ログインเพราะคำว่า ‘ลูกตาย’ ‘ศิศิรา’ จึงทิ้งเขากับลูกสาวตัวน้อยไปอย่างไม่ไยดี ในวันที่ ‘ปรารุษก์’ แทบเสียสติ เวลา 5 ปีเปลี่ยนเขาให้เป็นคนนิ่งขรึมเย็นชา ความอ่อนโยนและรอยยิ้มมีให้เพียงลูกสาวตัวน้อยเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่ง เธอกลับเข้ามาในชีวิต ‘แผลใจ’ ที่ไม่เคยจางหายกลายเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟแค้นขึ้นกลางหัวใจด้านชา “ยินดีต้อนรับคุณศิศิราสู่สวนปรารุษก์...” สวนสวรรค์แห่งนี้... จะกลายเป็นกรงจองจำที่เธอไม่มีวันหนีพ้น!
もっと見るผืนดินที่เคยเป็นสวนมันสำปะหลังและสวนอ้อย ในหนึ่งปีสร้างรายได้แค่ไม่กี่หมื่นบาทในวันวาน วันนี้ได้กลายเป็นสวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบจัดวางระบบนิเวศอย่างเป็นระเบียบลงตัวโดยคำนึงถึงธรรมชาติเป็นแก่นสำคัญ บนเนื้อที่กว่าหนึ่งร้อยไร่แห่งนี้ ประกอบไปด้วย โรงเรือนขนาดใหญ่สำหรับเพราะพันธุ์พืชสามโรงเรือน บ่อน้ำขนาดใหญ่สองบ่อและคลองไส้ไก่ที่เชื่อมไปทั่วสวน สวนผลไม้ เช่น ทุเรียน มะม่วง ฝรั่งและมัลเบอร์รี นอกจากนี้ยังมีส่วนโรงเรือนเลี้ยงเป็ดเนื้อ เป็ดไข่ ไก่ไข่และไก่พื้นเมือง โรงเรือนเลี้ยงวัวและกระบือ แปลงนาสำหรับปลูกข้าว แปลงผักตามฤดูกาลชนิดต่าง ๆ ยังมีแปลงพืชสมุนไพรหายากสำหรับทำยา แปลงดอกกล้วยไม้ และการเลี้ยงผึ้ง ผลผลิตจากสวนจำนวนหนึ่งส่งออกนอก ด้านหน้าสวนยังมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป และมีคาเฟ่เพื่อบริการผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ทั้งคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดูงานในศูนย์การเรียนรู้ สวนแห่งนี้มีชื่อว่า สวนปรารุษก์
เจ้าของสวน ปรารุษก์ กฤติฐาวัตร ยืนจิบกาแฟตอนบ่ายอยู่บนระเบียงไม้ของสำนักงาน ขณะที่ฟังเสียงบรรยายของมัคคุเทศก์ประจำสวน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนนักศึกษาในท้องถิ่นที่รักและสนใจการทำเกษตร แต่ละคนจะใช้เวลาว่างเข้ามารับการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจนเชี่ยวชาญสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ จึงได้เป็นมัคคุเทศก์ประจำสวน เขาคือเจ้าของสวนแห่งนี้ จากเด็กต่างจังหวัด ฐานะครอบครัวปานกลาง เขาใช้เวลาห้าปีทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาจนประสบความสำเร็จในวัยสามสิบห้าปี
ตาคมกริบกวาดมองความสำเร็จที่เกิดจากหยาดเหงื่อและบาดแผลในหัวใจ ใบหน้าคมเข้มด้วยวัยสุขุม เยือกเย็นและเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด
ทว่า ใบหน้านิ่งขรึมพลันอ่อนโยนลง เมื่อได้ยินเสียงเล็กใสดังมาแต่ไกล
“ปะป๊าขา... ปะป๊าอยู่ไหนน้า...”
ปรารุษก์หันไปตามเสียงเรียกทันที รอยยิ้มบาง ๆ ระบายบนใบหน้า เด็กหญิงรติรัตต์ กฤติฐาวัตร หรือ น้องน้ำเพชร วัยห้าขวบในชุดเสื้อสีขาวกระโปรงสีฟ้าลายสก็อตของนักเรียนอนุบาลวิ่งตรงมาหาเขาด้วยรอยยิ้มสดใส
“ปะป๊าขา...หนูกลับมาแล้วค่า”
ชายหนุ่มย่อตัวลงทันที อ้าแขนรับร่างเล็ก ๆ ที่พุ่งเข้ามากอดอย่างอบอุ่น เขากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มด้วยความรักและเอ็นดู
“ไงครับนางฟ้าตัวน้อยของป๊า วันนี้ป๊าไม่ได้ไปรับงอแงอาเตหรือเปล่า”
“หนูไม่งอแงค่า หนูคิดถึงปะป๊า” บอกพลางยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อ ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่อย่างอ้อน ๆ
“ป๊าก็คิดถึงเจ้าหญิงของป๊าที่สุดเลยครับ”
ปรารุษก์อมยิ้ม หอมขมับเล็กอย่างนิ่มนวลอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยเหมือนนึกอะไรได้ รีบเงยหน้าขึ้นมาบอก
“อ้อ หนูช่วยอาเตพาแขกของปะป๊ามาหา คุณอาคนสวยสวยมากเลยค่า”
“จริงเหรอลูก เก่งที่สุดเลยนางฟ้าของป๊า”
“มานั่นแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองตามที่ลูกสาวชี้ เห็นผู้จัดการสวนและผู้ช่วยคนสนิทยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ที่ปรารุษก์มาที่สำนักงานไม่ได้ไปรับลูกสาวจากโรงเรียนก็เพราะวันนี้เขามีนัดกับลูกค้าที่จะเข้ามาคุยเรื่องงานออกแบบ ซึ่งเป็นงานอีกอย่างที่เขาทำควบคู่ไปกับงานออกแบบ
“น้องน้ำเพชรวิ่งไม่รออาเตเลยนะครับ”
“อาเตแก่แล้ว เดินช้า” เด็กหญิงตัวน้อยแกล้งว่า
“อาเตอายุน้อยกว่าปะป๊าอีก หล่อเฟี้ยวขนาดนี้แก่ตรงไหน” เตชิต ชมนาตร รีบกล่าวแก้ทั้งเอ็นดูและมันเขี้ยวเด็กหญิงที่ช่างพูดช่างจา ครั้นเจ้านายที่อายุมากกว่าสองปีหันมามอง เขาก็หัวเราะกร่อย ๆ ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวออก เพื่อให้เจ้านายเห็นแขกผู้มาเยือน คนที่ทำให้เขาแทบขยี้ตาตอนเจอหน้ากัน
“อ้อ เจ้านายครับ นี่คุณศิศิรา ตัวแทนจากบริษัท APTR ที่จะเข้ามาติดต่อเรื่องการออกแบบครับ”
ปรารุษก์รู้สึกว่าวินาทีนี้โลกคล้ายจะหยุดหมุน แม้แต่เสียงของคนสนิทยังไม่เข้าหู ตาคมแข็งกร้าวขึ้นยามจ้องมองหน้าพริ้มเพราคุ้นตา ต่อให้วันนี้คนตรงหน้าจะเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง เขาก็ยังจำเธอได้ดี
ศิศิรา ธัญญวลัย ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ปากเผยอน้อย ๆ ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เลือดในกายพลันเย็นเฉียบ เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ แม้ใบหน้านี้จะเปลี่ยนแปลงตามวัย คมเข้ม ดุดัน และมีรังสีกดดันมากมาย หาใช่ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าแบบเมื่อก่อน เธอจำเขาได้ดี
“พะ...พี่ลัน...”
เสียงหวานแทบไม่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ หากคนที่จ้องอยู่อ่านปากได้ความหมาย ปรารุษก์เหมือนได้สติ ยื่นมือไปรับแฟ้มจากผู้ช่วย พลางหันไปพูดกับลูกสาวเสียงนุ่ม
“น้องเพชรไปดูบ่อปลาตรงนู้นกับอาเตก่อนนะครับ ป๊าขอคุยงานแป๊บ”
“คุยเสร็จกลับบ้านเลยไหมคะ ป้าผันว่าวันนี้จะทำแกงเขียวหวานไก่ หนูอยากกิน”
“กลับเลยครับ”
“งั้น โอเคค่า” เด็กหญิงปล่อยมือจากการกอดคอพ่อ เดินไปจูงมือกับเตชิตลงจากสำนักงานเพื่อไปดูบ่อปลาคาร์ปตัวใหญ่อย่างว่าง่าย หากก็ไปก็ไม่ลืมสวัสดีคุณอาคนสวยอีกรอบ
“ไปก่อนนะคะคุณอา”
ศิศิรายิ้มให้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ ด้วยว่ายังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ทัน
คล้อยหลังลูกสาว ตาคมแข็งกระด้างขึ้น เขาเปิดแฟ้มในมือดูผ่าน ๆ ขณะเอ่ยเสียงเยียบเย็น
“ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ ผมชื่อ ปรารุษก์ กฤติฐาวัตร” เขาย้ำชื่อด้วยน้ำเสียงขรึมจัดหนักแน่น “ส่วนชื่อ ลัน... ผมขอสงวนสิทธิ์ให้คนที่สนิทและสำคัญกับผมเท่านั้นเรียกได้”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
คิดแบบนั้น น้ำตาก็ยิ่งไหลทะลักร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร เด็กหญิงที่เธอรักกลับกลายเป็นลูกแท้ ๆ ของเธอเอง มันทำให้หัวใจพองโตจนเหมือนจะระเบิดได้ และความดีใจนั้นทั้งทำให้เธอร้องไห้พร้อมกับรอยยิ้มที่หลุดออกมาเหมือนคนบ้า“น้ำเพชรเป็นลูกของฉันจริง ๆ โธ่...ลูก ฉันไม่รู้เลย”“ใช่ มันเป็นเรื่องจริง ถ้าแกไม่เชื
“จบกันไปง่าย ๆ แบบครั้งก่อนน่ะเหรอ หนูฝันไปหรือเปล่าน้ำค้าง เธอคิดว่าที่เรามีอะไรกันตอนอยู่ที่สวน พี่เล่น ๆ กับเธอหรือไง” ชายหนุ่มแค่นเสียงถาม“พูดว่าเราต่างคนต่างเล่นสนุกกันดีกว่า ง่าย ๆ แฟร์ ๆ แค่คนเหงากับคนเงี่..นเจอ มันก็แค่นั้นเอง ไม่ใช่เหรอ”ศิศิรากรีดหัวใจตัวเองซ้ำอีกแผล ตั้งใจจะคุยกับเขาดี
ไม่ชะล่าใจเลยว่าถ้าตนพลาดเมื่อไหร่ แบ็กที่ว่าจะถอนตัวไปทันที ไม่มีใครอยากเอาผลประโยชน์มหาศาลมาแลกเบี้ยเล็กน้อย“แกคิดว่าถ้าฉันติดคุกแล้วแกจะรอดงั้นเหรอ ได้ข่าวว่าแกเองก็มีทรัพย์สินบางส่วนของน้องชายฉันอยู่ในมือไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นมันกับเมียจะไปหาแกทำไม”“หมายความว่าไง”คำถามนี้มาจากคนในวงแขน ศิศิราเบี
“เอาตัวไป จัดการให้เรียบร้อย”ลัดดาวัลย์เหนื่อยจะสวมหน้ากากแล้ว คำพูดจึงเรียบดุ ลูกน้องรีบเข้ามาล็อกตัวศิศิราทันที“อย่านะ ปล่อยฉัน พวกคุณคิดจะทำอะไร ปล่อย!” หญิงสาวดิ้นรน ไม่ยอมง่าย ๆ “ป้าพริ้ม! ช่วยด้วย ช่วยน้ำค้างด้วย พวกเขาจะทำอะไร”“คุณน้ำค้างไปกับคุณสิงหาแต่โดยดีเถอะค่ะ อย่าให้ต้องใช้กำลัง เด
レビュー