Share

ตอนที่ 5 ปอร์เช่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-24 08:07:11

หนูนากับครูฟ้ามาพบหัวหน้าศูนย์ที่ศูนย์เด็กเล็กตามเวลานัด เมื่อเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มภาระกิจเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เหลืออีกสี่หมู่บ้าน ตระเวณเยี่ยมเยือนนักเรียนจนเกือบครบ เหลืออีกคนเดียวเท่านั้น

"สวัสดีค่า !"

พี่ติ๋วตะโกนเรียกคนในบ้านพร้อมกับกดกริ่งไปด้วย ครูทั้งสามคนตอนนี้ยืนอยู่ที่หน้าบ้านทรงไทยหลังใหญ่หลังหนึ่ง ไม่นานคนในบ้านก็มาเปิดประตู

"สวัสดีค่ะคุณย่า"

พี่ติ๋ว ครูฟ้าและหนูนากล่าวขึ้นและยกมือไหว้หญิงชราตรงหน้าพร้อมเพรียงกัน

"อ้อคุณครู เชิญ ๆ เชิญเข้ามาในบ้านก่อนจ้ะ"

ก่อนจะเดินนำหน้าครูทั้งสามไปยังกระท่อมน้อยทรงไทยที่อยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณย่าน้อยรู้จักคุณครูทั้งสามคนเพราะไปรับไปส่งปอร์เช่เป็นประจำ มีบ้างที่ลูกชายของท่านจะไปรับหรือไปส่งหนูน้อยเป็นครั้งคราว ปอร์เช่ที่กำลังฝึกระบายสีอยู่ในกระท่อมน้อยเมื่อเห็นคุณครูทั้งสามก็วิ่งมาหาทันที พร้อมกับกล่าวทักทายและยกมือไหว้

"หวัดดีครับ"

หนูนาลูบหัวลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างเอ็นดู พร้อมกับเอ่ยปากถาม

"ทำอะไรอยู่เหรอคะ ?"

"ระบายสีครับ"

แล้วก็จูงมือหนูนาเดินตามครูฟ้า ครูติ๋ว และคุณย่าไปยังกระท่อมน้อย เมื่อคุณครูนั่งลงย่าน้อยก็เข้าไปในบ้านเพื่อหาน้ำหาท่ามาให้คุณครูดื่ม

"ทานอะไรกันมาหรือยังครู ?"

"เรียบร้อยแล้วค่ะ"

ครูติ๋วตอบแทน เพราะก่อนหน้านี้แวะทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านในหมู่บ้านมาแล้ว เนื่องจากยึดถือสโลแกนที่ว่าต้องรบกวนผู้ปกครองนักเรียนให้น้อยที่สุด

"หลานย่าอยู่โรงเรียนเป็นไงบ้างล่ะครู ?หากมีปัญหาอะไรบอกย่าได้เลย"

"เป็นเด็กดีค่ะ พัฒนาการต่าง ๆ ของปอร์เช่ก็สมวัย แต่ติดตรงที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยกล้าแสดงออกและเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ยาก"

ครูติ๋วเป็นคนอธิบาย คุณย่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะปอร์เช่อยู่ที่บ้านหนูน้อยก็ไม่ค่อยพูดเหมือนกัน ชอบเล่นคนเดียวเงียบ ๆ

"คงเพราะคิดถึงพ่อกับแม่น่ะจ้ะครู"

ครูติ๋วมองลูกศิษย์ตัวน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาระบายสีอย่างตั้งใจด้วยสายตาอาทร เพราะเธอรู้ว่าพ่อกับแม่ของเด็กน้อยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตเมื่อหกเดือนที่แล้วนี่เอง เด็กน้อยที่เคยมีสองมือของแม่คอยโอบอุ้มปลอบใจ จู่ ๆ ก็ไม่มีแม่กับพ่อแล้วเขาก็คงจะทุกข์ใจน่าดู ถึงแม้จะมีผู้เป็นย่าคอยเฝ้าเลี้ยงดูด้วยความรักแต่ก็คงไม่เหมือนกับอ้อมกอดของแม่อยู่ดี

"คุณย่าก็คงต้องชวนน้องพูดคุยบ่อย ๆ พาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครัว และที่สำคัญคืออย่าให้น้องเล่นโทรศัพท์นะคะคุณย่า"

ย่าน้อยพยักหน้า ส่วนหนูนาก็ได้แต่สงสัยว่าพ่อกับแม่ของปอร์เช่ไปไหน แล้วคนที่ไปส่งหนูน้อยวันนั้นไม่ใช่พ่อของปอร์เช่หรอกหรือ

แนะนำข้อควรปฏิบัติให้กับคุณย่าแล้วครูทั้งสามคนก็ขอตัวออกมาจากบ้านของลูกศิษย์ตัวน้อย และกลับไปที่ศูนย์เด็กเล็กอีกครั้งเพื่อสรุปปัญหาของเด็กแต่ละคนที่เจอมา

"เป็นไงบ้างหนูนา ลองสรุปให้พี่ฟังหน่อยเด็กแต่ละคนที่เราไปเยี่ยมบ้านมา แต่ละคนมีปัญหาอะไรบ้าง ?"

"แบ่งออกเป็นสองเรื่องนะคะ เรื่องแรกเป็นเรื่องของพัฒนาการ ที่มีปัญหาหนูเห็นว่ามีอยู่สองคนก็คือข้าวหอมกับปอร์เช่ ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ก็มีมะลิ มะขาม และของขวัญค่ะ"

พี่ติ๋วพยักหน้า แล้วหันไปถามครูฟ้า

"ครูฟ้าล่ะมีความเห็นว่าไง ?"

"เหมือนหนูนาเลยค่ะพี่ติ๋ว"

"ถ้าอย่างนั้นพี่จะได้ทำรายงานสรุปและส่งไปให้ทางเทศบาลตำบล เพื่อหาทางช่วยเหลือ ส่วนเด็กที่มีปัญหาทางด้านพัฒนาการเราก็คงต้องช่วยกันเสริมสร้างกันต่อไป เอาล่ะแยกย้ายกันกลับบ้านได้"

"กลับแล้วนะคะ"

ครูฟ้ากล่าวลาพร้อมกับเดินออกไปขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ส่วนหนูนานั้นยังไม่ยอมลุกไปไหน เห็นหน้ายุ่ง ๆ ของครูรุ่นน้อง พี่ติ๋วจึงได้เอ่ยปากถาม

"มีอะไรเหรอหนูนา ?"

"หนูอยากรู้ว่าพ่อกับแม่ของปอร์เช่ไปไหนค่ะ"

"เสียเมื่อหกเดือนก่อน ตอนที่พ่อกับแม่ของปอร์เช่ยังอยู่เค้าก็เป็นเด็กร่าเริงปกตินะ"

"อือ..แล้วผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ที่ไปส่งปอร์เช่ล่ะคะ ? หนูนึกว่าเป็นคุณพ่อของน้องซะอีก"

"คนนั้นนั้นนะเหรอ นายกเทศบาลตำบลของเราเอง เป็นคุณลุงของปอร์เช่น่ะ"

หนูนาจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ มิน่าหน้าตาถึงได้ละม้ายคล้ายกันเป็นอย่างมาก เมื่อได้คำตอบในสิ่งที่สงสัยแล้ว เธอก็ขอตัวกลับบ้าน คิดถึงเรื่องราวของปอร์เช่แล้วก็รู้สึกสงสารเพราะช่างเหมือนกับชีวิตของเธอเหลือเกิน ต่อไปนี้คงต้องใส่ใจเด็กน้อยให้มากกว่านี้แล้วล่ะ

กลับมาถึงบ้านก็เพิ่งจะสี่โมงเย็นเท่านั้นเอง บรรยากาศก็เริ่มแดดล่มลมตก หนูนาจึงออกไปเดินเล่นที่ทุ่งนาหลังบ้าน มองเห็นรถไถคันเมื่อวานกับคนขับน่าจะคนเดิม ถึงแม้ว่าเขาจะคลุมหน้าคลุมตาแต่ว่าลักษณะท่าทางของเขาเธอก็จำได้ เธอจึงเดินไปหาเขา

"สวัสดีค่ะคุณลุง"

กล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ เขาจึงหยุดรถและหันมามองเธอ

"คุณลุงน่าจะจำหนูได้"

เขาพยักหน้า เธอจึงพูดต่อ

"หนูเป็นครูคนใหม่ประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของตำบลเราค่ะ ชื่อหนูนา"

เขาเงียบคล้ายกับจะฟังเธอพูดต่อ

"ที่นาคุณลุงนี่กว้างขวางมากเลยนะคะ ถ้ายังไงหนูขออนุญาติมาเดินเล่นหน่อยนะคะ"

พูดจบเธอก็เดินไปตามคันนาที่ทอดยาวไปไกล ที่จริงเขารู้แล้วล่ะว่าเธอชื่อหนูนา แต่เพิ่งรู้ว่าเธอคือครูคนใหม่ที่มาสอนที่ศูนย์เด็กเล็ก ความจริงแล้วสิงห์ก็ได้รับแฟ้มประวัติของครูคนใหม่เหมือนกัน แต่เขายังไม่มีเวลาได้เปิดดู ยังไงพรุ่งนี้ไปทำงานเขาคงต้องดูแล้วล่ะว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในอดีตของเขาหรือไม่ ทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนกันนัก

ถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจและเดินเล่นจนฟ้าเริ่มมืดหนูนาจึงได้เดินกลับบ้าน มองหาคุณลุงขับรถไถปรากฏว่าเขากลับไปแล้ว เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้กล้าพูดคุยกับคุณลุงคนนั้น แต่สัญชาตญาณส่วนลึกของเธอบอกว่าคุณลุงไม่ใช่คนไม่ดี

อาบน้ำอาบท่ากินข้าวกินปลาเสร็จก็เพิ่งจะสองทุ่มเท่านั้นเอง หนูนาจึงเอาไดอารี่ของแม่มาอ่านต่อ

1 มีนาคม 254...

ขอโทษ....

ในไดอารี่หน้านั้นมีแค่คำว่า 'ขอโทษ' คำเดียว และเธอเปิดหน้าอื่นอีกก็ไม่มีอะไรเขียนต่ออีกแล้ว เธอได้แค่เก็บความอยากรู้ไว้ในใจเพราะไม่รู้จะถามใคร พ่อกับแม่ ปู่กับย่า ตากับยาย ก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 31 รักกันแล้ว (The End)

    เกือบบ่ายสามสิงห์ก็มาถึงร้านประจำที่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้ เขาจอดรถที่หน้าร้านและเดินจูงมือเธอเข้าไป ผู้หญิงที่อัคนีสนใจ แล้วไงล่ะหนูนาคือผู้หญิงที่เขารัก วันนี้ล่ะเขาจะแนะนำกับเพื่อน ๆ ทุกคนให้ได้รู้ว่าหนูนาคือคนที่เขารัก เดินตรงไปยังโต๊ะประจำก็พบว่าไอ้พวกเพื่อนตัวดียังไม่มีใครมาสักคน เด็กเสิร์ฟรีบเดินมาจัดโต๊ะให้คนทั้งสอง และเมื่อสิงห์กับหนูนานั่งลงเรียบร้อยแล้ว อัคนีก็โทรมาหาสิงห์"รู้สึกยังไงก็บอกกับเธอซะ ขืนชักช้าข้าจะแย่งนะเว้ย"พอวางสายจากอัคนีสิงห์ก็นึกขอบใจเพื่อน ๆ นี่พวกมันคงรวมหัวกันเพื่อให้เขาสารภาพรักกับหนูนา เธอเงยหน้าขึ้นจากเมนูสอบถามเขา"เพื่อน ๆ ของคุณสิงห์ล่ะคะ ?""พวกมันมาไม่ได้แล้วล่ะ""อ้าว..ไหงงั้นล่ะคะ ?""ไม่เป็นไรหรอก พวกมันไม่มาเราก็ทานกันสองคน""ถ้างั้นพอแล้วล่ะค่ะ เพราะหนูนาสั่งไปหลายอย่างแล้ว"พูดจบก็ส่งเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป แล้วก็ยกน้ำขึ้นจิบวันนี้เธอรู้สึกว่าสิงห์มีท่าทางแปลก ๆ โดยเฉพาะสายตาของเขาที่ส่งความหวานเชื่อมมาให้เธอตลอดเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงอาหารและเบียร์ก็ทยอยมา เมื่อได้ครบแล้วทั้งสองคนก็ลงมือทานข้าวกันเงียบ ๆ"ครูครับผมรักครู เราแต่งงานกันได้ไหม ?

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 30 กามเทพเริ่มทำงาน (ต่อ)

    หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จแล้ว สิงห์ก็อาสาเก็บล้างถ้วยชามเพราะมือของหนูนายังเจ็บอยู่ แม้เธอจะบอกว่าหายแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำเองโดยที่มีปอร์เช่เป็นลูกมือ ในเมื่อสิงห์ยืนยันแบบนั้นเธอจึงขอตัวไปอาบน้ำเพราะรู้สึกปวดหัวคงเพราะคิดมากเรื่องของเขา พอสิงห์ล้างถ้วยชามเสร็จหนูนาก็อาบน้ำเสร็จพอดี"คุณดาวน่ะเธอมาขอข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์"จู่ ๆ สิงห์ก็เอ่ยออกมา "เล่าให้ฟังทำไมคะ ?""ผมไม่อยากให้ครูเข้าใจผิด"พูดจบเขาก็อุ้มปอร์เช่เดินออกไปนอกบ้าน"ครูครับ กลับก่อนน้า บ๊าย ๆ"เธอจึงเดินออกไปส่งลุงกับหลานที่หน้าบ้าน พร้อมกับโบกมือบ๊าย ๆ ตอบกลับหนูน้อย สิงห์เองก็ยิ้มกว้างให้เธอเช่นกัน ส่งผลให้ใบหน้าของเขาดูหล่อและสดใสขึ้นหลายเท่า คำอธิบายทื่อ ๆ สั้น ๆ ของเขาทำให้หนูนายิ้มออกมาได้ แต่อาการปวดหัวยังคงมีอยู่จึงเดินไปหยิบยาพาราที่อยู่ในกล่องยาซึ่งวางอยู่บนหลังตู้เย็นกินไปหนึ่งเม็ดและปิดบ้านปิดไฟเตรียมตัวเข้านอนเพราะตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว"ลุงสิงห์ คุณครูอยู่คนเดียวทำไมเราไม่ชวนครูมาอยู่ด้วยล่ะ ?"ปอร์เช่เอ่ยถามลุงของเขาในตอนที่หนูน้อยกำลังจะเข้านอนและลุงสิงห์มาเล่านิทานให้ฟังเพราะย่าน้อยยั

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 29 กามเทพเริ่มทำงาน

    อัคนีเห็นอาการของสิงห์แล้วก็ชักจะทนไม่ไหว เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเพื่อหาทางช่วยเหลือให้สิงห์กับหนูนาได้ลงเอยกัน"แกแน่ใจนะโว้ยว่าสิงห์กับครูรักกันจริง"คิมหันต์ถามย้ำกับอัคนีอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ"แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังไอ้สิงห์มันแห้งเหี่ยวตายแน่"อัคนีตอบเพื่อนไปอย่างมั่นใจ เมื่อได้คำตอบที่หนักแน่นจากอัคนีเพื่อนทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะช่วยให้สิงห์กับหนูนาสมหวังเสียงปะทัดดังมาเป็นระยะ ๆ ในช่วงใกล้ออกพรรษาแบบนี้ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านจะจุดประทัดเล่นกัน มันเป็นค่านิยมที่มีมานานแล้ว หนูนาเองก็เคยจุดเล่นตอนเป็นเด็ก หลังจากออกพรรษาก็จะเปิดเทอมและก็จะเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัววันนี้ปอร์เช่มาเล่นกับเธอที่บ้าน สิงห์มาส่งหนูน้อยเพราะวันนี้เขาต้องทำงาน ส่วนย่าน้อยก็ไปเตรียมขนมนมเนยเพื่อจะเอาไว้ทำบุญในวันออกพรรษา ขนมที่คนอีสานทำในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ส่วนมากก็จะเป็นข้าวต้มมัด ข้าวต้มผัด และขนมจีนน้ำยา คนเป็นครูแบบเธอก็รออิ่มท้องได้เลย เพราะผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะเอามาฝากเธอเป็นประจำ พอนึกถึงผู้ปกครองของเด็ก ๆ ขึ้นมาหนูนาก็นึกถึงวันนั้น ตกลงแล

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 28 ค้างคืน (ต่อ)

    หนูนาเข้าไปนั่งรอเขาในห้องเริ่มรู้สึกมึน ๆ เพราะกินเบียร์หมดไปเกือบขวดแล้ว สิงห์หิ้วขวดเบียร์ที่เหลือตามเธอเข้ามา"เปิดให้หน่อย"ส่งเบียร์อีกขวดให้เขาเพื่อให้เขาเปิดให้ กินไปกินมารสชาดก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอาจจะเป็นเพราะลิ้นของเธอคุ้นชินกับรสชาดของเบียร์แล้วก็ได้ สิงห์รับขวดเบียร์มาเปิดและส่งให้เธอ เขาคงได้แค่จิบ ๆ เบา ๆ เท่านั้นแหละคงเมาไม่ได้เพราะดูทรงแล้วครูสาวอาจเมาแล้วอาละวาด"อือ..เบียร์มันรสชาดดีแบบนี้นี่เองถึงได้ชอบกินกัน"เริ่มพูดอ้อแอ้เหมือนคนลิ้นไก่สั้น และเมื่อเริ่มมีแอลกอฮอล์อยู่ในสายเลือด ความยับยั้งชั่งใจก็มีน้อยความใจกล้าหน้าด้านก็เริ่มเยอะขึ้น"คุณสิงห์ขออะไรปู่กับย่าคะ ขอเนื้อคู่รึเปล่า ?"หนูนาหมายถึงปู่ศรีสุทโธกับย่าศรีประทุมมา "อุ๊บ..แค่กก"สิงห์สำลักเบียร์ทันที สบตากับเธอตรง ๆ"หนูนาก็ขอเหมือนกันนะ ขอให้คนที่หนูนารัก รักหนูนาตอบ""อัคนีมันก็รักครูนะ""ม่ายย..หนูนาไม่ได้รักคุณหินแต่หนูนารักคุณสิงห์"พูดเสียงยานคางแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ หัวใจของสิงห์เต้นตึกตัก นี่หนูนากำลังสารภาพรักกับเขาใช่ไหม เธอพูดออกมาจากใจหรือพูดเพราะความเมา แต่มีคนบอกว่าคนเมามักพูดความจริงนี่นา

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 27 ค้างคืน

    บ่ายโมงครึ่งก็มาถึงคำชะโนด ใช้เวลาในการเดินทางสี่ชั่วโมงกว่า ย่าน้อยกับปอร์เช่ตื่นเต้นกันมาก คนก็เยอะด้วย ทั้งสี่คนเข้าไปไหว้ปู่ศรีสุทธิโธ และย่าศรีประทุมมา พร้อมทั้งอธิษฐานขอให้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิตคำชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด เป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา เข้าไปภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นีแห่งเดียวเท่านั้นเมื่อเดินจนทั่วบริเวณเกาะคำชะโนดแล้วทั้งสี่คนก็เตรียมตัวกลับแต่แล้วจู่ ๆ ฝนก็ตั้งเค้าและตกลงมา ผู้คนวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น ย่าน้อยกับปอร์เช่ได้ที่หลบฝนตรงร้านขายดอกไม้ ส่วนสิงห์กับหนูนาหลบอยู่ที่ร้านขายส้มตำ "หนาวไหม ?"เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะเธอเปียกเขาจึงถามเธอด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาเช็ดน้ำตามใบหน

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 26 ชิดใกล้ (ต่อ)

    เด็ก ๆ ปิดเทอมแล้วแต่กว่าคุณครูจะได้หยุดก็ต้องเคลียส์งานและเอกสารอีกหลายอย่าง อากาศในช่วงเดือนตุลาคมเริ่มมีสายลมหนาวพัดมาเอื่อย ๆ แล้ว ท้องทุ่งนากลายเป็นสีเหลืองทอง วันนี้ถือว่าเป็นวันปิดเทอมที่คุณครูได้หยุดจริง ๆ หนูนาจึงตื่นสายที่สุดในรอบหลายปี เธอตื่นหกโมงเช้าเพื่อมาสัมผัสสายลมหนาว ความเหงาแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ คิดถึงคนตัวโตขึ้นมาอีกแล้วล่าสุดที่เธอเจอสิงห์ก็คือเมื่อสามอาทิตย์ก่อนตอนที่เขากลับมาจากการไปอบรมที่ต่างจังหวัด เขาเอาของฝากมาให้เธอที่บ้านและหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยหนูนามองซิ่นไหมผืนสวยที่สิงห์ซื้อมาฝากเธอ ถ้าจะให้ใส่เป็นผ้าซิ่นหนูนาก็ไม่ค่อยถนัดเธอจึงคิดจะนำซิ่นไหมผืนนั้นไปตัดเป็นชุดจะได้ใส่ไปทำงานด้วย นอกจากคิดถึงคนตัวโตแล้วหนูนาก็คิดถึงปอร์เช่ด้วย เพราะตั้งแต่ปิดเทอมเธอก็ไม่ได้เจอหนูน้อยเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปหาปอร์เช่และบางทีอาจจะเจอกับเขาด้วยก็ได้ เธอคิดถึงข้อความในสมุดไดอารี่ของแม่ขึ้นมา 'การที่เราได้รักใครมันดีที่สุดแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม'เธออ่านไดอารี่ของแม่จบไปหลายสิบรอบแล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เปิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status