เข้าสู่ระบบ[ วันต่อมา ]
ผมนอนมองบลูที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เพราะผมรู้ว่าเธอมีสอบตอนเช้า เมื่อคืนนี้ผมเลยรังแกเธอนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ไม่ได้เล่นท่าพิศดารกับเธอเหมือนเมื่อคืนก่อนหรอก ถึงผมจะจำได้ไม่หมด แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าผมทำอะไรยังไงกับเธอบ้าง ถึงบลูจะไม่ได้ปริปากบอกผมแต่ผมนั้นก็พอจะรู้ว่าเมื่อคืนก่อนนั้นผมรุนแรงกับบลูแค่ไหน ดูจากรอยที่ผมทำไว้กับเธอสิ ผมไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าเมาแล้วจะบ้าแบบนี้ พอเห็นรอยตามตัวบลูแล้วผมก็อดที่จะสงสารเธอไม่ได้ "อือ..." ร่างเล็กครางอึกอักอย่างรำคาญหลังจากที่ผมลูบศรีษะของเธอ ผมไม่เคยต้องตื่นมาแล้วจ้องมองบลูแบบนี้เลยสักครั้ง จะว่าแปลก...มันก็คงแปลกแหละมั้ง "ไหนว่ามีสอบ นี่มันเจ็ดโมงแล้วนะ" ผมกระซิบบอกร่างเล็กที่เอาแต่นอนคุดคู้อยู่ในอ้อมกอดของผม "อือ..." "ไม่บอกว่าจะไม่ไป จะได้ไม่ต้องนอนทั้งคืน" ผมพูดกับบลูออกไปอีกหนึ่งประโยค ก่อนที่จะปลุกเธอด้วยการงับลงไปบนใบหูเล็กอย่างหมั่นเขี้ยวหนึ่งที "อ๊ะ!!" ร่างเล็กร้องลั่นก่อนที่จะเบิกตาตื่นอย่างรวดเร็ว "พี่...บอม" บลูเรียกชื่อผมอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะมองผมที่ยังคงเปลือยอยู่บนเตียงของเธอ ทำเป็นไม่เคยเห็นผมเปลือยมาก่อนไปได้ "ไหนว่ามีสอบ พี่ปลุกตั้งนานไม่ยอมตื่น" ผมพูดพลางคว้ามือถือของตัวเองมากดแก้เก้อ ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่กล้ามองหน้าบลู ไอ้อาการแบบนี้มันเรียกว่าอะไรวะ อายเหรอ? ไม่น่าจะใช่... "ไหวมั้ย ให้อุ้ม?" ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นบลูพยายามจะยันตัวลุกจากเตียง "ไม่ต้องค่ะ พี่บอมแค่..." "แค่?" "แค่ออกไปก่อนได้มั้ยคะ บลู..." "เขิน?" "ก็...ค่ะ..." "ไม่เห็นต้องเขิน เห็นกันมาตั้ง..." เออ! ผมยอมแพ้ ไอ้สายตาเศร้าๆ ไอ้หน้าเหงาๆแบบนั้นน่ะ ผมออกไปก่อนก็ได้วะ! ริมฝีปากผมยกยิ้มเมื่อเห็นร่างเล็กหลับตาปี๋ทันทีที่ผมลุกขึ้นจากเตียง ผู้หญิงหน้าบางแบบบลูต้องให้เห็นซะให้เข็ด วันหลังจะได้ไม่ต้องเขินผมอีก ผมก็เพิ่งจะรู้เมื่อคืนนี่แหละว่าบลูยังมีท่าทีขัดเขินที่จะต้องมีอะไรกับผม ไม่รู้สิ ก่อนหน้านั้นผมจะเข้ามาหาเธอแค่ตอนที่ผมเมา ตอนที่สติไม่เต็มร้อย ผมไม่ได้สังเกตหรอกว่าเธอมีท่าทียังไงก่อนที่พวกเราจะทำอะไรต่อมิอะไรกัน "เดี๋ยวพี่ไปส่ง ต้องผ่านทางนั้นพอดี" ผมพูดกับบลูพร้อมกับหยิบกางเกงขึ้นมาใส่ แต่สายตาของผมดันไปสะดุดกับซากอะไรบางอย่างที่อยู่ในถังขยะ ผมถอนหายใจก่อนที่จะหันไปมองบลูที่ยังคงนั่งหลับตาปี๋อยู่บนเตียง ผมเพิ่งรู้ว่าคืนก่อนนั้นผมบ้าระห่ำแค่ไหน ผมไม่กล้านับซากถุงยางอนามัยที่อยู่ในถังขยะเลย เท่าที่ประเมินจากสายตาก็น่าจะหลายรอบพอสมควร ถึงว่าสิว่าทำไมบลูถึงได้ดูอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขนาดนั้น บลู หลังจากที่พี่บอมเดินออกไปจากห้องฉันก็รีบลุกไปล็อกกลอนทันที เดี๋ยวนี้เขาชักจะทำอะไรตามใจตัวเองเกินไปแล้ว เขาก็รู้ว่าฉันยังอยู่บนเตียง อยู่ๆดีๆทำไมถึงได้ลุกพรวดพราดออกไปแบบนั้น ฉันรู้ว่าเขามันเป็นผู้ชายหุ่นเพอร์เฟค แต่เขาไม่ต้องขยันให้ฉันเห็นร่างกายเขาแบบนี้ก็ได้ แค่นี้ภูมิต้านทานของฉันก็ย่ำแย่เต็มทีแล้ว หลังจากที่ล็อกห้องเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินมาเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงก่อนที่จะหยิบยาคุมฉุกเฉินขึ้นมากิน ไม่รู้แหละ ถึงเมื่อคืนพี่บอมเขาจะบอกว่าทัน แต่ฉันมันเป็นพวกชอบกันไว้ก่อน ฉันไม่เชื่ออะไรทั้งนั้นแหละ ดีกว่าต้องมาปวดหัวทีหลัง เมื่อคืนฉันอุตส่าห์บอกเขานะว่าฉันมีสอบ แต่เขาก็ยังจะทำเรื่องแบบนั้นกับฉัน แถมยังทำตอนที่ยังมีสติครบถ้วนอีกต่างหาก จากที่ฉันเคยคิดว่าถ้าเขาไม่เมาแล้วฉันจะปลอดภัย ฉันคงต้องทบทวนใหม่แล้วล่ะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องให้ต้องคิดอีกเรื่องคือฉันจะต้องทำหน้ายังไงเมื่อต้องเจอพี่บอม เมื่อคืนก็อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง แล้วฉันจะเอาอะไรไปสอบล่ะทีนี้! ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเกือบๆชั่วโมง ไอ้อาบน้ำน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ฉันต้องเสียเวลามานั่งกลบรอยที่พี่บอมทำไว้อยู่เกือบชั่วโมงเลยล่ะ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้เน้นตรงคอมากเป็นพิเศษด้วย เขาไม่รู้หรือไงว่ามันกลบยาก! "ทำไมช้า" เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่ฉันเดินมานั่งลงบนโต๊ะกินข้าว "ทำธุระส่วนตัวค่ะ" ฉันตอบเขาออกไปพร้อมกับคนข้าวต้มในชามไปด้วย "ข้าวต้มมันเย็นหมดแล้ว เดี๋ยวพี่ให้..." "ไม่เป็นไรค่ะ บลูกินได้" ฉันรู้หรอกว่าเขาจะเรียกป้าตาให้มาตักข้าวต้มให้ฉันใหม่ ซึ่งฉันไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร จึงเอ่ยขัดพี่บอมออกไป "ตามใจ" เขาพูดแค่นั้น หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกจนฉันกินข้าวต้มหมดชาม "เมื่อคืนนี้..." "วันนี้บลูเรียนตึกGค่ะ พี่บอมไปส่งที่หน้าตึกเลยก็ได้ นี่ก็แปดโมงกว่าแล้ว รถน่าจะไม่ติด" ฉันรีบเอ่ยขัดเขาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าเขาจะพูดถึงเรื่องระหว่างพวกเราเมื่อคืน "อืม" ร่างกำยำรับคำแล้วขับรถออกมาจากบ้านด้วยความเร็วปกติ ฉันรีบหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อกันไม่ให้พี่บอมหาเรื่องชวนฉันคุยอีก ได้โปรดล่ะ อย่าหาเรื่องอะไรมาคุยกับฉันอีกเลย ฉันไม่อยากคุยกับเขาหลังจากที่พวกเราทำเรื่องแบบนั้นทั้งที่สติครบถ้วนสมบูรณ์หรอกนะ มันน่าอายจะตายไป "เลิกกี่โมง" เขาเอ่ยถามในระหว่างที่ฉันกำลังปลดเบลท์ที่คาดเอาไว้ออก "วันนี้เลิกสองทุ่มค่ะ อาจารย์นัดติว" "เดี๋ยวพี่มารับ" "ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเพื่อนไปส่ง" "เพื่อนคนไหน" พี่บอมหรี่ตาพร้อมกับถามฉันไปด้วย "คนนั้นรึเปล่า?" ก่อนที่เขาจะพยักเพยิดหน้าไปยังหน้าตึกเรียนที่มีคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ ซึ่งกลุ่มนั้นก็คือเพื่อนๆในคลาสของฉันเองแหละ แต่ดูท่าแล้วพี่บอมจะหมายตาผู้ชายที่รูปร่างสมส่วน หน้าตาออกไปทางลูกครึ่ง ผิวสีน้ำผึ้งมากกว่าใคร "ค่ะ" ฉันตอบเขาออกไป "ไม่ต้องรบกวนเพื่อนหรอก บอกไปว่าพี่ชายจะมารับ พอดีวันนี้พี่ว่าง จะให้อยู่รอทั้งวันเลยก็ได้" "..."หลายเดือนต่อมา “บลูจำออมได้ใช่ป่ะ” พี่บอมเอ่ยถามหลังจากที่ทิ้งตัวนั่งลงตรงปลายเตียงก่อนจะยื่นมือมาอาสาช่วยฉันเช็ดผมที่กำลังเปียกหมาดๆ “แฟนเก่าพี่บูมใช่มั้ยคะ” ฉันย้อนถามพี่บอม “ไม่ใช่แฟนเก่าสักหน่อย สองคนนั้นมันไม่เคยเลิกกันด้วยซ้ำ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันกลับมามองพี่บอมที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเช็ดผมให้ฉันอยู่ จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงก็ที่เจอกันคราวก่อนพี่ออมยังมากับแฟนใหม่แล้วก็ลูกของเธออยู่เลยนี่นา จำได้ว่าตอนนั้นฉันไม่พอใจมากๆเลยที่เห็นว่าเธอมีครอบครัวไปแล้ว “จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงคะ ก็ในเมื่อพี่ออมมีครอบครัวไปแล้ว” ฉันเอ่ยถามพี่บอมเสียงแผ่วส่วนเขาก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงสงสัย “ถ้ามีลูกน่ะใช่ แต่ออมยังไม่เคยแต่งงานนะ” พี่บอมว่า ยิ่งเขาพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก “แต่คราวก่อนที่เจอกันบลูเห็น…” “ไอ้นั่นน่ะเหรอ มันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับออม อีกอย่างมันไม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงสักหน่อย” ฉันอ้าปากหวอพร้อมเบิกตาโพลงอย่างตกอกตกใจหลังจากที่รู้ว่าผู้ชายที่หล่อและดูดีทุกกระเบียดนิ้วที่ฉันเจอตอนนั้นเขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกับพี่ออม แถมเขายังไม่ชอบผู้หญิงอีกต่างหาก แต่เขางานด
บลู ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบากเพราะอาการปวดร้าวตามเนื้อตัวรุมเร้า บอกแล้วว่าฉันห่างเรื่องพวกนั้นมานานบวกกับเมื่อหลายชั่วโมงก่อนพี่บอมไม่ยอมปล่อยฉันเป็นอิสระง่ายๆเพราะเขาเอาแต่อ้างว่าคิดถึงฉันอย่างโน้นอย่างนี้ ส่วนฉันก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจนยากจะถอนตัว นี่ก็ฟ้ามืดแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ยอมปลุกฉัน เลยเวลาอาหารเย็นของน้องบอสมานานแล้วด้วย “หื้ม?” หลังจากที่ออกมาด้านนอกฉันก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็น สองคนพ่อลูกนอนกอดกันกลมอยู่บนโซฟาเบดหน้าทีวี ตรงกลางโต๊ะมีอาหารสำหรับคนสองวางอยู่จานหนึ่งเป็นของพี่บอม ส่วนอีกจานก็เป็นอาหารสำหรับเด็กเล็กที่เดาว่าเขาน่าจะลงมือทำเองเพราะที่ครัวเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ ฉันเดินข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบผ้าห่มออกมาห่มให้สองคนพ่อลูกที่ยังคงนอนกอดกันกลม ไม่อยากปลุกหรอกเพราะกลัวว่าจะงอแงกันทั้งคู่ ไม่รู้ว่าเขาออกมาอยู่กับลูกตั้งแต่ตอนไหน แต่จากที่คาดเดาจากสายตาและข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้องฉันว่าเขาคงอยู่กับลูกสองคนนานพอสมควรแล้ว แล้วออสตินเองก็อาจจะกลับไปหลังจากที่เขาออกมาจากห้องนั่นแหละ ฉันจัดการเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่ให้เป็นระเบี
“อึก…” ฉันครางอึกอักในลำคอหลังจากที่พี่บอมทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างเร่งเร้า ตั้งแต่ที่พวกเราสองคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องเขาก็ยังยุ่มย่ามอยู่กับริมฝีปากฉันไม่เลิก แถมมือไม้ก็ยังว่องไวสัมผัสตรงโน้นตรงนี้ตามร่างกายของฉันอย่างช่ำชอง ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาถึงเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีคนตัวโตก็นอนคร่อมร่างฉันเอาไว้ซะแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสของเขามันทำให้ฉันรู้สึกซาบซ่าน หวามไหว ฉันคิดถึงสัมผัสนี้ ฉันคิดถึงอ้อมกอดนี้มากเหลือเกิน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนฉันก็ไม่เคยลืมสัมผัสของเขาได้เลยสักครั้ง “อือออ” ฉันกัดริมฝีปากพร้อมครางออกไปอย่างลืมตัวเมื่อริมฝีปากร้อนฉ่าที่เคล้าคลออยู่ตรงบริเวณต้นคอเมื่อครู่เคลื่อนมางับที่ติ่งหูของฉันอย่างแผ่วเบา “คิดถึงจัง…” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหูของฉันอย่างเซ็กซี่ ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หอบถี่ของพี่บอม รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าตอนนี้เขาต้องการฉันมากแค่ไหน กว่าสามปีที่พวกเราไม่มีกิจกรรมอย่างว่าเพราะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก กว่าสามปีที่พวกเราไม่เข้าใจกันเพราะเหตุผลที่อาจฟังไม่ค่อยเข้าท่า พอได้เจอได้ปรับความเข้าใจกันพวกเราก็เหมือนมีบางอย่างดึงดูดเข
“แม่ของลูก ที่แปลว่าเมียน่ะ” พี่บอมประชิดตัวฉันทันทีที่พูดจบประโยค “อ๊ะ!” ฉันถอยหลังจนชนเข้ากับซิงค์ล้างจานจนเกือบเสียหลักแต่ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดมาโอบรอบเอวของฉันเอาไว้ได้ทันพร้อมกระชากฉันเข้าหาตัวจนช่วงอกของพวกเราเสียดสีกันเบาๆ ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ อาจเป็นเพราะพวกเราสองคนอยู่ใกล้กันมากเกินไป หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือฉันยังไม่สามารถเลิกคิดถึงเขาได้เลยสักวินาทีเดียว สามปีที่ผ่านมามีคนเข้าหาฉันมากหน้าหลายตา แต่ยังไม่เคยมีสักคนที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผู้ชายตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้ “พูด…อะไรของพี่…คะ” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะริมฝีปากของพวกเราอยู่ใกล้กันมากจนเกินไป ขืนพูดมากกว่านี้ฉันกลัวว่ามันจะสัมผัสกันเข้าซะก่อน “แม่ของลูกก็คือเมียอยู่แล้ว ถูกไม่ถูก” พี่บอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เจ้าเล่ห์แบบที่เขาเป็น สายตาของเขาเวลาที่พูดประโยคแบบนี้มันช่าง…มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนฟังอย่างฉันหลงไหลซะไม่มี “แต่บลูไม่ใช่…” “บลูเป็นเมียพี่ เมียก็คือแม่ของลูก แม่ของลูกก็คือเมีย พี่ไม่รับฟังความเห็นต่าง” พูดจบริมฝีปากกรุ่นร้อนของพี่บอมก็
“ดื้อด้านจริงๆ” ฉันบ่นพร้อมพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับคนที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่นอกรั้วบ้าน นี่ฟ้าก็มืดแล้ว เขายังไม่ยอมกลับไปอีก จะเรียกร้องความสนใจแบบนี้ทุกวันให้มันได้อะไรขึ้นมา เขาทำแบบนี้เพียงเพราะช่วงนี้ฉันไม่อนุญาตให้เขามาเจอลูกอย่างนั้นน่ะเหรอ ไม่รู้จักห่วงตัวเองแล้วจะไปดูแลใครเขาได้ ฉันก็ไม่ได้ใจไม้ใจดำอะไร ที่ผ่านมาฉันว่าฉันก็ใจดีมากพอแล้วนะที่ฉันยอมให้เขามาเจอลูกได้ แค่สองสามวันมานี่ฉันเห็นเขาไม่ค่อยสบายฉันเลยไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ลูกมันก็แค่นั้น เวลาเด็กไม่สบายน่าสงสารจะตายไป “ติน…อ้าว….” ฉันเปิดประตูห้องออกมาเพื่อที่จะบอกให้ออสตินไปพาคนข้างนอกกลับไปโรงแรมซะแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเขา สงสัยคงจะกลับไปนานแล้ว เพราะหลังจากที่ฉันเข้าห้องไปฉันก็ไม่ได้ออกมาข้างนอกอีก นี่ก็ปาไปสามชั่วโมงกว่าแล้วออสตินคงจะหิวหรือไม่ก็ออกไปแฮงค์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนของเขานั่นแหละ เพื่อนสมัยที่เรียนไฮสคูลของเขาอยู่ที่นี่กันออกเยอะแยะ เขาไม่ได้มีเพื่อนแค่ฉันคนเดียวสักหน่อย “หิมะมันตกหนัก เอาไอ้นี่ไปใช้ก่อนแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ” ฉันยื่นร่มคันใหญ่ให้ร่างอันสั่นเทาที่ยังคงนั่งคุกเ
บลู หลายวันต่อมา “วันนี้บลูเลิกเรียนค่ำๆเลย ฝากตินดูน้องบอสทีนะ อาหารกับนมบลูเตรียมไว้หมดแล้วอยู่ที่เดิมนะ” ฉันเอ่ยกำชับออสตินออกไปพร้อมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดของตัวเองไปด้วย “ไม่ต้องห่วง เลี้ยงหลานแค่นี้สบายมาก” เขารับคำฉันก่อนที่จะกดมือถือโทรหาใครบางคน คงจะเป็นแฟนเขานั่นแหละ เห็นว่ารอบนี้ที่ไม่ได้มาด้วยกันเพราะถูกพี่เกรย์สั่งห้าม ส่วนตัวพี่เกรย์เขากลับไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว เห็นออสตินบอกว่าเขามีงานด่วน หวังว่าเรื่องที่ฉันเคยพูดกับเขาเขาจะเห็นใจฉันบ้าง “งั้นบลูไปเรียนก่อนนะ” ฉันพูดพลางชะโงกไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล เมื่อกี้เขางอแงอยู่พักใหญ่ กว่าจะคุยกันรู้เรื่องเล่นเอาฉันเกือบถอดใจเรื่องไปเรียนแล้ว สองสามวันมานี้แกงอแงมากเป็นพิเศษเลยไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน พาไปหาหมอก็ปกติดี อาจจะงอแงเพราะเป็นช่วงวัยของแกก็เป็นได้ “อือ” ออสตินรับคำฉันพร้อมป้องปากหาว สีหน้าเขาดูเคร่งเครียดมากหลังจากที่พูดบางอย่างกับปลายสายเสร็จ ซึ่งฉันก็ไม่ทันได้ฟังหรอกว่าเขาคุยอะไรกันเพราะมัวแต่สนใจเจ้าตัวเล็กอยู่ วันนี้อากาศยังคงหนาวมากเหมือนเดิมเลยล่ะ อากา







