เข้าสู่ระบบทันใดนั้นเอง
“พวกเจ้าสองคนใครก็ได้เข้าไปสังเกตการณ์ภายในห้องบรรทมของเย่วฮองเฮาว่าตอนนี้ อาการของนางเป็นอย่างไรบ้างจะได้จัดฉากให้สมจริงสมจังหน่อย”สุระเสียงของจีฟูเหรินกล่าวออกมาเบาๆ “เพคะ”หนึ่งในนางกำนัลคนสนิทขานรับทันใดพร้อมรีบก้าวเดินเข้าไปยังบริเวณโถงด้านหน้าของตำหนักลู่เหวิน ก่อนจะถึงห้องพระบรรทม ท่ามกลางความแปลกพระทัยขององค์หญิงน้อยที่ยืนอยู่ในมุมลับไม่มีผู้ใดมองเห็น ด้วยเพราะยังเยาว์จึงทำให้มุมเสาบดบังพระวรกายอ้วนกลมเอาไว้จนหมด “เหตุใดฟูเหรินผู้นี้จึงกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมานะ นางกำลังจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอจึงต้องจัดฉากให้แลดูสมจริงสมจังด้วย”องค์หญิงน้อยครุ่นคิดอยู่ภายในพระทัย ดวงเนตรกลมโตเฝ้าจับจ้องจีฟูเหรินและนางกำนัลเขม็ง เพียงครู่นางกำนัลคนสนิที่ถูกสั่งให้ไปคอยดูลาดเลารีบเดินกลับออกมาจากบริเวณโถงด้านหน้า ของห้องพระบรรทมเย่วฮองเฮา และทันทีที่มาถึงรีบทูลรายงานในสิ่งที่นางล่วงรู้มาอย่างรวดเร็ว “ทูลฟูเหรินในเวลานี้ฮองเฮาทรงบรรทมอยู่เพคะ เหล่าหมอหลวงกำลังปรุงโอสถตัวใหม่เพื่อรักษาพระอาการที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไรนัก และอีกจิบชาหนึ่งถ้วยองค์ชายเก้าจะเสด็จมาเยี่ยมฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันได้บอกนางกำนัลประจำตำหนักลู่เหวินแล้วว่าฟูเหรินมาเข้าเฝ้าเพื่อเยี่ยมพระอาการ”นางกำนัลคนสนิททูลรายงานอย่างละเอียด ท่ามกลางความพึงพอพระทัยของจีฟูเหรินครั้นได้ยินนางกำนัลคนสนิทรายงานกลับมาเช่นนั้น รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนพระพักตร์งาม “ในที่สุดองค์ชายเก้าก็มาเยี่ยมเยือนฮองเฮาตามแผนการของข้าที่ได้วางเอาไว้ นอกจากจะกำจัดเย่วฮองเฮาและทารกในครรภ์แล้ว แผนนี้ยังสามารถกำจัดองค์ชายเก้าได้อีกด้วย เพราะถือได้ว่าเป็นพระโอรสที่ประสูติมาจากอดีตฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วจะต้องได้รับการสถาปนาให้เป็นองค์รัชทายาทเข้ามาแทนที่เมื่อมีอายุครบกำหนด”จีฟูเหรินรำพึงอยู่ภายในใจ ทว่าเสียงรำพึงที่อยู่ภายในใจของจีฟูเหรินนั้นองค์หญิงน้อยกลับได้ยินอย่างชัดเจน สาเหตุเป็นเพราะได้เสวยโลหิตอมตะของอุปราชปีศาจเข้าไปนั่นเอง “ฟูเหรินผู้นี้วางแผนลอบปลงพระชนม์เจ้าพี่และหลานของข้าหรือนี่ มิหนำซ้ำยังคิดกำจัดองค์ชายเก้าอีกด้วยเหรอ ช่างเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความคิดชั่วร้ายจริงๆ ว่าแต่นางไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยนะ หรือเสียงที่ข้าได้ยินเมื่อครู่ก็คือความคิดของนาง ทำไมข้าจึงล่วงรู้ความคิดของนางได้ละ”องค์หญิงน้อยรู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันใดเมื่อคิดได้เช่นนั้น หากแต่ไม่มีเวลาครุ่นคิดหาสาเหตุที่มาที่ไปดังกล่าวได้ เพราะในยามนี้จีฟูเหรินได้ส่งสัญญาณให้นางกำนัลทั้งสองเตรียมของฝากที่นำมาเยี่ยมอาการป่วยของเย่วฮองเฮาพร้อมมีรับสั่ง “นำของเยี่ยมไข้ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้รอมอบให้กับองค์ชายเก้าทันทีที่เสด็จมาถึง เพราะแน่นอนว่าเมื่อเย่วฮองเฮาสิ้นพระชนม์ลงจะต้องมีการตรวจหาสาเหตุและจะพบหลักฐานอยู่ในของฝากที่องค์ชายเก้านำมามอบให้ เพียงเท่านี้ข้าก็สามารถกำจัดศัตรูที่ขวางทางการก้าวขึ้นสู่อำนาจของข้าไปได้จนหมดสิ้นเสียที”รับสั่งของจีฟูเหรินเล่นเอานางกำนัลคนสนิทต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอไปตามๆ กัน ด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด “แต่พวกหม่อมฉันกลัวเพคะ หากถูกจับได้ขึ้นมาจะต้องถูกประหารไม่รู้กี่ชั่วโคตรก็ไม่รู้”นางกำนัลคนสนิทต่างมีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าอยากให้อี๋เอ๋อร์ของข้าเป็นเพียงองค์ชายธรรมดาอย่างนั้นเหรอ พวกเจ้าสองคนติดตามข้ามาตั้งแต่ก่อนที่ข้าจะเข้ามาถวายการรับใช้ฝ่าบาท เติบโตด้วยกันมานานกว่ายี่สิบปี เหตุใดจึงอยากเห็นข้าจมปลักอยู่แต่ที่เดิมแทนที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด ข้าและอี๋เอ๋อร์จะไม่สามารถขึ้นมาอยู่เหนือผู้ใดได้ หากไม่กำจัดพวกคนเหล่านั้นออกไปให้พ้นทาง! เจ้าต้องการอย่างนั้นเหรอ!”จีฟูเหรินส่งเสียงตะคอกคนสนิทกลับไป ทั้งสองพากันส่ายหน้าไปมาติดต่อกันอย่างรวดเร็วเมื่อถูกตั้งคำถามเช่นนั้น “พวกหม่อมฉันทั้งสองอยากให้องค์ชายได้ขึ้นครองแคว้นเพคะ ดังนั้นเพื่อฟูเหรินแล้วและองค์ชายพวกหม่อมฉันจะช่วยทุกวิถีทางเพคะ”นางกำนัลคนสนิททั้งสองยืนยันกลับไปท่ามกลางความพึงพอใจของจีฟูเหริน “ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันได้แล้ว ใกล้จะถึงเวลาที่องค์ชายเก้าจะเสด็จมาถึงแล้ว”รับสั่งพลางก้าวเดินนำหน้าออกไปก่อนโดยมีนางกำนัลทั้งสองถือของฝากเอาไว้เต็มสองมือด้วยกันทั้งคู่ โดยมีสายพระเนตรขององค์หญิงน้อยมองตามหลังไปนายบ่าวทั้งสามตาไม่กะพริบ “ช่างเป็นคนที่ชั่วช้ายิ่งนัก ใส่ความให้องค์ชายเก้าเป็นผู้ลงมือสังหารเจ้าพี่ของข้า ทำอย่างไรข้าจึงจะฉีกหน้ากากของนางออกมาให้ผู้คนทั่วทั้งถังเฉี่ยนล่วงรู้ถึงความชั่วร้ายของนางได้นะ คิดสิคิดต้องคิดให้รอบคอบ คิดไตร่ตรองให้ดีๆ มันจะต้องมีหนทางแก้ไขสิ”องค์หญิงน้อยบ่นพึมพำพลางขบคิดหาวิธีกระชากหน้ากากจีฟูเหรินออกมาให้ได้ ฉับพลันองค์หญิงน้อยหวนคิดถึงรับสั่งของอุปราชปีศาจได้ขึ้นมาทันใด เมื่อตอนที่ล่วงรู้ว่ายาที่ได้เสวยเข้าไปนั้น จะสามารถปกป้ององค์หญิงน้อยไม่เกิดอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด และสามารถต้านพิษร้ายได้ทุกชีวิตตราบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตมาเยือนเลยทีเดียว “ใช่แล้ว!...ยาวิเศษของท่านปู่!ที่ข้าดื่มลงไปเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมาสามารถต้านพิษร้ายได้ทุกชีวิต ถ้าเช่นนั้นหากเอาตัวของข้ารับยาพิษไว้แทน...” องค์หญิงน้อยรับสั่งเพียงเท่านั้นก็เงียบงันลง ด้วยกำลังชั่งใจว่าสิ่งที่กำลังครุ่นคิดอยู่ในเวลานี้ หากยาดังกล่าวไม่ใช่ยาวิเศษที่มีคุณสมบัติอย่างที่คิดก็เท่ากับว่าต้องเสียสละชีวิตตัวเองไปโดยเปล่าประโยชน์ ทว่าความคิดอีกอย่างกลับแทรกสวนขึ้นมา “ข้าเชื่อในสิ่งที่ท่านปู่กล่าวออกมาทั้งหมด ยาของท่านปู่เป็นความลับสุดยอดเช่นเดียวกับตำหนักลืมเลือนที่เต็มไปด้วยความลับมากมายและเรื่องราวที่เต็มไปด้วยปริศนาลี้ลับ ยาพิษไม่สามารถทำลายชีวิตของข้าได้อย่างแน่นอน” เสียงฝ่ายดีดังกึกก้องในความคิดขององค์หญิงน้อย และนั่นทำให้ตัดสินพระทัยออกมาได้อย่างฉับพลัน “ข้าคือศิษย์ของท่านปู่ ไม่เชื่อใจอาจารย์ของตัวเองได้อย่างไรเพ่ยเพ่ย!”รับสั่งบ่นให้กับตัวเอง ครั้นตัดสินพระทัยได้อย่างเด็ดเดี่ยว องค์หญิงน้อยรีบเดินออกจากที่ซ่อนกลับไปยังห้องที่ประทับส่วนพระองค์เพื่อใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อติดกันกับห้องบรรทมของเย่วฮองเฮาเพื่อไปปรากฏพระวรกายขัดขวางแผนการของจีฟูเหรินสิบปีผ่านไปตำหนักลืมเลือน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรีของค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวง แผ่นฟ้าเบื้องบนเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายกำลังส่องแสงแวววาวแข่งขันกันจนงดงามอย่างไร้ที่ติ เสียงเด็กทารกที่เพิ่งจะมีอายุครบเดือนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพระมารดา ในเวลานี้ไป๋ฮองเฮาได้มอบพระโอรสให้แก่เฟิงหลงฮ่องเต้ติดต่อกันถึงแปดพระองค์ และเพิ่งประสูติพระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวเป็นลำดับที่เก้า นำความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พระบิดาอย่างยิ่งยวดด้วยองค์หญิงน้อยนั้นช่างงดงามและน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร ในขณะที่ไป๋ฮองเฮาได้ร้องขอพระสวามีว่าขอหยุดการตั้งครรภ์เอาไว้เพียงเท่านี้ ด้วยตลอดสิบปีที่ผ่านมาพระนางไม่ได้พักเลย ตั้งครรภ์ติดต่อกันให้แก่พระสวามีมาโดยตลอดและดูเหมือนว่าการร้องขอของพระนางนั้นไร้ผล เพราะภายในราชสำนักต้าเฟิงมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั้นที่ต้องถวายงานให้แก่พระสวามีอยู่ทุกค่ำคืน ไม่ว่าจะอาณาจักรใดหรือแคว้นใดต้องการส่งองค์หญิงต่างแคว้นมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แต่เฟิงหลงฮ่องเต้ไม่ทรงรับ โดยให้เหตุผลว่าเบื่อหน่ายวังหลังที่จะต้องมาแย่งชิงพระองค์ ขอมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั
บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”ทหารรักษาการณ์กล่าวเตือน “เจ้าพวกทห
แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั
ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ
เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ
“คะ...คุณชายท่านนั้นเองหรือนี่”เจ้าของร้านปักผ้าพูดตะกุกตะกักหน้าเสียขึ้นมาทันพร้อมเสียงของฉิงซูดังแทรกขึ้น “นี่เจ้ารับงานมาถึงสองร้อยตำลึงแต่ให้ค่าจ้างพวกข้าเพียงน้อยนิดมิหนำซ้ำยังคดโกงไม่ทำตามคำพูดแม้แต่น้อย เกิดเป็นคนด้วยกันเหตุใดต้องเอารัดเอาเปรียบกันถึงเพียงนี้ด้วย”เสียงของฉิงซูก่นด่าออกมาด้วยความโกรธเคืองเป็นที่สุด นางเป็นเดือดเป็นแค้นอย่างยิ่งยวดเพราะงานปักที่สู้อุตส่าห์รับมาทำนั้น ท่านหญิงผู้น่าสงสารของนางตั้งอกตั้งใจทำออกมาอย่างดีที่สุดแต่ก็ต้องมาพานพบกับคนเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ ยิ่งย้อนคิดเห็นใบหน้าแสนสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความดีใจครั้นได้ยินว่าได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นแปดสิบตำลึง ยิ่งทำให้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงเงินค่าแรงดังกล่าวกลับคืนมาให้ได้ตามที่ได้ตกลลงกันเอาไว้แต่แรก "เอาเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้แปดสิบตำลึงจ่ายมาให้ครบเลยนะ ยังขาดอีกยี่สิบตำลึงถ้าพวกข้ายังไม่ได้”ฉิงซู่ทวงเงินส่วนที่เหลือกลับไปทันใด “เหตุใดท่านป้าจึงเรียกร้องเงินจำนวนเพียงแค่นั้น ในเมื่อความเป็นจริงแล้วค่าจ้างที่ข้าจ่ายไปให้กับนางคือสองร้อยตำลึง”เฟิงหลงฮ่องเต้รับสั่งถามกลับไปอย่างสงสัย “พวกข้าต
พระตำหนักลืมเลือนภายในห้องบรรทม พระวรกายสูงทะมึนของอุปราชปีศาจอุ้มร่างพระชายาคนงามมาถึงห้องบรรทมส่วนพระองค์ พร้อมวางลงบนฟูกนอนหนานุ่มให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พลางเอื้อมพระหัตถ์เข้าลูบไล้ใบหน้าแสนสวยไปมาเบาๆ ด้วยความร
“อะไรกันนี่! ทหารของข้าร่างสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดเลยอย่างนั้นเหรอ! เป็นไปได้อย่างไรกัน”รัชทายาทโฉดรับสั่งพึมพำด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ “พระองค์รีบถอยก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ! ดูท่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าประตูหาใช่คนเป็นแน่ จะต้องเป็นปีศาจร้ายตามที่เล่าลือกันมานานอ
บริเวณสระหยกมณี เปลวเพลิงจากคบไฟมากมายถูกจุดขึ้นจนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยแสงไฟจากเปลวเพลิงจนสามารถเห็นตำหนักลืมเลือนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงตีกลองรัวและเร็วเพื่อส่งสัญญาณระดมพลและประกาศทำสงครามไปในคราเดียวกัน ดังกึกก้องออกมาอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันรัชทายาทจากต้าซ
พระตำหนักจินหลง ในเวลานี้บรรดาพระโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติจากเย่วฮองเฮากำลังทยอยออกไปจากห้องพระบรรทมของพระราชบิดา โดยมีพระพี่เลี้ยงนำเสด็จกลับไปยังตำหนักตามเดิม ด้วยถึงเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำและจะต้องเข้าบรรทม ท่ามกลางสายพระเนตรของฮ่องเต้เฟิ







