LOGIN“อืม…ค่ะ” วรางคณามองมายังนับดาว เธออยากคุยอยากขอโทษ แต่นับดาวไม่เปิดโอกาส จากคนเคยสนิทสนมชิดเชื้อ กลายเป็นบาดหมางเย็นชาของนับดาว ทำให้วรางคณา นั้นกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
สิ่งที่พี่ปุ๊กปกปิดนับดาวอีกเรื่อง คือ เธอต้องใส่ชุดราตรีแบรนด์วรางคณา ซึ่งเจ้าของแบรนด์ให้พี่ปุ๊กช่วยปิดบัง
อีกอย่างเพราะอยากช่วยนับดาวหาเงินใช้หนี้ จึงได้ปกปิด
หากบอกตรง ๆ นับดาวคงไม่ยอม ที่พี่ปุ๊กรับงานเพราะเห็นว่ามันได้เงินดี แต่ใช่ว่านับดาวจะยอมง่าย ๆ สุดท้ายต้องยอม เพราะเห็นแก่พี่ปุ๊ก
หน้าเวที ที่เต็มไปด้วยเจ้าของแบรนด์ชุดราตรี ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย การเดินแบบโชว์ของแบรนด์ตัวเอง หลายคนถูกเชิญมาร่วมในงาน แต่ที่เห็นอืออาในงานคงไม่พ้น
คุณหมอหนุ่มทายาทโรงพยาบาลดัง อย่าง นายแพทย์ ราเชนทร์ อดิเทพพินิจ พี่ชายของนางแบบสาวอย่าง วรางคณา อดิเทพพินิจ เธอมาเดินแบบในแบรนด์ตัวเอง ซึ่งเปิดตัวใหม่มาได้เกือบปี
หมอเชนทร์มาพร้อมกับปู่ไพบูลย์ และย่ารักษ์สินี อดิเทพพินิจ พวกท่านมาคอยให้กำลังใจหลานสาวคนเดียว แม้ทุกคนจะเคยผ่านการเดินแฟชั่นโชว์ แต่ก็ยังพากันตื่นเต้นประหม่า
นับดาวในชุดราตรีสีแดงเพลิง
มันช่างเน้นสีผิวให้เธอดูขาวผ่องอมชมพู ในแสงไฟที่สาดส่อง หญิงสาวสูงเพรียวมีออรากว่าหลายคน จนพี่ปุ๊กอดถ่ายรูปเก็บไว้ดูไม่ไหว
ครั้นนับดาวปรากฏตัวบนเวที กล้องถ่ายรูปถูกกดรัว ๆ เธอเดินแบบเป็นคนสุดท้ายของงาน ก่อนที่เจ้าของแบรนด์อย่างวรางคณา จะเดินเป็นคนปิดงานสุดท้าย
หญิงสาวบนเวที หมอราเชนทร์คุ้นหน้าเหลือเกิน คล้ายเคยเจอที่ไหนสักที่ แต่จำไม่ได้
“ตาเชนทร์ นั่นยัยณา นี่” ย่ารักษ์สินีหันมาคุยกับหมอเชนทร์
“ใช่ครับ คุณย่า”
“ดอกไม้ ได้สั่งมาแสดงความยินดีกับน้องไหม”
“เรียบร้อยครับ ผมสั่งมาให้ทุกคนแหละครับ” หมอเชนทร์เป็นคนขึ้นไปมอบช่อดอกไม้ ร่วมแสดงความยินดีกับน้องสาว ชายหนุ่มมอบดอกไม้ให้เหล่านางแบบ จนมาถึงคนสุดท้าย
หมอราเชนทร์ชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าเต็มตา เธอคือผู้หญิงคนที่ขอให้เขานอนด้วย ในคืนนั้น ไม่ใช่แต่หมอเชนทร์ที่จำเธอได้ แม้แต่นับดาวเองก็จำเขาได้ในคืนนั้น ถึงเวลาจะผ่านมาเป็นเดือน ๆ ก็ตาม
เธอดูตกใจหน้าซีด แขนขาอ่อนแรง เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าและฝ่ามือ เหมือนจะเป็นลมให้ได้ และยิ่งตกใจมากกว่า เมื่อเขาประกาศแสดงความยินดีกับเพื่อนทรยศ
“ผมนายแพทย์ราเชนทร์ อดิเทพพินิจ ซึ่งเป็นพี่ชายเจ้าของแบรนด์วรางคณา ขอฝากแบรนด์น้องสาวผมไว้ให้ทุกคนพิจารณาด้วยนะครับ” เสียงปรบมือร่วมแสดงความยินดีดังเกรียวกราว ซึ่งมันตอกย้ำให้นับดาวแน่ใจอีกครั้ง ทั้งสองคือพี่น้องกันจริง ๆ
สายฟ้าก็ไม่นึกว่านับดาวจะมางานเดินแบบนี้ด้วย เขามอบช่อดอกไม้ให้พร้อมหอมแก้ม
วรางคณาต่อหน้านับดาว ซึ่งเป็นการประกาศเปิดตัว ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
นับดาวข่มอาการทั้งหมด เธอได้แต่จ้องเขม็งมองคนทั้งสอง อย่างเจ็บแค้นในใจสุดจะบรรยาย
เธออยากป่าวประกาศให้คนทั้งงานรู้ว่าผู้หญิงหน้าด้าน คนนี้ที่ทุกคนชื่นชม แย่งแฟนหนุ่มของเธอ ไวกว่าความคิด นับดาวเดินเข้าหา
“ขอแสดงความยินดีกับคุณทั้งสองด้วยนะคะ ขอให้ครองรักกันยาวนาน อย่าพึ่งตายจากกันนะคะ”
นับดาวโน้มใบหน้า เข้าหาสองคน พร้อมโยนดอกไม้ใส่มือวรางคณา ก่อนเดินหันหลังให้ ดวงตาคลอด้วยน้ำตา
สายตาหมอเชนทร์จ้องมองนับดาวไม่วาง นึกเอะใจ
เธอมีสิทธิ์อะไรถึงทำกิริยาแย่ ๆ กับน้องสาวเขา มันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง และเธอเป็นใคร
นับดาวถึงกับอ่อนแรงเซถอยหลัง ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง
พรึ่บ…
“ว้าย…”
เสียงผู้คนร้องกรี๊ด ตกใจแตกตื่น ที่นางแบบเป็นลมหมดสติบนเวที หมอราเชนทร์ไวกว่ารับร่างนับดาวไว้ทัน ก่อนหัวจะกระแทกพื้น
“นับ” วรางคณาตกใจ ถลาเข้าหาพี่ชาย เขย่าร่างนับดาว
“พี่เชนทร์ ยัยนับเป็นลม”
“อื้อ พี่จะพาไปพักก่อน น้องณา อยู่ดูแลตรงนี้นะครับ”
“ค่ะ ๆ ณาฝากด้วยนะคะ”
ทุกคนต่างแตกฮือ โดยเฉพาะพี่ปุ๊กที่ตกใจจนลนลาน รีบวิ่งตามหลังคนที่อุ้มนับดาว
“เอ่อ คุณคะจะพายัยนับไปไหนคะ”
“คุณจะให้ผมไปไหนละครับ”
“ห้องแต่งตัวค่ะ”
“มีที่ที่ให้เธอนอนสะดวกไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ” ก่อนที่หมอราเชนทร์จะก้าวขายาว ๆ ไปห้องพักที่ไม่ไกล
ภายในห้องพัก หมอราเชนทร์วางนับดาวที่หมดสติ ใบหน้าซีดเผือดลงนอน
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยยัยนับ ที่เหลือดิฉันดูแลเองค่ะ”
“ผมเป็นหมอครับ คุณมีเสื้อผ้าที่มันใส่สบายกว่านี้บ้างไหมครับ” หมอราเชนทร์มองชุดที่นับดาวใส่ แล้วอึดอัดแทน มันรัดทุกสัดส่วนของหญิงสาวตรงหน้า
“อ้อ มีค่ะ แต่อยู่ห้องแต่งตัว ดิฉันฝากยัยนับแป๊บนะคะ”
ก่อนพี่ปุ๊กจะวิ่งออกจากห้อง ไปยังห้องแต่งตัว หมอราเชนทร์มองหญิงสาวหมดสติ ชายหนุ่มยอมรับว่าเธอสวย น่ารัก แต่สงสัย ระหว่างนับดาวกับน้องสาวเขา
ทั้งสองรู้จักกันหรือแค่คนร่วมงานกัน เหมือนนับดาวไม่พอใจสองคนนั้น
“อื้อ…” เสียงครางเล็ดลอด เมื่อนับดาวเริ่มรู้สึกตัว คุณหมอราเชนทร์ก็ขอตัวออกจากห้องไป
“ขอบคุณนะคะ คุณหมอ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวครับ”
“ค่ะ”
พี่ปุ๊กรีบเดินไปนั่งข้าง ๆ
“ยัยนับเป็นยังไงบ้าง ฮะ”
ห้องทำงานหมอราเชนทร์“นี่มัน” พูดไม่ทันจบ หมอราเชนทร์ก็จับมือนับดาวลากเข้าห้องทำงานทันที“นู่น ห้องน้ำ” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางห้องน้ำ นับดาวไม่รอช้า รีบเดินเข้าห้องน้ำ เสียงเหมือนผู้ชายผู้หญิงคุยกันอยู่ด้านนอก นับดาวยืนนิ่งหลังจากทำธุระเสร็จ เธอตัดสินใจจะเปิดประตูออกมาดีไหม กลัวขัดจังหวะหรือเสียมารยาท หญิงสาวคิดอยู่นาน“นับ…”เสียงผู้หญิงเรียกนับดาว เมื่อเห็นเธอออกจากห้องน้ำ“ณา…” นับดาวตาโต ไม่ได้เตรียมใจไม่นึกจะมาเจอนังเพื่อนทรยศ“มาทำอะไรในห้องพี่เชนทร์”“เธอขอเข้าห้องน้ำ ว่าแต่รู้จักกันเหรอ ณา” หมอราเชนทร์ถามน้องสาว“ค่ะ นับ เพื่อนสนิทณา เองค่ะ” สายตามองนับดาวด้วยความรู้สึกผิด“เราไม่ใช่เพื่อนกัน ฉันไม่เคยรู้จักเธอ” นับดาวจ้องหน้าวรางคณา ด้วยแววตาสั่นไหว“นับ เราคุยกันก่อนได้ไหม” นับดาวเผชิญหน้ากับวรางคณา อดีตเพื่อนสนิทที่เคยรักกันมาก“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ”วรางคณาคว้าข้อมือนับดาว เมื่อหญิงสาวเดินผ่านหน้าเพื่อออกจากห้องแต่ถูกนับดาวสะบัดมือวรางคณาออกห่าง ทำให้วรางคณาเสียหลักเซเกือบล้ม ดีที่หมอเชนทร์รับทัน เขารีบคว้าข้อมือนับดาว ก่อนจะผลักเธอชนเหลี่ยมประตู“โอ๊ย!” มือจับหน้าผากอ
“อือ ครึ่งนึงก็ครึ่งนึง จ่ายมา”“รอแป๊บ เอาหลักฐานการจ่ายให้ฉันด้วย”นับดาวกลับเข้าไปในบ้าน หยิบมือถือมากดโอนเงินให้ชายคนนั้น“เรียบร้อย แสนห้า ที่เหลือหนึ่งอาทิตย์ พวกพี่มาใหม่”หลังจากพวกนั้นกลับกันหมด นับดาวกำลังเดินขึ้นห้องนอน เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน เธอรับจ๊อบโดยการเป็นพิธีกร ในงานการกุศลของโรงพยาบาล เป็นงานที่พี่ปุ๊กหาให้อีกนั่นแหละ ยามนี้งานอะไรก็รับหมดยอดหนี้ของแม่เหลือหกหลักก็จริง แต่เป็นหกหลักที่หลายเจ้า จนนับดาวแอบน้ำตาไหล ไม่จ่ายไม่ได้พวกนั้นรู้จักบ้าน มีทางเดียวถ้าไม่จ่าย เธอต้องไปหาที่อยู่ใหม่ที่โรงพยาบาลนับดาวขับรถยนต์มาโรงพยาบาล ตามที่นัดกับพี่ปุ๊กไว้ เธอจอดรถและรอพี่ปุ๊กราวสิบนาทีพี่ปุ๊กวิ่งกระหืดกระหอบมา“เหนื่อยว่ะ”“ขอโทษนะคะพี่ปุ๊ก” นับดาวรู้สึกว่าตัวเองทำให้คนอื่นวุ่นวายและเดือดร้อน“ขอโทษอะไรคิดมาก พี่จะพาเข้าไปหาคนว่าจ้างงานนะ”“อ้าว…พี่ปุ๊กไม่อยู่กับนับ เหรอคะ”“พี่มีงานอีกที่ ไม่ได้อยู่ด้วยน่ะสิงานนี้”“ได้ค่ะ ๆ” นับดาวไม่อยากเป็นตัวถ่วง ทำให้พี่ปุ๊กเสียงานพี่ปุ๊กหอบชุดขึ้นไปให้นับดาวที่ห้องน้ำ เพื่อให้นับดาวเปลี่ยนชุด จากนั้นจึงพาไปพบคนจ้างงา
“พี่ปุ๊ก อืม” นับดาวกลืนน้ำลายลงคอ กะพริบตาถี่ ๆ“โอ๊ย พี่เป็นห่วงแทบแย่ ขอโทษนะนับ ที่รับงานให้จนไม่มีเวลาพัก”“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ปุ๊ก นับคงเครียดหลายอย่าง”“ต่อไปคงไม่กล้าให้โหมงานหนักขนาดนี้ละ”“ไม่ค่ะ พี่ปุ๊ก นับต้องหาเงินใช้หนี้อีกเยอะค่ะ”“แต่ร่างกายไม่ไหว ต้องพักผ่อนบ้าง”พี่ปุ๊กเองก็รู้สึกผิดต่อนับดาว ทำให้ไม่มีเวลาได้พัก พี่ปุ๊กเองก็พึ่งรู้พร้อมกันกับนับดาววันนี้ วรางคณามีพี่ชายเป็นหมอ ปกติเธอบอกแค่มีพี่ชาย แต่ไม่เคยถามว่าทำอาชีพอะไร“ว่าแต่ เขารู้เรื่องราวของน้องสาวไหม”“นับไม่รู้ อาจรู้หรือไม่รู้ก็ได้” นับดาวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง“ไม่น่ารู้หรอกที่น้องสาวทำนิสัยแบบนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”“อื้อ ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไปเถอะค่ะ นับไม่อยากรู้เรื่องของคนพวกนี้” นับดาวคลึงนวดขมับเบา ๆ“ดีขึ้นหรือยัง”“ค่ะ ดีขึ้น งานจบแล้วใช่ไหมคะพี่ปุ๊ก” เธออยากกลับไปพักผ่อนเต็มทน“อืม เสร็จละ รับไป” พี่ปุ๊กยื่นซองให้นับดาว“พี่ปุ๊กหักส่วนของพี่เลยนะคะ”“พี่ไม่เอาหรอก พี่ให้เอาไปใช้หนี้”“แต่ว่า มันเป็นส่วนของพี่นะคะ”“พี่ช่วย ไม่อยากเห็นนับเหนื่อย”นับดาวช่วงนี้อ่อนแอเหลือเกิน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้อ
“อืม…ค่ะ” วรางคณามองมายังนับดาว เธออยากคุยอยากขอโทษ แต่นับดาวไม่เปิดโอกาส จากคนเคยสนิทสนมชิดเชื้อ กลายเป็นบาดหมางเย็นชาของนับดาว ทำให้วรางคณา นั้นกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้สิ่งที่พี่ปุ๊กปกปิดนับดาวอีกเรื่อง คือ เธอต้องใส่ชุดราตรีแบรนด์วรางคณา ซึ่งเจ้าของแบรนด์ให้พี่ปุ๊กช่วยปิดบังอีกอย่างเพราะอยากช่วยนับดาวหาเงินใช้หนี้ จึงได้ปกปิดหากบอกตรง ๆ นับดาวคงไม่ยอม ที่พี่ปุ๊กรับงานเพราะเห็นว่ามันได้เงินดี แต่ใช่ว่านับดาวจะยอมง่าย ๆ สุดท้ายต้องยอม เพราะเห็นแก่พี่ปุ๊กหน้าเวที ที่เต็มไปด้วยเจ้าของแบรนด์ชุดราตรี ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย การเดินแบบโชว์ของแบรนด์ตัวเอง หลายคนถูกเชิญมาร่วมในงาน แต่ที่เห็นอืออาในงานคงไม่พ้นคุณหมอหนุ่มทายาทโรงพยาบาลดัง อย่าง นายแพทย์ ราเชนทร์ อดิเทพพินิจ พี่ชายของนางแบบสาวอย่าง วรางคณา อดิเทพพินิจ เธอมาเดินแบบในแบรนด์ตัวเอง ซึ่งเปิดตัวใหม่มาได้เกือบปีหมอเชนทร์มาพร้อมกับปู่ไพบูลย์ และย่ารักษ์สินี อดิเทพพินิจ พวกท่านมาคอยให้กำลังใจหลานสาวคนเดียว แม้ทุกคนจะเคยผ่านการเดินแฟชั่นโชว์ แต่ก็ยังพากันตื่นเต้นประหม่านับดาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงมันช่างเน้นสีผิวให้เธอดูขาวผ่องอมชมพู
ระหว่างนั้น ประตูร้านถูกผลักเข้ามา คนมาใหม่สองคนควงแขนกัน เข้ามาสั่งเครื่องดื่ม ความบังเอิญเหลือเกิน“นับ” วรางคณาหันไปเจอนับดาว เธอเอ่ยชื่อเพื่อน ทำให้สายฟ้าต้องหันมองตาม“ณา ขอไปหานับนะคะ” หญิงสาวผละห่างจากสายฟ้า เดินไปยังเพื่อนนั่งอยู่“นับ พี่ปุ๊ก” เจ้าของชื่อทั้งสองเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวมาใหม่“อ้าว น้องณา มากับใครคะ” สายตาพี่ปุ๊ก เหลือบมองนับดาว“ณา มาซื้อกาแฟค่ะ” วรางคณาเลี่ยงจะตอบคำถามพี่ปุ๊กนับดาวไม่แม้จะหันมองอดีตเพื่อนสนิทสักนิดเธอนั่งเงียบ ไม่เอ่ยใด ๆ ทั้งนั้น มันมีแต่ความเคียดแค้น โกรธจนอยากฆ่าคนตรงหน้านั้นได้เลยวรางคณาน้ำตาคลอ มองนับดาว เธออยากคุยอยากขอโทษ ที่ทำผิดกับนับดาว เธออยากอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ แต่เห็นนับดาวนั่งเงียบ ไม่แม้จะมองหน้า จึงได้แต่ปล่อยน้ำตาไหลพี่ปุ๊กรู้สึกเหมือนสถานการณ์ไม่สู้ดี พยายามจะสื่อสารเปลี่ยนประเด็น แต่ต้องนั่งเงียบอีกคน เมื่อสายฟ้าแฟนหนุ่มของนับดาว เดินเข้ามายืนข้างวรางคณา“นับ สบายดีนะครับ” สายฟ้ามองนับดาวที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ก็ยังไม่ตายนี่คะ” เขาจะถามเธอทำไม แผลพึ่งยังสดใหม่ พอมีอะไรมากระทบมันยิ่งเจ็บ สายฟ้าเอาแต่จ้องนับดาว“เอ่อ ทั้ง







