พิศวาสตำหนักลืมเลือน

พิศวาสตำหนักลืมเลือน

last updateآخر تحديث : 2026-05-21
بواسطة:  จ้าวฮุ่ยอิงمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
82فصول
578وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

อุปราชปีศาจ สมญานามนี้เลื่องลือไปทั่วหล้า อุปราชเฟิงหลง ผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังจนเป็นปึกแผ่นเป็นหนึ่งเดียว วิชาอมตะทำให้มีชีวิตเป็นนิรันดร์ และมีญาณหยั่งรู้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าและหูทิพย์ หากแม้นผู้ใดเข้ามาใกล้พระวรกายน้อยกว่ารัศมีสิบฉื่อ ร่างจะต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวไปทันที อุปราชในตำนานประทับอยู่ในพระตำหนักลืมเลือนมานานกว่า 329 ปีนับตั้งแต่สถาปนาแคว้น จวบจนกระทั่งองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ย จากแคว้นเย่วปรากฎกาย นางเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเข้าใกล้และสัมผัสพระองค์ได้ และนางคือสตรีที่ผูกพันกับพระองค์นับตั้งแต่พานพบกันตั้งแต่ครั้งแรก แรงรักแรงพิศวาสเริ่มก่อตัวขึ้นภายในตำหนักลืมเลือน ก่อนจะถึกปิดตายหายไปอย่างไร้ร่องรอยเพื่อรอคอยนางหวนคืนกลับมาอีกครั้ง กลับมาเพื่อครองรักกับอุปราชปีศาจอีกครั้งตามสัญญาที่มีไว้ให้ต่อกัน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานนับพันปีก็ตาม

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 อุปราชปีศาจ!!! 1.1

แคว้นเป่ยถัง

       แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม

       อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก 

       และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแยงซีเกียง 

 จึงทำให้เป่ยถังมีภูมิประเทศที่เป็นปราการด่านทางธรรมชาติ ยากยิ่งนักที่จะยกทัพบุกเข้าแผ่นดินแห่งนี้ได้โดยง่ายทั้งต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยนรวมไปถึงชนเผ่าทุ่งหญ้าจะต้องใช้กำลังความคิดและกำลังทหารอย่างมหาศาลมากมายยิ่งนักที่จะสามารถฝ่าเทือกเขาสูงเสียดฟ้า และแม่น้ำฉางเจียงซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่เข้ามาถึงเป่ยถังได้

       ด้วยเหตุนี้เองเป่ยถังจึงอยู่รอดปลอดภัยมานานถึง 329 ปี มีเจ้าผู้ครองแคว้นหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนขึ้นปกครองมาอย่างยาวนาน โดยมีราชวงศ์เฟิงปกครองแคว้นเป่ยถังมาโดยตลอด ซึ่งสถาปนาแคว้นมาพร้อมกับต้าซางซึ่งมีราชวงศ์ซางปกครอง ในขณะที่เป่ยถังนั้นมีราชวงศ์เฟิงสืบสายสกุลมาตั้งแต่โบราณเช่นเดียวกับราชวงศ์ซางเช่นกัน 

 และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป่ยถังดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในแคว้นใหญ่อยู่ในเวลานั้นมาจากอุปราชแห่งเป่ยถัง พระนามว่าเฟิงหลง พระองค์คืออุปราชของแคว้นเป่ยถังมาตั้งแต่ประกาศสถาปนาแคว้น และพระองค์คือผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังทั้งหมดอันกว้างใหญ่ไพศาลและได้ภูมิประเทศที่ดีล้วนมาจากฝีมือของพระองค์ทั้งสิ้น

 ตำนานของแคว้นเป่ยถังเล่าขานกันต่อๆ มาว่าอุปราชเฟิงหลงสังหารกองทัพนับหลายแสนชีวิตของฝ่ายศัตรูตรงกันข้าม ด้วยวิธีการ เพียงแค่เสด็จพาดผ่านทุกชีวิตที่อยู่ภายในระยะใกล้ ร่างพลันสลายไปเองเพียงชั่วพริบตา ทำให้ได้รับชัยชนะเหนือแคว้นใดทั้งหมดในเวลานั้น ต่อหน้ากองทหารจากสามแคว้นที่รวมตัวกันบุกยึดเป่ยถังเพื่อหวังแบ่งปันแผ่นดินออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งอยู่ติดกับเขตชายแดนของตัวเอง

 เมื่อเหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยน แทนที่เป่ยถังจะล่มสลายกาลกลายเป็นว่ากองทัพจากทั้งสามแคว้นสลายหายไปเพียงชั่วพริบตาเสียเอง จึงทำให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างไปทั่วทุกสารทิศ ว่าพระองค์คือ “อุปราชปีศาจ” 

 ทั้งสามแคว้นไม่กล้าที่จะนำชีวิตของเหล่าแม่ทัพและกำลังทหารต้องมาสังเวยหรือก่อสงครามกับเป่ยถังอีกตราบใดที่อุปราชปีศาจยังคงอยู่ พระองค์ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น เป็นหนึ่งก้านธูปที่สังหารชีวิตฝ่ายตรงกันข้ามไปเพียงชั่วพริบตา

 ครั้นชัยชนะได้ตกเป็นฝ่ายของเป่ยถังหากแต่อุปราชเฟิงหลงกลับไม่ขึ้นครองแผ่นดินแต่มอบให้เฟิงหู่ พระอนุชาขึ้นปกครองราชบัลลังก์แทน โดยมีพระองค์ดำรงตำแหน่งมหาอุปราช ทรงคอยให้คำปรึกษาในการบริหารแผ่นดินของเจ้าแคว้นเป่ยถังและสืบต่อเช่นนี้เรื่อยมาโดยตลอด 

 จวบจนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปนานกว่า 329 ปี อุปราชเฟิงหลงก็ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่มาอย่างยาวนานหาได้สิ้นพระชนม์ดั่งเช่นองค์ฮ่องเต้ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานของพระองค์แต่อย่างใด 

 ในขณะที่เจ้าผู้ครองแคว้นของเป่ยถังนั้นต่างสวรรคตไปตามระยะกาลเวลาของอายุขัยพระองค์แล้วพระองค์เล่า แต่อุปราชเฟิงหลงกลับยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่เช่นนั้นดุจเดิม หากรวมพระชนมายุในขณะที่ทำการสถาปนาแคว้นเป่ยถังซึ่งในเวลานั้นพระองค์มีพระชนมายุ 23 พระชันษา นั่นก็เท่ากับว่าอุปราชเฟยหลงในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุมากถึง 352 พระชันษาแล้ว

 อุปราชปีศาจประทับอยู่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุง ซึ่งเป็นพระตำหนักส่วนพระองค์อยู่ทางทิศบูรพาของพระราชวังถังเฉี่ยนมาอย่างช้านาน หรือที่ผู้คนทั่วไปรวมไปถึงข้าราชบริพารภายในพระราชวังหลวงถังเฉี่ยน ต่างพากันเรียกขานว่าตำหนักลืมเลือน ซึ่งพระตำหนักดังกล่าวถูกสร้างขึ้นประหนึ่งพระราชวังหลวงเช่นเดียวกับพระราชวังถังเฉี่ยนและยิ่งใหญ่เหนือเสียยิ่งกว่าพระราชวังหลวงเสียอีกด้วยซ้ำนับตั้งแต่สร้างแคว้นและให้มีพระบัญชาสร้างพระราชวังถังเฉี่ยนขึ้นมา 

 ซึ่งมีพื้นที่นับหลายร้อยหมู่ กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเป็นยิ่งนัก เฉพาะพระตำหนักอี๋หว่างกุงหรือตำหนักลืมเลือนเพียงแห่งเดียว ก็มีพื้นที่ถึงร้อยหมู่มีข้าราชบริพารส่วนพระองค์และทหารองครักษ์เปรียบเสมือนกองทัพย่อมๆ ที่ถวายความจงรักภักดีต่ออุปราชผู้สร้างแคว้นเป่ยถัง นับพันชีวิตและกองทหารอีกหนึ่งหมื่นนาย คอยดูแลและถวายอารักขาอยู่ภายในพระตำหนักดังกล่าวมาอย่างช้านาน 

 ทว่าเจ้าของตำหนักอี้หว่างกุงหรือพระตำหนักลืมเลือน หาได้ปรากฏพระวรกายมาให้ผู้ใดได้พานพบมานานถึง 329 ปีแล้ว นับตั้งแต่ยกพระราชบัลลังก์นี้ให้แก่พระอนุชาปกครอง 

 ส่วนพระองค์นั้นกลับประทับอยู่แต่ภายในพระตำหนักอี๋หว่างกุงมาโดยตลอด หากเจ้าผู้ครองแคว้นเสด็จมาเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาต่างๆ จากมหาอุปราช ก็จะประทับคอยอยู่ภายในห้องหนังสือซึ่งจะได้ยินแต่เพียงพระสุรเสียงเท่านั้นที่ให้คำปรึกษา 

 พระสิริโฉมของอุปราชเฟิงหลงหามีผู้ใดได้พานพบเพราะไม่สามารถมีผู้ใดเข้าใกล้พระองค์ได้เลย ด้วยเพราะมีเสียงเล่าลือต่อๆ กันมาว่าอุปราชเฟิงหลงทรงฝึกวิชาลึกลับที่ไม่เคยปรากฏบนผืนแผ่นดินนี้ เพื่อทำให้เป่ยถังเป็นปึกแผ่นและแข็งแกร่งยืนหนึ่งกว่าแคว้นใดทั่วหล้า 

 วิชาลึกลับดังกล่าวทำให้พระองค์มีวรยุทธ์ที่หาผู้ใดทัดเทียม ผู้ที่เข้าใกล้พระองค์อย่าว่าแต่สัมผัสเลยเพียงแค่ย่างกายเข้ามาใกล้ในระยะยังไม่ถึงสิบฉื่อเสียด้วยซ้ำ ร่างจะต้องสลายเหลือเพียงเถ้าธุลีขาว และนั่นจึงทำให้พระองค์ทรงได้รับสมญานามว่า”อุปราชปีศาจ”

 และนี่คือเหตุผลว่าเพราะอะไรอุปราชเฟิงหลง จึงทรงประทับอยู่แต่ในพระตำหนักเพียงพระองค์เดียวมาโดยตลอด ไร้สิ้นพระชายาเคียงข้างพระวรกาย พระสนมและพระโอรสพระราชธิดาแต่อย่างใด 

 ตำนานแคว้นเป่ยถังต่างพากันเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในช่วงที่พระอนุชาทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ มีเพียงฮ่องเต้เฟิงหู่พระองค์เดียวเท่านั้นที่เข้าเฝ้าพระเชษฐาเพื่อมาเยี่ยมเยือนอยู่สม่ำเสมอ

 ด้วยฮ่องเต้เฟิงหู่สงสารในชะตากรรมของพระเชษฐาที่จะต้องพบกับความทรมานในพระชนม์ชีพหลังจากฝึกวิชาลึกลับนี้สำเร็จจนสามารถรวบรวมแผ่นดินเป่ยถังจนสำเร็จ ทว่ากลับทำให้พระองค์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย ทรงประทับอยู่อย่างอ้างว้างแต่เพียงลำพังในพระตำหนักอี๋หว่างกุงแต่เพียงผู้เดียว 

 แม้แต่คนสนิทและข้าราชบริพารที่คอยถวายการรับใช้ยังไม่อาจอยู่ใกล้ได้ ต้องอยู่ให้ห่างจากพระวรกายเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเอง 

 ครั้นฮ่องเต้เฟิงหู่สวรรคตลงและเจ้าผู้ครองแคว้นพระองค์ใหม่ซึ่งเป็นหลานของอุปราชเฟิงหลงขึ้นปกครอง อุปราชผู้กล้าก็ไม่ให้ผู้ใดพานพบพระพักตร์อีกเลย 

 มีเพียงอนุญาตให้แค่มาเข้าเฝ้าถวายพระพรหรือขอคำปรึกษาหารือราชการแผ่นดินได้เท่านั้น ถึงกระนั้นก็ต้องจัดที่ประทับให้อยู่ห่างพระองค์อย่างน้อยสิบจั้งจึงจะปลอดภัยกับชีวิตของทุกคน และจะสามารถเห็นอุปราชผู้สร้างเป่ยถังผ่านทางม่านสีขาวซึ่งนำมาขวางกั้นเอาไว้ ในขณะที่องค์อุปราชประทับอยู่บนตั่งเพื่อให้คำปรึกษา 

 ทว่าในระยะสามร้อยปีให้หลังฮ่องเต้เป่ยถังในรัชสมัยต่อๆ มา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอุปราชเฟิงหลงดั่งช่วงต้นรัชกาลแต่อย่างใดไม่เข้ามาขอคำปรึกษาและหารือดั่งที่ควรจะเป็น ด้วยเพราะได้ลืมเลือนการเสียสละและสิ่งที่อุปราชเฟิงหลงได้ทรงมอบให้ไว้ไปจากความทรงจำจนหมดสิ้น 

 ด้วยเหตุนี้ “อุปราชปีศาจ” จึงถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คน เป็นสาเหตุทำให้ตำหนักอี้หว่างกุง กลายเป็นตำหนักที่ถูกลืมในเวลาต่อมา ซึ่งอุปราชผู้กล้าก็ไม่ได้ใส่พระทัยแม้แต่น้อยในความคิดของลูกหลานชนรุ่นหลัง ตรงกันข้ามพระองค์กลับทรงคิดว่าเป็นการดีกับชีวิตของทุกคนที่ไม่ต้องมาจบลงโดยไม่รู้เรื่องราวแต่อย่างใด

 ทว่าถึงแม้ว่าอุปราชเฟิงหลงซึ่งประทับอยู่ภายในตำหนักอี๋หว่างกุงจะถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับการดูแลเอาใจใส่มิให้ตำหนักต้องตกอยู่ในสภาพรกร้างและทรุดโทรมแม้แต่น้อย ทุกชีวิตภายในตำหนักลืมเลือนยังใช้ชีวิตเป็นปกติและมีความสุขและสงบมากกว่าในเขตราชสำนักของถังเฉี่ยนเสียด้วยซ้ำ 

 โดยที่ฮ่องเต้ในรัชสมัยต่อมาไม่เคยคิดจะพระราชทานทรัพย์ในท้องพระคลังหลวงนั้นเผื่อแผ่มาที่ตำหนักลืมเลือนแม้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามอุปราชเฟิงหลงกลับทรงมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างมหาศาลที่หามีผู้ใดล่วงรู้ 

 นั่นก็คือทองคำที่ซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงเสียดฟ้าทั้งลูก มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเทือกเขาลับดังกล่าวเต็มไปด้วยทองคำและหินหยกหายาก ทรงนำมาแปรสภาพและนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในตำหนักของพระองค์ให้กับทุกชีวิตอย่างไม่เดือดร้อนแต่อย่างใดตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา

 ด้วยเหตุนี้พระตำหนักลืมเลือนจึงถูกตัดขาดจากเขตพระราชวังหลวงถังเฉี่ยนนับตั้งแต่นั้นมา บ้างก็คิดว่าด้วยกาลเวลายาวนานนับสามร้อยปีที่ล่วงเลยผ่านไปนั้น อุปราชเฟิงหลงผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังสิ้นพระชนม์ไปนานมากแล้ว บ้างก็คิดว่าหากยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จริง 

 เพราะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฝึกวิชาลึกลับดังกล่าว อดีตอุปราชผู้กล้าก็จะต้องทรงชราภาพเสียจนยากยิ่งนักที่จะลุกเหินไปไหนต่อไหนได้อีกต่อไป และมองอะไรไม่เห็นอีกแล้วเปรียบซากคนตายแต่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อสันนิษฐานกันไปเองตลอดสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา

 แม้ว่าจะมีเสียงเล่าลือเสียงกล่าวอ้างไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีฮ่องเต้เป่ยถังพระองค์ใดหาญกล้าถอดถอนพระยศของพระองค์และบุกยึดเพื่อเข้าครอบครองตำหนักลืมเลือน 

 ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงหู่ปฐมราชวงศ์ทรงมีพระราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดทำการถอดถอนพระยศและหมิ่นพระเกียรติพระเชษฐาของพระองค์ เพราะนั้นหมายถึงหายนะร้ายจะมาเยือนแก่ทุกชีวิตหากอุปราชในตำนานเสด็จออกจากพระตำหนักลืมเลือนมาสู่ภายนอก 

 จวบจนกระทั่งกาลเวลาได้มาถึงรัชสมัยฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งขึ้นปกครองแคว้นตั้งแต่พระชนมายุ 17 พระชันษาจวบจนในเวลานี้ทรงมีพระชนมายุ 42 พระชันษา พระองค์เป็นฮ่องเต้เป่ยถังที่เต็มไปด้วยปัญญาอันปราดเปรื่อง และทรงมีพระวรกายที่สูงใหญ่สง่างามและน่าเกรงขาม 

 อีกทั้งทรงมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ จึงเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่อีกทั้งยังเป็นนักรักตัวยง ทรงมีเซวียนฮองเฮาเป็นแม่ของแผ่นดินและฟูเหรินทั้งสี่ รวมไปถึงมีพระสนมมากมายอีกนับร้อยกว่าพระองค์ ซึ่งมาจากการออกล่าดินแดนและการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างแคว้น ทำให้แผ่นดินเป่ยถังมีดินแดนขยายออกกว้างไกลกว่าที่มีอยู่

 ฮ่องเต้เฟิ่งอวิ๋น ทรงมีพระโอรสสามสิบห้าพระองค์และพระราชธิดาอีกสิบเก้าพระองค์ รวมจำนวนพระโอรสและพระราชธิดาทั้งสิ้นถึงห้าสิบสี่พระองค์ 

 ด้วยเหตุนี้รัชสมัยของฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นจึงมีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทั้งวังหน้าและวังหลังจนภายในราชสำนักไร้ความสุขสงบอย่างยิ่งยวด ข้างฝ่ายขุนนางก็เอาแต่ดีใส่ตัวและประจบสอพลอเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของตัวเอง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
82 فصول
ตอนที่ 2 อุปราชปีศาจ!!! 1.2
พระตำหนักลู่เหวิน พระตำหนักลู่เหวินเป็นที่ประทับของฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยถัง ในยามนี้เซวียนฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยทรงประชวรมาเป็นเวลานานเพราะพระพลานามัยอ่อนแอมาโดยตลอด สามวันดีสี่วันไข้จนไม่อาจปกครองวังหลังได้ทำให้อำนาจของวังหลังตกมาอยู่กับจีฟูเหรินซึ่งถูกสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งฟูเหรินอันดับหนึ่งเป็นรองเพียงแค่เซวียนฮองเฮา และจีฟูเหรินหมายมั่นตำแหน่งฮองเฮาว่าจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน หากแต่เกิดเหตุพลิกผันอย่างไม่คาดฝันเมื่อเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้ กลับทรงตัดสินพระทัยเลือกองค์หญิงเย่วซูเจินจากแคว้นเย่วเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนาง เพื่อต้องการจะครอบครองแคว้นเย่วเอาไว้ในกำมือ อีกทั้งองค์หญิงเย่วซูเจินนี้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือจึงทำให้ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นนักรักผู้ยิ่งใหญ่หลงใหลนางยิ่งนัก ครั้นนางพลาดจากตำแหน่งฮองเฮาไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้จีฟูเหรินเจ็บแค้นอยู่ในใจอย่างยิ่งยวด แต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูลาดเลาว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จะสามารถกำจัดได้โดยง่ายหรือไม่ เพราะเซวียนฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ลงไม่ใช่มาจากเพราะสุขภาพของพระนางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะจีฟูเหรินเป็นผ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 อุปราชปีศาจ!!! 1.3
สระหยกมณี ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 ดุจดวงดาวราชินี 1.1
ยามเซิน       ร่างสูงกำยำของอุปราชปีศาจทรงยืนทอดพระเนตร องค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายในอุทยานตำหนักลืมเลือนมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนล่วงเลยมาถึงยามเซินโดยไม่รู้ตัว องค์หญิงน้อยช่างพูด ช่างเจรจาและฉลาดเฉลียวเป็นยิ่งนัก เรียนรู้อะไรได้เร็วและที่สำคัญนางเป็นผู้มาจากดวงดาว       อุปราชปีศาจฝึกวิชาอมตะ ซึ่งเป็นวิชาโบราณสุดยอดของวรยุทธ์ ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จมาก่อนด้วยเพราะจะต้องจบชีวิตลงทุกคนเมื่อฝึกถึงขั้นสุดท้าย หากแต่อุปราชรูปงามเป็นเพียงผู้เดียวที่ฝึกวิชาอมตะนี้เป็นผลสำเร็จ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียมทานไม่มีคู่ต่อสู้ใดที่จะสามารถเปรียบเทียบวรยุทธ์ด้วยได้ มีชีวิตที่ไม่มีวันตายและยังคงรูปกายเดิมเป็นอุปราชหนุ่มในวัย 23 พระชันษาไปชั่วกาลนานเพราะสำเร็จวิชาอมตะในขณะที่ยังหนุ่มแน่น ทว่าพระองค์ต้องแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว และความอ้างว้างเดียวดาย ผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพบเห็นคนรอบข้างล้มตายไปคนแล้วคนเล่าด้วยเพราะอายุขัยที่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาต
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ดุจดวงดาวราชินี 1.2
และทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้น พระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้  วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง “ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น “เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อย ร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา “มาหาข้าเด็กดี!&rdquo
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 โลหิตอมตะ! 1.1
สี่ปีผ่านไป       ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้       อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า        ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 โลหิตอมตะ! 1.2
พรึบ! ภาพเหตุการณ์บางอย่างปรากฏขึ้นมาให้อุปราชปีศาจได้ทอดพระเนตร ด้วยญาณหยั่งรู้ที่พระองค์ได้มาจากวิชาอมตะที่อยู่คู่พระวรกายมาโดยตลอด ซึ่งภาพดังกล่าวคือร่างอันไร้วิญญาณขององค์หญิงน้อยเต็มไปด้วยโลหิตที่กระอักออกมาเพราะสำลักพิษร้ายแรงอยู่ภายในห้องพระบรรทมของเย่วฮองเฮา ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ของเย่วฮองเฮาดังระงมไปทั่วทั้งพระตำหนักก่อนที่จะสำลักพิษออกมาพร้อมพระโลหิตกองใหญ่ และล้มฟุบลงไปบนแท่นพระบรรทมสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมาตามพระขนิษฐาไปติดๆ พร้อมกับทารกในพระครรภ์ หมับ! พระหัตถ์ที่กำลังขยี้เส้นผมองค์หญิงน้อยไปมาด้วยความเอ็นดูอยู่ในเวลานั้น พลันกำเข้าหากันจนแน่นทันที เมื่อญาณหยั่งรู้ทำให้อุปราชปีศาจทอดพระเนตรภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้ ก่อนจะหันกลับไปสังเกตดวงอาทิตย์ที่กำลังเย็นย่ำได้ลงไปทุกขณะ “จริงสิเพ่ยเอ๋อร์! เห็นบอกว่าพี่หญิงของเจ้าป่วยเป็นไข้ลมหนาวอยู่ไม่ใช่เหรอ ระวังจะป่วยตามนางไปด้วย เดี๋ยวข้าจะไปนำยารักษาโรคทุกชนิดฝากเจ้าไป และนำไปให้พี่หญิงของเจ้ากินเสีย นางจะได้หายป่วยจากไข้ลมหนาว หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เป็นอันตรายทั้งแม่และทารกในครรภ์ และเจ้า
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 โลหิตอมตะ! 1.3
 ครั้นได้ตัวยาที่ผสมโลหิตอมตะของอุปราชปีศาจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระหัตถ์ตรงเข้าคว้าขวดยารักษาทุกโรคมาเพิ่มอีกหนึ่งขวด พระองค์หันหลังกลับเสด็จออกจากห้องปรุงยาไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเร้นกายเลือนหายไปโดยพลัน        พรึบ! เพียงชั่วอึดใจพระวรกายสูงใหญ่ปรากฏอยู่ด้านนอกประตูห้องหนังสือ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อทอดพระเนตรร่างองค์หญิงน้อยกำลังยืนอ้าปากค้างอยู่เช่นนั้น ด้วยเพราะเห็นการปรากฏพระวรกายของอุปราชปีศาจเข้าให้พอดีด้วยความบังเอิญ        “เพ่ยเอ๋อร์!!!”รับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยพร้อมเสด็จก้าวเข้าไปหานาง        ในขณะที่องค์หญิงน้อยก็รู้สึกตัวขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินสุระเสียงของอุปราชปีศาจกำลังเรียกชื่อของนาง ดวงตาที่กำลังตกตะลึงเริ่มกะพริบขึ้นลงติดต่อกันก่อนสะบัดหน้าไปมา        “ทะ...ท่านปู่!”องค์หญิงน้อยเรียกตามความเคยชินพร้อมรีบถามกลับไปทันที        “เมื่อครู่ข้าเห็นท่านปู่จู่ๆ ก็ปรากฏกายออกมา ท่านปู่มีวิชาหายตัวได้อย่างนั้นเหรอเจ้าคะ”องค์หญิงน้อยถามกลับไปพลางจ้องพร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 โลหิตอมตะ! 1.4
ท่ามกลางสายพระเนตรของอุปราชปีศาจ ทรงยืนทอดพระเนตรอยู่ภายในอุทยานส่วนพระองค์ หากแต่ไม่สามารถทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยได้อีกต่อไป ญาณหยั่งรู้ต่างๆของพระองค์ไม่สามารถใช้ได้กับองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยได้อีกต่อไปแล้ว ทันทีที่ได้ดื่มพระโลหิตอมตะของพระองค์เข้าไป “หวังว่าเจ้าจะช่วยพี่สาวและหลานชายของเจ้าได้ทันเวลานะเพ่ยเอ๋อร์ ข้าช่วยได้ในสิ่งที่ไม่ฝืนโชคชะตามากเกินไปกว่านี้ หากแต่ข้ากลับฝืนกฎสวรรค์เพราะไม่อยากเห็นความตายเกิดขึ้นกับเจ้าที่เป็นเพียงผู้เดียวในรอบสามร้อยกว่าปีได้อยู่ใกล้ชิดกับข้า ภายภาคหน้าจะเหตุการณ์เช่นไรขึ้นก็ให้เป็นไปตามลิขิตของเบื้องบนเถิด”อุปราชหนุ่มรับสั่งพึมพำ ทันใดนั้นเอง ญาณหยั่งรู้ของพระองค์สัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่ อยู่บริเวณด้านนอกของสระหยกมณีซึ่งบังเอิญเดินผ่านมาพบองค์หญิงน้อยในขณะที่กำลังก้าวออกจากประตูพระตำหนักลืมเลือน สายตาของทุกคู่กำลังเฝ้าจับจ้ององค์หญิงน้อยเดินลัดเลาะข้ามสะพานของสระหยกมณีมุ่กำลังงหน้าไปยังทิศทางพระตำหนักลู่เหวินของเย่วฮองเฮา “เด็กอ้วนผู้นั้นคือน้องสาวของเย่วฮองเฮาใช่หรือไม่”เสียงของสตรีที่เต็มไปด้วยอำนาจเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมาซึ่งน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 โลหิตอมตะ! 1.5
ท่ามกลางอาการตกใจของเหล่านางกำนัลคนสนิททั้งสองครั้นได้ยินเช่นนั้น ต่างพากันสบตาพยายามจะเอ่ยคัดค้านความคิดอันน่ากลัวของจีฟูเหรินเอาไว้ก่อนจะลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้ “พระนางเพคะดูท่าหากจะทำเช่นนั้นจริงๆ หม่อมฉันเกรงว่าฝ่าบาทจะทรงไม่ให้ความร่วมมือด้วยนะสิเพคะ เพราะจารึกของปฐมราชวงศ์เป่ยถังทรงจารึกอยู่บนแผ่นหินศิลาเอาไว้อย่างชัดเจน ว่าห้ามไม่ให้บุกรุกและเข้ายึดครองพระตำหนักลืมเลือน รวมไปถึงห้ามถอดพระยศของอุปราชปีศาจเป็นอันขาด สิ่งที่พระนางทรงหมายมั่นเอาไว้จะไม่เป็นดั่งใจหวังโดยง่ายนะสิเพคะ” นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามจีฟูเหรินตั้งแต่ยังไม่เข้าวังมาถวายงานให้กับเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้กราบทูลกลับไปซึ่งเต็มไปด้วยความกังวล ควับ! พระพักตร์งามหันกลับไปทอดพระเนตรคนสนิทของด้วยสายพระเนตรดุดันเป็นที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนักพร้อมมีรับสั่งขึ้นมาทันใด “แล้วเรื่องอะไรข้าจะปล่อยให้ฝ่าบาทมาทัดทานข้าด้วยเล่า เพราะฮ่องเต้ของเป่ยถังพระองค์ต่อไปก็คืออี๋เอ๋อร์ของข้า ไม่ใช่ฝ่าบาทเสียหน่อย อยู่มานานเกินพอแล้วหลังจากที่กำจัดเย่วฮองเฮาได้เรียบร้อยแล้ว และข้าได้รับการสถาปนาขึ้นรับตำแหน่งฮองเฮาพระองค์ใหม่เป็น
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status