เข้าสู่ระบบ“ทำไม จะปฏิเสธฉันเหรอ” เขาถามแล้วขยับเข้าหาหล่อน เอื้อมมือไปปลดสายเบลท์ของริษา
“เราไม่ควรทำแบบนี้”
“อย่าจูบตอบสิ แล้วฉันจะไม่ทำ” ถ้อยวาจาที่แสนท้าทายดังขึ้นก่อนร่างที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามอย่างชายหนุ่มจะเคลื่อนไปหาริษา เขารั้งศีรษะหล่อนเข้ามา จ้องดวงตากลมโตที่กำลังวาววับแล้ววางริมฝีปากจุมพิตดิบดี หล่อนไม่ทำแม้แต่ดิ้นหนี แม้ตอนแรกไม่ยอมเปิดปากให้เขาจุมพิตดีๆ แต่เมื่อเขาบดบี้ปากลงไปซ้ำๆ เลียไล้ริมฝีปากล่างของหล่อนถี่ๆ มีหรือริษาจะไม่ยินยอม
“คนโกหก” เขาว่าหล่อน
“คะ?”
“เธอ...ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะกล้าทรยศแฟนตัวเอง เธอเป็นคนดีมากกว่านั้น ฉันรู้”
“คุณกร...” ดวงตาของริษาหลุบต่ำอย่างคนที่ทำความผิด และนั่นทำให้ภากรยิ้มออกมาอย่างสมใจ
“เธอโกหกฉันใช่ไหม พูดมาริษา พูด!”
หญิงสาวยังเม้มปากแน่น เบือนหน้านหนีแต่ถูกมือแข็งแรงจับคางมนให้หันมาเผชิญหน้า
“จะทำก็รีบทำสิคะ เดี๋ยวคนอื่นสงสัยนะว่าทำไมเราไปถึงงานช้า”
“แม่ง! สนใจกันบ้างได้ไหม! เวลาที่ฉันเห็นเธอสำคัญ เธอก็ควรให้ความสำคัญฉันบ้าง!” เขาสบถพร้อมถ้อยวาจาประชดประชัน
ริษาเงียบไปครู่หนึ่ง ความกดดันอัดแน่นในอกเธอแต่เขาไม่มีวันรู้
“เราอาจจะสายจริงๆ ถ้าคุณมัวแต่โมโห และริษาจะตกที่นั่งลำบาก คุณยุภาไม่ปล่อยริษาแน่”
“ทุกคนในบ้านสำคัญกับเธอหมด ยกเว้นฉัน!”
เธอส่ายหน้าปฏิเสธ หัวคิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิง เขาน้อยใจหรือเปล่านะ หรือแค่โมโหในสิ่งที่เธอเป็น
“ไปเถอะค่ะ เราต้องรีบไปให้ถึงงานก่อนสามทุ่มนะคะ”
“ช่างแม่ง!”
พอได้ยินวาจาอันฉุนเฉียวราวกับเด็กน้อยเอาแต่ใจ ริษาก็นึกขัน เขาจะเอาอะไรกับคนอย่างเธอกันนะ ทำไมต้องมาคอยวุ่นวาย ทำไมต้องคอยมาแกล้งให้เธอหวั่นไหวด้วย
“คิดดีแล้วหรือคะที่จะทำแบบนี้ วันข้างหน้าเรื่องมันอาจยุ่งยากกว่านี้ก็ได้”
“เพราะแฟนอุปโลกน์ของเธองั้นสิ”
“เพราะคุณยุภาต่างหาก”
อารมณ์โมโหของภากรค่อยๆ ลดระดับลงเมื่อสมองกำลังคิดไตร่ตรอง ทั้งคำพูด แววตาและการกระทำของหล่อน มันกำลังสื่อถึงบางอย่างใช่ไหม
ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนของหล่อนขึ้นมอง ดวงตาดำขลับที่เปลือกตาถูกแต่งแต้มด้วยสีสันเหมือนว่ากำลังเฉลยบางอย่างให้เขารู้
“เธอ...ชอบฉันใช่ไหม”
ริมฝีปากงามเม้มแน่นราวกับจะบอกทางอ้อมว่าไม่มีทางพูดออกมาอย่างเด็ดขาด
“ริษา...เธอแอบมีใจให้ฉันใช่ไหม ตอบสิ! ตอบเร็วเข้า!”
ริษาของคุณกรยังเงียบอยู่ ริมฝีปากขยับเม้มแล้วเม้มอีก
“จะอยากรู้ไปทำไมคะ”
“ก็อยากรู้นี่”
“คุณกร...ดีพอให้ริษารักหรือคะ”
“แล้วฉันยังดีไม่พอเหรอ” ทวงถามอย่างงงๆ ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนี้ ยังไม่ดีอีกหรือ
ริษาส่ายหน้าทันใด ภากรรั้งลำคอเธอไปใกล้ จนใบหน้าเธออยู่ห่างจากใบหน้าเขาไม่ถึงครึ่งฝ่ามือ
“แล้วแต่! ฉันก็ไม่ได้รักเธอซะหน่อย”
“งั้นก็ปล่อยสิคะ เราเสียเวลามามากแล้ว” เธอดันเขาออกแต่เขาไม่ยอมขยับกาย ดวงตาคู่ร้ายทอทอดแววที่ชวนให้คนมองลุ่มหลง มือขวาของเขาวางลงบนตักเธอ มันค่อยๆ สอดเข้าใต้ชายกระโปรง หัวใจเธอเต้นแรงอีกครา ฝ่ามืออุ่นที่กำลังคืบคลานเข้ามากำลังล่อลวงให้เธอเสียคน
“เธอบอกเองว่าจะทำก็รีบทำนี่” เขาทวงคืนถ้อยวาจาที่หล่อนเคยเอ่ยออกมา หล่อนเปิดทางให้เขาเองนะ
ริษาอึกอักพูดไม่ออก เธอไม่น่าปากไวพูดอะไรแบบนั้นออกไปเลย
“มองตาฉัน”
เขาสั่งแต่ริษาไม่ทำตาม เธอมองแต่เนกไทบนอกเขา กระทั่งปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนเธอขึ้นอีกคราหนึ่ง และตอนที่เขาบดจูบร้อนๆ ลงมาก็ปรากฏว่าเบื้องล่างนั้น กางเกงชั้นในตัวจ้อยจิ๋ว ถูกนิ้วเขาเกี่ยวลงมาที่ท่อนขาเรียวๆ
“อือ...คุณกร...”
เสียงครางนั้นช่างหวานหูดีแท้ ภากรได้ยินยิ่งพึงใจ เขายิ้มอย่างผู้ชนะตอนที่ถอนจูบริษา วงหน้างามแดงก่ำกับดวงตาที่ปรือฉ่ำหวาน สื่อให้รู้ว่าหล่อนต้องการสิ่งใด
“น่าเอ็นดูเสียจริง แค่จูบ...ก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวแล้ว”
พอถูกเขาล้อริษาก็ให้ละอายใจ แต่จะทำอย่างไรได้ ก็ร่างกายมันร้อนจริงๆ นี่นา นานมากแล้วนะ ไม่ใช่แค่วันสองวันที่เขาได้จับจูบลูบคลำร่างนี้ เขาอ่อยเหยื่อไว้นานแล้ว เหลือแค่รอเวลาเชือดเธอเท่านั้นเอง
“ไปที่เบาะหลัง”
ภากรสั่งสั้นๆ ก่อนที่ประตูรถจะถูกเปิดปิดอย่างรวดเร็ว และพวกเขาได้ย้ายมานั่งเคียงกันที่เบาะหลัง ลมหายใจของริษาดังเข้าออกแรงๆ หล่อนคงตื่นเต้นไม่น้อย เขาขยับเนกไทให้หลวมขึ้น ก่อนจะดึงเข็มขัดและกางเกงออกจากท่อนขา ริษายังเงียบอยู่ พุ่มทรวงของหล่อนยังกระเพื่อมไหวถี่ๆ ยั่วกิเลสเขานัก
“ถอดเสื้อสิ”
“คือว่า...นี่มัน ข้างทาง”
“หรือจะไปม่านรูดล่ะ”
เธอส่ายหน้าพรืด ค่อยๆ ดึงเดรสคอปาดให้ร่นไปกองที่สะเอว ส่วนกางเกงชั้นในนั้น เธอรูดทิ้งไว้ที่เบาะหน้าแล้ว
“ขอถามอีกที เธอไม่มีแฟนจริงๆ ใช่ไหม”
ริษากัดฟันแน่นหนึบ มองคนที่เอาแต่เค้นความจริงซ้ำๆ จนน่ารำคาญ ถ้าบอกว่ามีล่ะ เขาจะหยุดอย่างนั้นหรือ
“มีค่ะ ริษามีแฟน...อื้อ...” เพียงแค่คำพูดนั้นหลุดจากปาก ภากรก็โผร่างเข้าหาเธอ เขาจูบลงมาเน้นๆ จูบแรงๆ บดบี้ขยี้จูบจนปากเธอชาไปหมด เขาดึงร่างเธอเข้าหาอีกนิด ดันขาข้างหนึ่งให้วางอยู่เบื้องล่าง ส่วนอีกข้างนั้นวางพาดกับพนักพิงของเบาะ ในท่านี้ หากเขาเปิดชายกระโปรงขึ้นมาละก็ คงได้ยลโฉมสิ่งที่เขาปรารถนาแน่นอน
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
...........บทที่ 4ล้างกลิ่นวอดก้า...........ณ งานเลี้ยงสุดหรูของนักธุรกิจในแวดวงเครื่องดื่ม ในงานคลาคล่ำไปด้วยเจ้าของผลิตภัณฑ์นานาชนิด รวมถึงนักลงทุนหน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อแลหาช่องทางทำกำไรในธุรกิจประเภทนี้ มีเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายคน และหนึ่งในนั้นคือบิดามารดาของยุริญ
“ริษา...เก่งมาก...เก่งมากเลยรู้ไหม” ชื่นชมคนที่ตัวเองกำลังกอดรัดอยู่ รับรู้ถึงแรงหอบหายใจอันรุนแรงของหล่อน เขาผละจากการกอดร่างงาม ดึงหล่อนออกจากอ้อมแขนเพื่อจะพบเจอสตรีที่งดงามที่สุด วงหน้าหล่อนยังแดงเรื่อ ผิวหน้ามันวาวด้วยหยาดเหงื่อ พวงผมยาวๆ ที่เกล้าไว้ดิบดีก็หลุดลุ่ย “เจ็บไหม..” ยามเอ่ยคำถามออกไป
“ฉันรับสายตอนนี้ไม่ได้ ฉัน...” เขาอ้าปากค้าง เมื่อการขยับร่างเพียงเล็กน้อยของริษาพาให้เกิดความเสียวสยิวไปทั่วผิวเนื้อ ยิ่งตอนที่หล่อนก้มมองเบื้องล่างแล้วดึงเอาชายชุดเดรสไปกอดไว้ เผยเนินเนื้อนุ่มนูนที่กำลังอ้าอมเอาความใหญ่ยาวแข็งกร้าวไว้จนมิด เขา...ก็แทบจะปามือถือทิ้งครืดๆ ครืดๆหมับ!โทรศัพท์ของภา
“มีแฟนแล้วแต่ยอมให้ฉันจูบเนี่ยนะ ตลก!”“ทำไมคะ ทีคุณก็ไม่คิดจะรักกัน ยังมาจูบริษาเลย”“หึ! แสดงว่ากับแฟนคงจูบกันด้วยความรักสินะ”“ค่ะ ทั้งรัก...ทั้งหลง”“ถ้าทั้งรักทั้งหลง ป่านนี้คงไม่ได้แค่จูบแล้วมั้ง คงจะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วสิ”ริษาไม่ตอบคำถาม เธอแค่ยิ้มเยาะเขาไปทีหนึ่ง รอยยิ้มเย็นชาที่ภากรแลเห็







