Masuk“อะไรนะ!” ดรัณหัวใจหล่น “พี่ไม่ได้มีอะไรกับนันท์”
“ไว้ไปแก้ตัวกับน้ำค้างเหอะค่ะ”
หญิงสาวโกรธแทนเพื่อน นึกถึงภาพที่เห็นเมื่อคืนบวกกับเธอเองได้รับรู้เรื่องราวของทั้งสองมาตลอด รู้ว่าเพื่อนรักทะเลาะกับเขาเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นบ่อยครั้งในช่วงสามเดือนมานี้ ดรัณมักจะพูดว่าไม่มีอะไรกันแต่ไม่ทำอะไรที่ทำให้เพื่อนเธอมั่นใจในตัวเขาได้ จนเกิดเหตุการณ์เมื่อคืน
ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นสิบสอง หญิงสาวรีบก้าวออกไปทันที ที่ยอมลงไปรับเขาก็เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาโทรถามเธอว่าอยู่ห้องไหนชั้นอะไร และเธออยากต่อว่าเขาสักหน่อย โชคดีอีกที่ในลิฟต์เมื่อครู่ไม่มีคนใช้บริการ
ดรัณเม้มปากกัดกรามแน่น รีบก้าวยาว ๆ ตามจนถึงห้องพักฟื้นพิเศษ ซึ่งพอโผล่หน้าเข้าไป ได้เห็นหน้าซีดเซียวที่กำลังหลับอยู่บนเตียงของศิศิราแวบเดียวก็ถูกพ่อแม่ของเธอเดินมาขวางหน้าด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
“ออกไปคุยกันข้างนอก”
พ่อของเธอแค่นเสียงสั่งทำให้เขาต้องถอยหลังออกไปจากห้องอย่างจำยอม
“คุณพ่อคุณแม่ครับ น้ำค้างเป็นยังไงบ้าง แล้วลูกละครับ เธอกับลูกปลอดภัยดีใช่ไหมครับ”
แม่ของน้ำค้างปราดเข้ามาตรงหน้าด้วยหน้าตาบึ้งตึง ดวงตาแดงเรื่อกราดมองชายหนุ่มด้วยความจงเกลียดจงชังและรังเกียจ ตวัดมือตบหน้าเขาเต็มแรง
เพียะ!!!
“แกยังมีหน้ามาถามถึงเธออีกงั้นเหรอ” ดวงตาวาววับกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ดรัณไม่ได้โกรธ ไม่ถือโทษที่พวกท่านโกรธเขา เพราะเขาผิดจริง ๆ
“มัวแต่ไปเมาหัวราน้ำ มั่วอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจนทำให้ลูกสาวฉันเป็นแบบนี้ กล้าดียังไงถึงมาถาม” นายจักรชัยระเบิดใส่บ้าง แม้จะไม่ใช่การแหกปากปาว ๆ แต่เสียงห้าวดุเอาจริงเอาจังบอกอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี
“ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ เมื่อคืนผมผิดเอง ผมไปดื่มกับเพื่อน ๆ ที่บริษัทจริง แต่ไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นนะครับ ผมเสียใจ... ผมขอเข้าไปดูน้ำค้างหน่อยนะครับคุณพ่อคุณแม่”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันแม่ ฉันไม่เคยมีลูกอย่างแก”
ขวัญฤดีตัดบทอย่างพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ เธอมีลูกสาวเพียงคนเดียว รักดั่งแก้วตาดวงใจ ตั้งแต่ที่รู้ว่าลูกคบกับผู้ชายคนนี้ เธอห่วงและห้ามปรามมาตลอดเพราะคิดว่า พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ไม่ได้มีฐานะอะไร เป็นแค่เด็กจากต่างจังหวัดจะมาจริงจังอะไรกับลูกของเธอ แล้วศิศิราก็ยังเด็กเกินกว่าจะรู้ทันเล่ห์ผู้ชายคนนี้ ถูกหลอกล่อด้วยคำหวานก็ทุ่มใจทุ่มกายให้ผู้ชายคนนี้จนหมด
ขณะที่ลูกสาวเธอรักเขาหมดหัวใจ อีกฝ่ายคงแค่ต้องการจับลูกสาวเธอเพื่อจะได้สะดวกสบายไปชั่วชีวิต
“พอเถอะดรัณ แกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันตามดูพฤติกรรมแกมาตลอด แกกับผู้หญิงคนนั้นคั่วกันลับหลังลูกสาวฉันยังไม่พออีกเหรอ ทำให้ลูกสาวฉันปางตายขนาดนี้ คิดว่าฉันจะยอมอยู่เฉย ๆ สินะ”
“ผมไม่เคยทำแบบนั้น”
“อย่าไปพูดกับมันเลยคุณ” ขวัญฤดีปรามสามี “ลูกสาวฉันตัดสินใจแล้ว... เธอไม่อยากเจอหน้าแกอีกต่อไปแล้ว”
“ผมไม่เชื่อ น้ำค้างยังหลับ เธอจะพูดแบบนั้นได้ยังไง”
ดรัณตกตะลึง มองหน้าแม่ยายในทางพฤตินัยอย่างไม่เชื่อใจ
“มึงทรยศเธอขนาดนี้ยังคิดว่าลูกกูจะยอมไปอยู่กับมึงอีกเหรอวะ” จักรชัยฟิวส์ขาด ความเกลียดและรังเกียจชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เขานึกอยากกระทืบมันให้จมตีน โทษฐานที่มาทำร้ายดวงใจของเขา ชายสูงวัยคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายกระชากเข้ามาใกล้ คำรามเสียงต่ำ
“กูจะบอกให้นะ นอกจากเธอไม่อยากเห็นหน้ามึงแล้ว ลูกของมึง ลูกสาวกูก็ไม่ต้องการ!”
“ไม่จริง ผมไม่เชื่อ น้ำค้างไม่มีทางพูดแบบนั้น เราวางแผนจะแต่งงานกันหลังจากที่เธอคลอด”
คำพูดเสียดแทงกลางใจชายหนุ่มอย่างจัง ปากร่ำร้องปฏิเสธ แต่คำพูดในตอนทะเลาะกันระหว่างตนกับสาวน้อยดังขึ้นในหัวไม่หยุด
“ถ้าพี่ลันไม่รักหนู ลูกคนนี้หนูก็ไม่ต้องการ!”
ไม่จริงหรอก! น้ำค้างไม่มีวันทำแบบนั้น! ไม่จริงใช่ไหม!
ดรัณร่ำร้องถามตัวเองในใจ พลางจะพุ่งทะยานไปที่ประตูห้อง แต่ถูกจักรชัยขวางไว้ ทั้งยังเรียกลูกน้องสองคนเข้ามาจับตัวเขาไว้อีกด้วย
ด้วยฐานะที่ร่ำรวยของเจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กรายใหญ่เจ้าหนึ่ง จักรชัยมีลูกน้องคนสนิทตามไปด้วยทุกที่ เขาหันไปทางเมียรัก เธอหยิบซองสีขาวออกมาส่งให้
จักรชัยยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อยับ ๆ ของอีกฝ่าย
“นี่เป็นเช็คเงินสดห้าล้าน ถือว่ากูจ้างให้มึงออกไปจากชีวิตลูกสาวกูก็ได้ พาเด็กนั่นไปไกล ๆ ยิ่งดี เอาแบบชาตินี้ไม่ต้องเจอะเจอกันอีก”
“เด็กนั่นที่ว่าก็หลานคุณนะ” ดรัณเดือดดาลจนทนไม่ไหวกับการดูถูกดูแคลน พ่อแม่ของศิศิราตราหน้าเขามาตลอดว่ามาเกาะเธอกิน ทั้งที่ความจริงเขาไม่เคยใช้เงินของเธอเลย
“แค่เลือดเลว ๆ ก้อนหนึ่ง กูไม่เสียดายหรอกโว้ย เอาตัวมันออกไป แล้วอย่าให้มันเหยียบเข้ามาใกล้ลูกสาวกูอีก”
“ไม่นะ น้ำค้างเป็นเมียผม พวกคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้”
เขาดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่ไม่สามารถหลุดจากคนของจักรชัยได้
“เอาเงินไปซะ! จากนี้ไปอย่ามาข้องเกี่ยวกับลูกสาวฉันอีก จำใส่ใจไว้ด้วยว่า นี่คือการตัดสินใจของน้ำค้าง เธอต้องการตัดขาดกับแกและเด็กคนนั้น อย่ามาทำให้เธอเสียเวลาชีวิตอีก”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกจ้องก็หันมองหา พอพบว่าเป็นใคร หัวใจดวงน้อยกระตุกไหว เธอเป็นคนหลบตาคมก่อน ด้วยรู้สึกว่าในแววตาเย็นชาคู่นั้นมีอะไรบางอย่างที่ส่งผลต่อเธอศิศิราทำงานเช้าจรดค่ำก่อนกลับบ้านทดลอง มื้อเย็นของเธอกินที่บ้านของปรารุษก์พร้อมกับเขาและลูกสาว บางครั้งที่เขาติดงาน เธอกินกับน้ำเพชรสองคน ก่อน
สองสาวหัวเราะให้กัน พลอยทำให้บัวผันกับสายใจหัวเราะไปด้วย ก่อนจะโดนคุณหนูน้ำเพชรเอาแป้งไปป้ายจนกลายเป็นกระต่ายทุกคนก่อนเที่ยงเล็กน้อย พิซซ่าหน้าเห็ดมิลกี้กับเบคอนก็เสร็จเรียบร้อย โดยศิศิรายังทำเพิ่มอีกสองหน้าคือพิซซ่าหน้าต้มยำและผักรวม“น่ากินมากเลยค่ะหม่าม้า”“กลิ่นหอมมาก” สายใจกับบัวผันเข้ามาดูด้
“พรุ่งนี้จะมีช่างเข้ามาต่อเติมห้อง”“ห้องอะไรคะ”“ห้องนอนอีกห้องของบ้านหลังนี้ ผมอยากรู้ว่าการใช้งานจะเป็นยังไง พรุ่งนี้คุณพาน้ำเพชรไปเล่นที่บ้านใหญ่ก่อน”ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป น้ำเพชรไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะเข้าช่วงปิดเทอม“ฉันว่าจะเริ่มทำงานแล้วล่ะ หยุดมาหลายวัน แต่ก็ช่วยดูน้ำเพชรให้ได้”“อืม”
กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ศิศิราสุดจะอับอาย ขืนกายออกห่าง แต่ถูกแขนแกร่งกระชับกอดไม่ปล่อย“อยู่นิ่ง ๆ”หนาคมเงยขึ้นมามองสบตา“หรืออยากทำมากกว่านี้”กายแกร่งที่เบียดแนบเข้าชิดอย่างจงใจให้รับรู้ถึงความแกร่งกร้าวตรงหน้าขา ทำเอาศิศิราหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่าความแข็งขืนนั้นร้ายกาจมากแค่ไหน







