تسجيل الدخولขวัญฤดีย้ำชัดทุกถ้อยคำก่อนจะสะบัดหน้าหนี เปิดประตูเข้าไปในห้องพักฟื้น ทิ้งดรัณให้นิ่งงันเหมือนถูกสาป ตาแดงก่ำจับจ้องไปที่ประตูห้องขณะถูกหิ้วออกไปจากตรงนั้น
ความไม่เข้าใจ ความเสียใจและความโกรธแค้น อับอาย กลุ้มรุมสุมอก
มันเป็นความต้องการของศิศิราจริง ๆ หรือพ่อแม่เธอเพียงกล่าวอ้าง ลูกทั้งคนเธอบอกว่าทิ้งก็สามารถทิ้งได้เลยเหรอ เขาทำผิดอะไรมากมาย ถึงต้องได้รับการลงโทษแบบนี้
ดรัณถูกคุมตัวลงมาที่ห้องเด็กอ่อน
“นั่นลูกของมึง”
คนที่คุมตัวเขามาชี้ไปทางตู้อบภายในห้องกระจกกว้าง ภายในตู้นั้น ร่างกายเล็กจิ๋วกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดท่ามกลางสายยังชีพต่าง ๆ ชายหนุ่มสะท้านในอก
เขาพลาดตรงไหน ชีวิตครอบครัวที่วาดฝันไว้ถึงพังทลายแบบนี้
“รักกับลูกคนรวยก็ยากแบบนี้ล่ะวะไอ้หนุ่ม กูว่ามึงเอาเงินนั่นไปแล้วก็ดูแลลูกสาวดี ๆ เถอะ หมาวัดอย่างเราอย่าไปเผยอไปเด็ดดอกฟ้าอีกเลย”
ใครอีกคนตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะพากันเดินจากไป
ดรัณยืนจ้องมองลูกตัวน้อยอย่างเจ็บปวด ในอกสะท้อนสะเทือนจนจุก ลูกของเขาเป็นลูกสาว เนื่องจากศิศิราอยากเล่นทายเพศลูกกับเขา ทุกครั้งที่อัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของลูกจะขอคุณหมอให้ปิดเรื่องเพศลูกเอาไว้ เขาทายว่าเป็นผู้หญิงเพราะอยากได้ลูกสาวหน้าตาน่ารักเหมือนคนเป็นแม่ ขณะที่เธอทายไว้ว่าเด็กผู้ชาย เพราะอยากให้ลูกหน้าตาเหมือนเขา
เขาได้ลูกสาวสมใจแต่ทำไมถึงไม่ยินดีเท่าที่ควร ในอกเจ็บไปหมดขนาดนี้
“ลูก...”
เสียงแผ่วพร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักฟื้น
“น้ำค้าง! ตื่นแล้วเหรอลูก”
ใบหน้าที่ศิศิราได้เห็นคือแม่กับพ่อ เธอขยับตัวจะลุกแต่ก็ต้องชะงักเพราะเจ็บร้าวตรงช่วงท้องขึ้นมา
“อยากลุกใช่ไหม ค่อย ๆ นะลูก” จักรชัยรีบเข้าไปประคองลูกสาว ช่วยให้ลุกขึ้นนั่งโดยไม่ให้เจ็บมาก
“เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหม แม่ห่วงหนูใจจะขาดอยู่แล้ว” ขวัญฤดีหน้าตาอมทุกข์ กุมมือลูกสาวน้ำตาคลอ
ศิศิราหลุบสายตา ความรู้สึกผิดมากมายจู่โจมหัวใจ ครั้นมองเห็นช่วงท้องที่แบนราบของตนเอง ใจพลันกระตุก
“ลูก! ลูกของหนูล่ะคะ”
เธอถามสีหน้าตื่นตระหนก จำได้ว่าปวดท้องมากจนสลบ ความห่วงใยมากมายจู่โจมหัวใจถึงชีวิตเล็ก ๆ ที่เฝ้าถนอมเลี้ยงมาหลายเดือน
“พ่อขา...แม่ขา...ลูกของหนูล่ะ ลูกหนูไม่เป็นอะไรใช่ไหม ฮึก... ลูกหนูปลอดภัยใช่ไหม...” น้ำตาไหลพรากขณะหันมองพ่อสลับมองคนเป็นแม่
สองผัวเมียมองหน้ากัน ก่อนที่ขวัญฤดีจะเอ่ยเสียงอ่อน
“ทำใจดี ๆ นะลูก...น้ำค้าง เขา...ไม่อยู่แล้วล่ะ”
“มะ หมายความว่าไงคะ”
“ลูกของหนูไม่อยู่แล้วล่ะ...”
“ไม่จริง! หนูไม่เชื่อ ไม่เชื่อ...”
คำว่า ‘ไม่อยู่แล้ว’ บีบคั้นจิตใจของศิศิรา ในสมองผุดภาพเลือดที่ไหลอาบ ลันที่กำลังนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่น ความเจ็บปวดบีบรัดช่องท้องและหัวใจ ความจริงที่โหดร้ายหนักหนาเกินกว่าจิตใจจะรับไหว
“ไม่จริง...ฮือ ๆ ไม่! กรี๊ด!”
ศิศิรากรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ ก่อนดวงตาจะเบิกค้าง ร่างกายแข็งเกร็งแล้วสิ้นสติไป
“น้ำค้าง!!!”
จักรชัยกับขวัญฤดีตกใจมาก
นิชกานต์พุ่งเข้ามาทางประตู
“เกิดอะไรขึ้นคะ น้ำค้างเป็นอะไร”
“เรียกหมอเร็วหนูนิด”
“ค่ะ ๆ”
หญิงสาวปรี่ไปกดปุ่มเรียกหมอและพยาบาล กดถี่ ๆ ด้วยความร้อนใจ
“โธ่...น้ำค้างลูกแม่...” ขวัญฤดีสงสารลูกสาวจับจิตจับใจ หัวอกคนเป็นแม่แทบสลายจนน้ำตาไหลพราก
กระทั่งแพทย์และพยาบาลเข้ามาตรวจอาการและบอกว่าไม่เป็นไรจึงทำให้ทั้งหมดโล่งใจ
ศิศิราใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงจึงฟื้นคืนสติ เธอโผเข้ากอดแม่พ่อ กอดเพื่อนรักร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนจะสร่างซา ใช้เวลาอีกนับชั่วโมง ถึงอย่างนั้นใช่ว่าเธอจะหยุดร้อง น้ำตายังไหลรินเงียบ ๆ เพราะรู้สึกว่าโลกของเธอพังทลายไปหมดจริง ๆ
นิชกานต์มองเพื่อนรักอย่างสงสารและเป็นห่วง เธออาสาอยู่เฝ้าเพื่อให้พ่อแม่ของเพื่อนรักได้ไปพักผ่อนบ้าง เมื่ออยู่กันตามลำพัง เธอพูดขึ้นว่า
“ฉันอยู่ข้างแกเสมอนะน้ำค้าง ถ้ามีอะไรอยากระบายก็ระบายกับฉันได้”
ไม่มีคำตอบกลับนอกจากการบีบมือกลับมาเบา ๆ นิชกานต์อยากจะบอกเล่าเรื่องบางเรื่องแต่พูดไม่ได้ เพราะคำขอร้องของนางขวัญฤดีซึ่งถือเป็นผู้อุปการะของเธอ
น้ำค้างทำตัวไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ถึงเวลากินก็กิน นอนก็นอน แต่ไม่ค่อยพูดกับใครอีก ถามคำตอบคำ ซึ่งทุกคนเข้าใจว่าเธอควรได้เวลาทำใจจึงไม่เซ้าซี้
วันหนึ่ง เธออยู่ห้องพักตามลำพังในช่วงที่แพทย์เจ้าของไข้มาตรวจ นายแพทย์สูงวัยคนนี้เป็นเพื่อนของพ่อเธอเอง
“ลุงหมอคะ...ลูกหนู ไม่อยู่แล้วจริง ๆ ใช่ไหม”
นายแพทย์อดิศักดิ์ชะงักมือที่กำลังเขียนรายการลงในชาร์ต เงยหน้ามองหน้าหมอง ๆ ของเด็กสาว เขายื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ
“อย่าคิดมากเลยหนูน้ำค้าง ตอนนี้คงยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาอยู่กับหนู ลุงเชื่อนะว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมาอยู่กับหนูแน่นอน”
น้ำค้างน้ำตาไหล มันเป็นเสมือนคำยืนยันว่าลูกของเธอจากไปแล้วตลอดกาล จากไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้นที่ไม่เคยมาเยี่ยมมาหาเธอเลยสักครั้ง
“ไง คนเก่ง เจ็บป่วยนี่ไม่ยอมบอกพี่บอกเชื้อเลยนะ”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
“ดิฉันขอคำอธิบายมากกว่านี้ได้ไหมคะ”ปรารุษก์เลิกคิ้ว มองหน้างามนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“งานชิ้นนี้... ยังไม่ถึงระดับที่ผมคาดหวัง”ศิศิราขยับปากจะโต้แย้ง แต่ชายหนุ่มยกมือขึ้น ท่าทางนั้นสุภาพ หากแสดงให้เห็นชัดเจนว่ายังไม่ถึงคิวที่เธอจะพูด“ผมไม่ได้บอกว่ามันแย่ แค่มันยังไม่ดีพอจะเรียกว่ามืออ
ภายในห้องพลันเงียบงัน หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกราวกับเพิ่งรอดพ้นจากแรงกดดันมหาศาล แต่ทันทีที่สายตาปะทะกับปิ่นโต ท้องที่ว่างเปล่าพลันบิดเกร็ง เมื่อเปิดปิ่นโตออกก็พบว่า อาหารทุกอย่างเป็นเมนูที่เธอชอบทั้งนั้น ไม่รู้ว่าปรารุษก์จำได้ หรือแค่มีอะไรก็ตักใส่ปิ่นโตมา...แค่คิดว่าเขารู้ ใจพลันเต้นแรงอย่างไม่อาจค
หึ! ปรารุษก์ทำเสียงหยันในลำคอ หันไปมองคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาอีกรอบ หว่านเสน่ห์เก่งจริงนะ!“แดดร้อนขนาดนี้ ถ้าเป็นอะไรไปคงแย่”หมวกใบใหญ่ถูกถอดออกมาจากศีรษะเจ้านาย วางแหมะลงบนมือของเตชิต“ไม่ได้ใจดีหรอกนะ กูแค่กลัวว่าถ้ายายนั่นเป็นอะไรไปง่าย ๆ มันก็ไม่สนุกสิ”พูดจบก็เดินหนีกลับไปทางสำนักงานเตชิตอยา
ศิศิราแอบเบ้ปาก หมั่นไส้คนหน้าตายที่ตีหน้าเคร่งขรึมและส่งสายตาเย็นชาใส่เธอตลอดเวลา ก็ใช่ว่าเธอจะสนใจ ถ้าไม่ติดเรื่องงาน เธอไม่มีทางเหยียบสวนปรารุษก์ซ้ำสองซ้ำสามแน่นอน เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับเจ้าของสวน“คุณจะเริ่มงานเมื่อไหร่”“เดี๋ยวเก็บของเสร็จก็ว่าจะเริ่มเลยค่ะ ดิฉันจะพยายามทำให้เสร็จเร็ว ๆ จะไ







