เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ ยุค80

เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ ยุค80

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-19
Oleh:  ซูเจินTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
114Bab
3.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ซ่งลี่อิน สาวสวยแห่งปี 2023 ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ยังสาว อีกทั้งต้องมาเป็นภรรยาของคนมักมาก เจ้าของร่างเดิมทนได้ก็ทนไป แต่ไม่ใช่กับซ่งลี่อินคนนี้ เธอจะไม่ทน

Lihat lebih banyak

Bab 1

1

เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…

1.

“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับฉันกันล่ะเนี่ย ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ จะบ้าตาย แล้วฉันจะกลับไปที่บ้านได้ยังไงกันล่ะทีนี้” 

ซ่งลี่อิน เอาแต่พูดพึมพำอยู่คนเดียว เอาแต่นั่งคิดไปว่าตัวเองนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งที่เธอนั้นจำได้ว่าเธอยังนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่คอนโดของเธออยู่เลย แล้วทำไมเมื่อเธอนั้นตื่นลืมตามาถึงได้มาอยู่ที่นี่กัน นี่ถ้าเธอสามารถทะลุกำแพงห้องแล้วกลับบ้านของเธอได้เธอก็คงทำไปแล้ว

“แอ้ๆ แอ้ๆ”

ซ่งลี่อินที่กำลังคิดอะไรอยู่ก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับเสียงเล็กๆตรงหน้าของเธอ และเสียงนี้ก็ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นเสียงของลูกชายของร่างนี้ที่ถูกทิ้งเอาไว้กับเธอนั่นเอง

ซ่งลี่อินนั้นบังเอิญเข้ามาอยู่ในร่างนี้ โดยที่เจ้าของร่างนั้นไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ร่างนี้นั้นดันมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอ ซึ่งเธอพยายามหาความเกี่ยวข้องกันแต่ก็คิดไม่ออก จึงได้แต่เพียงคาดเดาว่า ที่นี่อาจจะเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกับนิยายที่เธอเคยอ่านมา ดังนั้นการที่จะมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอก็คงไม่แปลก แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีที่ต้องมาอยู่ในที่ที่เธอไม่คุ้นเคยแบบนี้ เธออยากกลับบ้าน

ส่วนเด็กชายตัวน้อยที่กำลังส่งเสียงอยู่นั้น มีชื่อว่า  ลี่ซือ หรือมีชื่อเต็มว่า เฉินลี่ซือ เด็กน้อยคนนี้ตอนนี้อายุได้ 11 เดือนแล้ว แต่ยังเดินไม่ได้ และพึ่งจะเริ่มตั่งไข่เพียงเท่านั้น ส่วนการพูด ก็ยังไม่สามารถพูดได้ ทำได้แต่เพียงส่งเสียงอ้อแอ้เท่านั้น ถึงแม้ว่าซ่งลี่อินจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่สัญชาติญาณนั้นกลับบอกให้เธอใช้มือทั้งสองข้างนั้นอุ้มเจ้าเด็กตัวอ้วนขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอก

“ว่ายังไงซือซือของแม่ ตื่นแล้วอย่างนั้นหรือ หิวหรือเปล่า ไหนขอดูพุงหน่อยซิ..” 

ซ่งลี่อินหยอกล้อกับเด็กน้อยที่เธออุ้มอยู่ เธอมาอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้วเลยค่อนข้างที่จะคุ้นชินกับซือซืออยู่บ้าง 

“แอ้ๆ แอ้ๆ” ลี่ซือส่งเสียงออกมา เพราะคิดว่าคนเป็นแม่หยอกล้อด้วย ซึ่งเด็กน้อยนั้นไม่มีทางรู้เลยว่า แม่ที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว

ซ่งลี่อินมองหน้าเด็กน้อย ก็พาลที่จะคิดถึงคนเป็นพ่อ ที่ตอนนี้หายออกจากบ้านไปได้หลายวันแล้ว เขาคนนั้นมีชื่อว่า เฉินหวังเหว่ย ตอนนี้เขานั้นรับราชการทหาร ตำแหน่งของเขาเป็นถึงระดับท่านผู้พันเลยทีเดียว นับว่าเป็นตำแหน่งที่ใหญ่โตและมั่นคงเลยทีเดียว

ทั้งสองแต่งงานกันมาได้สองปีกว่าแล้ว และเฉินหวังเหว่ยก็ไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้านเท่าไหร่ เขามักจะบอกกับคนเป็นภรรยาว่าเขานั้นติดงาน และต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ จึงไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่นัก ลี่อินก็เข้าใจและรับรู้เรื่องนี้มาตลอด

จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ซ่งลี่อินคนก่อนได้ไปหาเขาที่ค่ายทหารเพื่อที่จะนำอาหารกลางวันที่เธอทำไปให้ แต่เธอกลับไปเห็นว่าสามี หรือเฉินหวังเหว่ยนั้นกำลังโอบกอดกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งมันทำให้เธอนั้นเสียใจมาก จนปิ่นโตอาหารที่เธอถืออยู่นั้นร่วงหล่นจากมือ

แต่ซ่งลี่อินก็ไม่ได้แสดงตัวแต่อย่างใด และเธอเลือกที่กลับบ้านพร้อมกับลูกน้อยทันที โดยที่สามีของเธอนั้นไม่รู้เลยว่าคนที่เป็นภรรยานั้นมาหาและได้พบเจอกับสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า

หลังจากวันนั้นซ่งลี่อินก็ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ จะถามคนเป็นสามีก็กลัวคำตอบ เธอยอมรับว่าเธอนั้นอ่อนแอกลัวที่จะเสียสามีไป เธอจึงเลือกที่จะเก็บความทุกข์นั้นเอาไว้เพียงคนเดียว

พอผ่านไปหลายวัน เธอเองก็เหมือนว่าจะทำใจได้บ้างแล้ว แต่ก็ต้องมาเห็นภาพบาดใจอีกครั้ง 

ซ่งลี่อินที่มาเดินหาซื้ออาหารนั้นก็ได้เดินมาเจอคนเป็นสามีเดินมากลับผู้หญิงคนที่เธอเห็นวันนั้นกำลังเดินเข้าไปที่เหลาอาหาร และนั่นยิ่งทำให้เธอนั้นคิดมากเข้าไปกันใหญ่ เธอคิดไปต่างๆนานา ว่าสามีของเธอนั้นคงจะหมดรักเธอแล้วหรือเปล่า ถึงได้ทิ้งเธอกับลูกไปแบบนี้ เพราะเฉินหวังเหว่ยนั้นไม่ได้กลับบ้านมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทั้งที่เขาก็วนเวียนอยู่แถวๆนี้แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปหาเธอและลูกเลยสักครั้ง…

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
114 Bab
1
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…1.“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับฉันกันล่ะเนี่ย ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ จะบ้าตาย แล้วฉันจะกลับไปที่บ้านได้ยังไงกันล่ะทีนี้” ซ่งลี่อิน เอาแต่พูดพึมพำอยู่คนเดียว เอาแต่นั่งคิดไปว่าตัวเองนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้งที่เธอนั้นจำได้ว่าเธอยังนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่คอนโดของเธออยู่เลย แล้วทำไมเมื่อเธอนั้นตื่นลืมตามาถึงได้มาอยู่ที่นี่กัน นี่ถ้าเธอสามารถทะลุกำแพงห้องแล้วกลับบ้านของเธอได้เธอก็คงทำไปแล้ว“แอ้ๆ แอ้ๆ”ซ่งลี่อินที่กำลังคิดอะไรอยู่ก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับเสียงเล็กๆตรงหน้าของเธอ และเสียงนี้ก็ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นเสียงของลูกชายของร่างนี้ที่ถูกทิ้งเอาไว้กับเธอนั่นเองซ่งลี่อินนั้นบังเอิญเข้ามาอยู่ในร่างนี้ โดยที่เจ้าของร่างนั้นไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ร่างนี้นั้นดันมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอ ซึ่งเธอพยายามหาความเกี่ยวข้องกันแต่ก็คิดไม่ออก จึงได้แต่เพียงคาดเดาว่า ที่นี่อาจจะเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกับนิยายที่เธอเคยอ่านมา ดังนั้นการที่จะมีทั้งชื่อและแซ่ที่เหมือนกันกับเธอก็คงไม่แปลก แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีที่ต้องมาอยู่ในที่ที่เธอไม่คุ้นเคยแบ
Baca selengkapnya
2
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…2.“แอ้ๆ แอ้ๆ” เจ้าเด็กอ้วนที่เห็นว่าแม่เงียบไปก็ส่งเสียงเรียกความสนใจอีกครั้งแล้วก็ได้ผล“เอาล่ะ แม่รู้แล้ว เดี๋ยวแม่จะเอานมมาให้กิน” เฉินลี่ซือนั้นตอนนี้ไม่ได้กินนมของซ่งลี่อินแล้ว เพราะน้ำนมของเธอไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงลูกน้อย ดีที่สามีของเธอนั้นมอบเงินให้ใช่จ่ายทุกเดือน เธอจึงไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก และนี่อาจจะเป็นข้อดีข้อเดียวของสามีของร่างนี้ก็เป็นได้เฉินหวังเหว่ยนั้น มอบเงินมากมายให้กับคนเป็นภรรยา ซึ่งถ้าเดือนไหนเขานั้นไม่สามารถที่จะกลับมาที่บ้านได้ เขาก็จะใช้ลูกน้องนำมาให้ แต่ถ้าเขานั้นกลับมาบ้าน เขาก็จะมอบมันให้กับเธอเองระหว่างที่เจ้าเด็กอ้วนนั้นกำลังดูดนมอย่างเมามัน ซ่งลี่อินก็จมอยู่ในความคิดอีกครั้ง และคิดว่าที่เธอนั้นมาอยู่ที่นี่นั้นมันคงต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอนั้นยังคิดไม่ออก ถึงเธอจะใช้เวลาคิดมากว่าสามวันแล้วก็ตาม“เฮ้อ หรือเราจะขอหย่าไปเลยดีหรือเปล่านะ” ซ่งลี่อินคิดว่า ถ้าคนที่เป็นสามีนั้นไม่ได้รักกันแล้ว ก็ไม่ควรที่จะอยู่ด้วยกันอีก ถึงแม้ว่าการหย่าสามีนั้นจะเป็นเรื่องน่าอับอายในยุคนี้ แต่เธอคิดว่าไม่ใช่กับเธอ เพราะยุคที่เธอจ
Baca selengkapnya
3
เมื่อไม่รักเราก็หย่ากันเถอะ…3.“อืม..วันนี้เราออกไปเดินดูตลาดดีหรือเปล่านะ” ซ่งลี่อินอยากออกไปเดินดูสำรวจตลาด ว่าเธอนั้นพอที่จะทำอะไรเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวได้บ้าง เผื่อว่าเจอช่องทางที่ดี ที่เธอสามารถนำความรู้ความสามารถของโลกก่อนมาใช้ได้เมื่อโลกก่อนหน้านั้น เธอเองก็เป็นถึงเจ้าของห้าง เอ?? จะเรียกว่าห้างได้หรือเปล่านะ ก็ได้แหละเพราะที่นั่นเป็นศูนย์รวมของสินค้าทุกอย่าง เอาง่ายๆก็คือ ครบวงจรนั่นเอง อยากได้อะไรล่ะ ไม่มีคำว่าหาไม่ได้ธุรกิจของเธอนั้นนับว่าดำเนินไปด้วยดี กำไรต่อปีนั้นไม่ต้องบอกว่ามากมายแค่ไหน แต่เสียดายที่เธอนั้นตัวคนเดียว ถึงมีเงินมากมายเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหาซื้อสิ่งที่มันขาดหายไปจากชีวิตได้เธอเคยวาดหวังว่าจะมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ผู้ชายที่เธอเคยคบหามาหลายคนก็ไม่สามารถที่จะมอบสิ่งที่เธอนั้นต้องการได้ บางคนก็นอกใจเธอ บางคนก็เห็นแก่เงินของเธอ บางคนก็เป็นผู้ชายที่ห่วยแตกเอามากๆ อย่าให้พูดออกมาเลยเธอไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำแบบไหนดีและซ่งลี่อินก็คิดไม่ถึงว่าเมื่อมาที่นี่แล้วยังต้องมาเจอสามีที่นอกใจนี่อีก แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็ยังมีเจ้าเด็กอ้วนคนนี้อยู่ด้วย และเธอก็หวังว่าเ
Baca selengkapnya
4
เมื่อไม่รักเราก็หย่ากันเถอะ…4.“พี่สะใภ้” เฉินซือเหมยเอ่ยเรียกพี่สะใภ้ของเธอที่อุ้มหลานชายของเธอมาด้วย เมื่อเห็นว่าเธอเดินผ่านหน้าของเธอไปโดยที่ไม่ยอมทักทาย ทั้งที่ปกติแล้วเมื่อเวลาที่มาเจอกันโดยบังเอิญแบบนี้หล่อนจะเข้ามาทักเธอทุกครั้ง เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและไหนจะวันนี้ที่พี่สะใภ้ของเธอนั้นขับรถมาเองอีก ยิ่งเห็นเธอก็ยิ่งไม่พอใจ เพราะรถคันนี้เธอเคยขอกับพี่ชายของเธอแล้ว ว่าต้องการเอามาใช้งาน แต่พี่ชายของเธอก็ไม่ยอมมอบให้เธอ ทุกวันนี้เธอเลยต้องไปไหนมาไหนด้วยรถโดยสารสาธารณมันทำให้เธอนั้นอับอายเพื่อนฝูงเป็นอย่างมากแต่เธอก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า พี่สะใภ้ของเธอนั้นขับรถเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เพราะก่อนหน้านั้นพี่สะใภ้ของเธอคนนี้ไม่เคยที่จะขับรถเองเลยสักครั้ง ไปไหนแต่ละทีก็ใช้รถรับจ้างตลอด“…..อ้อ” ซ่งลี่อินหันกลับมาตามเสียง เธอไม่คิดว่าจะโลกกลมขนาดนี้ จากความทรงจำของร่างเดิม ผู้หญิงที่เรียกเธอนั้น ก็คือน้องสาวของสามีเธอ ไม่ใช่สิ ของลี่อินคนก่อนต่างหาก และนี่ก็อาจจะเป็นโชคดีของลี่อินคนก่อนและเธอก็เป็นได้ เพราะโชคดีที่ไม่ต้องอยู่บ้านเดียวกันกับครอบครัวของสามี ที่ตอนนี้เหลือเ
Baca selengkapnya
5
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…5“แม่คะ แม่ต้องไปจัดการนังลี่อินให้หนูนะคะ!!” เฉินซือเหมยที่มาถึงบ้านก็รีบฟ้องแม่ของตนทันที“อะไรกันลูก มาถึงก็โวยวายเลย ใครทำอะไรให้ไม่พอใจกันล่ะ” นางเฉินซี ถามลูกสาวที่มาถึงก็เอาแต่โวยวายใส่เธอ“ก็นังลี่อินน่ะสิคะ มันมาว่าหนูว่าไม่มีสมอง แม่ต้องจัดการให้ฉันนะคะ” ซือเหมยพูดออกมาด้วยความโมโห เธออดที่จะแค้นใจไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นมีสิทธิ์อะไรที่มาว่าเธอ นังบ้านนอก“ห๊ะ นี่ถึงกับกล้าว่าลูกของแม่เลยเหรอ ปะ เราไปจัดการมัน!!” นางเฉินซี ที่รักลูกสาวสุดหัวใจ เมื่อได้ยินว่าสะใภ้ที่เธอแสนชังนั้นมาต่อว่าลูกสาวของเธอก็อดที่จะโมโหไม่ได้“ดีค่ะแม่!!” แต่ทั้งสองคนยังไม่ได้ไปไหน ก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเสียก่อน ทั้งสองคนแม่ลูกนั้นหันไปพร้อมกัน ซึ่งก็พอที่จะเดาได้ว่าผู้ที่มาใหม่นั้นเป็นใคร“อาเหว่ย ลูกมาพอดีเลย นี่แม่กำลังจะไปที่บ้านของลูกเลยนะ” นางเฉินซี เมื่อเห็นว่าลูกชายเดินเข้ามาก็เอ่ยปากขึ้นทันที“ไปที่บ้าน จะไปกันทำไมหรือครับ??” เฉินหวังเหว่ยนั้นถามด้วยความสงสัย เพราะถ้าไม่มีธุระอะไรแม่และน้องสาวของเขาจะไม่ไปที่บ้านเด็ดขาด“ก็จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็เมียพี่น่ะ
Baca selengkapnya
6
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…6เฉินหวังเหว่ยใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน เขาถอนหายใจนิดหน่อยก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไปความจริงแล้วเขานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะแต่งงานกับซ่งลี่อินเลยสักนิด เขาตั้งใจที่จะดูแลเธอในฐานะน้องสาวเพียงเท่านั้น เพราะเขาเองก็มีคนที่พึงใจอยู่แล้ว และที่ยอมรับลี่อินมาอยู่ด้วยก็เพื่อที่เขาจะไม่ผิดคำพูดกับคนตายแต่ไม่คาดคิดเมื่ออยู่มาวันหนึ่ง วันนั้นเขาไม่แน่ใจว่ากลับมาที่บ้านได้อย่างไร เขานั้นเมาเหล้าจากงานเลี้ยงของกองทัพ ซ่งลี่อินนั้นเข้ามาดูแลเขาที่กลับมาบ้านด้วยอาการเมามายเขาที่เมามาก และแทบจะไม่ได้สติ แต่มันมีความรู้สึกที่ผิดปกติมากกว่าอาการเมานั่นก็คือเขามีความต้องการ ความต้องการในเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย เขาเองที่สติไม่เต็มร้อย จึงได้ล่วงเกินซ่งลี่อินในวันนั้น พอเช้ามาที่เขานั้นตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนั้นได้เสียกับซ่งลี่อิน จึงเบี่ยงเบนความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้ เขาจึงได้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอเพื่อแสดงความรับผิดชอบถึงจะไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องก็ตามและอีกสองเดือนต่อมา เขาก็พบว่า ซ่งลี่อินนั้นได้ตั้งท้องลูกชายของเขา ก็คือเด็กน้อย เฉินลี่ซือ นั่นเอง“แอ้ๆ”
Baca selengkapnya
7
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…7“ลี่อิน นี่เงินเดือนนี้ของคุณ” เฉินหวังเหว่ยที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนเพื่อไปหยิบซองเงินออกมาให้ซ่งลี่อิน คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตั้งแต่เขากลับเข้าบ้านมา เขานั้นก็รับรู้ได้ถึงความแปลก แต่เขานั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะทุกอย่างมันก็ดูเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่ามันผิดปกติแต่ที่เห็นได้ชัดก็คือภรรยาของเขา ที่วันนี้เขารู้สึกว่าเธอนั้นดูดีขึ้น อาจจะเป็นเพราะเรื่องการแต่งตัวหรือเปล่า ที่เขานั้นเห็นว่าเธอนั้นแต่งตัวแปลกต่างจากทุกวัน ไม่ใช่ว่ามันดูไม่ดีนะ มันดูดีมากเลยล่ะ “ขอบคุณค่ะ” ซ่งลี่อินทำเพียงรับมาเท่านั้นแต่เธอไม่คิดที่จะเปิดออกดู และวางมันไว้ที่ข้างตัวของเธอ เพราะตอนนี้เธอกำลังตั้งใจป้อนนมให้เจ้าเด็กอ้วนอยู่“เอ่อ ลี่อิน วันนี้คุณไปไหนมาหรือเปล่า” เฉินหวังเหว่ยลองถามดู เพราะเขาเองก็อยากที่จะรู้เหมือนกันว่าลี่อินนั้นได้พูดจาไม่ดีเหมือนกับที่น้องสาวของเขาพูดหรือเปล่า“ฉันไปที่ห้างมาค่ะ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ??” ซ่งลี่ีอินพอจะเดาออกว่าหวังเหว่ยถามเธอแบบนี้ทำไม ถ้าไม่ใช่ว่าน้องสาวของเขานั้นพูดอะไรมา นี่คงจะฟ้องกันมาล่ะสิ
Baca selengkapnya
8
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…8“ก๊อกๆๆๆ” ซ่งลี่อินที่กำลังกล่อมลูกชายตัวน้อยอยู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูที่รั้วหน้าบ้าน “มาหาใครคะ” ลี่อินเดินมาเปิดประตูก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่รั้วหน้าบ้านผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมากทีเดียว การแต่งตัวก็ดูทันสมัยมาก จากความทรงจำของร่างเดิม เธอก็แค่รู้สึกคุ้นหน้าเท่านั้นแต่ก็นึกไม่ออกว่าเจอเธอคนนี้ที่ไหนมาก่อน “ฉันมาหาพี่เหว่ยค่ะ เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นมา เมื่อเธอถามจบที่ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ซึ่งดูไม่ได้เป็นมิตรเท่าไหร่“อ้อ เขาออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ คุณมีธุรอะไรกับเขาหรือเปล่าคะ” ซ่งลี่อินแสร้งถาม เพราะดูแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการที่จะมาหาสามีของเธอแต่ดูเหมือนจะมาหาเรื่องเธอเสียมากกว่า เธอดูจากน้ำเสียงและท่าทางแล้วน่าจะเป็นอย่างที่เธอคิด“ถ้าอย่างนั้นฉันเองก็มีเรื่องจะพูดกับคุณเหมือนกัน ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ” ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รอลี่อินอนุญาตก็ถือวิสาสะเข้ามาทันทีโดยที่ลี่อินไม่ทันได้ห้ามปรามเมื่อผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเธอก็ใช้สายตากวาดดูรอบๆบ้าน ซึ่งเธอก็พยักหน้าพอใจ และเดินไปนั่งลงที่
Baca selengkapnya
9
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…9“ตกลงว่าคุณจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้คะ” ซ่งลี่อินถามขึ้นเมื่อเฉินหวังเหว่ยเอาแต่นั่งหน้าตึง ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะระหว่างที่เธอกับฟางไฉ่หลงกำลังพูดจากันอยู่ เฉินหวังเหว่ยก็กลับเข้ามาที่บ้านพอดี ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้เขาถึงได้กลับบ้านเร็วกว่าทุกวันเมื่อเขานั้นมาถึงก็ออกจะตกใจเล็กน้อยที่เห็นฟางไฉ่หลงที่นี่ เพียงแค่แวบเดียวเขาก็ปรับสีหน้ามาเหมือนดังเดิมซ่งลี่อินจึงไม่รอช้า จึงได้พูดเรื่องที่เกิดก่อนหน้าที่เขานั้นจะมาทั้งหมด โดยที่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง “ลี่อิน ผมอยากให้คุณใจเย็นๆก่อน” เฉินหวังเหว่ยตัดสินใจพูดออกมา เพราะเขาเองก็ไม่ร้ที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร“ฮึ..ถ้าคุณตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันจะเป็นคนที่ตัดสินใจในเรื่องนี้เอง” ซ่งลี่อินไม่ใช่นางเอกในนิยายนะที่จะมาร้องไห้ฟูมฟายให้น่าสงสาร ในเมื่อคิดกันไม่ได้เธอเองนี่แหละที่จะตัดสินใจให้เอง“พี่เหว่ย พี่ต้องไม่ทิ้งฉันกับลูกนะคะ” ฟางไฉ่หงรีบออดอ้อนคนรักทันที อย่างไแล้วเธอจะต้องมาอยู่ที่นี่ให้ได้ และก็จะต้องได้เป็นคุณนายผู้พันให้ได้ด้วย เธอจะไม่ยอมเสียโอกาสไปอีกแล้ว“แต่
Baca selengkapnya
10
เมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…10หลังจากวันนั้นที่ทั้งสามมีเรื่องกัน วันนี้ลี่อินก็เป็นฝ่ายที่เก็บของออกมาเอง เพราะเธอไม่ได้เรียกร้องในเรื่องของบ้าน และไหนจะรถยนต์คันนั้นอีกที่เธอไม่ต้องการ เธอขอแค่เงินและลูกชายเท่านั้นพอ เธอรู้ว่าควรเอาไปแค่ไหน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องให้ใครมาว่าเธอลับหลังเอาได้เงินที่ซ่งลี่อินเรียกไปนั้น จะว่ามากก็มาก จะว่าน้อยก็น้อย เพราะลี่อินเรียกไปเพียงแค่ 31500 หยวนเท่านั้นตอนแรกเธอตั้งใจที่จะเรียกมากกว่านั้น แต่เฉินหวังเหว่ยบอกว่าเงินที่เขานั้นมี มีแค่ 32000 หยวน เธอจึงใจดียกเงิน 500 หยวนนั้นคืนให้กับเขาไป เพราะเห็นแก่เขาที่ตลอดสามปีมานี้ให้ที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือกับลี่อินคนก่อนฟางไฉ่หลงที่เห็นว่าซ่งลี่อินเรียกเงินมากมายขนาดนั้นก็ถึงกลับกรีดร้องออกมา เพราะเธอนั้นเสียดายเงินที่เฉินหวังเหว่ยมอบให้กับซ่งลี่อิน เพราะเธอคิดว่าจำนวนเงินพวกนั้นมันควรที่จะเป็นของเธอกับลูกมากกว่าที่จะเป็นของลี่อินผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นส่วนเรื่องหย่านั้น ซ่งลี่อินได้ไปทำเรื่องหย่าที่สำนักงานกิจการพลเรือนแล้ว ตอนที่ลงชื่อหย่านั้น เฉินหวังเหว่ยนั้นลังเลมาก เขาไม่อยากที่จะเสียลูกชายไป แต่ก็
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status