LOGINครึ่งชั่วโมง...ช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนานราวกับครึ่งปี ศิศิรามาถึงบริษัทรับออกแบบก่อสร้าง เธอเช็ดน้ำตาและเล่าความอัดอั้นตันใจทั้งหมดให้เพื่อนฟังระหว่างเดินทาง เพื่อนรักคอยปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก ดรัณดูไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ปลิ้นปล้อน
ด้านหลังสำนักงานมีห้องพักสำหรับดรัณกับเพื่อน เธอเคยมาที่นี่สองครั้ง ตอนนั้นเป็นวันหยุดบริษัทเลยไม่ได้เจอใคร ดรัณให้กุญแจห้องเธอไว้และบอกว่าเธอสามารถมาหาเขาที่นี่ได้ตลอด ที่ผ่านมา เธอมีความคิดว่าอยากให้เขามีพื้นที่ส่วนตัวด้วย จึงไม่เคยมาเอง
ศิศิราเห็นรถยนต์คันเก่าของเขาจอดอยู่ เป็นไปได้ว่าเขากลับมาแล้ว ทุกก้าวที่เดินตรงไปยังห้องพักคือความหวาดกลัว
“น้ำค้าง...”
นิชกานต์เรียกเพื่อนเบา ๆ เมื่อเห็นมือเพื่อนรักสั่น เธอจึงช่วยไขกุญแจให้
ศิศิราหายใจลึกเฮือกใหญ่ ตัดสินใจผลักเข้าไป หากสิ่งที่เห็นทำให้ชะงักงัน ความหวังที่มีถูกทำลายลงชั่วพริบตา
บนเตียงนอนที่อยู่ห่างออกไปหลายก้าว ผู้หญิงคนนั้นคร่อมอยู่บนตัวดรัณ ภาพด้านข้างทำให้เธอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจูบปากสามีของเธอ มือเขาโอบกอดรอบตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ ส่งเสียงครางแผ่วเบา
ความเจ็บปวดแล่นลิ่วไปทั่วร่างจนศิศิราแทบทรงตัวไม่อยู่ หากไม่มีมือของเพื่อนรักจับประคองไว้ เธออาจจะทรุดไปกองบนพื้น
“ไม่จริง...”
เสียงดังแผ่วแทบไม่หลุดจากลำคอ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักอาบแก้ม ไม่ต้องมีคำอธิบายจากใด ๆ ภาพตรงหน้าบอกทุกอย่างได้หมดแล้ว
ความหวังที่มีพังทลาย หัวใจแตกสลายหมดสิ้น
สิ่งที่หญิงสาวทำคือการหมุนตัวเดินหนีจากตรงนั้นเงียบ ๆ พร้อมกับอาการปวดหน่วงที่ท้อง
“น้ำค้าง รอฉันด้วย”
นิชกานต์วิ่งตามเพื่อนสาวลงบันได แล้วเธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลเปื้อนกระโปรงชุดคลุมของเพื่อน
ศิศิราเอามือกุมท้องตัวงอ...
“ฉันจะไปบอกพี่ลัน”
“อย่า!” เธอไม่อยากให้เขารู้ ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้ายคนนั้นอีกต่อไป
“พาฉันไปโรงพยาบาล”
“ได้ ๆ แกอย่าเป็นอะไรไปนะน้ำค้าง”
ความเจ็บในช่องท้องบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ศิศิรากัดฟันทนโดยไม่ร้องโอดโอย ภาพในหัวที่ผุดขึ้นคือการนัวเนียของสามีที่รักกับผู้หญิงอื่น เธอเริ่มหน้ามืด ในหูอื้ออึง ที่สุดก็สิ้นสุดการรับรู้ความเจ็บปวดทุกอย่าง
“น้ำค้าง!”
ดรัณถูกปลุกให้ตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่แผดเสียงกังวาน หาใช่แสงแดดจัดจ้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องพัก ทันทีที่รู้สึกตัว หัวเขาปวดตุบจากการดื่มหนักเมื่อคืน ถึงอย่างนั้น ภาพทรงจำต่าง ๆ ในหัวแจ่มชัด ตั้งแต่เพื่อนคะยั้นคะยอให้เขาออกไปดื่มด้วยกันถึงขั้นลากให้ลุกจากโต๊ะทำงาน เพราะเห็นเขาหมกมุ่น เมื่อไปถึงก็พบว่ากลุ่มเพื่อนร่วมงานในบริษัทพากันไปรวมตัวที่นั่น ความเครียดและการทำงานหนักส่งผลให้เขาดื่มหนักไปด้วย หลังส่งข้อความบอกศิศิราว่าจะนอนที่บริษัท เขากลับมาห้องและนันท์นรีช่วยพยุงเข้ามาในห้อง เกิดเหตุบางอย่างขึ้นก่อนที่เขาจะภาพตัดไป
ชายหนุ่มรวบรวมสติ ควานมือหาโทรศัพท์ที่ยังแผดเสียงลั่นไม่หยุด เบอร์บนหน้าจอเป็นเบอร์ของเพื่อนสนิทของศิศิรา นึกแปลกใจว่าทำไมถึงโทรหาเขา ฉับพลันนั้นความกลัวขุมหนึ่งคืบคลานสู่หัวใจ จนต้องรีบกดรับ เพราะนิชกานต์มีห้องพักอยู่ชั้นเดียวกับศิศิรา
“พี่ลันรับได้สักทีนะ!” น้ำเสียงมีความโล่งอกและติดสะบัดราวกับไม่พอใจดังกลับมา
“ว่าไงครับน้องนิด”
“พี่ลัน น้ำค้างเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน เธอปวดท้องมาก ทำให้คลอดก่อนกำหนด หมอบอกว่าเธอตกเลือดมาก นิดโทรหาพี่จนมือจะหงิกอยู่แล้ว พี่รีบมานะ”
คำว่า “คลอดก่อนกำหนด” และ “ตกเลือดมาก” เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะของดรัณ ความมึนเมาหายไปในพริบตาพร้อมอาการปวดหัว ร่างหนากระโจนลงจากเตียงโดยไม่สนใจว่าสภาพของตัวเองเป็นอย่างไร พุ่งออกจากห้องไปที่รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ ได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ
มันเกิดอะไรขึ้น!
หรือเป็นเพราะเขาไม่ได้กลับห้องไปหาเธอเมื่อคืน ศิศิรายิ่งชอบคิดมากเรื่องเขากับนันท์นรีอยู่ด้วย
ความเจ็บปวดและหวาดกลัวโจมตีหัวใจของดรัณอย่างหนัก ไม่กล้านึกถึงสภาพของเธอกับลูก ตลอดทางไปถึงโรงพยาบาลได้แต่ภาวนาให้เธอกับลูกปลอดภัย
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เพื่อนสนิทของศิศิรารออยู่ตรงหน้าประตู พอเห็นเขา เธอพุ่งเข้ามาหาทันที
“มันเกิดอะไรขึ้น!” เขาโพล่งถามออกไปทันทีเหมือนกัน ก่อนจะสังเกตพบว่าสีหน้าของอีกฝ่ายนอกจากมีความกังวลแล้ว ตอนมองเขามีความโกรธบางอย่างด้วย
“มันเป็นเพราะพี่นั่นแหละ ถ้าน้ำค้างเป็นอะไร นิดจะเอาเรื่องพี่ให้ถึงที่สุด”
ขณะแค่นเสียงว่าเขา เธอพาเขาเดินไปยังลิฟต์
“เพราะพี่...” ดรัณเสียงอ่อน การที่เขาไม่ได้กลับไปอยู่กับเธอเมื่อคืนทำให้เธอคิดมากขนาดนี้เลยเหรอ ความรู้สึกผิดทำให้หน้าคมเจื่อนสี
“ใช่ค่ะ พี่ทำอะไรเอาไว้ล่ะ พี่ทำน้ำค้างเสียใจมาก ที่จริงนิดก็ไม่อยากจะโทรหาพี่หรอก แต่...ยังไงพี่กับเพื่อนนิดก็เป็นผัวเมียกัน”
อีกอย่างพ่อแม่ของศิศิราสั่งให้เธอโทรไปเรียกเขามา
“พี่ผิดเองที่ไม่ได้กลับห้อง”
นิชกานต์ตาขุ่น ตวัดมองคนตัวสูงอย่างเอาเรื่อง
“มันใช่แค่เรื่องไม่กลับห้องไหมพี่ลัน เมื่อคืนน้ำค้างไปหาพี่ที่บริษัท นิดไปเป็นเพื่อนมัน มันเห็นพี่กับผู้หญิงคนนั้นกำลังนัวเนียกันบนเตียง มันถึงเครียดจัดจนคลอดก่อนกำหนดแบบนี้”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
กักตัวเธอเอาไว้ตรงกลาง กายแกร่งโน้มเข้าใกล้จนลมหายใจรินรดใบหน้า“จะทำอะไร”“คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ”“ฉันไม่...”ปรารุษก์หัวเราะในลำคอเบา ๆ กับสีหน้าท่าทางตื่นตระหนกของอีกฝ่าย เขาจับเอวเล็ก กดให้นั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนยื่นหน้าเฉียดแก้มเนียนใสอย่างจงใจ มือใหญ่จับบ่าเล็กตรึงไว้ไม่ให้ลุกหนีได้ง่าย“ผู้หญิ
มันเป็นแบบนี้เอง สายตาคมจับจ้องภาพนั้นไม่วางตาโดยไม่คิดจะปลุกคนทั้งสอง เดินเงียบ ๆ เข้าไปนั่งบนโซฟาตัวยาว ทอดเอนกายนอนแล้วมองภาพที่อยากเห็นราวกับจะจารมันไว้ในหัวใจเขาเพิ่งกลับมาจากร้านค้าขายของฝากหน้าสวนหลังผ่านไปสองชั่วโมง เตชิตถึงกับบ่นกระปอดกระแปด“ไม่มีงานเร่งด่วนอะไรสักหน่อย วันนี้วันหยุดด้วย
ขณะที่พ่อของเด็กหญิง ลอบมองไปทางศิศิราบ่อย ๆ ท่าทางตั้งใจของเธอไม่ใช่สิ่งแปลกตา เมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกัน เธอชอบทำอะไร ๆ ด้วยตัวเองอยู่เสมอแม้จะเป็นลูกคุณหนูก็ตาม อย่างการทำกับข้าว ทำความสะอาดห้อง เขามองทีไรก็เพลินตา เธอน่ามองไปหมดทุกอิริยาบถ เช่นเดียวกับตอนนี้ศิศิราเองก็รับรู้ว่าตาคมคอยจ้องเธออยู่ต
‘คงอยากทำดีไถ่โทษต่อลูกสินะ’ช่วยกันไม่นานนักก็เสร็จ เตชิตลอบมองเจ้านายหนุ่มกับหญิงสาวแล้วเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา “เมื่อยยังครับน้ำเพชร”“นิดหน่อยค่ะ แต่หนูสนุก”“งั้นขี่คออากลับดีมั้ย”“ดีค่ะ”เขาลุกขึ้นยืน อุ้มน้ำเพชรขึ้นนั่งบนบ่าอย่างง่ายดาย ก่อนจะจับไว้ด้วยมือเดียว อีกมือหิ้วตะกร้าไปหนึ่งใบเ







