LOGIN"สวัสดีค่ะ"
หนูนายืนรอรับเด็ก ๆ ที่หน้าศูนย์เด็กเล็ก วันนี้เช้าวันจันทร์แถมยังฝนตกอีกด้วย จึงสร้างความลำบากในการเดินทางมาโรงเรียนของเด็ก ๆ พอสมควร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครหยุดหรือมาสายสักคน เด็ก ๆ มากันครบแล้วหนูนากับครูฟ้าก็ปิดประตูศูนย์และเริ่มทำการสอนส่วนครูติ๋วก็นำรายงานไปส่งนายกที่เทศบาลตำบล ศูนย์เด็กเล็กกับเทศบาลตำบลอยูในบริเวณเดียวกัน แต่คั่นด้วยสนามหญ้าที่กว้างมาก หากไม่มีธุระปะปังที่จะต้องติดต่อกันจริง ๆ แล้วคนที่เทศบาลตำบลกับคุณครูที่ศูนย์เด็กเล็กแทบจะไม่ได้พบเจอหน้ากันเลย พี่ติ๋วขอเข้าพบนายกเทศมนตรี ซึ่งวันนี้ว่างพอดีไม่ได้มีโครงการออกไปตรวจงานข้างนอกหรือไปประชุมที่อำเภอ "นายก สวัสดีค่ะ" สิงห์จึงเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า "อ้าวพี่ติ๋ว สวัสดีครับ" ยกมือไหว้ผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า "นั่งครับพี่ มีอะไรรึเปล่า ?" "พี่เอารายงานเกี่ยวกับเด็ก ๆ มาให้นายกดูจ้ะ เมื่อวันเสาร์กับวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้พี่กับคุณครูพากันไปเยี่ยมบ้านเด็ก ๆ พบว่ามีปัญหาเรื่องความเป็นอยู่อยู่สองสามคน จึงอยากจะมาปรึกษาหากอยากของบประมาณไปช่วยเหลือ" "ไหนครับพี่ ?" ครูติ๋วจึงยื่นแฟ้มที่อยู่ในมือให้นายกสิงห์ เขารับไปดูสักครู่ก็เงยหน้าขึ้น "ไม่น่าจะมีปัญหานะครับพี่ งบประมาณเราก็มี แต่ผมขอไปสำรวจด้วยตัวเองอีกครั้งได้ไหม ?" "ได้ค่ะ" พี่ติ๋วสุดแสนยินดีที่เด็กนักเรียนตัวน้อยของเธอจะได้รับความช่วยเหลือ สิงห์หรือนายกเทศมนตรีสิงห์ วัฒนาวรงค์ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีได้เพียงปีเดียว และชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย แม้จะเพิ่งลงเล่นการเมืองท้องถิ่นได้ไม่นาน แต่ตอนที่เขายังไม่ได้รับตำแหน่งเขาก็คอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่เสมอ เพราะพ่อของสิงห์เป็นกำนันเก่า เขาจึงได้ช่วยงานพ่ออยู่บ่อย ๆ แม้ว่าเพิ่งจะรับตำแหน่งได้เพียงปีเดียวแต่การบริหารงานของนายกสิงห์ก็นำความเจริญหลาย ๆ อย่างมาสู่ตำบลนี้ มีโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ เช่นน้ำประปาที่มันเดี๋ยวไหลเดี๋ยวไม่ไหล นายกสิงห์ก็ของบประมาณมาพัฒนาปรับปรุงจนดีขึ้น น้ำไหลทุกวันสร้างความสะดวกสบายให้ชาวบ้านในตำบลเป็นอย่างมาก จนมีคนคาดการณ์ว่าหากเขาลงรับเลือกตั้งสมัยหน้าอีก ตำแหน่งนายกเทศมนตรีก็คงจะเป็นของเขาอีกเป็นสมัยที่สอง เมื่อบรรลุจุดประสงค์แล้วพี่ติ๋วก็ขอตัวกลับไปที่ศูนย์เด็กเล็ก สิงห์จึงอ่านเอกสารที่เขาอ่านค้างไว้เมื่อครู่ต่อ "นางสาวธิดารัตน์ อมรวงศ์ นามสกุลเหมือนกันด้วยแฮะ" พึมพำกับตัวเองแล้วก็พลิกดูสำเนาทะเบียนบ้านของเธอ ปรากฏชื่อมารดาคือ 'หนึ่งฤทัย'บิดาคือ 'อมรเทพ' หรือเธอจะเป็นลูกสาวของคนในอดีตของเขาจริง ๆ ทนความรู้สึกอยากรู้ไม่ไหวเขาจึงขับรถไปที่ศูนย์เด็กเล็ก "อ้าว..สิงห์" พี่ติ๋วเอ่ยทักทายผู้มาเยือน "ผมดูรายงานที่พี่ส่งให้ผมแล้ว จึงอยากจะไปสำรวจที่บ้านของเด็ก ๆ ตอนนี้เลยครับ" พี่ติ๋วยิ้มอย่างดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนตระหนักถึงปัญหาของเด็ก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคน ๆ นั้นเป็นถึงนายกเทศมนตรีของตำบล "ผมอยากให้ครูสักคนไปกับผมด้วยครับ" ที่จริงเขาก็อยากจะระบุไปเลยว่าเป็นคุณครูที่ชื่อหนูนา แต่ก็เกรงว่ามันจะเป็นการเจาะจงเกินไป "ได้สิ เดี๋ยวพี่ให้ครูหนูนาไปกับสิงห์ด้วย" เมื่อได้ฟังชื่อของคนที่จะไปกับเขาด้วยสิงห์ก็ดีใจจนเนื้อเต้นแต่ต้องเก็บอาการไว้ แล้วพี่ติ๋วก็เดินออกจากห้องพักครูเพื่อไปตามหนูนา สิงห์จึงนั่งรอ สักครู่หนึ่งพี่ติ๋วก็เดินนำหนูนาเข้ามาหาเขา "หนูนานี่นายกเทศมนตรีประจำตำบลของเรา นายกสิงห์ หรือคุณลุงของปอร์เช่" หนูนายกมือไหว้และกล่าวทักทาย "สวัสดีค่ะคุณสิงห์" "สวัสดีครับ" เขาก็กล่าวทักทายเธอเช่นกัน พร้อมกับลอบพิจารณาหน้าตาของเธอ เมื่อได้มองใกล้ ๆ ชัด ๆ แบบนี้เขาแน่ใจทันที่ว่าหนูนาต้องมีความเกี่ยวข้องกับหนึ่งฤทัยแน่ ๆ "คุณสิงห์เขาจะไปดูบ้านของเด็กที่เราของบประมาณไป ด้วยตัวเอง พี่จึงอยากให้หนูนาไปกับคุณสิงห์ด้วย" หนูนาพยักหน้าอย่างไม่ขัดข้อง ดีจริงความช่วยเหลือจะได้ไปถึงเด็ก ๆ เร็ว ๆ "เราจะไปยังไงคะ ? ไปกันกี่คน" พี่่ติ๋วจึงหันไปมองหน้าสิงห์เป็นเชิงถาม เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน สิงห์จึงบอกกล่าวแก่พี่ติ๋วและหนูนาให้รับรู้ "ไปรถของทางเทศบาลครับ มีผม เจ้าหน้าที่กองช่างอีกสองคน แล้วก็คุณ" ประโยคสุดท้ายเขาหันไปพูดกับหนูนา เธอก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ "ไปตอนบ่ายดีกว่าไหมคะ ? เพราะนี่ก็จะเที่ยงแล้ว ทานข้าวกันก่อนดีกว่า" เธอเสนอแนะ พี่ติ๋วกับนายกสิงห์ก็ไม่ขัดข้อง "ถ้างั้นผมไปทานข้าวก่อน เดี๋ยวกลับมารับคุณที่นี่ตอนบ่ายโมงตรง" พูดจบแล้วเขาก็กลับไปยังเทศบาลตำบลที่อยู่คนละฟากฝั่งสนามหญ้าเพื่อไปหาข้าวกิน ส่วนหนูนาก็กลับไปช่วยครูฟ้าดูแลเด็ก ๆ ต่อ ช่วงพักเที่ยงเป็นอะไรที่จะต้องระวังเป็นพิเศษเพราะว่าที่นี่จะเน้นสอนให้เด็ก ๆ ได้ทำอะไรด้วยตัวเองให้มากที่สุด เช่นกินข้าวเอง เก็บถาดอาหารเอง โดยมีคุณครูดูแลอย่างใกล้ชิด หนูนาจึงไม่อยากออกไปในช่วงเวลานี้ เพราะถ้ามีพี่ติ๋วกับครูฟ้าแค่สองคนจะต้องลำบากมากแน่ ๆ ในการดูแลเด็กวัยกำลังซนถึงสามสิบคน มีเธอเพิ่มอีกคนแม้จะช่วยไม่ได้มากแต่ก็คงช่วยแบ่งเบาได้บ้าง เด็ก ๆ ทานข้าวกันเสร็จแล้วครูทั้งสามจึงได้ผลัดกันไปทานข้าว จนกระทั่งถึงเวลาบ่ายโมงตรงหนูนาจึงได้ออกมายืนรอนายกเทศมนตรีสิงห์ที่บริเวณหน้าศูนย์เด็กเล็ก ประมาณสิบนาทีรถกระบะสี่ประตูที่ติดสติ๊กเกอร์คำว่า 'เทศบาลตำบลโคกกกม่วง' ก็แล่นมาจอดใกล้ ๆ เธอ สิงห์เปิดกระจกและกวักมือเรียกเธอ หนูนาจึงเดินไปขึ้นรถ เธอเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไป หนูนานั่งเบาะหลังคู่กับเขา ส่วนคนขับรถและคนที่นั่งคู่กับคนขับคือเจ้าหน้าที่กองช่าง "เธอคิดว่าเราควรจะช่วยเหลืออะไรเด็กเหล่านั้นบ้าง ?" "บ้านของเด็กทั้งสามคนจะพังมิพังแหล่อยู่แล้วค่ะ อันดับแรกดิฉันคิดว่าน่าจะซ่อมแซมบ้านก่อน" สิงห์เอามือจับที่คางอย่างใช้ความคิด ซึ่งเป็นกิริยาท่าทางที่เขามักจะทำเสมอในเวลาที่เขาไม่รู้ตัว หนูนามองกิริยานั้นของเขาอย่างทึ่ง ๆ เพราะมันดูดีและมีเสน่ห์มาก ๆ "เดี๋ยวเราก็คงจะได้รู้กันว่าจะต้องช่วยอะไรบ้าง""อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"หนูนารีบกล่าวขอโทษคนที่เธอเดินชนทันที พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดกาแฟเย็นที่หกเลอะเทอะชุดข้าราชการสีกากีตรงบริเวณหน้าอกของเขาคนนั้น วันนี้เธอมีธุระต้องเข้ามาที่ว่าการอำเภอ เพราะบัตรประชาชนของเธอหาย"ไม่เป็นไรครับ"เสียงทุ้มกล่าวกับหนูนา พร้อมกับคว้าแขนของเธอให้หลบผู้คนไปยังมุมหนึ่งของทางขึ้นที่ว่าการอำเภอ เพราะตอนนี้ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางบันได"เสื้อคุณเลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ""ไม่เป็นไรหรอกคุณ"ปลัดอัคนีกล่าวออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน ปกติเขาก็ใจดีกับประชาชนทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งประชาชนคนนั้นสวยน่ารักเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ความใจดีของเขาก็พุ่งกระฉูด"แล้วมาทำอะไรที่อำเภอครับ ?"เห็นหน้าเธอชัด ๆ แล้วอยากรู้จักเขาจึงชวนคุย"มาทำบัตรประชาชนค่ะ กระเป๋าสตางค์หาย บัตรทุกอย่างหายหมดเลย"เขาพยักหน้าน้อย ๆ"ถ้างั้นเชิญครับ พวกเราทุกคนยินดีรับใช้ประชาชน""ขอบคุณค่ะ"หนูนายิ้มกว้างออกมา ถ้าข้าราชการทุกคนเต็มใจทำงานเพื่อประชาชนประเทศชาติของเราก็คงเจริญก้าวหน้า หนูนายัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือของเขา"เช็ดเสื้อคุณให้สะอาดก่อนค่ะ ฉันขอตัวไปทำบัตรก่อนนะคะ"แล้วเธอก็ร
วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้หนูนากลับไปที่หมู่บ้านเดิมของเธอ เพื่อไปไหว้กระดูกพ่อ แม่ ปู่ ย่า และตากับยาย เธอจึงถือโอกาสนี้แวะเที่ยวบ้านเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตอนมัธยม เพื่อนของหนูนาคนนี้เรียนจบบริหารแต่เพราะที่บ้านมีกิจการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ควายเธอจึงต้องกลับมารับช่วงต่อ"ว้าววว นกควายของแกตัวใหญ่มากกก"หนูนาอุทานด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นควายที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน"เจ้าสวยน่ะ ตอนนี้มันกำลังท้องอยู่"'นก' หรือนิภาพร นันทชัยญา ตอบเพื่อนสาวไป"มิน่าล่ะมันถึงได้ดูท้องป่อง ๆ""อือ..ท้องแรกของมันน่ะ"แล้วทั้งหนูนาและนกก็เดินเข้าไปในบ้าน"งานสอนเป็นไงบ้าง ?""ก็ดี เด็ก ๆ น่ารักทุกคน""พ่อกับแม่ถามหาแกอยู่พอดีเลย ไปวัดมาแล้วใช่ไหม ?"หนูนาพยักหน้าแทนคำตอบ "อย่าทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ดิ เดี๋ยววันนี้พากินหมูกะทะ"นกปลอบใจเพื่อนสาวเพราะรู้เรื่องของหนูนาดี ทั้งสองสนิทกันมากแม้จะเรียนกันคนละคณะแต่ก็ยังติดต่อและไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ"อือ..ฝากท้องแล้วก็ฝากตัวด้วยนะวันนี้"เพราะวันนี้หนูนาจะค้างที่บ้านของนกพรุ่งนี้ตอนสาย ๆ ค่อยกลับ"เราไปไหว้พ่อกับแม่กันดีกว่า"นกเอ่ยปากชวนหนูนาซึ่งเธอก็ไม่
เลิกเรียนเย็นนี้หนูนาก็ยังแวะไปหาปอร์เช่เช่นเคย วันนี้อาการของเจ้าหนูดีขึ้นมาก ดูท่าทางก็สดใสขึ้นเยอะ เธออยู่เล่นกับปอร์เช่สักพักและคุยกับย่าน้อยนิดหน่อยก็ขอตัวกลับที่ร้านคาราโอเกะในตัวอำเภอ วันนี้สิงห์มีนัดกับเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันซึ่งเรียนด้วยกันตอน ม.ปลาย ทุกคนต่างก็มีหน้าที่การงานที่ดีฐานะก็ร่ำรวยเพราะคอยช่วยเหลือ ปรึกษาหารือ และแนะนำช่องทางทำมาหากินให้กันตลอดเวลา ส่วนใหญ่ก็แต่งงานมีลูกมีเมียกันหมดทุกคนแล้วยกเว้นเขากับปลัด 'อัคนี' เท่านั้น เพื่อน ๆ ทุกคนมากันครบแล้วสิงห์มาถึงเป็นคนสุดท้าย"เฮ้ย ! ทางนี้ ๆ"เขาจึงเดินเข้าไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่ง เด็กเสิร์ฟรีบหาเก้าอี้และแก้วมาเพิ่ม "มาช้าจังวะ ?"อัคนีหรือไอ้หินเอ่ยปากถาม"ก็บ้านข้าไกล"พูดจบก็นั่งลงและรับแก้วเหล้ามาจากเด็กเสิร์ฟ "มากันครบทุกคนแล้วใช่ไหม ?""อือ"เพื่อน ๆ ในกลุ่มของเขามีกันทั้งหมดห้าคน 'เอกภพ' เป็นเจ้าของตลาดสดในอำเภอแต่งงานแล้ว 'สายชล' มีสวนยางสองร้อยไร่และเปิดร้านรับซื้อขี้ยางจากชาวบ้านใกล้เคียง แต่งงานแล้ว'คิมหันต์' มีฟาร์มวัวเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด แต่งงานแล้วเช่นกัน'อัคนี' เป็นปลัดอำเภอที่หล่อและร
โรงเรียนเลิกแล้วหนูนาตรงไปที่บ้านของสิงห์เลยเพื่อจะไปเยี่ยมหนูน้อยปอร์เช่ เมื่อไปถึงบ้านของเขาก็ปรากฎว่ามีคนอยู่ที่นั่นกันหลายคน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่เพราะว่าคนเฒ่าคนแก่ตามชนบทนั้นหากได้ยินข่าวว่ามีเด็กน้อยไม่สบายก็จะไปเยี่ยมยามถามข่าวและนำฝ้ายไปผูกแขนให้ด้วยเพื่อเป็นการเอิ้นขวัญหนูนาเก้ ๆ กัง ๆ ไม่กล้าเข้าไปในบ้านเพราะเห็นว่ามีคนเยอะ ในจังหวะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้นสิงห์ก็ขับรถมาพอดี เห็นเธอทำท่าลังเลไม่กล้าเข้าไปเขาจึงจอดรถและรีบเดินไปหาเธอ"ครู..ทำไมไม่เข้าไปล่ะ ?""คุณสิงห์"หันไปตามเสียงของเขา"คนเยอะ หนูนาไม่เข้าไปดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยมาเยี่ยมปอร์เช่ใหม่"เธอทำท่าจะเดินออกไปแต่สิงห์ก็คว้าแขนของเธอเอาไว้"เข้าไปเถอะ ปอร์เช่ถามหาครู"เธอก้มมองมือของเขาที่กุมแขนของเธอเอาไว้เขาจึงปล่อย"ก็ได้ค่ะ"เธอจึงเดินเข้าไปพร้อมเขา และทันทีที่คนเฒ่าคนแก่เห็นว่านายกเทศมนตรีสิงห์เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็กลายเป็นจุดสนใจทันที"พุสาวนายกติ้น้อย ?" ( แฟนของนายกเหรอน้อย )คุณย่าคนหนึ่งถามย่าน้อย"บ่แม่นดอก ครูของปอร์เช่น่ะ" ( ไม่ใช่ ครูของปอร์เช่ )เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงแค
วันนี้หนูนาตื่นสายนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนแล้ว รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเจ็ดโมงเพราะเผลอปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อ รีบกระโดดลงจากเตียงอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เกือบแปดโมง ต้มน้ำชงกาแฟกำลังจะกิน ก็พอดีกับที่สิงห์มาถึง"คุณสิงห์เข้ามาก่อนค่ะ"สิงห์จึงเดินเข้าไปในบ้านของเธอ และนั่งลงที่โต๊ะไม้หน้าบ้านซึ่งมีแก้วกาแฟวางอยู่"สักแก้วไหมคะ ?"เขาพยักหน้า"มีแต่กาแฟทรีอินวันนะ"พูดจบก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟให้เขา ระหว่างที่นั่งรอสิงห์ก็สำรวจบ้านของเธอไปด้วย เมื่อเธอออกมาจากในครัวพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟให้"หญ้าเริ่มยาวแล้ว เดี๋ยวผมให้คนมาตัดให้เอาไหม ?"รับแก้วกาแฟมาแล้วก็เอ่ยปากถามเธอ"ดีเลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า"ทานกาแฟและขนมแล้วทั้งคู่ก็ไปที่โรงพยาบาล หนูนาแวะซื้อกับข้าวไปฝากย่าน้อยด้วย"หมอบอกว่าอาการของปอร์เช่ดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้น่าจะได้กลับบ้าน"เมื่อเห็นหน้าลูกชายกับคุณครูย่าน้อยจึงบอกเล่าอาการของปอร์เช่ให้คนทั้งคู่ฟัง"ดีจังเลย คุณย่าทานข้าวหรือยังคะ ? หนูมีไก่ย่างกับปลาร้าสับมาฝากด้วย""ยังเลยครู ขอบใจมากนะ""ถ้างั้นแม่ทานข้าวก่อนเถอะครับ"สิงห์บอกกับแม่ด้วยความเป็น
"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"สิงห์พยุงเอวของเธอไว้กลิ่นกายหอม ๆ ปะทะจมูกเขาเข้าเต็มเปา "ไม่เป็นไร กลับกันเถอะ"ปล่อยมือจากเอวบางของเธออย่างนึกเสียดาย หนูนาเองก็หน้าแดงไปยันใบหู เกิดมายังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใหนมากขนาดนี้ใจเธอจึงกระตุกแปลก ๆหนูนาเดินตามเขาไปขึ้นรถ แดดร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอมองบรรยากาศรอบ ๆ ตัวอย่างทึ่ง ๆ สวนของนายกสิงห์มีพื้นที่เยอะมากและเขาแบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนด้วย มีสวนยาง มีสวนผลไม้ มีนาข้าว มีบ่อน้ำ มีผักสวนครัว และแบ่งพื้นที่ไว้เลี้ยงวัวชัดเจน มีวัวหลายสิบตัวเดินเลาะเล็มหญ้าท่าทางมีความสุข"คุณสิงห์มีวัวกี่ตัว ?"เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกมา"น่าจะสักร้อยกว่าได้ล่ะมั้ง""ว้าววว เป็นร้อยเลย""อยากได้สักตัวไหมล่ะ ? จะขายให้ถูก ๆ""หึ..ไม่เอาหรอก หนูนาขี้เกียจเลี้ยง"เขายิ้มกับคำตอบของเธอ ดูท่าทางแล้วเธอไม่น่าจะใช่คนขี้เกียจ แค่อาจจะไม่ชอบวิถีชีวิตเกษตรกร"จะไปที่โรงพยาบาลด้วยไหม ?"เขาถามเธอ หนูนาคิดอยู่ครู่หนึงจึงพยักหน้า เมื่อมาถึงบ้าน สิงห์ก็เปลี่ยนเป็นรถคันที่เขาขับไปทำงาน เธอเข็นมอเตอร์ไซค์เวฟ 100 ของตัวเองไปจอดไว้ที่ใต้ร่มมะขามภายในบริเวณบ้านของเขามาถึงโรงพยาบ







