LOGINแทนไทตอบมารดาของเพื่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง กิริยาท่าทีก็ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่เหมือนแทนไทตอนที่อยู่กับยุริญดาสักกระผีก
“อืม...ดี ดีเลย สอนน้องด้วยสิ ยัยยุเต้นรำไม่เอาไหนเลย ฝากน้องด้วยนะแทน”
“แม่คะ?”
“หยุดค่ะลูก เต้นกับพี่แทนนะ เต้นกับพี่เขาดีกว่าเต้นกับผู้ชายเจ้าชู้พวกนั้นเยอะเลย นะๆ แม่ไปละ เหมือนพ่อเราจะเรียกน่ะ”
แล้วยุภาก็ฝากฝังปลาย่างตัวเขื่องอย่างยุริญดา ไว้กับแมวตัวโตที่ชื่อแทนไท เขายิ้มอย่างผู้ชนะ มองยุริญดาราวกับอยากเขมือบหล่อนเข้าไปทั้งตัว
“จะด่าว่าแม่ตาถั่วก็กลัวบาป ทำไมแม่ฉันถึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้ขนาดนี้นะ พี่นี่จอมหื่นกาม ทำไมถึงดูไม่ออก”
แทนไทส่ายหน้าพรืด ช้อนดวงตาที่มีแพขนตาดำขลับปกคลุมแล้วยิ้มที่มุมปากด้วยมาดของนักรักผู้เย้ายวนใจ
“ช่างประชด หื่นกามที่ไหนกัน ไม่มี”
“มีสิ มีเยอะด้วย” เธอเถียงเสียงแข็ง จ้องคนที่เอาแต่มองเธอด้วยดวงตาเจ้าชู้ยักษ์ “อย่ามามองฉันอย่างนี้นะ วันนี้ไปแซ่บกับยัยเชอรี่มา ไม่อิ่มหรือไง”
“ไม่อิ่ม เพราะยังไม่ได้กิน ปกติฉันกินเยอะ กินจุ กินดุด้วย”
พวงแก้มของยุริญดาร้อนผ่าวอยู่ใต้เครื่องสำอางราคาแพง และมันก็ได้ร้อนขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อแทนไทวาดมือโอบรอบเอวของเธอ
“ตกลงจะเต้นไม่เต้น”
“ไม่เต้น ต้องเต้นกับพี่ ฉันยืนถอนหายใจทิ้งดีกว่า”
แทนไทมองน้องสาวของเพื่อนอย่างระอาเหลือ
“พอเล่นด้วยนี่เอาใหญ่เลยนะ”
“เอาใหญ่อะไรล่ะ ฉันกับพี่ยังไม่ได้ ‘เอา’ กันสักหน่อย”
ดวงตาของบุรุษหนุ่มกะพริบถี่ๆ ปากก็ได้อ้าค้างเมื่อยุริญดาเอ่ยวาจาอย่างไร้ความกระดาก
“ฉันคงต้องทำตัวให้ชินสินะ ผู้หญิงอะไรปากไวใจกล้าแต่ว่ากินยากชะมัด”
คนใจกล้ายิ้มเผล่เมื่อถูกประชด เธอกระดกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบอึกใหญ่ มือข้างที่ว่างแกะมือเขาออกจากเอว แต่ไม่สำเร็จ แถมแก้วน้ำส้มยังถูกแย่งไปอีก
“พี่! เอามานะ”
“นี่มันกลิ่นวอดก้า”
“น้ำส้มต่างหาก”
“เออ...น้ำส้มก็น้ำส้ม ฉันควรเอาแก้วน้ำส้มไปให้แม่เธอดมไหม”
คนสวยทำหน้างอหงิก ตาขวางขุ่นเมื่อเขาเรียกบริกรมาเก็บแก้วของเธอ ก่อนจะลากเธอไปที่กลางฟลอร์ ในเวลาที่ดนตรียังบรรเลงด้วยจังหวะเนิบช้า ถ้ามีหมอนกับผ้าห่มเธอคงได้ลงไปนอนเป็นแน่
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย เต้นกับฉันเสียหายตรงไหน”
“ไม่เสียหายแต่ไม่สนุก อ๊ะ!” เผลออุทานเมื่อเขารั้งร่างเธอเข้าหา จนอกเธอชนอกเขาเน้นๆ คนฉวยโอกาสก็ได้ยิ้มสมใจ
“จะกอดอะไรนักหนา เดี๋ยวแม่ฉันเห็นก็เป็นเรื่องหรอก”
เขายักไหล่แล้วยอมดึงกายออกห่าง แต่ยังอยู่ในระยะที่สามารถเต้นรำได้อย่างสะดวก ยุริญดาพยายามแล้วที่จะไม่มองหน้าเขา แต่มันช่างยากนักในเมื่อพวกเธออยู่ใกล้กันแค่นี้ เธอยังเต้นไปตามจังหวะดนตรี บางคราด้วยท่วงท่าลีลาของการเต้นรำ ก็ทำให้เนื้อตัวของพวกเธอแนบชิดกัน เธอสูบลมหายใจเข้าลึกเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของแทนไทราดรดลงมาที่ผิวแก้ม มือเขาที่ประคองเธออยู่ก็เริ่มลูบไล้แผ่นหลัง เสียงเพลงยังบรรเลงอย่างลื่นไหล แต่จังหวะการก้าวขาของเธอเริ่มติดขัด
“ฉะ...ฉัน ฉันว่าฉันอาจจะเมา”
“ลืมหรือเปล่าว่าเธอจิบแค่น้ำส้ม”
คนสวยค้อนขวับเมื่อถูกย้อน ทันใดนั้นแสงไฟที่กลางฟลอร์ก็ลดความสว่างลงไปอีก ดนตรีแสนโรแมนติกเพลงใหม่ เริ่มบรรเลงต่อจากเพลงที่เพิ่งจบไป เขาดึงเธอเข้าไปใกล้ อาศัยแสงสลัวพรางกายมิให้มารดาของเธอแลเห็น
“อย่าใกล้ขนาดนี้”
“ทำไม กลัวเหรอ”
“เปล่า...กลัวอะไรเล่า ทำไมฉันต้องกลัวพี่ด้วย พี่ก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ แถมรสชาติงั้นๆ”
“ยุ!?”
“อะไร!”
“ไม่มีใครสอนใช่ไหมว่าอย่าท้าทายผู้ชาย”
“ฉันแค่พูดความจริง!”
ยุริญดาเถียงตาเหลือก เธอแค่พูดความจริงมันผิดด้วยเหรอ แทนไทคงไม่สบอารมณ์ เธอรู้ ดวงตาเขามีไฟกองเล็กๆ ลุกโชนอยู่ เขาจับมือเธอลากออกจากกลางฟลอร์ ตรงไปที่ประตูห้องบอลรูมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เธอไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน วอดก้าที่ดื่มเข้าไปเริ่มทำให้เธอมึนศีรษะ
“พี่...จะไปไหน เดินช้าๆ ไม่ได้หรือไงเล่า”
แทนไทไม่ตอบ เขาเดินมาจนสุดทางเดิน เลี้ยวซ้ายแล้วเจอกับห้องน้ำชาย เขาก้าวเข้าไปก่อน พอไม่เจอใครในนั้นก็เอาป้าย กำลังทำความสะอาด มาแขวนไว้ ก่อนดึงยุริญดาเข้าไปแล้วกดล็อกประตูให้เรียบร้อย
สาวน้อยใจกล้ายังงงอยู่ เธอเอนร่างพิงเคาน์เตอร์ กะพริบตาถี่ๆ เมื่อดวงตาต้องแสงไฟที่สว่างมากกว่าในงานเต้นรำ ลมหายใจของแทนไทราดรดเธอ เขาดันร่างเข้ามาหา จับขาเธอให้แยกออกแล้วแทรกกายเข้ามาตรงกลาง
“อย่า...”
“รู้เหรอ ว่าจะทำอะไร”
เธอพยักหน้าอย่างเกรงๆ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขาเชยคางเธอขึ้น มองเธอราวกับซาตานชั่วช้าที่พบเจอหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยตราบาป
ยุริญดากัดฟันรับความซ่านสยิว บั้นท้ายของเธอกำลังถูกกระทบกระแทก เขาโยกกายเข้ามาคราใดพุ่มทรวงอวบใหญ่ก็ถูไถกับผิวโต๊ะ ดีที่จานขนมปังไส้กรอก วางอยู่ที่บาร์ข้างบน ไม่อย่างนั้นมันคงได้ตกแตกเพราะขาโต๊ะสั่นสะเทือน“พี่...ได้โปรด...ไปที่เตียงได้ไหม!”พอถูกร้องขอ แทนไทก็อุ้มเอาร่างแม่ตัวแสบกลับเข้าห้องนอน ร่างที่เริ่มอวบอัดของว่าที่คุณแม่ ถูกวางลงกลางเตียง เขายังจูบหล่อน จูบซับที่ซอกคอ เรื่อยลงมาที่เนินทรวง ก่อนจะดูดชิมที่ปลายถันอันเล็กจ้อยน่าเอ็นดู เบื้องล่างของหนุ่มสาวยังเชื่อมชิดติดกัน แรงกระสันรัญจวนก่อเกิดมากล้น เส้นขนบนสองร่างก็ลุกพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระเส่าดังมาไม่ขาดสาย ทุกคราที่แทนไทขยับโยกเรือนกาย แม่ตัวแสบยุริญดาก็ได้ส่งเสียงครางยั่วเขาอย่างเย้ายวน“อา...พี่...พี่ขา...อื้อ...”“ยุ...ยุจ๋า...แม่ตัวแสบของพี่...” เรียกแม่ตัวแสบแล้วลากฝ่ามือลูบคลำเสียทั่วร่าง หน้าท้องของหล่อนเริ่มนูนด้วยภาวะตั้งครรภ์ แต่เขาไม่ได้นึกรังเกียจ กลับชอบใจที่เห็นมันนูนขึ้นในทุกคราที่จับหล่อนเปลื้องผ้าอย่างนี้“พี่...ขอ...แรงก
...........พี่แทนแสนดีร้อยยี่ของน้อง...........เช้าวันหยุดที่แสนสดใส ยุริญดาตื่นสายอย่างไม่เคยเป็น เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงอันยับย่น สองหูได้ยินเสียงกุกกักที่นอกห้องนอน กลิ่นขนมปังอบร้อนๆ กับกลิ่นนมเนยอุ่นๆ ลอยเข้ามากระทบปลายจมูก ก็อยากลากสังขารไปหาของกิน แต่มันง่วงหาวไม่หยุด ฮอร์โมนคนท้องนี่ช่างน่าตี“ยุ...ตื่นได้แล้ว จะสิบโมงแล้วนะ”แทนไทที่ตื่นก่อนยุริญดาสักชั่วโมงได้ ร้องเรียกเมียรักอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหารไว้รอแม่คนขี้เซา เขาเปล่ารังแกหล่อนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนนะ เขาต่างหากที่ถูกรังแก หล่อนมายั่วให้เขาอยากแล้วดันหลับไปดื้อๆ ช่วงนี้หล่อนกินง่ายหลับง่าย เหมือนเด็กเลย“ยุ...ตื่นเถอะน่า สายมากแล้วนะ ลูกหิวแล้วรู้ไหม”“ยุยังง่วงอยู่เลยนี่นา”“ไม่หิวเหรอ”“หิวมากกก...ง่วงมากกก...” เธอตอบเขาเสียงยานคาง“พี่ทำมื้อเช้าให้แล้ว เดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูนะ”ครืด!ครืด!ครืด!
“ค่ะ...เราจะไม่ห่างกันไปไหน จะไม่มีใครทิ้งใคร ถึงความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่คนอื่นเขาเริ่มกัน แต่เราก็รักกันดี ใช่ไหมพี่”“แน่นอน แถมรักมาก รักหัวปักหัวปำแล้วเนี่ย” ยืนยันถ้อยวาจาด้วยการหอมแก้มเมียรักไปทีหนึ่ง ยุริญดาก็ยิ้มแป้นชอบใจแสงตะวันค่อยๆ ร้างลา แต่หยาดฝนยังโปรยปรายมาไม่หยุดหย่อน บางคราวสายลมก็หอบเอาไอฝนเข้ามาในอุโมงค์“ยุหนาวไหม”“นิดหน่อยค่ะ พี่กอดยุแน่นๆ สิ ถ้าหนาว”แล้วสองแขนของแทนไทก็โอบกระชับร่างยุริญดา หล่อนนอนซ้อนเขาโดยที่แผ่นหลังหล่อนพิงกับอกเขาดิบดี ยุริญดามองแสงตะวันที่จางลงทุกขณะ ดวงตะวันกำลังจะร้างลา เพื่อมาทอแสงอีกคราในวันพรุ่งนี้ เหมือนว่า...สิ่งดีๆ ระหว่างเธอกับเขาจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน“พี่”“อือ...”“พี่ชอบกุหลาบหรือว่าลิลลี่”“ลิลลี่สิ”“พี่ชอบสีชมพูหรือสีฟ้า”“พี่ชอบสีเขียว”ยุริญดาเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามี หากหันหน้าเข้าหากันละก็ เขาคง
สักวันเขาคงมีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจ เหมือนอย่างริษา หล่อนมีสามีที่รัก มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ มีครอบครัวใหญ่ ที่หล่อนปรารถนามาแสนนานอีกฟากของปาร์ตี้ริมสนาม ริษานั่งดมยาดมฟืดๆ ได้กลิ่นบาร์บีคิวบนโต๊ะแล้วเธอเวียนศีรษะ“เอ...คู่นั้นนั่นยังไงกันนะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”“ใครคะ”“ก็...พี่อธิปของริษาไง กับเลขาไอ้แทนน่ะ”“พี่อธิปไม่ใช่ของริษาสักหน่อย ของริษามีแค่คุณกรคนเดียว”พอเมียรักเอ่ยอย่างนั้น ภากรก็ได้ยิ้มหน้าบาน“รักเมียจัง”ริษาคลี่ยิ้ม แต่ก็ต้องอัดยาดมเข้าจมูกอีก“คุณกร ริษาเหม็นบาร์บีคิว เอาไปห่างๆ ได้ไหม”ภากรรีบยกจานบาร์บีคิวไปคืนน้องชาย เมียรักไม่ชอบกลิ่นของย่าง ได้กลิ่นแล้วต้องอัดยาดมเข้าปอดแรงๆ“ไหวไหมคนดี เข้าบ้านดีไหม”“ไม่เอา ทุกคนยังอยู่นี่เลย”“ไม่เป็นหรอกน่า มามะ ไปกัน เหมือนฝนจะตกแล้วด้วย”ภากรคาดเดา สายลมพัดมาพร้อมไอเย็น ราวกับว่ามีฝนตกอยู่ไกลๆ อากาศเริ่มชื้น
ปิ่นมุกมองลุงไตรของเธอนั่งยิ้มอย่างสุขใจก็พลอยยินดี ท่านคงมีความสุขไม่น้อยที่คุณมัทรีกลับมาอยู่ด้วยกัน วันนี้เธอถูกเรียกตัวมาที่นี่ นัยหนึ่งเพื่อเป็นพยานระหว่างสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองครอบครัว แผลบนหน้าผากที่ยุริญดาสร้างไว้ยังทิ้งรอยจางๆ แต่เธอจะหมั่นทายา สักวันมันต้องหาย เช่นเดียวกับแผลที่หัวใจ“ไหม้แล้ว เฮ้อ...หนุ่มสาวสมัยนี้ ย่างบาร์บีคิวไม่เป็นหรือไง”เสียงบ่นอยู่ใกล้ๆ ทำให้ปิ่นมุกต้องหันมา ตัวขวางความสุขของเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาย่างบาร์บีคิว“มันเยอะแล้วลุง เดี๋ยวกินไม่ทัน” เธอว่าให้เลขาของยุริญดา เขาเองก็มาที่นี่ในวันนี้ด้วย“ไม่เยอะหรอกน่า นั่นๆ สไมล์เดินมาโน่นแล้ว”“พี่สาวคนสวยคร้าบ ขอบาร์บีคิวอีกครับผม”สไมล์ยื่นจานเปล่าให้พี่สาวคนสวย เขายิ้มกว้างให้สมชื่อสไมล์ ยิ้มจนเลขาของพี่สาวอดเขม่นไม่ได้“ไม่รออยู่ที่โต๊ะล่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้”อธิปเอ่ยอาสา สไมล์ส่ายหน้าพรืด“ไม่เอา อยากเห็นหน้าพี่สาวชัดๆ พี่ทำงานกับว่าที่พี่เขยของผมเหรอ”
“คุณชนะ!”สามีวัยเลยหนุ่มยกมือยอมแพ้ เมื่อได้ยินเสียงแข็งๆ ของภรรยายุริญดาเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นเงียบๆ แม่นะแม่ ทีลูกสะใภ้นี่ให้ทั้งเงินให้ทั้งของ ทีลูกสาวนี่เรียกสินสอดว่าที่สามีของเธอตั้งร้อยล้าน ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน!“ลำเอียงชัดๆ” แม่ตัวแสบค่อนขอด เปิดกล่องเครื่องประดับของตัวเองแล้วไม่ค่อยพอใจ มันก็ใหญ่ละนะ แต่ถึงจะใหญ่อย่างไรก็เล็กกว่ากล่องของพี่สะใภ้อยู่ดีภากรเปิดกล่องออกให้น้องสาวดูชัดๆ ยุริญดาตาเบิกโต เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน โอ๊ยยย!!! อยากจะย้อนภาพเก่าให้ดูเหลือเกิน ภาพตอนที่คุณนายยุภาเกลียดลูกสะใภ้นั่นน่ะ“อะไรยัยยุ”“ก็ทำไมของหนูได้น้อยกว่าพี่สะใภ้”“แล้วจะทำไมยะ ได้เท่านั้นก็เอาเท่านั้นแหละ”ลูกสาวคนเดียวของบ้านหรี่ตามองตู้เซฟ ในนั้นยังเหลือเครื่องเพชรอีกหลายกล่อง เธอเอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาครอบครองเผียะ!“อ๊า! แม่อ่า!”“อย่ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเครื่องเพชรของแม่”“ก็แม่ให้พี่ริษาเยอะกว่าหนูนี่ ทั้งเงินทั้งเพชร
“คงดีกว่าถ้าคุณกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย อย่างน้อย ผมจะได้เป็นพยานได้ว่าฝีมือของเจ้านายผมไม่ได้ทำให้คุณถึงแก่ชีวิต”ปิ่นมุกเม้มปาก ปัดมือเขาออกอย่างสุภาพที่สุด“เพราะผลประโยชน์สินะ ช่างเป็นเลขาที่เลอค่าเหลือเกิน”“อือฮึ เชิญ...ผมจะไปส่งคุณที่
สารภาพออกมาอย่างเหลืออด ก็ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปจดทะเบียนสมรส จนถึงวันนี้ก็เดือนกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้จดสักที ยุริญดาบ่ายเบี่ยงตลอด“พี่อ่า...”ยุริญดาหน้าเง้าหน้างอ อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้ยุ่งยากเลย“พ่อๆ แม่ๆ ถามพี่ไม่เว้น
“เขาควรได้เจอผู้หญิงดีๆ ที่คู่ควรกับเขาสิ ทำไมเธอต้องมาขวางด้วย ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงตัดใจแล้วคบหาคนอื่นได้ เธอรักเขาจริงเหรอ หรืออยู่กับเขาเพราะไม่มีที่ไป เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ ให้ฉันจ่ายให้ไหม”น้ำตาของริษาร่วงเผาะ แค่คำพูดทำไมถึงกรีดหัวใจได้มากขนาดนี้นะ เธอทำผิดอะไรนักหนา แ
“กรี๊ดดด!!! วางลงเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวฉันตก อ๊ายยย!!!” ร้องลั่นเมื่อแทนไทรวบเอวเธอขึ้นไปแล้วจับสองขาเธอคล้องไว้ที่เอวเขา ในขณะที่ท่อนลำอันร้อนผ่าว ยังเชื่อมชิดติดกับส่วนนั้นของอิสตรีแทนไทลุกลงยืนข้างเตียง ก่อนจะกระแทกร่างเข้าหาหล่อนซ้ำๆ นำพาความซ่านเสียวปรนเปรอให้อย่างลึกล้







