ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน

ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน

last updateآخر تحديث : 2025-12-31
بواسطة:  หนามชมพูمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
44فصول
8.0Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อสายลับสาวสวยโดนระเบิดตายในภารกิจสุดท้าย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรีผอมแห้งหน้าตาอัปลักษณ์และสติไม่สมประกอบ พ่วงด้วยสามีบัณฑิตขี้โรคฐานะยากจน แล้วชีวิตสุดรันทดของนางจะรอดหรือร่วงเนี่ย!

عرض المزيد

الفصل الأول

ตัวประหลาด

หมู่บ้านชุนเฟิง อำเภอต้าซุน แคว้นเฉียน

"นางหน้าลาย"

"ตัวอัปลักษณ์"

"นางคนบ้า"

"นางปีศาจ"

"เป็นบ้าแล้วยังอวดดีไปให้พ้น!"

เสียงก่นด่าถากถางไม่ขาดระยะขับไล่สตรีผมกระเซิงคนหนึ่งออกไปให้พ้นอาณาเขตบ้านของพวกเขา เหล่าสตรีในหมู่บ้านชุนเฟิงของเมืองต้าซุน หมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชุนเฟิง

พวกนางมักล้อเลียนจางลี่อิงเป็นประจำ ด้วยความที่เด็กสาววัยสิบห้าปีมีสติไม่สมประกอบ อีกทั้งมีใบหน้าเป็นด่างดวงกระจายเต็มแก้มทั้งสองข้าง จึงมักเป็นที่รังเกียจของผู้พบเห็น นางชอบถูกพวกเด็กๆ และหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่ค่อยชอบหน้ากลั่นแกล้งหรือทุบตีเป็นประจำ เพราะสติไม่ดีนางจึงพูดจาไปเรื่อยเปื่อยไม่รู้จักมารยาททั้งบางครั้งยังอวดดี เห็นแก่ตัวขี้โวยวายและไร้น้ำใจ

"ไล่มันไปที่ท่าน้ำ"

กลุ่มเด็กอันธพาลวิ่งไล่กวดนางถือไม้ในมือไล่ตีสนุกสนานราวกับไล่ลูกสุนัข พวกเขาเล่นสนุกอย่างนี้ทุกคราวที่พบเจอจางลี่อิง ยามได้เห็นหน้านางเหมือนเห็นลาโง่ตัวหนึ่งเพราะนางชอบวิ่งหนีไม่สู้คนจึงถูกเด็กกลุ่มนี้แกล้งไม่เว้นแต่ละวัน ครั้งนี้ก็เช่นกันนางเกิดอาการตื่นกลัวคลุ้มคลั่งวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปจนถึงท่าน้ำ หยุดยืนมองอย่างหมดหนทาง มีทางเดียวที่ทำได้คือหันกลับมาชี้หน้ากลุ่มเด็กด้วยมือไม้สั่นเทา

"พวกเจ้า ถอยไปนะ"

พวกเขาไม่สนใจถือไม้เดินเข้ามาใกล้ๆ หวังแกล้งนางต่อ จางลี่อิงวิ่งขึ้นไปบนสะพานท่าน้ำที่เป็นหนทางสุดท้ายนางหันกลับหมายยกมือเตรียมฟาดโต้ตอบกลุ่มเด็กเกเร อนิจจากลับสะดุดขาตัวเองเสียหลักลื่นล้มตกลงไปในแม่น้ำจมหายไปอย่างง่ายดาย

"ทำอย่างไรดี เจ้าไปเรียกผู้ใหญ่มาช่วยเร็ว"

หัวหน้ากลุ่มที่เป็นเด็กวัยสิบสามขวบสั่งเด็กที่คาดว่าเป็นลูกสมุนอีกสองคน เขาตกใจกลัวไม่คิดว่านางคนบ้าจะพลัดตกลงไปได้ง่ายๆ แล้วตอนนี้ยังหายเงียบอีก

ภายใต้ท้องน้ำที่เย็นยะเยือกร่างหญิงสาวแน่นิ่งพลันกระตุกลืมตาขึ้น นางตะเกียกตะกายว่ายให้พ้นผิวน้ำ ในที่สุดศีรษะก็โผล่พ้นขึ้นมาได้ ผู้คนมากมายแตกตื่นอยู่บนสะพานท่าน้ำเตรียมตัวช่วยกัน แต่เมื่อเห็นนางโผล่ขึ้นมาและว่ายน้ำไปที่ฝั่งก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านโดยไม่สนใจไยดีอีก

จางลี่อิงนั่งเหนื่อยหอบอยู่ตรงท่าน้ำใกล้กับสะพาน นึกแปลกใจว่าเหตุใดชาวบ้านพวกนี้แต่งตัวน่าประหลาดนัก นางจำได้ว่ากำลังกู้ระเบิดอยู่ในอาคารแล้วก็เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นในภารกิจสุดท้ายของสายลับที่ตั้งใจจะวางมือหลังจบงานนี้ แล้วอย่างไรกันตอนนี้มาโผล่ที่คุ้งน้ำกลางตีนเขากว้างใหญ่ได้อย่างไร จากลี่อิงเริ่มปวดหัวรุนแรงขึ้นมาทันใด ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาทำให้นางปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้านทานไม่ไหวล้มลงสลบไปตรงนั้นอีกครั้ง

ลมหนาวพัดโชยปะทะผิวกายผอมบางความหนาวเย็นเยียบชาไปถึงกระดูก นั่นเป็นเพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำชุ่มโชก ความรู้สึกหนาวเหน็บปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบร้างไร้ผู้คนบริเวณนั้น ก่อนกลับบ้านจึงอยากล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเสียก่อน

"ผะ...ผีหลอก"

เพียงก้มลงมองเงาสะท้อนบนผิวน้ำก็ทำให้นางตกใจกลัวจนสะดุ้ง เด็กสาวหน้าตาซูบเซียวมีรอยด่างดำอยู่บนสองแก้มดูอัปลักษณ์ยิ่งนัก ผมเผ้าฟูฟ่องกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง มองดูแขนลีบเล็กตัวบางผอมราวกับคนขาดสารอาหารมาชั่วชีวิต ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือนางจริงๆ ใช่หรือไม่ จางลี่อิงย้อนคิดถึงความเป็นไปได้ คาดว่านางตายไปแล้วทะลุมิติมายังโลกยุคที่ไม่มีในประวัติศาสตร์

สตรีอายุสามสิบสองปีทั้งสวยสง่ามีความมั่นใจเปี่ยมล้นและดูดีทั้งภายนอกภายใน ใบหน้าสวยหวานดั่งซุปเปอร์สตาร์นางแบบอะไรเทือกนั้น กลับกลายมาเป็นเด็กสาวสติไม่สมประกอบที่กำลังถูกเด็กเกเรรังแก นี่มันเรื่องบ้าบอชัดๆ นางคิดไปพลางยกมือขึ้นรวบผมเกล้าเป็นมวยเรียบร้อยล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น น้ำก็เย็นเฉียบจนไม่อยากแตะต้องแต่ก็อดทนกวักไปสองสามทีให้ดูดีกว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังดีกว่ามอมแมมเช่นนี้

จางลี่อิงบุตรสาวของตระกูลจางพ่อเป็นบุตรชายคนที่สามตายจากไปแล้ว ท่านปู่ของนางชื่อว่าจางเหวิน เป็นคนจิตใจเข้มแข็งสู้ชีวิตอดทนเก่งเป็นคนมีเหตุผล ท่านย่าชื่อแม่นางเหลียว อุปนิสัยละโมบโลภมาก ปากร้ายชอบกดขี่ลูกหลาน มองผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก

ท่านปู่ท่านย่าของนางมีบุตรสามคนประกอบด้วย ลุงใหญ่ที่มีตำแหน่งเป็นซิ่วไฉ เป็นหน้าเป็นตาของตระกูลจาง แต่งงานกับแม่นางมู่ มีบุตรชายด้วยกันสองคนคือ จางเยว่อายุยี่สิบสองปีและจางเซียวเย่ อายุยี่สิบปี ทั้งคู่ต่างเป็นบัณฑิตร่ำเรียนในสำนักศึกษาชื่อดัง

คนต่อมาลุงรองแต่งงานกับแม่นางจินมีลูกชายคนโตชื่อจางเจี๋ยเฟย อายุสิบแปดปีเรียนในสำนักศึกษาเดียวกันกับลูกชายลุงใหญ่ คนต่อมาเป็นบุตรสาวชื่อจางเยี่ยนเอ๋อร์ อายุสิบหกปีที่ทางตระกูลจางกำลังมองหาคู่แต่งงานให้เป็นบัณฑิตในสำนักศึกษาของพี่ชาย เขาเป็นบุตรชายตระกูลซูนามว่าซูจิ้นเฟยอายุสิบแปดปี

บิดาของนางเป็นบุตรชายคนที่สามที่พ่อแม่ไม่ค่อยให้ความสำคัญเพราะเขามีลูกสาวสติไม่ดีโง่เขลาเบาปัญญามาตั้งแต่เด็ก ถึงนางจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักของพ่อแม่แต่คนอื่นๆ ในตระกูลกลับตั้งแง่รังเกียจ เมื่อนางยังเล็กบิดาเจอโรคระบาดใหญ่ติดเชื้อจนเสียชีวิตส่วนมารดาที่เลี้ยงดูนางเพียงลำพังได้ไม่นานก็เป็นโรคไข้ป่าตายหลังจากนั้น

คนในตระกูลของนางเชื่อว่าจางลี่อิงเป็นตัวกาลกิณีที่นอกจากอัปลักษณ์สติไม่สมประกอบแล้วยังทำให้พ่อแม่ตายจาก นางเกิดมาเพื่อทำให้ตระกูลจางมัวหมอง จึงถูกเลี้ยงทิ้งขว้างให้อดๆ อยากๆ จนผอมแห้งแรงน้อย วันๆ ไม่ได้ทำการงานใดนอกจากหาบน้ำผ่าฟืนซึ่งเป็นงานหนักที่ทำแทนบุตรชายของลุงใหญ่และลุงรอง พวกเขาไม่ต้องทำงานใดนอกจากท่องตำรา งานหนักเยี่ยงกรรมกรจึงตกอยู่ที่นางเพียงคนเดียว ครั้นให้นางทำงานอื่นก็ทำไม่รอด สมองจัดความคิดให้เป็นระบบระเบียบไม่ได้

ตระกูลจางเดิมทียากจนแต่เพราะคุณลุงใหญ่สอบได้เป็นซิ่วไฉจึงมีหน้ามีตาขึ้นมาเล็กน้อยประกอบกับมีที่ดินมากจึงขายได้เงินมามากและเหลือส่วนหนึ่งเอาไว้ต่อชีวิตพวกเขาจึงลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้ ส่วนท่านปู่ของนางก็เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานเพราะโรคในท้อง ท่านปู่เป็นสมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ยังพอมีความเมตตาแก่นางบ้าง แต่กลับมาล้มหายตายจากไปอีกคน ยิ่งทำให้นางถูกตราหน้าว่าเป็นตัวอัปมงคลโดยแท้

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Pat M.
Pat M.
ค่อนไปทางฟีลกู้ด อ่านเรื่อยๆเพลินๆ เบาๆ ไม่ดราม่า ดี ลงจบแล้ว แนะนำจ้า
2026-01-29 20:54:52
0
0
44 فصول
ตัวประหลาด
หมู่บ้านชุนเฟิง อำเภอต้าซุน แคว้นเฉียน"นางหน้าลาย""ตัวอัปลักษณ์""นางคนบ้า""นางปีศาจ""เป็นบ้าแล้วยังอวดดีไปให้พ้น!"เสียงก่นด่าถากถางไม่ขาดระยะขับไล่สตรีผมกระเซิงคนหนึ่งออกไปให้พ้นอาณาเขตบ้านของพวกเขา เหล่าสตรีในหมู่บ้านชุนเฟิงของเมืองต้าซุน หมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชุนเฟิงพวกนางมักล้อเลียนจางลี่อิงเป็นประจำ ด้วยความที่เด็กสาววัยสิบห้าปีมีสติไม่สมประกอบ อีกทั้งมีใบหน้าเป็นด่างดวงกระจายเต็มแก้มทั้งสองข้าง จึงมักเป็นที่รังเกียจของผู้พบเห็น นางชอบถูกพวกเด็กๆ และหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่ค่อยชอบหน้ากลั่นแกล้งหรือทุบตีเป็นประจำ เพราะสติไม่ดีนางจึงพูดจาไปเรื่อยเปื่อยไม่รู้จักมารยาททั้งบางครั้งยังอวดดี เห็นแก่ตัวขี้โวยวายและไร้น้ำใจ"ไล่มันไปที่ท่าน้ำ"กลุ่มเด็กอันธพาลวิ่งไล่กวดนางถือไม้ในมือไล่ตีสนุกสนานราวกับไล่ลูกสุนัข พวกเขาเล่นสนุกอย่างนี้ทุกคราวที่พบเจอจางลี่อิง ยามได้เห็นหน้านางเหมือนเห็นลาโง่ตัวหนึ่งเพราะนางชอบวิ่งหนีไม่สู้คนจึงถูกเด็กกลุ่มนี้แกล้งไม่เว้นแต่ละวัน ครั้งนี้ก็เช่นกันนางเกิดอาการตื่นกลัวคลุ้มคลั่งวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปจนถึงท่าน้ำ หยุดยืนมองอย่างหมดหนทา
اقرأ المزيد
ชีวิตที่เปลี่ยนผัน
จางลี่อิงมีสามีขี้โรคชื่อจิ่นฟานอวี้ ครอบครัวของนางเจอเขานอนสลบอยู่ในป่าเชิงเขาเมื่อหลายเดือนก่อนจึงพามารักษาที่บ้าน จิ่นฟานอวี้พักรักษาตัวอาศัยอยู่ในบ้านสกุลจาง เมื่ออาการดีขึ้นจึงถามไถ่ความเป็นมาของเขาพบว่าเขาเป็นบัณฑิตมาจากสำนักศึกษาอื่น กำพร้าพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องไร้ญาติขาดมิตร ต่อมาทางตระกูลจางจึงวางแผนจับเขาให้แต่งงานกับจางลี่อิงแล้วยกบ้านหลังเก่าๆ กับที่ดินอีกเล็กน้อยแยกบ้านให้ทั้งคู่อยู่กันเองเพราะพวกเขาอยากให้นางออกไปให้พ้นจากบ้านสกุลจาง ฉะนั้นจะหาคนที่เหมาะสมกว่านี้คงไม่มีแล้ว บุตรชายตระกูลใหญ่โตต่างก็รังเกียจนางกันถ้วนหน้า แม้ว่าผู้เฒ่าจางให้แม่สื่อจัดการให้ก็ไม่มีบุรุษคนใดเหลียวแล อย่าว่าแต่คุณชายบัณฑิตเลย แม้แต่ชาวนาธรรมดายังไม่มองนางแม้แต่หางตาซ้ำร้ายยังดูถูกดูแคลนสารพัดจิ่นฟานอวี้จำใจแต่งกับนางเพื่อทดแทนบุญคุณที่บ้านสกุลจางเคยช่วยเหลือจากเงื้อมมือมัจจุราชจนฟื้นคืนมา มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาทดแทนได้ถึงแม้ไม่เต็มใจ เขาเป็นคนเงียบขรึมไม่เคยปริปากบ่นเรื่องใดสักครั้งยังคงทำตามหน้าที่ได้ดีเสมอต้นเสมอปลายสร้างความอุ่นใจให้ผู้เฒ่าจางได้เป็นอย่างดี จางลี่อิงเมื่อแต่งงานได้ไม่นานเ
اقرأ المزيد
ทำมาหากิน
นางขอตัวกลับไปนอน ก่อนไปไม่ลืมเอาจานและกาน้ำชาไปเก็บในครัวทิ้งเตาผิงไว้ให้เขา ก่อนหน้านั้นนางใช้เตาผิงเพียงคนเดียวไม่เคยเผื่อแผ่ให้จิ่นฟานอวี้เลยสักครั้ง เลวร้ายลงไปอีกยังสั่งให้เขาก่อไฟให้นางได้ผิงเพียงคนเดียวโดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้ นางทำอย่างนี้ทุกวันโดยไม่เคยคำนึงว่าอีกคนจะหนาวเหน็บเช่นไรจางลี่อิงตื่นแต่เช้าตรู่ล้างหน้าเกล้าผมง่ายๆ ขึ้นเป็นมวยแล้วเก็บที่นอนพับผ้าที่เก็บมาเมื่อวาน เป็นเพราะมัวแต่หิวโหยหาของกินจนลืมพับเสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้ เสร็จแล้วจึงเดินไปที่ห้องครัว ภายในนั้นไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่สักอย่าง นางจึงทำความสะอาดห้องครัวครั้งใหญ่ ถึงมันจะดูสะอาดสะอ้านเพราะจิ่นฟานอวี้เป็นคนเก็บกวาดอยู่บ่อยๆ แต่ก็อยากจัดสิ่งของให้เข้าที่มากกว่านี้"โชคดีนะที่ยังมีแป้งสาลี"นางยิ้มดีอกดีใจขณะทำความสะอาดก็เจอแป้งสาลีซ่อนอยู่ในชามใบใหญ่มีฝาไม้ปิดไว้อย่างน้อยเช้านี้ก็ไม่อดตายแล้ว จางลี่อิงนำแป้งสาลีมานวดโรยน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อทำหมั่นโถวเอาไว้กินได้สี่ลูกพอดี"วันนี้กินหมั่นโถวเปล่าๆ ไปก่อนก็แล้วกัน"นางพึมพำกับตัวเอง หลังจากทำเสร็จแล้วจึงคว้าถังน้ำมุ่งหน้าไปที่บ่อน้ำของหมู่บ
اقرأ المزيد
ช่องทางหาเงิน
ช่วงเช้าจิ่นฟานอวี้ออกไปตักน้ำตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่เคยทำประจำจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักเพียงใดคนในหมู่บ้านก็มักออกไปตักน้ำเป็นสิ่งแรก ตอนเช้าจึงมีคนรอตักน้ำกันเยอะนางตื่นขึ้นมาเก็บที่นอนล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปเคาะประตูหลายครั้งเห็นว่าเสียงเงียบจึงแง้มเปิดดูประตูไม่ได้ล็อคแปลว่าเข้าไปได้หรืออีกอย่างก็ไม่มีคนอยู่ในนั้น ภายในห้องของบัณฑิตหนุ่มดูสะอาดตา ห้องโล่งมีข้าวของไม่มากถูกจัดวางมีระเบียบเรียบร้อยมองอย่างไรก็ดูสบายตานางลองเอื้อมมือลูบที่พื้นดูกลับไม่มีเศษฝุ่นติดมือแสดงว่าเขาทำความสะอาดทุกวัน ช่างมีระเบียบเรียบร้อยจริงๆห้องทรุดโทรมเก่าเหมือนชิ้นส่วนจะพังอยู่รอมร่อก็ยังดูสะอาดสะอ้านน่ามอง นางสำรวจว่ามีสิ่งของใดบ้างในห้องโล่งๆ ห้องนี้ นอกจากตำราเล่าเรียนแล้วก็มีเสื้อผ้าเก่าซีดเพียงสามชุดเท่านั้น ฟูกและผ้าห่มก็เก่าๆ ขาดๆ ไม่ต่างจากนาง เมื่อเดินวนรอบห้องไม่นานจึงออกมาแล้วปิดประตูตามเดิม มองหาเขาไปด้วย พลางเดินเลยเข้าไปในครัวเตรียมทำอาหารเช้า สายตานางเหลือบไปเห็นเขากำลังเทน้ำลงถังอยู่ด้านหลังครัวจึงเดินไปหา"เข้าไปในห้องเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย"นางร้องบอกเขาแต่จิ่น
اقرأ المزيد
คนละคน
จางลี่อิงได้ยินเสียงไอ้โขลกดังมาตั้งแต่เช้ามืด เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่จะทำให้คนหลับลึกเช่นนางสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ นางลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงรบกวนที่น่าตกใจรีบลุกไปเคาะประตูห้องจิ่นฟานอวี้ ร่างผอมสูงยันกายลุกขึ้นประคองตัวเดินเซมาถึงหน้าประตูก็เหนื่อยหอบจากอาการไอถี่ๆ มาตั้งแต่เช้า พอประตูเปิดออกจางลี่อิงก็ต้องตกใจกับใบหน้าซีดขาวดวงตาคู่งามดูอิดโรยในมือมีผ้าเช็ดหน้าปิดปากเอาไว้"ไม่สบายมากหรือ มียาหรือไม่"นางไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเขามาก่อนจึงไม่รู้ว่ามียาตัวใดติดตัวอยู่ตอนนี้ เขาส่ายหัวไปมาช้าๆ ไร้คำพูดจะเอ่ยเพราะตอนนี้ทั้งเจ็บคอทั้งเหนื่อยเกินไป จางลี่อิงนึกเจ็บใจร่างนี้ที่ไม่เคยรับรู้ความเป็นความตายของผู้อื่นเอาเสียเลย ด้วยความเป็นจิตอาสาในตัวนางจึงวิ่งเข้าไปในครัวก่อไฟต้มน้ำอย่างรวดเร็ว"น้ำอุ่นแล้ว"นางเดินถือน้ำมาให้เขาที่นั่งไอรุนแรงขึ้น เขารับมาดื่มรวดเดียวหมดนางก็รินใส่จอกให้อีก"ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอ"นางใจคอไม่ดีที่เห็นอาการของเขาในตอนนี้ แต่ก่อนเคยเห็นคนไข้หลากหลายอาการช่วงไปดูงานตอนเรียนแต่ก็ไม่รู้สึกชินเมื่อมาเจอกะทันหันอย่างนี้ก็รู้สึกสงสารไม่อยากเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตา
اقرأ المزيد
หาเงินซื้อยา
นางมาถึงตอนยังไม่สายมากนักตลาดยังไม่วายจึงวางของลงขาย มีคนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองดูตะกร้าของนาง บ้างก็อยากแวะชม บ้างก็เดินเข้ามาเลือกดู ของป่ามีคนต้องการซื้ออยู่แล้วเพียงแต่ไม่ค่อยมีคนนำมาขาย พวกเขาเข้ามามุงดูสินค้าของนางอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดระยะ"นั่นดอกอะไร"หญิงวัยกลางคนถามขึ้นเมื่อเห็นเห็ดหน้าตาแปลกประหลาด"เห็ดหูหนูดำจ๊ะ ใช้ทำอาหารทั้งแกงตุ๋นและผัดกินได้แต่ห้ามกินดิบนะ"นางอธิบายสรรพคุณให้ฟังหญิงคนนั้นขอซื้อสามกำมือ ครู่ต่อมาเมื่อมีคนเห็นก็ตามมาซื้ออีกพร้อมกับซื้อผักป่าที่นำมาด้วยจางลี่อิงเหลือไว้สามกำมือกับผักป่าอีกเล็กน้อยมุ่งหน้าไปทางร้านขายยาเพื่อให้เขาตีราคาเห็ดหลินจือให้ แม้ในยุคของนางยังเป็นของราคาแพงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกเขาจะรู้จักหรือไม่"แม่นางจะรับยาแบบใดขอรับ"เถ้าแก่ถามนางด้วยความยิ้มแย้มบริการสุภาพแม้แม่นางน้อยคนนี้จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าซีดทว่าดูสะอาดตา"ข้ามีสิ่งนี้มาขายไม่ทราบว่าท่านจะรับหรือไม่"นางเอ่ยถามออกไปพร้อมหยิบเห็ดหลินจือขึ้นมาห้าดอกเถ้าแก่เบิกตาโตอย่างตื่นเต้นของหายากเช่นนี้นางไปหามาจากที่ใดกัน ดูๆ แล้วน่าจะเป็นเห็ดหลินจือเอาไว้ใช้ทำยา"รับสิ ข้ารับ
اقرأ المزيد
ทวงเงิน
นับตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในตระกูลจางจิ่นฟานอวี้นอกจากต้องจ่ายเงินคนในตระกูลแล้วยังต้องตามแก้ปัญหาของจางลี่อิงจนแทบไม่มีสมาธิอ่านหนังสือคัดอักษร แต่เขาก็อดทนอดกลั้นไม่พูดไม่จานางทั้งเห็นแก่ตัวกับเขาทั้งออกไปมีเรื่องกับคนอื่นทุกวันทั้งโดนรังแกมา ทั้งไปรังแกผู้อื่นตามกลุ่มอันธพาล สุดท้ายก็ถูกกลั่นแกล้งมีบาดแผลบ่อยๆ กิริยาหยาบคายไม่สนใจครอบครัว ขี้เกียจอาบน้ำ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง อย่างที่บอกว่าทำได้เพียงผ่าฝืนและหาบน้ำที่ไม่ค่อยสำเร็จนางไม่ได้ชอบเขามาตั้งแต่แรกเห็นแล้วเพราะเขาขี้โรคผอมแห้งดูเหมือนผีในสายตาของนาง ช่วงหลังได้เจอกับพ่อค้าขายผ้ากลับทำให้หลงใหลในความหน้าตาดี คอยวิ่งตามเกวียนขายผ้าทุกครั้งที่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องคอยลากกลับบ้าน พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายตีตัวเองหยิกเนื้อจนได้แผลบ่อยครั้ง เพื่อนบ้านต่างเอือมระอาแทนจิ่นฟานอวี้กับพฤติกรรมที่น่าอับอายของนางแต่เพราะจิ่นฟานอวี้ชอบช่วยเหลือเอื้อเฟื้อชาวบ้านพวกเขาจึงยังทำดีกับครอบครัวนางมาตลอด ครั้งนี้ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปราวพลิกฝ่ามือ นางดูสงบเสงี่ยมรู้จักทำมาหากินเอาใจใส่สามี คนในหมู่บ้านที่เคยซุบซิบนินทาต่างแปลกใจเมื่อเห็นนางยิ้มร่าเร
اقرأ المزيد
แก้ปัญหาในแบบของข้า
"ท่านเลี้ยงข้ามาอย่างไรก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนแต่งงานก็ไม่ได้มีเงินขวัญถุงมาให้ตั้งตัว สามีที่ท่านยัดเยียดให้ข้า บีบบังคับจิตใจเขามาแล้วไล่เราออกจากตระกูลแยกบ้านให้ ก็รู้ๆ อยู่ว่าเขาป่วยกำพร้าพ่อแม่ไม่มีเงินให้ แต่พวกท่านก็ยอมรับแล้วนี่ว่าเขายากจนแล้วจะรีดไถกันได้ ไม่เรียกว่าอำมหิตจะให้เรียกว่าอย่างไร"นางร่ายยาวเท้าความหลังเวลานี้ย่าเหลียวไม่อายนางก็ไม่อายเช่นกัน ผู้คนที่มุงดูต่างส่งเสียงฮือฮา ถึงบางคนจะรู้เรื่องของนางแต่เรื่องแต่งงานพวกเขาเพิ่งรู้ความจริงว่านางถูกบีบออกจากตระกูลโดยการแต่งงาน"บ้านกับที่ดินข้าก็ยกให้แล้วเจ้ายังเนรคุณด่าข้าอีก น่าน้อยใจนัก" ย่าเหลียวเล่นบทบาทตัดพ้อเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำ ตีสีหน้าเศร้าสร้อยป้าสะใภ้รองกระตุกแขนของย่าเหลียวมองดูสายตาคนในหมู่บ้านนางก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ย่าเหลียวไม่สนใจยังหมายมั่นเอาชนะต่อไป"มันคือส่วนของพ่อแม่ข้าต่างหากที่จริงท่านควรแบ่งให้มากกว่านี้ แต่ตระกูลจางก็เจียดมาให้ข้าเท่านี้คิดบ้างหรือไม่ หากท่านตายไปจะบอกท่านปู่ว่าอย่างไรทำเช่นนี้ไม่ถือว่าลำเอียงกับข้าหรอกรึ เทียบกับลูกหลานคนอื่นนับว่าท่านใจดำกับข้าที่สุด"จางลี่อิงไม่ยอมแพ้วันนี้ขาด
اقرأ المزيد
รับรางวัล
"ใช่แล้วข้าจะเอาไว้กินแล้วก็เอาไว้ขายด้วย"นางยิ้มร่าเริงมือผอมบางเขี่ยเมล็ดผักที่แช่น้ำในกระป๋องไปมา จิ่นฟานอวี้เห็นดังนั้นก็ขอมาหนึ่งกระป๋องถกแขนเสื้อเตรียมลงมือ"ข้าช่วยปลูก"เขาบอกกับนางพลางเดินไปอีกแปลง"แต่ว่าเจ้าต้องอ่านหนังสือ"นางเกรงใจเขาอยากให้ใช้เวลานี้ตักตวงความรู้ให้เต็มที่เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบส่วนงานสวนนี้นางจะจัดการเอง"ไม่เป็นไรข้าอยากช่วย"เขาเอ่ยขึ้นสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดแล้วลงมือปลูกผัก นางเห็นเขาอยากช่วยก็ไม่อยากพูดพร่ำเพรื่อลงมือปลูกอีกแปลงแปลงผักสิบแปลงมีผักอยู่หกชนิด จางลี่อิงและจิ่นฟานอวี้ปลูกผักเสร็จเขาก็ล้างมือกลับเข้าห้องอ่านหนังสือต่อ ส่วนนางก็รดน้ำจนเสร็จเอาหญ้าแห้งที่เก็บมาด้วยคลุมแล้วปิดรั้วเอาไว้จางลี่อิงเตรียมตัวเอาเห็ดตากแห้งไปขายที่ตลาด เช้าวันรุ่งขึ้นนางรีบไปแต่เช้าก่อนตลาดจะวาย เส้นทางลัดหากอยากไปให้ถึงเร็วขึ้นจะมีซอกซอยเล็กแคบอยู่เส้นหนึ่งแต่ผู้คนไม่สัญจรเพราะค่อนข้างเสี่ยงอันตราย มักมีขอทานหรือโจรและพวกอันธพาลหนีการจับกุมของมือปราบมาซ่อนตัวดักปล้นคนผ่านไปผ่านมาบ่อยๆแต่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่ช่วยย่นระยะเวลาไปถึงตลาดได้เร็วขึ้น นางเดินไปถ
اقرأ المزيد
ดีกันแล้วหรือ
"ขอโทษที่ข้ามาช้า นั่นเจ้าทำอะไรหรือ"นางวางตะกร้าลงได้กลิ่นอาหารลอยมาตั้งแต่หน้าบ้านรีบวิ่งปรู้ดเข้าไปดูในครัวเขายืนมือไพล่หลังอยู่ใกล้ๆ บอกนางจะได้ไม่ต้องรีบร้อนเพราะเขา"ไม่เป็นไรเจ้ากลับมาเหนื่อยๆ จะได้กินเลย ข้าตุ๋นเห็ดตากแห้งกับทำหมั่นโถวเอาไว้"เขายิ้มน้อยๆ ให้นางรอยยิ้มดูเป็นมิตรดีแต่ก็ยังแฝงไว้ซึ่งความเย็นชาเหมือนเดิม จบคำพูดเขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก"เสร็จหรือยัง มาข้าช่วย"นางกุลีกุจอช่วยตักออกจากหม้อสำหรับสองที่ ยกชามเห็ดตุ๋นร้อนๆ กับหมั่นโถวมาวางบนโต๊ะ เขาทำเอาไว้ทั้งหมดหกลูกสำหรับกินหลายวัน"หมั่นโถวนี่กินได้กี่วัน"นางสงสัยเพราะมีอาหารหลายอย่างให้เลือกวัตถุดิบในบ้านก็ไม่ขาดแคลนแล้ว"ข้ากินมื้อละหนึ่งลูก นอกนั้นเอาไว้ให้เจ้าพกติดตัวยามหิวตอนขึ้นเขาและไปตลาด"เขาทำเผื่อนางไว้กินแก้หิวกลางทาง จางลี่อิงกล่าวขอบคุณเขา พลันใบหน้าซีดเซียวก็แดงเรื่อขึ้นมาไม่มีสาเหตุ กินข้าวเสร็จเก็บครัวเรียบร้อยนางก็เอาของไปเก็บทำความงานบ้านเสร็จหมดทุกอย่างนางนึกขึ้นได้ไปหยิบถุงเงินมาไว้กับตัว ช่วงค่ำนางเข้าไปในห้องของจิ่นฟานอวี้ขอรบกวนเวลาเขาสักครู่ มือผอมบางล้วงถุงเงินออกมานับยื่นให้เขาห้าสิบตำ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status