Masukนางแต่งเข้าตำหนักจวิ้นอ๋องในฐานะพระชายาเอกที่สวามีไม่รัก พอคลอดบุตรยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นหญิงชั่วถูกจับคุมขังทรมานในคุกใต้ดิน บุตรชายผู้น่าสงสารต้องเติบโตมาแบบอดอยากยิ่งกว่าเด็กไร้บ้าน
Lihat lebih banyakหนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช
“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ
ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข
จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนกับผู้ติดตาม เดินทางรอนแรมผ่านป่าเขาและพื้นที่รกร้าง ไปตามเส้นทางของรถม้านานถึงสองเดือน จึงเดินทางมาถึงเขตแดนของเมืองท่า เพราะระหว่างทางมีเหตุให้จอดพักรถม้าอยู่บ่อยครั้งบุรุษผู้นำขบวนรู้สึกเบื่อหน่ายพระชายาเอกคนใหม่จนแทบไม่อยากมองหน้า ถูกเข้าหาหวังแนบชิดในรถม้าอยู่บ่อยครั้ง เขาก
ขบวนเดินทางของผู้สูงศักดิ์ เคลื่อนที่มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง ไร้ซึ่งโจรผู้ร้ายมากล้ำกลายองครักษ์รอบกายโอรสสวรรค์ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ผิดกฎของแคว้นแต่อย่างใด เพราะองครักษ์หลวงมีสิทธิ์ฝึกยุทธ์เพื่อคุ้มกันคนในราชวงศ์จวิ้นอ๋องเอนกายพักผ่อนอยู่ในรถม้าคันแรกตามลำ
ลู่ชุนหยางจ้องมองคนที่พูดโดยไม่ลืมตา เพียงเท่านี้ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าถูกหมางเมินเข้าแล้วมุมปากหยักอมยิ้มอย่างพึงพอใจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาถูกสตรีเมินเฉย ท่าทีเช่นนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัย และสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าเอาหมอนมาให้ เจ้าจะได้นอนพักสบาย ๆ นั่งเอนหลังแบบนั้นไม่เมื่อยหรือ”หมอนหนุน
วันเวลาผันผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ช่วงบ่ายของวันทั้งห้าคนก็เดินทางมาถึงเมืองท่าสำคัญของแคว้นถิงโจวดินแดนแห่งนี้มีอาณาเขตติดกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และค้าขายแลกเปลี่ยนกับคนต่างถิ่นรวมไปถึงต่างดินแดนนาน ๆ ครั้งจะมีเรือของพวกตาฟ้ามาเทียบท่าขายสินค้าแปลกประหลาด และรับสินค


















Ulasan-ulasan