LOGIN“ผมเป็นพี่ชาย เป็นผู้ปกครองของเธอ” | “ฉันเป็นน้องสาวของเขา ไม่มีทางเป็นมากไปกว่านั้น”
View Moreบลู
“น้องสาวมึงนี่ยิ่งโตยิ่งสวยว่ะ ไม่เห็นเหมือนมึงเลย ยิ่งโตยิ่ง...” ฉันชะงักทันทีที่พี่เกรย์เพื่อนของพี่บอมทักในระหว่างที่กำลังวางจานขนมกับพวกกับแกล้มลงบนโต๊ะ “เดี๋ยวกูถีบ” ฉันเงยหน้ามองพี่บอมที่กำลังยกเท้าขึ้นทำท่าจะถีบพี่เกรย์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “มีน้องสาวสวยแล้วหวงเพื่อนเหรอ” พี่เกรย์ยังคงพูดจากวนประสาทเบื้องล่างพี่บอมไม่เลิก ไม่ว่าเขาจะมาที่บ้านกี่รอบ เขาก็พูดแบบนี้กับพี่บอมทุกรอบ “เอ้า น้องสาวใครใครก็หวง หรือมึงไม่หวงน้องสาวมึง” พี่อ๊อฟเพื่อนสนิทอีกคนของพี่บอมเสริมพลางมองไปทางพี่เกรย์ที่โดนถามอย่างไม่ทันตั้งตัว “ก็หะ...” “มีอะไรก็ไปทำ ถ้าไม่เรียกก็ไม่ต้องออกมา ตรงนี้แมลงหวี่มันเยอะ” พี่เกรย์ที่กำลังจะอ้าปากพูดถึงกับชะงักไปทันทีที่พี่บอมพูดแทรก ส่วนฉันก็ได้แต่พยักหน้าอย่างรับรู้แล้วรีบปลีกตัวออกมาจากห้องนั่งเล่นที่พี่บอมและเพื่อนอีก4คนของเขากำลังดื่มกันอยู่ “โธ่ไอ้บอม พวกกูแซวแค่นี้ถึงกับไล่น้องเลยเหรอวะ มีน้องสาวสวยก็เอาออกมาโชว์ตัวบ้าง พวกกูจะได้กระชุ่มกระชวยหน่อย” นี่เป็นประโยคที่ฉันได้ยินก่อนที่จะเดินห่างห้องนั่งเล่นมา เสียงนั้น...น่าจะเป็นเสียงของพี่คิวที่หน้าตี๋ๆล่ะมั้ง บอกตามตรงว่าฉันเองก็ไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนๆของพี่บอมสักเท่าไหร่หรอก ฉันเจอพวกพี่เขามาตั้งแต่พี่บอมอยู่ปีหนึ่งจนตอนนี้พี่บอมเรียนจบมาสองปีแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าฉันรู้จักกับเพื่อนๆของเขามา6ปี แต่ว่าฉันก็ไม่ได้สนิทอะไรกับพวกพี่เขาเท่าไหร่หรอกเพราะว่าไม่ค่อยได้ออกมาสุงสิงด้วย “ฝากทางนี้ด้วยนะคะป้า เดี๋ยวบลูเข้าไปทำงานต่อก่อน” ฉันวางถาดลงบนโต๊ะก่อนที่จะบอกป้าตาแม่บ้านที่ดูแลฉันและบ้านหลังนี้ออกไป “ได้ค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้าจัดการเอง คุณบลูไปทำงานต่อเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วง” “ค่ะ” ฉันพูดพลางส่งยิ้มบางๆให้ป้าตาก่อนที่จะรีบเดินมายังห้องนอนของตัวเองแต่ทว่า... หมับ!! “พี่บอม...บลูเจ็บนะคะ” ฉันพูดพลางพยายามแกะฝ่ามือหนาของพี่บอมออกจากต้นแขน แต่พี่บอมกลับเงียบไม่ยอมพูดจาอะไรแล้วลากฉันเข้ามาในห้องนอนทันที ปัง!! “ใครสั่งให้ออกไปข้างนอก พี่เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าเวลาที่เพื่อนพี่มา ห้ามบลูเสนอหน้าออกไป” พี่บอมตวาดพร้อมกับเหวี่ยงฉันลงบนโซฟาตัวเล็กๆที่ตั้งอยู่ข้างประตูห้องนอน “บลูก็แค่...” “ห้ามออกไปอีกจนกว่าพี่จะมาตามเอง” เขาสั่งก่อนที่จะเดินออกยากห้องไปอย่างฉุนเฉียว พร้อมกับปิดประตูห้องลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งเขาไม่ปล่อยให้ฉันได้อธิบายอะไรเลย อยู่ๆก็มาขึ้นเสียงใส่แล้วก็ไป อะไรของเขากัน หมู่นี่หงุดหงิดใส่ฉันบ่อยเกินไปแล้ว บอม “มาพอดีเลย มึงดูนี่ กูหาเจอแล้วนะ” ทันทีที่ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง ไอ้เกรย์มันก็รีบกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆมันทันที “หาอะไรเจอวะ แล้วไอ้สามตัวนั้นไปไหน” ผมถามแล้วเดินมานั่งข้างๆไอ้เกรย์ “พวกมันไปซื้อเหล้า มึงดูนี่ เป็นไง กูเก่งป่ะล่ะ” ไอ้เกรย์มันพูดพร้อมส่งมือถือของตัวเองมาให้ผม “มึงนี่มันสุดยอด เดี๋ยวกูให้ติ๊บ” ผมพูดกับไอ้เกรย์พลางเลื่อนดูรูปในมือถือของมันอย่างตื่นเต้น “คนนี้มึงเอาจริงดิ” ไอ้เกรย์มันถาม “เออ” “แหมไอ้บอม ดูไม่ละสายตาเลยนะ ไอ้ห่านี่” ไอ้เกรย์มันแซวเมื่อผมยังคงเลื่อนดูรูปผู้หญิงที่ผมเจอเธอเมื่อหลายวันก่อนแต่ไม่กล้าเข้าไปขอเบอร์ เธอสวย หุ่นดี หน้าตาแบบตรงสเปคผมเลย “กูว่าจะจริงจัง” ผมบอกไอ้เกรย์ออกไป “โห มึงนี่มันสุดยอด ดูให้ดีก่อนเถอะว่าน้องเขามีผัวแล้วรึเปล่า” “ไม่มี” “มึงรู้ได้ไง” “เซ้นส์กูดี”หลายเดือนต่อมา “บลูจำออมได้ใช่ป่ะ” พี่บอมเอ่ยถามหลังจากที่ทิ้งตัวนั่งลงตรงปลายเตียงก่อนจะยื่นมือมาอาสาช่วยฉันเช็ดผมที่กำลังเปียกหมาดๆ “แฟนเก่าพี่บูมใช่มั้ยคะ” ฉันย้อนถามพี่บอม “ไม่ใช่แฟนเก่าสักหน่อย สองคนนั้นมันไม่เคยเลิกกันด้วยซ้ำ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันกลับมามองพี่บอมที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเช็ดผมให้ฉันอยู่ จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงก็ที่เจอกันคราวก่อนพี่ออมยังมากับแฟนใหม่แล้วก็ลูกของเธออยู่เลยนี่นา จำได้ว่าตอนนั้นฉันไม่พอใจมากๆเลยที่เห็นว่าเธอมีครอบครัวไปแล้ว “จะไม่เคยเลิกกันได้ยังไงคะ ก็ในเมื่อพี่ออมมีครอบครัวไปแล้ว” ฉันเอ่ยถามพี่บอมเสียงแผ่วส่วนเขาก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงสงสัย “ถ้ามีลูกน่ะใช่ แต่ออมยังไม่เคยแต่งงานนะ” พี่บอมว่า ยิ่งเขาพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก “แต่คราวก่อนที่เจอกันบลูเห็น…” “ไอ้นั่นน่ะเหรอ มันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับออม อีกอย่างมันไม่ไม่ได้ชอบผู้หญิงสักหน่อย” ฉันอ้าปากหวอพร้อมเบิกตาโพลงอย่างตกอกตกใจหลังจากที่รู้ว่าผู้ชายที่หล่อและดูดีทุกกระเบียดนิ้วที่ฉันเจอตอนนั้นเขาเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกับพี่ออม แถมเขายังไม่ชอบผู้หญิงอีกต่างหาก แต่เขางานด
บลู ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบากเพราะอาการปวดร้าวตามเนื้อตัวรุมเร้า บอกแล้วว่าฉันห่างเรื่องพวกนั้นมานานบวกกับเมื่อหลายชั่วโมงก่อนพี่บอมไม่ยอมปล่อยฉันเป็นอิสระง่ายๆเพราะเขาเอาแต่อ้างว่าคิดถึงฉันอย่างโน้นอย่างนี้ ส่วนฉันก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจนยากจะถอนตัว นี่ก็ฟ้ามืดแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ยอมปลุกฉัน เลยเวลาอาหารเย็นของน้องบอสมานานแล้วด้วย “หื้ม?” หลังจากที่ออกมาด้านนอกฉันก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็น สองคนพ่อลูกนอนกอดกันกลมอยู่บนโซฟาเบดหน้าทีวี ตรงกลางโต๊ะมีอาหารสำหรับคนสองวางอยู่จานหนึ่งเป็นของพี่บอม ส่วนอีกจานก็เป็นอาหารสำหรับเด็กเล็กที่เดาว่าเขาน่าจะลงมือทำเองเพราะที่ครัวเปิดไฟสว่างจ้าอยู่ ฉันเดินข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบผ้าห่มออกมาห่มให้สองคนพ่อลูกที่ยังคงนอนกอดกันกลม ไม่อยากปลุกหรอกเพราะกลัวว่าจะงอแงกันทั้งคู่ ไม่รู้ว่าเขาออกมาอยู่กับลูกตั้งแต่ตอนไหน แต่จากที่คาดเดาจากสายตาและข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้องฉันว่าเขาคงอยู่กับลูกสองคนนานพอสมควรแล้ว แล้วออสตินเองก็อาจจะกลับไปหลังจากที่เขาออกมาจากห้องนั่นแหละ ฉันจัดการเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่ให้เป็นระเบี
“อึก…” ฉันครางอึกอักในลำคอหลังจากที่พี่บอมทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างเร่งเร้า ตั้งแต่ที่พวกเราสองคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องเขาก็ยังยุ่มย่ามอยู่กับริมฝีปากฉันไม่เลิก แถมมือไม้ก็ยังว่องไวสัมผัสตรงโน้นตรงนี้ตามร่างกายของฉันอย่างช่ำชอง ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาถึงเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีคนตัวโตก็นอนคร่อมร่างฉันเอาไว้ซะแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสของเขามันทำให้ฉันรู้สึกซาบซ่าน หวามไหว ฉันคิดถึงสัมผัสนี้ ฉันคิดถึงอ้อมกอดนี้มากเหลือเกิน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนฉันก็ไม่เคยลืมสัมผัสของเขาได้เลยสักครั้ง “อือออ” ฉันกัดริมฝีปากพร้อมครางออกไปอย่างลืมตัวเมื่อริมฝีปากร้อนฉ่าที่เคล้าคลออยู่ตรงบริเวณต้นคอเมื่อครู่เคลื่อนมางับที่ติ่งหูของฉันอย่างแผ่วเบา “คิดถึงจัง…” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหูของฉันอย่างเซ็กซี่ ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หอบถี่ของพี่บอม รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าตอนนี้เขาต้องการฉันมากแค่ไหน กว่าสามปีที่พวกเราไม่มีกิจกรรมอย่างว่าเพราะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก กว่าสามปีที่พวกเราไม่เข้าใจกันเพราะเหตุผลที่อาจฟังไม่ค่อยเข้าท่า พอได้เจอได้ปรับความเข้าใจกันพวกเราก็เหมือนมีบางอย่างดึงดูดเข
“แม่ของลูก ที่แปลว่าเมียน่ะ” พี่บอมประชิดตัวฉันทันทีที่พูดจบประโยค “อ๊ะ!” ฉันถอยหลังจนชนเข้ากับซิงค์ล้างจานจนเกือบเสียหลักแต่ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดมาโอบรอบเอวของฉันเอาไว้ได้ทันพร้อมกระชากฉันเข้าหาตัวจนช่วงอกของพวกเราเสียดสีกันเบาๆ ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ อาจเป็นเพราะพวกเราสองคนอยู่ใกล้กันมากเกินไป หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือฉันยังไม่สามารถเลิกคิดถึงเขาได้เลยสักวินาทีเดียว สามปีที่ผ่านมามีคนเข้าหาฉันมากหน้าหลายตา แต่ยังไม่เคยมีสักคนที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผู้ชายตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้ “พูด…อะไรของพี่…คะ” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะริมฝีปากของพวกเราอยู่ใกล้กันมากจนเกินไป ขืนพูดมากกว่านี้ฉันกลัวว่ามันจะสัมผัสกันเข้าซะก่อน “แม่ของลูกก็คือเมียอยู่แล้ว ถูกไม่ถูก” พี่บอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เจ้าเล่ห์แบบที่เขาเป็น สายตาของเขาเวลาที่พูดประโยคแบบนี้มันช่าง…มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนฟังอย่างฉันหลงไหลซะไม่มี “แต่บลูไม่ใช่…” “บลูเป็นเมียพี่ เมียก็คือแม่ของลูก แม่ของลูกก็คือเมีย พี่ไม่รับฟังความเห็นต่าง” พูดจบริมฝีปากกรุ่นร้อนของพี่บอมก็