จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด

จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
โดย:  หนูเหมยจ้าอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
32บท
26views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางแต่งเข้าตำหนักจวิ้นอ๋องในฐานะพระชายาเอกที่สวามีไม่รัก พอคลอดบุตรยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นหญิงชั่วถูกจับคุมขังทรมานในคุกใต้ดิน บุตรชายผู้น่าสงสารต้องเติบโตมาแบบอดอยากยิ่งกว่าเด็กไร้บ้าน

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาแคว้นถิงโจวได้จัดพิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ระหว่างจวิ้นอ๋องหนานจิงชวนโอรสลำดับที่สามของหนานกงหมิงฮ่องเต้ กับองค์หญิงห้าแห่งแคว้นหวงหลิง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างแว่นแคว้นใกล้เคียง

องค์หญิงห้าไป๋ซือเย่วมีรูปโฉมงดงามตราตรึงเป็นหนึ่ง ทว่ามีอุปนิสัยขลาดเขลาไม่กล้าสู้สายตาใคร โฉมสะคราญมักจะก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ จึงดูไร้เสน่ห์และจืดชืดในสายตาจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน เมื่อเทียบกับพระชายารองเจียงซูหลิง บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายของแคว้นถิงโจว

“ท่านอ๋องเพคะ วันก่อนหม่อมฉันเห็นพี่หญิงแอบออกไปนอกตำหนักจึงตามไปด้วยความเป็นห่วง เกรงว่านางจะไม่รู้กฎของแคว้นถิงโจว แต่ว่า…”

น้ำเสียงออดอ้อนกึ่งใส่ความเอ่ยขึ้น ขณะพลอดรักกันอยู่บนเตียงนอนในตำหนักเล็ก

“แต่ว่าอะไร”

คนฟังเอ่ยถามเสียงห้วน ถึงแม้จะไม่ค่อยพึงใจพระชายาเอกเท่าที่ควร แต่ใช่ว่านางจะทำอะไรลับหลังเขาก็ได้

ยิ่งนึกถึงท่าทีหวาดกลัวคล้ายรังเกียจกัน ในคืนแรกของการเข้าหอเขายิ่งนึกโมโหหนัก

“หม่อมฉันเห็นพี่หญิงโอบกอดอยู่กับบุรุษผู้หนึ่งที่โรงน้ำชาหยุนหยวน หากไม่เชื่อพระองค์ลองส่งคนไปตรวจสอบดูได้ หม่อมฉันเห็นบุรุษผู้นั้นมอบหยกพกสีดำให้พี่หญิงด้วยเพคะ”

“โอบกอดกับบุรุษ และมอบหยกพกสีดำ!”

“เพคะ บุรุษมอบหยกให้สตรีหม่อมฉันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย”

“ข้าต้องตรวจสอบให้ดี นางเป็นถึงองค์หญิงหากทำการสิ่งใดย่อมกระทบความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น”

“หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ แต่พระองค์ต้องแอบตามดูนะเพคะ คงไม่มีผู้ใดกล้ายอมรับในเรื่องบัดสีเช่นนี้” พระชายารองเจียงซูหลิงกระซิบบอกกล่าวด้วยความหวังดี

“อืม”

หลังจากวันนั้นไป๋ซือเย่วจึงถูกองครักษ์ของจวิ้นอ๋องสะกดรอยตามไปทุกที่ จนกระทั่งวันหนึ่งองครักษ์หลวงได้พบเห็นความผิดปกติของพระชายาเอกดังคำปรามาส

สตรีต่างแคว้นย้อนกลับไปโรงน้ำชาหยุนหยวนอีกครั้ง เพื่อพบปะกับบุรุษลึกลับตามที่นัดหมายกันไว้ ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในห้องจิบน้ำชาส่วนตัว

ข้างกายชายหญิงไร้ซึ่งผู้ติดตามอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทุกเรื่องในหัวข้อสนทนาต้องเก็บเป็นความลับระดับสูงสุด!

ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาองครักษ์หลวง ถึงแม้จะไม่มีการโอบกอดอย่างที่ถูกกล่าวหา ทว่าท่าทีสนิทสนมเกินพอดีและรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้างดงาม ก็มากพอต่อการเข้าใจผิดของสวามีผู้คอยจับผิดพระชายาเอกเป็นทุนเดิม

ค่ำคืนที่สองของการเข้าหอจึงเกิดขึ้นตามแรงอารมณ์โมโหของสวามี ทุกท่วงท่าโถมกระหน่ำไร้ซึ่งความอ่อนโยน หลังเสร็จกิจเขายังกลับไปโอบกอดพระชายารองเฉกเช่นทุกค่ำคืนที่ผ่านมา

“หม่อมฉันต้องทำอย่างไร ถึงจะได้หัวใจพระองค์มาครอบครอง”

ไป๋ซือเย่วเอ่ยตามหลังสวามีด้วยความน้อยใจ ถึงแม้จะแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่นางหลงรักสวามีตั้งแต่แรกพบ ทว่าไม่กล้าบอกกล่าวให้เขารับรู้ความในใจ ยิ่งรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วทั้งยังแต่งตั้งสตรีผู้นั้น ให้เข้ารับตำแหน่งพระชายารองในวันเดียวกัน องค์หญิงผู้เงียบขรึมยิ่งไม่กล้าบอกกล่าวสิ่งใดให้ระคายหูสวามี มีเพียงร่างกายแสนบริสุทธิ์ ที่มอบให้ด้วยความเต็มใจแทนการบอกรัก

หลังจากวันนั้นจวิ้นอ๋องหนางจิงชวนก็ไม่กลับมาค้างที่ตำหนักพระชายาเอกอีกเลย วัน ๆ เขาอยู่แต่กับพระชายารองที่ตำหนักเล็ก

“ท่านอ๋องไม่ไปหาพี่หญิงบ้างหรือเพคะ” พระชายารองเจียงซูหลิงเอ่ยถามอย่างมีนัยยะ

“ไม่ไป เจ้าถามทำไม”

ทุกครั้งที่เจอหน้าสตรีต่างแดน เขามักจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจจึงหลีกเลี่ยงการพบเจอกัน รอให้ความรู้สึกไม่ไว้ใจเบาบางลงสักหน่อย ค่อยกลับไปเยือนก็ยังไม่สาย

“หม่อมฉันแค่นึกเป็นห่วงพี่หญิงเพคะ เกรงว่านางจะน้อยใจที่พระองค์ไม่สนใจใยดีเช่นนี้”

“นางก็อยู่ส่วนของนาง เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด ข้าพึงใจเจ้ามากกว่าจึงมาเยือนตำหนักเล็กทุกคืน เป็นเช่นนี้ไม่ดีหรอกหรือ”

“ดีเพคะ” เจียงซูหลิงจำต้องสงบปากสงบคำไม่ซักถามสิ่งใดอีก

สามเดือนต่อมาไป๋ซือเย่วก็ล้มป่วยลง นางอาเจียนหนักทุกเช้าจนรับประทานอาหารไม่ได้ หน้าตาอิดโรยซีดเซียวรูปร่างผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

จวิ้นอ๋องรู้ข่าวจึงรีบพาหมอหลวงมาตรวจรักษา เลยได้รู้ว่าพระชายาเอกกำลังตั้งครรภ์ ว่าที่บิดาของบุตรดีใจมากเพราะพระชายารองไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์เลย ทั้ง ๆ ที่ร่วมหอกันอยู่บ่อยครั้ง

บุรุษไร้ใจจึงยอมกลับมาพักค้างที่ตำหนักใหญ่ แต่ไม่ได้ร่วมหลับนอนกับสตรีในตำหนัก ด้วยหวั่นเกรงจะกระทบต่อเด็กในครรภ์นาง

เพียงแค่สวามียอมกลับมาเยือนที่ตำหนักอีกครั้ง ก็นำพาความสุขมากล้นมาสู่พระชายาเอกผู้น่าสงสาร

แต่ความสุขมักสั้นกว่าความทุกข์ เมื่อต้องอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสตรีที่หวังฐานะสูงสุดในตำหนักแห่งนี้ ในช่วงเดือนที่เก้าของการตั้งครรภ์ ไป๋ซือเย่วต้องเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส

เนื่องจากไม่สามารถบอกกล่าวความจริงหลายอย่างให้สวามีรับรู้ ความสัมพันธ์ลึกลับกับชายแปลกหน้าในโรงน้ำชาหยุนหยวน กลายเป็นชนวนบาดหมางครั้งยิ่งใหญ่ และนำภัยมาสู่ตนจนยากเกินกว่าจะแก้ไข

“หยกสีดำชิ้นนี้ผู้ใดมอบให้เจ้าไป๋ซือเย่ว!”

หนานจิงชวนตะโกนถามเสียงดัง เมื่อเห็นหยกสีดำไม่คุ้นตาวางอยู่ที่หัวเตียงนอนของพระชายาเอก

ความหวาดระแวงก่อนหน้านี้ เขาอุตส่าห์ยอมปล่อยผ่านไปนานหลายเดือน แต่เมื่อเห็นหยกของบุรุษวางไว้ต่อหน้าต่อตา ความกรุ่นโกรธแต่เก่าก่อนจึงปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

“ของสหายหม่อมฉันเพคะ เป็นเพียงหยกพกเครื่องรางธรรมดา ๆ เท่านั้น”

เมื่อรับปากและให้สัญญากับเจ้าของหยกสีดำ ไป๋ซือเย่วจึงไม่สามารถพูดความจริง เพราะผลที่ตามมาหนักหนาเกินกว่าที่นางจะรับผิดชอบได้ ในใจยังนึกสงสัยว่าหยกที่เก็บไว้ในหีบอย่างมิดชิด เหตุใดจึงมาวางอยู่ตรงนี้ได้

“สหายเช่นนั้นหรือ คิดว่าข้าโง่เขลานักหรืออย่างไร สหายชายหญิงโอบกอดกันด้วยหรือ”

“ไม่ใช่นะเพคะ ท่านอ๋องได้โปรดเชื่อใจหม่อมฉัน”

น้ำเสียงตกใจรีบโต้แย้ง เพราะไม่คาดคิดว่าสวามีจะเห็นนางโอบกอดกับคนผู้นั้น

“รอให้เจ้าคลอดเด็กคนนี้และตรวจสอบด้วยวิธีของราชวงศ์ หลังจากนั้นพวกเราค่อยกลับมาพูดคุยกัน”

“ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรเพคะ!”

“ข้าไม่มั่นใจว่าเด็กคนนี้เป็นบุตรของข้า แต่ใช่ว่าจะปรักปรำเจ้าไปเสียทั้งหมด ข้ามีวิธีพิสูจน์ความจริงอีกไม่นานคงได้รู้กัน”

กล่าวจบบุรุษหัวใจสับสนก็รีบเดินจากไปทันที พอเป็นเรื่องของไป๋ซือเย่วมักจะทำให้เขาเกิดอารมณ์โมโหมากกว่าปกติ

ความน้อยใจสายหนึ่งแผ่ซ่านในหัวใจเฉยชา แต่จำต้องสลัดทิ้งไม่เอาใจลงไปแลกกับสตรีที่ไม่เห็นค่าของตน

“ภาพที่เห็นอาจนำพาความไม่ไว้ใจมาสู่ความคิดของพระองค์ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าหม่อมฉันเป็นสตรีของพระองค์เพียงผู้เดียว”

น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยไล่หลังพระสวามี ดวงตาสองข้างเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หากบอกกล่าวความจริงออกไป ย่อมกระทบต่อความสัมพันธ์ของแว่นแคว้น ถ้าความทุกข์ใจในครั้งนี้สามารถประคับประคองเรื่องราวไม่ให้เลวร้ายนางก็ยินดี

‘องค์หญิงปลายแถวเช่นข้า ไม่มีสิทธิ์เลือกชะตากรรมของตนเองเลยหรืออย่างไร’

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
32
บทนำ
เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาแคว้นถิงโจวได้จัดพิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ระหว่างจวิ้นอ๋องหนานจิงชวนโอรสลำดับที่สามของหนานกงหมิงฮ่องเต้ กับองค์หญิงห้าแห่งแคว้นหวงหลิง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างแว่นแคว้นใกล้เคียงองค์หญิงห้าไป๋ซือเย่วมีรูปโฉมงดงามตราตรึงเป็นหนึ่ง ทว่ามีอุปนิสัยขลาดเขลาไม่กล้าสู้สายตาใคร โฉมสะคราญมักจะก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ จึงดูไร้เสน่ห์และจืดชืดในสายตาจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน เมื่อเทียบกับพระชายารองเจียงซูหลิง บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายของแคว้นถิงโจว“ท่านอ๋องเพคะ วันก่อนหม่อมฉันเห็นพี่หญิงแอบออกไปนอกตำหนักจึงตามไปด้วยความเป็นห่วง เกรงว่านางจะไม่รู้กฎของแคว้นถิงโจว แต่ว่า…”น้ำเสียงออดอ้อนกึ่งใส่ความเอ่ยขึ้น ขณะพลอดรักกันอยู่บนเตียงนอนในตำหนักเล็ก“แต่ว่าอะไร”คนฟังเอ่ยถามเสียงห้วน ถึงแม้จะไม่ค่อยพึงใจพระชายาเอกเท่าที่ควร แต่ใช่ว่านางจะทำอะไรลับหลังเขาก็ได้ยิ่งนึกถึงท่าทีหวาดกลัวคล้ายรังเกียจกัน ในคืนแรกของการเข้าหอเขายิ่งนึกโมโหหนัก“หม่อมฉันเห็นพี่หญิงโอบกอดอยู่กับบุรุษผู้หนึ่งที่โรงน้ำชาหยุนหยวน หากไม่เชื่อพระองค์ลองส่งคนไปตรวจสอบดูได้ หม่อมฉันเห็นบุรุษผู้นั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
คลอดบุตร
กลางดึกของค่ำคืนที่ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยม่านหมอกของพายุฝนฟ้าคะนอง พระชายาเอกไป๋ซือเย่วสะดุ้งตื่นเพราะตกใจเสียงฟ้าร้องซึ่งดังจนเตียงนอนสั่นสะเทือนทว่าต่อมาก็มีอาการปวดหน่วงที่ช่องท้องด้านล่างรุนแรง น้ำสีใสปนเลือดจาง ๆ ไหลออกมาตามหว่างขา แน่ชัดแล้วว่านางกำลังจะคลอดบุตรพระชายาผู้ไม่ได้รับความรักจากสวามี นอนปวดท้องถี่กระชั้นชิดลมหายใจสะดุดขาดห้วงอยู่บ่อยครั้ง หัวใจมารดามือใหม่เต้นระรัวทั้งหวาดกลัวและเจ็บปวดนับตั้งแต่ตั้งครรภ์ไม่เคยมีใครใส่ใจ หรือมาแนะนำวิธีปฏิบัติในการดูแลครรภ์แรก และสอนวิธีรับมือการคลอดบุตรเลยสักครั้ง นางจึงรู้สึกหวาดกลัวมากด้วยเกรงว่าบุตรจะไม่รอดชีวิตดวงหน้าเรียวงามซีดเผือดไร้สีเลือดเป็นตายเท่ากัน ข้างกายมีเพียงนางกำนัลคนสนิทซึ่งเดินทางติดตามมาจากแคว้นหวงหลิง“ชิงอีข้าไม่ไหวแล้ว ข้าปวดท้องมาก”“พระชายาอดทนไว้ก่อนนะเพคะ หม่อมฉันจะรีบไปแจ้งให้จวิ้นอ๋องรับรู้”“รีบเถิดข้าไม่ไหวแล้วชิงอี”หลังจากจวิ้นอ๋องรับรู้จึงให้ม้าเร็วไปแจ้งสำนักหมอหลวงในพระราชวัง เพื่อขอให้หมอหญิงมาทำคลอดพระชายาที่ตำหนัก ค่ำคืนนี้เรื่องทุกอย่างต้องชัดเจนกระจ่างแจ้งหมอหลวงหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง ได้รั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
บทลงโทษ
เมื่อความแค้นในใจคุกรุ่นยากเกินจะดับลง จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนจึงเดินกลับไปที่ห้องคลอดอีกครั้ง ในมือของเขาถือดาบคู่ใจติดไปด้วยระหว่างทางเดินไปห้องคลอดได้พบกับพระชายารองเจียงซูหลิง สตรีผู้คิดถึงสวามีทุกค่ำคืน จึงเข้าไปขวางทางเพื่อการบางอย่าง“ท่านอ๋องจะเสด็จไปที่ใดเพคะ”“ไม่ใช่ธุระของเจ้า แล้วเหตุใดจึงออกมาเดินดึก ๆ ดื่น ๆ ขวางทางข้าเช่นนี้”เนื่องจากอารมณ์ไม่ปกติจึงตะคอกสตรีในดวงใจเสียงดังลั่นทางเดินคนฟังตกใจแทบสิ้นสติจนถ้วยน้ำแกงในมือหล่นตกแตก น้ำแกงร้อน ๆ สาดกระเซ็นเต็มทางเดินกายบางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เพราะเป็นครั้งแรกที่สวามีใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับนาง“ขออภัยที่ทำให้พระองค์ไม่พอใจเพคะ หม่อมฉันรู้ข่าวพี่หญิงคลอดบุตรเลยนึกเป็นห่วง”เจียงซูหลิงก้มหน้าลงต่ำตอบกลับเสียงเบา ดวงตาสองข้างแดงก่ำเพราะน้ำตาของนางใกล้จะไหลออกมาเต็มที ทั้งหวาดกลัวและเสียใจที่สวามีตะคอกเสียงใส่“ข้าขอโทษ ที่เอาความโกรธมาลงที่เจ้า”เมื่อเห็นน้ำตาพระชายาแสนรัก บุรุษผู้โกรธแค้นจึงสงบสติอารมณ์ลงทันที“ไม่เป็นไรเลยเพคะ ฮึก ฮึก”คนถูกดุตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สองมือไขว่คว้าอ้อมกอดจากคนรัก ทว่ามุมปากกลับยกขึ้นใน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
บิดเบือนเรื่องราว
“หนาว ชิงอีข้าหนาว”เสียงละเมอแผ่วเบาของคนพึ่งคลอด เพราะไข้ขึ้นสูงร่างกายจึงหนาวสั่นถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนหนาคลุมกาย ก็ไม่สามารถบรรเทาอาการหนาวสั่นได้ นางต้องการน้ำอุ่นและเปลวไฟช่วยอบอุ่นร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง“ชิงอี…”ไป๋ซือเย่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองบรรยากาศโดยรอบด้วยความแปลกใจส่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้งนางกำนัลข้างกายยังไม่มาพบเสียทีจึงฝืนลืมตาขึ้นมองดูรอบ ๆ ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับแตกต่างจากตำหนักใหญ่โดยสิ้นเชิง“ที่นี่ที่ไหน เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่”น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มองไปทางไหนก็ไม่มีใครให้สอบถามสักคนผ่านไปชั่วครู่จึงได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้มาเยือน ร่างกายซึ่งเหนื่อยล้ามากพยายามลุกขึ้นยืน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่ตนกำลังเผชิญอยู่“พวกท่านเป็นใคร แล้วข้าอยู่ที่ไหนกันแน่”“คุกใต้ดิน!”จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนเดินเข้ามาได้ยินประโยคคำถามพอดี จึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงห้วนปนตะคอก“ท่านอ๋องเพคะ เหตุใดหม่อมฉันจึงมาอยู่ที่นี่ แล้วลูกของเราอยู่ที่ใด”คนอ่อนแรงพยายามรวบรวมกำลัง แล้วเอ่ยถามในเรื่องที่นึกเป็นห่วงมากที่สุด“ลูกของเราเช่นนั้นหรือไป๋ซือเย่ว จนป่านนี้เจ้ายังกล้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
ลุกขึ้นสู้
ทหารยามเฝ้าคุกใต้ดินนำจดหมายไปส่งไว้ตำหนักเล็ก ตามที่เคยได้รับคำสั่งจากพระชายารองผู้มีอำนาจทุกอย่างเกี่ยวกับคนในคุกมืด ต้องแจ้งเรื่องให้เจียงซูหลิงรับรู้ก่อนใคร วันต่อมาจดหมายจึงถูกส่งไปถึงมือองครักษ์ข้างกายจวิ้นอ๋องกรอด!!!!!!เสียงเจ้าของตำหนักกัดกรามตนเองจนแน่น เมื่อได้อ่านจดหมายจากพระชายาเอกผู้ถูกจองจำเมื่อช่วงสายของวันองครักษ์คนสนิทได้นำจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ คราแรกเข้าใจว่าเป็นจดหมายขอความเมตตาจากคนสำนึกผิดทว่าข้อความในจดหมายกลับเต็มไปด้วยถ้อยคำอวดดี สตรีใจคดกล่าวหาว่าเขาเป็นบุรุษโง่เขลาเบาปัญญา!“ไป๋ซือเย่ว เจ้าช่างอวดดีไม่กลัวตาย!”“เจิ้งหลงผู้ใดนำจดหมายฉบับนี้มาให้เจ้า” คนโมโหตะโกนเสียงดังลั่นห้องหนังสือหัวใจบุรุษสูงศักดิ์คล้ายถูกกรีดเป็นรอยแผล แม้กระทั่งเรื่องของเจียงซูหลิงยังไม่เคยกระทบจิตใจเขาเลย“ทหารยามผู้ที่คอยส่งอาหารให้พระชายาไป๋พ่ะย่ะค่ะ ไม่มีท่าทีพิรุธใด ๆ ทั้งนั้น”เจิ้งหลงตอบไปตามที่เห็น แต่เรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แม้กระทั่งคนส่งจดหมายก็ไม่รู้เห็นเรื่องใดทั้งสิ้น“นางรังเกียจข้ามากถึงเพียงนี้ แต่ยอมแต่งงานเพราะบุรุษผู้นั้น เจิ้งหลงสืบได้หรือยังว่า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
เด็กชายผู้หิวโหย
หลังจากวันนั้นไป๋ซือเย่วจึงพยายามกินอาหารจนหมดเกลี้ยงทุกสำรับ ครบสามเวลาตามที่ได้รับจากทหารยามร่างกายซึ่งเคยอ่อนแรงเพราะอดอาหาร อีกทั้งยังสกปรกมีกลิ่นเหม็นตามช่องปาก ก็ได้รับการใส่ใจดูแลจนกลับมาสะอาดและงดงามดังเดิม ถึงแม้ผิวพรรณจะยังคงซีดเซียวอยู่มากก็ตามผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนชะตากรรมของบุตรชาย ตื่นแต่เช้ามืดทุกวันเพื่อสวดคาถารับอรุณของวันใหม่ ตามที่มารดาเคยสอนตั้งแต่วัยเยาว์ด้วยความแน่วแน่ตั้งใจสายตามุ่งมั่นจ้องมองออกไปนอกกำแพงกั้นปิดทึบ คนจนตรอกพร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความตายซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่‘ข้าแต่สรวงสวรรค์ ด้วยจิตวิญญาณอันภักดีไม่มีที่สิ้นสุดทั้งตัวข้าและบรรพบุรุษ ข้าขอแลกดวงวิญญาณและชะตาชีวิต กับผู้มีบุญหนักและเข้มแข็งประหนึ่งนักรบ ซึ่งกายหยาบหมดเคราะห์กรรมแล้วในภพนี้ ต่อให้ดวงจิตต้องแตกสลายไม่มีวันหวนคืน ข้าผู้นี้ยินดีให้เป็นไป’เรื่องราวของผู้ถูกจองจำในคุกใต้ดิน ยังคงดำเนินไปตามสภาพการณ์ที่เลวร้าย แต่ยังมีอาหารและน้ำให้กินดื่มไม่ขาดแตกต่างจากสองชีวิตซึ่งอาศัยอยู่ในเรือนร้างท้ายตำหนัก ซึ่งยามนี้กำลังเผชิญหน้ากับความอดอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
สตรีลึกลับ
คนห่วงใยต้องคอยมองมาเรื่อย ๆ อีกทั้งยังฝากให้แม่ค้าบริเวณนั้นคอยจับตามอง เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องการลักพาตัวเพราะอาเฟยหน้าตาน่ารักมาก เด็กชายหน้าตาผสมผสานความหล่อเหลาของบิดา และความงดงามตราตรึงของมารดาเข้ากันอย่างลงตัวผิวพรรณของเขาขาวเนียนละเอียดตั้งแต่กำเนิด ใครเห็นก็นึกเอ็นดูเด็กน้อยแก้มป่องคนนี้ น่าเสียดายที่บิดาของเด็กไม่เคยสนใจมองดูเลยสักนิดพลั่ก!เสียงชนกันเบา ๆ ของเด็กน้อยกับสตรีผู้สวมหมวกปกคลุมใบหน้าแรงชนทำให้ก้อนสีขาวกระเด็นไปตกตรงแอ่งน้ำเล็ก ๆ ตามหลุมถนน เนื่องจากเมื่อคืนฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงมีน้ำขังหลงเหลืออยู่“ซาเปาของอาเฟย หกหมดเยย”เสียงพูดไม่ชัดของเด็กชายวัยสองปีกว่าเอ่ยขึ้นมือข้างขวาที่เคยถือซาลาเปายกชูขึ้นให้ผู้ใหญ่เห็น ว่าตนหมดหวังมากเพียงไรเมื่อของอร่อยตกพื้นสกปรก“หึ หึ เจ้าเดินมาชนข้าเอง แต่เอาเถิดเห็นแก่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูข้าจะชดเชยให้เจ้าเอง”สตรีสวมหมวกนั่งยอง ๆ ลงพูดคุยกับเจ้าเด็กแก้มแดง แววตาซึ่งเรียบเฉยอยู่เสมอจ้องมองคนตัวเล็ก ด้วยแววตาอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“อาเฟยหิวมากขอยับ แต่ซาเปาหกแย้ว”น้ำเสียงตัดพ้อเสียใจ บอกเล่าอาการหิวโหยให้คนแปลกหน้าร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
ผู้ช่วยคนสำคัญ
“เอ่อ…คุณหนูข้าขอทราบชื่อแซ่ท่านได้หรือไม่ ตัวข้านามว่าชิงอีส่วนบุตรชายเรียกอาเฟยเจ้าค่ะ แต่หากท่านไม่สะดวกบอกกล่าวก็ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”ชิงอีเอ่ยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ดูจากท่าทีของสตรีงดงามคงไม่อยากเปิดเผยตัวตนสักเท่าไหร่ จึงสวมหมวกปิดบังใบหน้าหากเจ้าตัวตะกละของนางไม่ทำท่าทีหวาดกลัวคนสวมหมวก คนผู้นี้คงไม่ถอดหมวกออกอย่างแน่นอน“ข้าแซ่ลี่ นามว่าหลันซิน”นอกจากเปิดเผยใบหน้าเป็นครั้งแรก การเอ่ยชื่อแซ่ตนเองให้คนแปลกหน้ารับรู้ก็เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน“ข้าสองคนแม่ลูกจะไม่ลืมพระคุณเลยเจ้าค่ะคุณหนูลี่ ซาลาเปาพวกนี้ข้าคงเก็บไว้กินได้หลายวัน”“กินแต่ซาลาเปาเจ้าเด็กแก้มป่องคงเบื่อแย่ ชิงอีเจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้เถิดข้ามีมากเลยอยากแบ่งปันให้เด็กกินเก่ง เจ้าไม่ต้องคิดไตร่ตรองสิ่งใดให้มากความ ข้าเป็นคนดีหาใช่คนร้าย”“เอ่อ…จะดีหรือเจ้าคะ ข้าไม่อยากรบกวนคุณหนูลี่มากเกินไป”“เก็บไว้เถิดข้ามีมากอีกทั้งไม่ค่อยได้ใช้จ่าย ข้าต้องไปแล้วหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งอาเฟย ชิงอี”กล่าวจบคนรีบก็สวมหมวกโปร่งบางไว้ตามเดิม จากนั้นจึงเดินหายไปกับฝูงชน เพราะใกล้เวลาสะสางบางเรื่องเต็มทีก่อนจากกันยังยื่นตั๋วฝากเงินจำนวน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
วันที่เก้าสิบ
ยามไฮ่ (ราว 21.00-23.00) ของวันที่แปดสิบเก้าเหรินหลานผู้ช่วยฝีมือดีของเจียงซูหลิง ใช้วิชาตัวเบาแอบหลบมาดักซุ่มเตรียมการบางอย่างข้าง ๆ คุกใต้ดินนางฝึกซ้อมธาตุไฟในตัวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังไม่ถูกใจเลยสักครั้ง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าใกล้วันใหม่ จึงพึงพอใจในดวงไฟที่ตนปลดปล่อยออกมา“เท่านี้น่าจะพอรมควันให้สำลักขาดใจตาย ช่วยไม่ได้นะไป๋ซือเย่ว ชีวิตของเจ้า ไม่อาจเทียบเท่าตำลึงที่ข้าจะได้รับ”เมื่อเข้าใกล้ช่องว่างซึ่งแอบมาขุดไว้ตั้งแต่วันก่อน คนธาตุไฟจึงส่งเปลวเพลิงดวงเล็ก ๆ จากฝ่ามือลงไปตามช่องโหว่ของคุกใต้ดินเหรินหลานปลดปล่อยธาตุไฟนานถึงครึ่งชั่วยาม จึงใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานหายเข้าไปในตำหนักเล็กการกระทำของนางไม่มีผู้ใดจับสังเกตได้เลย ต่อให้เป็นองครักษ์หลวงก็ยากที่จะจับสัมผัสถึงตัวตนผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงหากหยั่งรู้อนาคตว่าการกระทำนี้ จะนำภัยครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ตน จอมยุทธ์หญิงผู้อ่อนด้อย คงไม่กล้าใช้ธาตุไฟสังหารชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน“แค่ก! แค่ก! ถึงเวลาแล้วหรือ”ไป๋ซือเย่วสำลักควันไฟซึ่งยามนี้กลายเป็นหมอกหนายากจะหลบหนีในคุกใต้ดินมีเพียงผู้ถูกคุมขังอาศัยอยู่เพียงคนเดียว คนใกล้ตายจึง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
หาคนมารับผิด
“หย่าแล้ว และข้าก็ถูกลอบสังหารด้วยควันไฟ เช่นนั้น….”ผู้ตื่นขึ้นคิดหาหนทางจบเรื่องการลงทัณฑ์ไว้เพียงเท่านี้ ใครจะอยากถูกคุมขังรับผิดแทนผู้อื่นกันเล่าเมื่อตัดสินใจหลบหนีในคืนนี้เลย ลี่หลันซินในร่างไป๋ซือเย่วจึงรื้อค้นหาอาภรณ์ตัวใหม่มาผลัดเปลี่ยนในหีบเก็บของใบเก่ามีอาภรณ์สีดำสนิทอยู่พอดี นางจึงหยิบมาผลัดเปลี่ยนทันที เพราะอาภรณ์สีขาวที่เจ้าตัวชอบสวมใส่ โดดเด่นมากเกินไปสำหรับการหลบหนีในยามค่ำคืนแคว่ก! แคว่ก!เสียงฉีกชายกระโปรงเพื่อนำผ้ามาสวมอำพรางใบหน้า ก่อนจากไปนางมีเรื่องที่ต้องสะสาง จึงจำเป็นต้องปิดบังอำพรางตนให้ดี“คุกแค่นี้ขังได้แค่คนอ่อนแอเท่านั้น”สายตาจ้องมองแผ่นไม้หนาหลายแผ่น ซึ่งยึดต่อกันเป็นช่องระแนงทรงสี่เหลี่ยม แล้วส่ายหัวไปมาอย่างขบขันจากนั้นมือเรียวเล็กจึงออกแรงหักไม้เพียงสองชิ้น พอให้มีช่องว่างให้ลอดออกไป เสียเวลาออกแรงมากไปทำไม ในเมื่อที่นี่ต้องมอดไหม้ไม่เหลือซากอยู่แล้ว!ฟิ้ว! ฟิ้ว!สายลมสายหนึ่งเคลื่อนที่ไปมาทุกตำหนักเพื่อตามหาคน สุดท้ายจึงมาหยุดยืนอยู่หน้าตำหนักเล็กไม่รอช้าเงาสีดำพุ่งทะยานเข้าไปค้นหาตามห้องต่าง ๆ จนสุดท้ายก็เจอคนที่ตามหาเสียที“อื้อ! อื้อ!”ผู้ที่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status