Masuk“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
ขวัญฤดีย้ำชัดทุกถ้อยคำก่อนจะสะบัดหน้าหนี เปิดประตูเข้าไปในห้องพักฟื้น ทิ้งดรัณให้นิ่งงันเหมือนถูกสาป ตาแดงก่ำจับจ้องไปที่ประตูห้องขณะถูกหิ้วออกไปจากตรงนั้นความไม่เข้าใจ ความเสียใจและความโกรธแค้น อับอาย กลุ้มรุมสุมอกมันเป็นความต้องการของศิศิราจริง ๆ หรือพ่อแม่เธอเพียงกล่าวอ้าง ลูกทั้งคนเธอบอกว่าทิ
“อะไรนะ!” ดรัณหัวใจหล่น “พี่ไม่ได้มีอะไรกับนันท์”“ไว้ไปแก้ตัวกับน้ำค้างเหอะค่ะ”หญิงสาวโกรธแทนเพื่อน นึกถึงภาพที่เห็นเมื่อคืนบวกกับเธอเองได้รับรู้เรื่องราวของทั้งสองมาตลอด รู้ว่าเพื่อนรักทะเลาะกับเขาเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นบ่อยครั้งในช่วงสามเดือนมานี้ ดรัณมักจะพูดว่าไม่มีอะไรกันแต่ไม่ทำอะไรที่ทำให้เ
ครึ่งชั่วโมง...ช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนานราวกับครึ่งปี ศิศิรามาถึงบริษัทรับออกแบบก่อสร้าง เธอเช็ดน้ำตาและเล่าความอัดอั้นตันใจทั้งหมดให้เพื่อนฟังระหว่างเดินทาง เพื่อนรักคอยปลอบใจไม่ให้เธอคิดมาก ดรัณดูไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ปลิ้นปล้อนด้านหลังสำนักงานมีห้องพักสำหรับดรัณกับเพื่อน เธอเคยมาที่นี่สองครั้ง ตอนน
“นันท์เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน พี่ไม่เคยคิดอะไรกับเขา หนูไม่ต้องคิดมากนะ พี่รักหนูคนเดียว ช่วงนี้พี่ทำงานหนักก็เพื่อหนูกับลูก...”ช่วงหลัง เขากับผู้หญิงคนนั้นทำงานด้วยกันตลอด ออกไปพบลูกค้าด้วยกันบ่อย ๆ เธอคิดมากตามประสาคนที่กลัวสามีจะแอบมีใจให้คนอื่น พอพูดเรื่องนี้กับเขาบ่อยเข้าทำให้ทะเลาะกัน“พี่มีหนู







