LOGIN++++ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงมันเกินเลย ย่อมเป็นธรรมดาที่พี่แทนแสนดีต้องรับผิดชอบ แต่ว่าน้องยุนี่สิ น้องไม่เข้าใจพี่! ****** “หมายความว่าไง ไม่ได้จะให้พี่รับผิดชอบเหรอ” “ไม่!!! จะบ้าเหรอ พี่พูดอะไรเนี่ย อย่าพูดเรื่องแต่งงานนะ มันน่ากลัววว!!!” ยุริญดาตาแทบถลน แทนไทเริ่มนั่งไม่ติด หล่อนดูไม่แคร์สิ่งที่เกิดขึ้นเลย “แต่ว่า...เราสองคนเกินเลยกันไปแล้ว เราต้องแต่งงานกัน” “เฮ้ยพี่! จิ้มกันแค่ครั้งสองครั้ง ทำไมฉันต้องเอาชีวิตไปผูกติดกับพี่ด้วยล่ะ” “ยุ!?” “ไม่รู้แหละ ถ้าพี่อยากให้แต่ง ไปหาข้อดีมาสักสิบยี่สิบข้อซิ ถ้าแต่งกับพี่แล้วดีกว่าอยู่คนเดียว ฉันจะแต่ง!” “เธอล้อกันเล่นใช่ไหม”
View More----------
พี่แทน แซ่บมาก!
บทที่ 1
แอบแซ่บในอุโมงค์เด็กเล่น
----------
บ้านไกรวัลย์ ปี 2555
วันหนึ่งในฤดูแห่งลมพายุ เวลาจวนพลบค่ำ ท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มด้วยเมฆฝนตั้งเค้ามา ยุริญดา ไกรวัลย์ หญิงสาววัยยี่สิบปี หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น กำลังเดินออกมาที่สวนหน้าบ้านด้วยความเคืองใจ เธอเป็นหญิงสาววัยสดใส ที่ครอบครัวค่อนข้างจะหวง เลยไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวข้างนอก ถ้าไปก็ต้องมีคนคอยคุม ชีวิตของเธอจึงมีเพียงบ้านและมหา'ลัยเท่านั้น
วันนี้ก็เป็นเช่นหลายๆ วันที่ผ่านมา ยุริญดาทะเลาะกับบิดามารดาในเรื่องเดิมๆ เรื่องของเรื่องก็คือพวกท่านกลัวว่าเธอจะโดนผู้ชายหลอก กลัวว่าจะท้องป่องด้วยว่าสังคมสมัยนี้มันน่ากลัว ทุกวันเธอเลยถูกคุมเข้ม มีอิสระบ้างก็ตอนไปเรียน แต่จะว่าอิสระก็ไม่ถูกนัก เพราะตอนไปเรียนเธอก็แทบไม่มีเวลาทำอะไร นอกจากเรียนตามโปรแกรมที่วางไว้ เธอยังมีเรียนพิเศษโน่นนี่นั่นอีกเพียบ
แค่คิดยังเหนื่อย ส่วนเรื่องแฟนหนุ่มนั้น อย่าได้คิดฝันว่าเธอจะมี บิดามารดาไม่รู้หรือ เพื่อนๆ ที่มหา’ลัยเขาออกไปเผชิญโลก ต่างมีคู่ของตัวเองกันหมดแล้ว
ซ่า...ซ่า...
จู่ๆ ฝนก็ตกลงมา ยุริญดาวิ่งหาที่หลบ แลเห็นสนามเด็กเล่นของน้องชายก็วิ่งเข้าไปที่อุโมงค์ท่อลอด นึกไม่ถึงว่าจะมีคนเข้ามาหลบฝนก่อนเธอ เธอหันหลังจะกลับเข้าตัวบ้าน แต่ฝนก็ลงเม็ดหนักเกินกว่าจะเดินฝ่าให้เปียกปอน บ้านเธอกว้างใหญ่อย่างกับวัง ไม่ใช่แค่สองนาทีแน่ๆ ถ้าต้องวิ่งเข้าบ้านอย่างนี้
ยุริญดาจำต้องลอดเข้าใต้อุโมงค์ที่ทำจากอิฐมอญแดง เพื่อหลบฝนที่กำลังกระหน่ำเท
ซ่า...ซ่า...
แค่กๆ แค่กๆ
เธอไอโขลกๆ เมื่อควันบุหรี่ของเพื่อนพี่ชายลอยคลุ้งอยู่ในอุโมงค์ที่กว้างและสูงพอจะให้พวกเธอนั่งหลบฝนได้ อีกฝ่ายมองปราดมา แสงจากดวงไฟที่ส่องเพียงเล็กน้อยทำให้เธอเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่เดาว่าเขามองเธอด้วยสายตาตำหนิ
“เหม็นก็ออกไปสิ”
แทนไท เทวัฒน์ สั่งเสียงเรียบนิ่ง แต่ยุริญดาทำคอแข็งเชิดใส่
“พี่แทนนั่นแหละเลิกสูบ มันเหม็น”
แทนไทตีมึน ไม่สนไม่แคร์ ยังพ่นควันสีขาวขุ่นใส่หน้ายุริญดา ฝนที่ตกอยู่ข้างนอกทำให้เขาเซ็ง บ้านเขาอยู่ข้างๆ นี่เอง เขามาหาพี่ชายของหล่อนและกำลังจะเดินกลับก็ปรากฏว่าฝนเทลงมาเสียก่อน
“พี่แทน ยุเหม็นบุหรี่ ดับซะ!”
แทนไทฟังเสียงยุริญดาแล้วยิ่งรำคาญ แต่เม็ดฝนกลับบังคับให้เขาขยับเข้าใกล้หล่อนอีก ยุริญดาก็เช่นกัน จำต้องขยับมาหาแทนไทที่กลางอุโมงค์ ยิ่งฝนตกกระหน่ำ แสงไฟในสนามก็ยิ่งเบาบางลง เหลือเพียงแสงสีส้มวูบวาบจากมวนบุหรี่ที่แทนไทคีบไว้ด้วยริมฝีปากเท่านั้น
ยุริญดาอดทนต่อกลิ่นไม่ไหวก็เอื้อมมือไปคว้าบุหรี่ของเขา เธอดีดหวือออกไปข้างนอกจนเม็ดฝนทำให้บุหรี่มวนนั้นมอดดับลง
แทนไทหันมองแม่ตัวแสบ ดวงตาคมเข้มขุ่นขวาง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เป็นเหี้ยอะไรวะ! คนจะดูดบุหรี่!”
ยุริญดาหน้าเจื่อน กลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ต่อหน้าพ่อแม่เธอ แทนไทไม่เคยพูดจาหยาบคายแบบนี้เลย
“นี่บ้านฉัน อยากสูบก็ไปสูบบ้านพี่สิ”
“แหกตาดูซะบ้างว่าฝนมันตก” เถียงน้องสาวเพื่อนที่อายุห่างกันแค่ปีเดียว ไม่อยากมองหน้าหล่อนหรอก เพราะใบหน้าซื่อๆ กับเรือนร่างชุ่มน้ำฝนนี่ช่างยั่วกิเลสสิ้นดี หล่อนไม่รู้กระมังว่าตัวเองเซ็กซี่แค่ไหน
ในความเป็นจริงนั้น เขาได้แต่แอบมองยุริญดาอยู่ห่างๆ เพราะหล่อนเป็นเหมือนไข่ในหินที่ครอบครัวสุดหวงแหน ยิ่งหล่อนเป็นน้องสาวเพื่อน ความคิดที่ว่าจะจัดหล่อนรวมไว้ในรายชื่อสาวๆ ที่เคยพาขึ้นเตียงเลยต้องตกไป แต่ตอนนี้เขาชักอดใจไม่ไหว บรรยากาศมันชวนให้ตบด้วยปากกระชากด้วยลิ้นเหลือเกิน
“มองอะไร อย่ามองนะ” ยุริญดายกมือป้องอก
แทนไทไม่สน เขาปัดมือหล่อนออกแล้วตะปบมือลงหน้าอกข้างหนึ่งของหล่อนทันที
หมับ!
ยุริญดาตัวชา หน้าซีดเผือด เธออึ้งจนแทบช็อก พี่แทนทำบ้าอะไร!?
“ทำไม! ก็มือฉันว่าง เธอดีดบุหรี่ฉันทิ้งทำไมล่ะ”
ยุริญดาพยายามดึงมือแทนไทออกจากพุ่มทรวง แต่แทนไทยิ่งบีบขยำมันแรงขึ้น พวงแก้มเธอร้อนผ่าวขึ้นมา เสื้อที่สวมไม่ได้หนามากมาย ทั้งยังชุ่มน้ำฝน แถมคอเสื้อก็เปิดเปลือยเนินอก ง่ายต่อการที่ปลายนิ้วเขาจะสัมผัสโดนผิวเนื้อเธอ แล้วในจังหวะที่เธอกำลังอึ้งกับสัมผัสอุ่นๆ สายฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมา
เปรี้ยงงง!!!
“กรี๊ดดด!!!” หญิงสาวโผเข้าหาอ้อมอกชายด้วยความตกใจ เธอกำสาบเสื้อเขาไว้ เสื้อสีขาวของนักศึกษาเคลื่อนขยับตามแรงดึง
ซ่า...ซ่า...
ฝนยังตกกระหน่ำ พอๆ กับหัวใจสองดวงที่เต้นแรงพอๆ กัน ยุริญดาได้สติก่อน เธอผละจากร่างเขา แต่แขนเขากลับรั้งร่างเธอไว้ ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยังครอบครองทรวงอกเธอ
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
...........วันแรกๆ ที่ไม่มีแทนไท ยุริญดาตื่นเช้ากว่าที่เคย เธอคิดว่าเป็นโรคประหลาด เหมือนจะหูแว่วได้ยินเสียงเครื่องดูดฝุ่น และพอมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอคิดไปเอง เธอเลยนอนไม่หลับ คอยแต่จะเงี่ยหูฟังโดยอัตโนมัติเธอกลับมาที่คอนโดฯ คนเดียว แม้ว่ามารดาคะยั้นคะยอให้อยู่บ้า
“คงดีกว่าถ้าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อย ผมจะได้เป็นพยานได้ว่าฝีมือของเจ้านายผมไม่ได้ทำให้คุณถึงแก่ชีวิต”ปิ่นมุกเม้มปาก ปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด“เพราะผลประโยชน์สินะ ช่างเป็นเลขาที่เลอค่าเหลือเกิน”“อือฮึ เชิญ...ผมจะไปส่งคุณที่
สารภาพออกมาอย่างเหลืออด ก็ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปจดทะเบียนสมรส จนถึงวันนี้ก็เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จดสักที ยุริญดาบ่ายเบี่ยงตลอด“พี่อ่า...”ยุริญดาหน้าเง้าหน้างอ อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้ยุ่งยากเลย“พ่อๆ แม่ๆ ถามพี่ไม่เว้น
...........บทที่ 19ความในใจของชายที่เคยเจ้าชู้...........หนึ่งเดือนผ่านไปสองทุ่มเศษๆ ปิ่นมุกนั่งอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง ตรงหน้ามีค็อกเทลสีสวยตั้งประดับ เธอจิบมันช้าๆ ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าใดนัก เรื่องงานไม่ได้มีปัญหาอะไ