของฉิงซูดังแทรกขึ้น “นี่เจ้ารับงานมาถึงสองร้อยตำลึงแต่ให้ค่าจ้างพวกข้าเพียงน้อยนิดมิหนำซ้ำยังคดโกงไม่ทำตามคำพูดแม้แต่น้อย เกิดเป็นคนด้วยกันเหตุใดต้องเอารัดเอาเปรียบกันถึงเพียงนี้ด้วย”เสียงของฉิงซูก่นด่าออกมาด้วยความโกรธเคืองเป็นที่สุด นางเป็นเดือดเป็นแค้นอย่างยิ่งยวดเพราะงานปักที่สู้อุตส่าห์รับมาทำนั้น ท่านหญิงผู้น่าสงสารของนางตั้งอกตั้งใจทำออกมาอย่างดีที่สุดแต่ก็ต้องมาพานพบกับคนเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ ยิ่งย้อนคิดเห็นใบหน้าแสนสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความดีใจครั้นได้ยินว่าได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นแปดสิบตำลึง ยิ่งทำให้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงเงินค่าแรงดังกล่าวกลับคืนมาให้ได้ตามที่ได้ตกลลงกันเอาไว้แต่แรก "เอาเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้แปดสิบตำลึงจ่ายมาให้ครบเลยนะ ยังขาดอีกยี่สิบตำลึงถ้าพวกข้ายังไม่ได้”ฉิงซู่ทวงเงินส่วนที่เหลือกลับไปทันใด “เหตุใดท่านป้าจึงเรียกร้องเงินจำนวนเพียงแค่นั้น ในเมื่อความเป็นจริงแล้วค่าจ้างที่ข้าจ่ายไปให้กับนางคือสองร้อยตำลึง”เฟิงหลงฮ่องเต้รับสั่งถามกลับไปอย่างสงสัย “พวกข้าต
พระตำหนักลืมเลือนภายในห้องบรรทม พระวรกายสูงทะมึนของอุปราชปีศาจอุ้มร่างพระชายาคนงามมาถึงห้องบรรทมส่วนพระองค์ พร้อมวางลงบนฟูกนอนหนานุ่มให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พลางเอื้อมพระหัตถ์เข้าลูบไล้ใบหน้าแสนสวยไปมาเบาๆ ด้วยความร
“อะไรกันนี่! ทหารของข้าร่างสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดเลยอย่างนั้นเหรอ! เป็นไปได้อย่างไรกัน”รัชทายาทโฉดรับสั่งพึมพำด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ “พระองค์รีบถอยก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ! ดูท่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าประตูหาใช่คนเป็นแน่ จะต้องเป็นปีศาจร้ายตามที่เล่าลือกันมานานอ
บริเวณสระหยกมณี เปลวเพลิงจากคบไฟมากมายถูกจุดขึ้นจนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยแสงไฟจากเปลวเพลิงจนสามารถเห็นตำหนักลืมเลือนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงตีกลองรัวและเร็วเพื่อส่งสัญญาณระดมพลและประกาศทำสงครามไปในคราเดียวกัน ดังกึกก้องออกมาอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันรัชทายาทจากต้าซ
พระตำหนักจินหลง ในเวลานี้บรรดาพระโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติจากเย่วฮองเฮากำลังทยอยออกไปจากห้องพระบรรทมของพระราชบิดา โดยมีพระพี่เลี้ยงนำเสด็จกลับไปยังตำหนักตามเดิม ด้วยถึงเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำและจะต้องเข้าบรรทม ท่ามกลางสายพระเนตรของฮ่องเต้เฟิ







