แชร์

Chapter6 | ทำไมกลับดึก

ผู้เขียน: “TheLittleDevil”
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-11 11:54:38

"อย่าเลยค่ะ" ฉันเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นไหว้เขา แล้วลงจากรถมาทันทีก่อนที่จะเดินมาหาเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ที่รอเวลาเข้าเรียน

"วันนี้พี่ชายมาส่งเหรอ" นินเพื่อนในกลุ่มถามขึ้น ซึ่งคำถามของเธอนั้นทำให้เพื่อนๆในกลุ่มฉันต่างหันไปให้ความสนใจรถคันที่ฉันเพิ่งลงมาเมื่อครู่ทันที

ว่าแต่ทำไมวันนี้พี่บอมยังไม่กลับไปอีกนะ

ปกติถ้าเขามาส่งเขาจะไม่อยู่รอจนฉันเดินเข้ามาหากลุ่มเพื่อนนี่นา หรือว่าจะอยู่รอฉันทั้งวันอย่างที่พูด

ไม่น่าเป็นไปได้?

ไม่มีความเป็นไปได้เลยสักนิด

"อื้ม" ฉันตอบนินออกไปก่อนที่จะมองไปยังรถของพี่บอมที่ตอนนี้ยังคงฟรีเครื่องอยู่ ก่อนที่จะย้ายสายตากลับมามองเจ้าของคำถาม แต่ระหว่างที่กำลังย้ายสายตามานั้น ฉันก็บังเอิญสบตากับออสตินเข้าซะก่อน ฉันยิ้มให้เขาส่วนเขาเองก็ยิ้มให้ฉันเช่นกัน

"ทำไมแกไม่พาพี่ชายมาดนะนำให้พวกเรารู้จักบ้างล่ะ เคยเห็นแต่ขับรถมาส่ง นี่คบกันมาตั้งแต่ปี1จนตอนนี้จะเรียนจบและ ยังไม่มีบุญได้เห็นหน้าพี่ชายของเพื่อนเลยว่ามั้ยพวกเรา" ประโยคนี้อินเป็นคนพูด

"นั่นสิ พวกเราอยากเห็นอ่ะว่าพี่ชายของบลูเนี่ย จะหน้าตาดีเหมือนน้องสาวมั้ย น้องสาวสวยขนาดนี้ พี่ชายต้องหล่อมากแน่ๆ ว่าป่ะติน" ขิมเพื่อนอีกคนผสมโรง เธอหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับออสตินสองคนก่อนที่จะหันมาส่งสายตาให้ฉันประมาณว่าให้พาพี่ชายมาโชว์หน่อย

คือคนหนักใจมันเป็นฉันมั้ยล่ะ ถ้าเขาเป็นพี่ชายแท้ๆฉันยังกล้าเดินไปควงออกมาโชว์เพื่อนๆ แต่นี่พี่บอมเขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของฉัน แถมยังหน้าโหดเป็นที่หนึ่ง นิสัยออกไปทางขรึมๆ นิ่งๆ ซึ่งน่าจะดุอยู่ไม่น้อย

ฉันไม่กล้าขนาดนั้นหรอก ขนาดอยู่บ้านเดียวกันทุกวันฉันยังเกร็งทุกทีที่ต้องพูดคุยกับเขาเลย

"อย่าเลย พี่บอมคงมีธุระน่ะ" ฉันบอกปัดเพื่อนๆออกไป

"มีคนหวงพี่หนึ่งอัตรา ฮ่าๆๆ" เจย์หนึ่งในเพื่อนผู้ชายในกลุ่มพูด

"ก็พวกเธอออกตัวแรง บลูมันก็หวงพี่ชายมันเป็นธรรมดา" ประโยคนี้เป็นของเนลล์เพื่อนผู้ชายของฉันอีกคนในกลุ่ม คือกลุ่มเพื่อนในมอของฉันเป็นกลุ่มใหญ่น่ะ จะมีกันอยู่ประมาณ11คน ผู้หญิง4ผู้ชาย7 พวกเราเรียนเอกเดียวกัน คบกันมาตั้งแต่ปี1ส่วนใหญ่ก็สนิทกันทุกคน

"ถึงพี่ชายบลูไม่ลงมาแต่บลูก็น่าจะพาตินมันไปแนะนำตัวกับพี่ชายบ้างนะ" ทีมผู้ซึ่งเฮฮาไปวันๆพูดขึ้นบ้างก่อนที่จะยกแขนขึ้นกอดคอออสตินแล้วพูดออกมาอีกหนึ่งประโยคว่า "มันคงอยากไปสวัสดีว่าที่แฟนน่ะ"

"ฮิ้ววววววว" เสียงเพื่อนในกลุ่มเฮลั่นพร้อมกัน ซึ่งมีแค่ฉันกับออสตินเท่านั้นแหละที่ฮาไม่ออก

ตั้งแต่ปี1ถึงปี4มีใครบ้างในกลุ่มที่ไม่รู้ว่าตินนั้นจีบฉันอยู่ ฉันรู้ เพื่อนรู้ ทุกคนรู้ ฉันคุยกับตินมาตลอดสี่ปีก็จริง แต่พวกเราคุยกันในฐานะเพื่อน ไม่มีการบอกรัก ไม่มีบอกคิดถึง ไม่มีการพูดเป็นเชิงจีบ ไม่มีการขอคบ ก็แค่คุยกันเหมือนเพื่อนคนอื่นทั่วไป

ฉันไม่ได้ให้ความหวังเขา เขาเองก็ไม่ได้ร้องขอ เพียงแต่ช่วงหลังๆพวกเราสองคนคุยกันมากขึ้น จนเพื่อนในกลุ่มพากันชงรายวัน มีการโทรคุยกันบ้าง ชวนไปเที่ยวบ้าง จะเรียกว่าออกเดตก็คงจะไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมามีเพื่อนๆติดสอยหอยตามกันไปเป็นขโยง

"เดี๋ยวกูถีบเรียงตัว" ออสตินผู้ไม่อ่อนโยนทำทีเป็นยกเท้าจะถีบทีมเป็นคนแรก ซึ่งการกระทำของเขานั้นทำให้เพื่อนๆในกลุ่มออกปากแซวไม่เลิก

"บลูก็ดูแลมันหน่อย เหมือนหมาบ้าเข้าไปทุกวัน" ระรินเพื่อนสาวที่สวยเฉี่ยวเปรี้ยวที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง

"บ้าบอน่า" ฉันพูดพลางส่ายหัวอย่างระอาก่อนที่จะมองเพื่อนทุกคนผ่านๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่กล้ามองออสติน จะให้ไม่เขินมันก็คงเกินไปหน่อย เพื่อนๆแซวฉันกับเขาทุกวันก็จริง แต่ฉันไม่ค่อยชินเนี่ยสิ

"เห้ยๆๆๆ พี่ชายบลูลงมาจากรถแล้วว่ะพวกแกกกกกก" ฉันและเพื่อนทุกคนชะงักก่อนที่จะหันไปมองตามคำพูดของนิน ซึ่งมันเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ตอนนี้พี่บอมลงมายืนอยู่นอกรถ สายตาของเขามองทอดมาตรงนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องมองฉัน

"อร๊ายยย หล่อมากแม่ สวัสดีค่ะน้องแฟน" เป็นระรินที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนที่เธอจะยกมือไหว้ฉัน ส่วนพี่บอมนั้นยังคงมองมาทางนี้เขาพยักหน้าหนึ่งทีเป็นเชิงให้ฉันเดินเข้าไปหา ส่วนฉันเองก็รีบเดินไปทันทีที่เห็นสายตาไม่ค่อยสบอารมณ์ของเขา

"หล่อมาก เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกเลยอ่ะ"

"ไอ้ติน มึงเดินตามบลูไปดิวะ จะจีบน้องเขาไปทำความรู้จักกับพี่ชายเขาไว้" ฉันได้ยินเสียงเพื่อนดังไล่หลังมา ในใจได้แต่คิดว่าตินอย่าเดินตามฉันมาเลยนะ เพราะเท่าที่ดูจากสีหน้าพี่บอมคงมีเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจไม่น้อย

"เราลืมไอ้นี่ไว้" เรา? อ้อ เขาคงหงุดหงิดฉันสินะ ถึงได้ไม่ยอมเรียกชื่อแล้วเปลี่ยนสรรพนามแทน

"ขอบคุณค่ะ" ฉันยื่นมือไปรับโทรศัพท์มือถือที่ลืมเอาไว้ในรถของเขา

"เลิกเรียนแล้วรอพี่ที่หน้าตึก เดี๋ยวมารับ" เขาพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะมองไปยังกลุ่มเพื่อนของฉันอีกครั้ง ส่วนเพื่อนๆของฉันนั้นพอเห็นพี่บอมมองไปก็รีบยกมือไหว้เขาอย่างพร้อมเพรียงกัน ส่วนพี่บอมนั้นก็รับไหว้แล้วขึ้นรถไปทันที

ฉันเกร็งไปหมดแล้ว

"แก พี่ชายแกหล่อมากอ๊า" ทันทีที่เดินกลับมาที่กลุ่มนินก็เป็นฝ่ายพูดแล้วเกาะแขนฉันแน่นไปด้วย

"แต่ดูดุมาก ดูจะหวงบลูมากด้วย" ขิมหันมาพูดกับฉันอีกคน

"มีน้องสาวสวยไม่หวงสิแปลก" ส่วนประโยคนี้เป็นเสียงทุ้มดูมีเสน่ห์ของออสตินเขาล่ะ พอฉันเงยหน้ามองเขาก็เบนสีหน้าไปทางอื่นทันที แถมแก้มเขายังแดงเรื่อแปลกๆอีกต่างหาก

"แหมไอ้ตินนนน" เจย์พูดพลางผลักหัวออสตินไปด้วย

"เผลอไม่ได้" เก้าผสมโรง

"หยอดตลอดดดด" ส่วนนี่เป็นเสียงของทีม

"ขอเป็นแฟนไปเลยได้จบ กูเหนื่อยลุ้น" ส่วนประโยคนี้เป็นของกั๊ก เขาพูดจนทำให้เพื่อนๆในกลุ่มมองฉันสลับกันออสตินไปมา

ฉันและออสติน "..."

หลังจากที่โดนเพื่อนๆแซวและชงกันจนหอมปากหอมคอ พวกเราก็พากันขึ้นมายังห้องเรียน ฉันบอกแล้วว่าวันนี้มีควิซ ซึ่งในหัวฉันมันแบลงค์ไปหมด ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยสักนิด จะมีก็แค่...ภาพของพี่บอมเท่านั้นที่ผุดเข้ามา

ฉันทำควิซได้น้อยมาก ส่วนตอนเรียนก็เรียนไม่รู้เรื่องเช่นกัน วันนี้ในหัวฉันว่างเปล่า จำที่อาจารย์สอนก็ไม่ได้เลยสักนิดเดียว ขนาดอาจารย์ติวข้อให้ฉันยังจำไม่ได้เลยสักนิด

จนกระทั่งเลิกเรียนฉันถึงมานั่งรอพี่บอมอยู่ที่หน้าตึก ตอนแรกเพื่อนๆก็นั่งรอเป็นเพื่อน จนกระทั่งผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังไร้วี่แววของคนที่บอกว่าจะมารับ ฉันยกเหลือบมองเวลาที่แสดงอยู่ตรงหน้าจอมือถือ นี่มันก็สามทุ่มกว่าแล้ว ประตูมอฉันปิดสามทุ่มครึ่ง สงสัยต้องเปลี่ยนไปนั่งรอที่ป้ายรถเมลล์หน้ามอแล้วล่ะ

"ทำไมยังอยู่ตรงนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ส่วนฉันก็รีบตวัดสายตาไปมองอย่างตกอกตกใจ แต่พอหันไปมองก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"รอพี่ชายมารับน่ะ" ฉันเอ่ยบอกออสตินออกไป ส่วนออสตินนั้นก็ยกข้อมือเพื่อดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาของตนเองพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วย

"ประตูมอจะปิดแล้ว ขึ้นรถสิ เดี๋ยวตินไปส่ง"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปรอพี่ชายที่หน้ามอก็ได้" ฉันบอกออสตินออกไป

"นั่นแหละ ติดรถตินไปก่อนก็ได้ บลูจะเดินไปยังไงล่ะ กว่าจะถึงหน้ามอ ไม่กลัว?" ออสตินว่าพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆตัว ซึ่งถ้าฉันต้องเดินออกไปที่หน้ามอมันจะต้องผ่านตึกประมาณ3ตึก ซึ่งระยะทางของแต่ละตึกนั้นค่อนข้างห่างกันพอสมควร

"ห้องดนตรีไทยที่มอเราน่ะ..."

"โอเค งั้นบลูไปด้วย" ฉันรีบลุกขึ้นพร้อมกับหอบหิ้วหนังสือประกอบการเรียนมาถือไว้ในมือ ฉันรู้หรอกว่าเขาจะพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ

"ฮ่าๆ งั้นขึ้นรถเลย" ออสตินกดปลดล็อกรถยนต์คันสีดำสนิทของเขาก่อนที่จะพยักพเยิดหน้าให้ฉันเดินไปขึ้นรถก่อน

"เห้ยมึง รอกูด้วย" ฉันได้ยินเสียงเจย์

"อ้าวทำไมบลูยังไม่กลับบ้านอีกอ่ะ" เจย์ส่งเสียงถามฉัน

"รอพี่ชายมารับ" ฉันกำลังจะขยับปากพูดแต่ออสตินกลับโพล่งขึ้นซะก่อน

"รอพี่ชายมารับแล้วมึงเกี่ยวไรอ่ะ ทำไมบลูต้องขึ้นรถมึง" เจย์มองมาที่ฉันสลับกับออสตินอย่างสงสัย

"ก็พี่บลูยังไม่มา ประตูมอก็กำลังจะปิด กูให้บลูติดรถไปลงที่หน้ามอ ส่วนมึง...กลับพร้อมไอ้กั๊กแล้วกัน" ออสตินหันไปพูดกับเจย์พร้อมกับก้าวเท้าฉับๆเดินมายังรถของตัวเอง ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งก่อนฉันที่กำลังยืนเอ๋ออยู่

"ไอ้นี่ ได้สาวแล้วทิ้งกู ทีหลังอย่ามาขอคำปรึกษาจากกูนะมึง ไอ้เพื่อนชั่ว" ฉันได้แต่เผยอปากไปกับประโยคที่เจย์พูด

"บลู ขึ้นรถสิ อย่าไปฟังมันมาก" เสียงของออสตินดังขึ้นทำให้ฉันละความสนใจจากเจย์แล้วรีบกระโจนขึ้นรถเขาอย่างรวดเร็ว

"ไอ้เจย์มันพูดมาก อย่าไปใส่ใจ" ออสตินพูดหลังจากที่ฉันขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้ว

"ตลกดี" ฉันพูดกับเขาพลางกดดูแชตไลน์ไปพลาง ไม่มีข้อความจากพี่บอม ไม่มีสายเรียกเข้าจากเขา เขาคงจะติดธุระเลยมาช้า หรือไม่ก็อาจจะลืมว่าพูดอะไรไว้

"โทรหาพี่ชายมั้ย นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วนะ ลืมรึเปล่า" ฉันละสายตาจากรถที่กำลังวิ่งพลุกพล่านบนถนน รอคอยอย่างมีความหวังว่าเขาจะมาตามสัญญา

แต่ฉันคงลืมไปว่าพวกเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ เขาอาจจะลืม หรือมีอะไรที่สำคัญกว่าเขาถึงได้ไม่มารับฉันอย่างที่พูดไว้

ฉันมัวหวังอะไรอยู่นะ...

ฉันไม่มีความสำคัญอะไรกับเขาขนาดนั้นหรอก...

"ตินช่วยไปส่งเราที่บ้านหน่อยได้มั้ย" แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจที่จะรบกวนออสตินอีกครั้ง นี่มันจะสี่ทุ่มแล้ว ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านคนเดียวหรอก เพราะฉันเคยมีความหลังไม่ค่อยดีน่ะ รบกวนให้ออสตินไปส่งน่าจะชัวร์กว่า ไว้ค่อยเลี้ยงข้าวตอบแทนเขาวันหลังก็แล้วกัน

"ได้ดิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" ออสตินพูดแล้วส่งยิ้มมาให้ฉันบางๆก่อนที่เขาจะขับรถมุ่งตรงไปยังถนนที่จะไปบ้านที่ฉันอาศัยอยู่

"ขอบคุณนะติน ไว้พรุ่งนี้เราเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนแล้วกัน" ฉันหันไปบอกออสตินอย่างเกรงใจ

"เปลี่ยนจากเลี้ยงข้าวเป็นเลี้ยงหนังสักเรื่องน่าจะดี" เขาพูด

"เอ่อ..."

"อย่างนั้นก็ได้" ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจตอบตกลงเขาออกไป

"บลูพูดจริงป่ะเนี่ย" อยู่ๆเขาก็แสดงสีหน้าที่ดีอกดีใจออกมา

"อื้ม! รบกวนตินมาสองรอบแล้วอ่ะ เราเกรงใจ"

"ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย โคตรเต็มใจมาส่งต่างหาก" เขาพูดว่าไงนะ? ประโยคแรกฉันได้ยินอยู่ แต่ประโยคที่สอง เขาว่าไงนะ

"ตินว่าไงนะ?" ฉันหันไปถามเขา

"เปล่า ไม่มีไร บลูเข้าบ้านเถอะ พรุ่งนี้มีส่งรายงานนะอย่าลืมทำด้วย" เขาเตือนเรื่องรายงานที่จะต้องส่งพรุ่งนี้ออกมา จริงสิ ฉันลืมไปเลยนะเนี่ย

"แล้วนี่ก็เลคเชอร์ วันนี้ดูบลูไม่ค่อยมีสมาธิอ่ะ เอาไปถ่ายเอกสารสิ เผื่อต้องใช้" เขาส่งสมุดเลคเชอร์เล่มหนาเตอะของตัวเองมาให้ฉัน นอกจากจะหน้าตาดีแล้วเขายังตั้งใจเรียนมากอีกด้วย แถมยังเรียนเก่งกว่าฉันอีกต่างหาก

"ขอบคุณนะติน ไว้เราจะคืนให้พรุ่งนี้" ฉันหันไปขอบคุณเขายกใหญ่

"อย่าลืมเลี้ยงหนังตินด้วยล่ะ" เขาส่งยิ้มที่แสนมีเสน่ห์มาให้ฉัน

"อื้อ ไม่ลืมหรอก เราเข้าบ้านก่อนนะ เดี๋ยวต้องรีบไปทำรายงานต่อ" ฉันร่ำลาตินแล้วรีบลงจากรถทันที พอเข้ามาในบ้านก็เห็นรถคู่ใจของพี่บอมจอดอยู่ แสดงว่าเขากลับมาบ้านนานแล้ว

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินผ่านรถคู่ใจของพี่บอม แต่พอเดินมาถึงหน้าประตูบ้านก็พบว่ามีรองเท้าส้นสูงซึ่งดูคร่าวๆน่าจะสูงประมาณ4นิ้วถูกถอดแล้ววางอยู่ข้างๆรองเท้าหนังแบรนด์ดังของพี่บอม

มันไม่ใช่รองเท้าของฉันแน่นอน

แล้วเป็นของใครกัน?

"นี่ของโปรดบอมทั้งนั้นเลย กินเยอะๆล่ะ โมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยน้าาา"

"ทำไมต้องทำหน้าอ้อนด้วย"

ฉันยืนมองพี่บอมกับผู้หญิงที่ชื่อโมกำลังหยอกล้อกันอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว สายตาที่เขามองเธอนั้น...

"อ้าวมาแล้วเหรอ ทำไมวันนี้กลับดึก?"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter33 | คนหลงเมีย

    หลายเดือนต่อมา “บลูจำออมได้ใช่ป่ะ” พี่บอมเอ่ยถามหลังจากที่ทิ้งตัวนั่งลงตรงปลายเตียงก่อนจะยื่นมือมาอาสาช่วยฉันเช็ดผมที่กำลังเปียกหมาดๆ “แฟนเก่าพี่บูมใช่มั้ยคะ” ฉันย้อนถามพี่บอม “ไม่ใช่แฟนเก่าสักหน่อย สองคนนั้นมันไม่เคยเลิกกันด้วยซ้ำ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันกลับมามองพี่บอมที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเช็ดผมให้ฉันอยู่ จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงก็ที่เจอกันคราวก่อนพี่ออมยังมากับแฟนใหม่แล้วก็ลูกของเธออยู่เลยนี่นา จำได้ว่าตอนนั้นฉันไม่พอใจมากๆเลยที่เห็นว่าเธอมีครอบครัวไปแล้ว “จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงคะ ก็ในเมื่อพี่ออมมีครอบครัวไปแล้ว” ฉันเอ่ยถามพี่บอมเสียงแผ่วส่วนเขาก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงสงสัย “ถ้ามีลูกน่ะใช่ แต่ออมยังไม่เคยแต่งงานนะ” พี่บอมว่า ยิ่งเขาพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก “แต่คราวก่อนที่เจอกันบลูเห็น…” “ไอ้นั่นน่ะเหรอ มันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับออม อีกอย่างมันไม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงสักหน่อย” ฉันอ้าปากหวอพร้อมเบิกตาโพลงอย่างตกอกตกใจหลังจากที่รู้ว่าผู้ชายที่หล่อและดูดีทุกกระเบียดนิ้วที่ฉันเจอตอนนั้นเขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกับพี่ออม แถมเขายังไม่ชอบผู้หญิงอีกต่างหาก แต่เขางานด

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter32 | อยากได้ใจ

    บลู ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบากเพราะอาการปวดร้าวตามเนื้อตัวรุมเร้า บอกแล้วว่าฉันห่างเรื่องพวกนั้นมานานบวกกับเมื่อหลายชั่วโมงก่อนพี่บอมไม่ยอมปล่อยฉันเป็นอิสระง่ายๆเพราะเขาเอาแต่อ้างว่าคิดถึงฉันอย่างโน้นอย่างนี้ ส่วนฉันก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจนยากจะถอนตัว นี่ก็ฟ้ามืดแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ยอมปลุกฉัน เลยเวลาอาหารเย็นของน้องบอสมานานแล้วด้วย “หื้ม?” หลังจากที่ออกมาด้านนอกฉันก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็น สองคนพ่อลูกนอนกอดกันกลมอยู่บนโซฟาเบดหน้าทีวี ตรงกลางโต๊ะมีอาหารสำหรับคนสองวางอยู่จานหนึ่งเป็นของพี่บอม ส่วนอีกจานก็เป็นอาหารสำหรับเด็กเล็กที่เดาว่าเขาน่าจะลงมือทำเองเพราะที่ครัวเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ ฉันเดินข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบผ้าห่มออกมาห่มให้สองคนพ่อลูกที่ยังคงนอนกอดกันกลม ไม่อยากปลุกหรอกเพราะกลัวว่าจะงอแงกันทั้งคู่ ไม่รู้ว่าเขาออกมาอยู่กับลูกตั้งแต่ตอนไหน แต่จากที่คาดเดาจากสายตาและข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้องฉันว่าเขาคงอยู่กับลูกสองคนนานพอสมควรแล้ว แล้วออสตินเองก็อาจจะกลับไปหลังจากที่เขาออกมาจากห้องนั่นแหละ ฉันจัดการเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่ให้เป็นระเบี

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter31 | คิดถึง

    “อึก…” ฉันครางอึกอักในลำคอหลังจากที่พี่บอมทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างเร่งเร้า ตั้งแต่ที่พวกเราสองคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องเขาก็ยังยุ่มย่ามอยู่กับริมฝีปากฉันไม่เลิก แถมมือไม้ก็ยังว่องไวสัมผัสตรงโน้นตรงนี้ตามร่างกายของฉันอย่างช่ำชอง ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาถึงเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีคนตัวโตก็นอนคร่อมร่างฉันเอาไว้ซะแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสของเขามันทำให้ฉันรู้สึกซาบซ่าน หวามไหว ฉันคิดถึงสัมผัสนี้ ฉันคิดถึงอ้อมกอดนี้มากเหลือเกิน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนฉันก็ไม่เคยลืมสัมผัสของเขาได้เลยสักครั้ง “อือออ” ฉันกัดริมฝีปากพร้อมครางออกไปอย่างลืมตัวเมื่อริมฝีปากร้อนฉ่าที่เคล้าคลออยู่ตรงบริเวณต้นคอเมื่อครู่เคลื่อนมางับที่ติ่งหูของฉันอย่างแผ่วเบา “คิดถึงจัง…” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหูของฉันอย่างเซ็กซี่ ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หอบถี่ของพี่บอม รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าตอนนี้เขาต้องการฉันมากแค่ไหน กว่าสามปีที่พวกเราไม่มีกิจกรรมอย่างว่าเพราะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก กว่าสามปีที่พวกเราไม่เข้าใจกันเพราะเหตุผลที่อาจฟังไม่ค่อยเข้าท่า พอได้เจอได้ปรับความเข้าใจกันพวกเราก็เหมือนมีบางอย่างดึงดูดเข

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter30 | ตามใจตัวเอง

    “แม่ของลูก ที่แปลว่าเมียน่ะ” พี่บอมประชิดตัวฉันทันทีที่พูดจบประโยค “อ๊ะ!” ฉันถอยหลังจนชนเข้ากับซิงค์ล้างจานจนเกือบเสียหลักแต่ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดมาโอบรอบเอวของฉันเอาไว้ได้ทันพร้อมกระชากฉันเข้าหาตัวจนช่วงอกของพวกเราเสียดสีกันเบาๆ ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ อาจเป็นเพราะพวกเราสองคนอยู่ใกล้กันมากเกินไป หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือฉันยังไม่สามารถเลิกคิดถึงเขาได้เลยสักวินาทีเดียว สามปีที่ผ่านมามีคนเข้าหาฉันมากหน้าหลายตา แต่ยังไม่เคยมีสักคนที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผู้ชายตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้ “พูด…อะไรของพี่…คะ” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะริมฝีปากของพวกเราอยู่ใกล้กันมากจนเกินไป ขืนพูดมากกว่านี้ฉันกลัวว่ามันจะสัมผัสกันเข้าซะก่อน “แม่ของลูกก็คือเมียอยู่แล้ว ถูกไม่ถูก” พี่บอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เจ้าเล่ห์แบบที่เขาเป็น สายตาของเขาเวลาที่พูดประโยคแบบนี้มันช่าง…มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนฟังอย่างฉันหลงไหลซะไม่มี “แต่บลูไม่ใช่…” “บลูเป็นเมียพี่ เมียก็คือแม่ของลูก แม่ของลูกก็คือเมีย พี่ไม่รับฟังความเห็นต่าง” พูดจบริมฝีปากกรุ่นร้อนของพี่บอมก็

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter29 | แม่ของลูกที่แปลว่าเมีย

    “ดื้อด้านจริงๆ” ฉันบ่นพร้อมพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับคนที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่นอกรั้วบ้าน นี่ฟ้าก็มืดแล้ว เขายังไม่ยอมกลับไปอีก จะเรียกร้องความสนใจแบบนี้ทุกวันให้มันได้อะไรขึ้นมา เขาทำแบบนี้เพียงเพราะช่วงนี้ฉันไม่อนุญาตให้เขามาเจอลูกอย่างนั้นน่ะเหรอ ไม่รู้จักห่วงตัวเองแล้วจะไปดูแลใครเขาได้ ฉันก็ไม่ได้ใจไม้ใจดำอะไร ที่ผ่านมาฉันว่าฉันก็ใจดีมากพอแล้วนะที่ฉันยอมให้เขามาเจอลูกได้ แค่สองสามวันมานี่ฉันเห็นเขาไม่ค่อยสบายฉันเลยไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ลูกมันก็แค่นั้น เวลาเด็กไม่สบายน่าสงสารจะตายไป “ติน…อ้าว….” ฉันเปิดประตูห้องออกมาเพื่อที่จะบอกให้ออสตินไปพาคนข้างนอกกลับไปโรงแรมซะแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเขา สงสัยคงจะกลับไปนานแล้ว เพราะหลังจากที่ฉันเข้าห้องไปฉันก็ไม่ได้ออกมาข้างนอกอีก นี่ก็ปาไปสามชั่วโมงกว่าแล้วออสตินคงจะหิวหรือไม่ก็ออกไปแฮงค์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนของเขานั่นแหละ เพื่อนสมัยที่เรียนไฮสคูลของเขาอยู่ที่นี่กันออกเยอะแยะ เขาไม่ได้มีเพื่อนแค่ฉันคนเดียวสักหน่อย “หิมะมันตกหนัก เอาไอ้นี่ไปใช้ก่อนแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ” ฉันยื่นร่มคันใหญ่ให้ร่างอันสั่นเทาที่ยังคงนั่งคุกเ

  • พี่ชายที่แสนดี(?)   Chapter28 | แข็งใจ

    บลู หลายวันต่อมา “วันนี้บลูเลิกเรียนค่ำๆเลย ฝากตินดูน้องบอสทีนะ อาหารกับนมบลูเตรียมไว้หมดแล้วอยู่ที่เดิมนะ” ฉันเอ่ยกำชับออสตินออกไปพร้อมใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดของตัวเองไปด้วย “ไม่ต้องห่วง เลี้ยงหลานแค่นี้สบายมาก” เขารับคำฉันก่อนที่จะกดมือถือโทรหาใครบางคน คงจะเป็นแฟนเขานั่นแหละ เห็นว่ารอบนี้ที่ไม่ได้มาด้วยกันเพราะถูกพี่เกรย์สั่งห้าม ส่วนตัวพี่เกรย์เขากลับไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว เห็นออสตินบอกว่าเขามีงานด่วน หวังว่าเรื่องที่ฉันเคยพูดกับเขาเขาจะเห็นใจฉันบ้าง “งั้นบลูไปเรียนก่อนนะ” ฉันพูดพลางชะโงกไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล เมื่อกี้เขางอแงอยู่พักใหญ่ กว่าจะคุยกันรู้เรื่องเล่นเอาฉันเกือบถอดใจเรื่องไปเรียนแล้ว สองสามวันมานี้แกงอแงมากเป็นพิเศษเลยไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน พาไปหาหมอก็ปกติดี อาจจะงอแงเพราะเป็นช่วงวัยของแกก็เป็นได้ “อือ” ออสตินรับคำฉันพร้อมป้องปากหาว สีหน้าเขาดูเคร่งเครียดมากหลังจากที่พูดบางอย่างกับปลายสายเสร็จ ซึ่งฉันก็ไม่ทันได้ฟังหรอกว่าเขาคุยอะไรกันเพราะมัวแต่สนใจเจ้าตัวเล็กอยู่ วันนี้อากาศยังคงหนาวมากเหมือนเดิมเลยล่ะ อากา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status