LOGIN"ผู้ชายที่เธอขึ้นเตียงด้วยเมื่อคืน เช้านี้เขากลายมาเป็นอาจารย์ของเธอ" เธอเหงาจึงเข้าแอปหาคู่เพื่อปัดหาผู้ชายเพื่อไปเดตด้วย และบังเอิญไปแมชกับผู้ชายคนหนึ่ง เขานัดเธอไปดื่มที่ผับแห่งหนึ่ง จนทั้งสองเริ่มเมานิดหน่อย "คืนนี้ถ้าผมชวนคุณไปต่อ คุณจะไปไหม" "ไม่ผูกมัดนะคะ" "แน่นอนครับ" "ฉันค้างไม่ได้นะคะ" "ตามที่คุณต้องการครับ"
View MoreIntro…
ภาคภูมิ อาจารย์หนุ่มประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ อายุ 35 ปี กับความสูง 185 เซนติเมตร
พิพิมพ์ นักศึกษาสาว ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ อายุ 20 ปี
ทั้งสองเจอกันที่แอปหาคู่ยอดนิยม โดยเป้าหมายแค่หาเพื่อนแก้เหงาชั่วคราว 'กำลังมองหาความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด' และโลกก็เหวี่ยงพวกเขามาเจอกัน
ทุกอย่างควรจะจบลงที่คืนนั้น แต่โลกมันช่างแคบสำหรับพวกเขาสองคน เช้าวันต่อมาในคลาสแรกของวัน เขากลายมาเป็นอาจารย์ของเธอ และจุดเริ่มต้นของสัมพันธ์ลับ ๆ ในห้องพักอาจารย์ก็ได้เริ่มขึ้น
"นักศึกษาที่ส่งรายงานไม่ทัน ไปพบผมที่ห้องด้วยครับ" คำสั่งเสียงเรียบของอาจารย์หนุ่ม เธอจำต้องไปพบเขาหลังเลิกคลาสอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ในใจก็คิดว่า 'เขาคงจะเรียกเธอไปดุนิด ๆ หน่อย ๆ เพียงแค่นั้น และคงมีเพื่อนในห้องอีกหลายคนที่ส่งรายงานไม่ทัน ส่วนตัวเธอเองก็ส่งรายงานช้าไปแค่ 40 วินาทีเอง เธอคงไม่โดนดุมากเท่าไหร่
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เธอต้องตกใจเพราะภายในห้องมีแค่เธอกับอาจารย์หนุ่ม ไม่มีนักศึกษาคนอื่นอยู่ในห้องเลย แทนที่จะโดนดุหรือโดนหักคะแนน แต่เธอกลับโดนอาจารย์หนุ่มจูบทำโทษหนัก ๆ และความสัมพันธ์ของเธอกับอาจารย์หนุ่มก็เริ่มถูกซุบซิบนินทาเมื่อเธอมาเรียนพร้อมกับเขา อาจารย์หนุ่มหล่อที่เป็นที่หมายตาของนักศึกษาสาวทั้งมหาวิทยาลัย ย่อมเป็นที่จับตามากเป็นพิเศษ แต่พิพิมพ์ก็ไม่ได้สนใจคำนินทาเหล่านั้น เธอเพียงใช้ความเงียบ สยบทุกคำนินทา แต่เรื่องดันไปถึงหูอธิการบดี แต่สุดท้ายภาคภูมิก็จัดการเรื่องนี้ และความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัย และภายนอกมหาวิทยาลัย
พิธา อาจารย์หนุ่มประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ อายุ 35 ปี กับความสูง 184 เซนติเมตร เป็นเพื่อนสนิทของภาคภูมิ และสอนอยู่คณะเดียวกัน พิธานิสัยค่อนข้างเงียบ วางตัวเหมาะสมมาตลอด ไม่มีข่าวเสียหายกับนักศึกษาให้มีข่าวซุบซิบนินทา
รินดา นักศึกษาสาว ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ อายุ 20 ปี เป็นเพื่อนสนิทของพิพิมพ์
รินดาเริ่มจีบพิธาในห้องเรียนต่อหน้านักศึกษาคนอื่น ๆ และเธอก็ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ ในคลาส ทุกคนเชียร์เธอให้จีบพิธาให้ติด
พิธาค่อนข้างรักษาระยะห่างของเขามาตลอด แต่ก็ต้องเริ่มแพ้ทางให้รินดา เธอมีวิธีใหม่ ๆ มาจีบเขาแทบทุกวัน ดั่งคำสุภาษิตที่ว่า 'น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน' แล้วใจคนจะเหลืออะไร เมื่อโดนนักศึกษาที่สาว และสวย แถวยังน่ารักสดใสตามวัยของเธออีกด้วย
จากตอนแรกที่ไม่สนใจ เริ่มมีคิดถึงบางเวลา และเริ่มหึงหวง จนทำตัวเป็นเจ้าของ และสุดท้ายก็เป็นฝ่ายยอมรับตรง ๆ ว่าชอบเธอ กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาได้พังทลายลง ไปกับคำหวานที่เด็กสาวหยอดลงทุกวัน
"เอวา ฉันขอโทษที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันได้ไหม" เอวาตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะความเป็นต่างชาติที่มักจะพูดและทำแบบตรงไปตรงมา"ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ ที่ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากคุณเพราะฉันต้องการอิสระ ฉันต้องการหลุดพ้นจากคำว่า เมียเดิมพัน" เอวาบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป เจเดนเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังบอกเขาทันที"ฟังนะเอวา เธอไม่ใช่เมียเดิมพัน ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเอาร่มมากางให้ฉัน เด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีรอยยิ้มสดใส ฉันพยายามตามหาเธอมาตลอด แต่ฉันเจอเธอก็ตอนที่บางอย่างมันอาจจะช้าเกินไป ฉันเป็นคนยื่นขอเสนอบ้า ๆ นั่นกับไมค์เอง ไมค์ปฏิเสธฉันหลายครั้งจนฉันบีบบังคับให้ไมค์ยอม เธอคือเมียที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ไม่ใช่เมียเดิมพันอย่างที่เธอเข้าใจ นี่คือคำสารภาพทั้งหมดจากฉัน" เอวาฟังแล้วแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เจเดนบอก"เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ลูกเลือกจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะเธอลูกจึงอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย" พ่อเจเดนถามขึ้นหลังจากได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดของเจเดน"ครับ นั่นคือเหตุผลทั้งหมด เพราะผมต้องการตามหาเธอและอยู่กับเธอ" ราล์ฟ ไบรอัน ทุกคนไม่เคย
"ลูกแน่ใจใช่ไหมว่าเธอจะอนุญาตให้เราพบ นั่นมันบ้านของเธอเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต" แม่ของเจเดนเอ่ยถาม เพราะที่ฝรั่งเศสกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลนั้นรุนแรงมาก"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ถึงต้องให้พ่อกับแม่มาช่วยนี่ไงครับ" แววตาเจเดนแสดงออกถึงความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดี"รถ SUV ค่อย ๆ ชะลอลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมืองเชียงใหม่ รั้วไม้เตี้ย ๆ สีขาวล้อมรอบพื้นที่รอบบ้านดอกไม้หลากสีเบ่งบานอยู่ริมแนวรั้ว และที่สวนเล็กข้างบ้านนั้น…ร่างของหญิงสาวในชุดธรรมดากำลังก้มปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองลงดิน เส้นผมถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง"เอวา" เจเดนก้าวลงจากรถโดยรีรอ รีบกระโดดข้ามรั้วไม้เข้าไปในพื้นที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านพ่อกับแม่ของเจเดนที่ลงจากรถตามมาต่างเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก“Mon dieu! (พระเจ้า!) เจเดน! ลูกทำอะไรของลูก!”“คุณเห็นไหม! เขาปีนรั้วเข้าไปในบ้านของผู้หญิงคนนั้น” เธอหันไปหาสามี“ที่ฝรั่งเศสแบบนี้เข้าคุกเลยนะ”“หรือถูกยิงด้วยซ้ำ ถ้าเจ้าของบ้านมีปืน” พ่อพูดเสียงนิ่ง ๆ แ
เจเดนยังกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบอก พร้อมกับหมอนใบเล็กที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเอวา ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่พึ่งบุกรุกเข้ามาในห้อง“เจเดน ลุกไปอาบน้ำ แม่งจะอยู่ในสภาพเน่าเฟะแบบนี้รอให้เธอกลับมาหรือไง” ไบรอันเดินเข้าไปใกล้ แต่มือเจเดนกลับกระชับจดหมายนั้นแน่นขึ้น“เธอไม่อยู่แล้ว…” เสียงเขาแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน“เธอไปแล้ว...เธอพาลูกหนีไปจากกูแล้ว”“งั้นมึงก็ลุกขึ้นสิวะ...ลุกขึ้นไปตามเธอกลับมา” เสียงราล์ฟเข้มขึ้น แววตานั้นจริงจัง“กูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”“เธอไม่อยากให้ฉันตามหา”ตอบกลับเสียงแผ่วราวคนหมดแรง มีเพียงน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงจากหางตาของชายผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น“นายอยากเจอคุณเอวาไหมครับ” เจมที่ทนเห็นคนเป็นนายอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยถามคำนี้ขึ้นก่อนเวลาที่เขาคิดไว้“มึงหมายความว่าไงเจม”“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ กินข้าว ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน ผมจะพานายไปเจอคุณเอวาในสภาพไม่นี้ไม่ได้จริง ๆ”“มึงรู้ว่าเอวาอยู่ที่ไหน” ร่างสูงกำยำลุกพรวดพราดขึ้น ออกอาการเซแทบหงายหลัง จนไบรอันต้องรีบพยุงไว้ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มหัวกระแทกพื้น“ครับ ผมสามารถตาม
ไม่มีใครเอะใจ เพราะเคยได้ยินเอวาเล่าถึงว่าแม่ของเธอจากโลกใบนี้ไปแล้ว และในวันนี้...เธอก็ขอใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อบอกลาทุกอย่างเงียบ ๆเจมขับรถไปส่งเธอที่สนามบินตามคำสั่ง เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนี้…เธอจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่เหมือนเจมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นก่อนที่เอวาจะหันหลังเดินจากไป“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเอวานะครับ ของชิ้นนี้ได้โปรดพกมันติดตัวไว้ตลอด ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ของสิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองคุณเอวาให้ปลอดภัย โชคดีนะครับ เดินทางปลอดภัย”“ขอบคุณค่ะพี่เจม” เอวารับมาแล้วคล้องเข้าที่คอ เพราะของที่เจมให้มานั้นคือสร้อยพระองค์เล็กที่ถูกหลอมขึ้นจากทองคำขาว จากนั้นก็เอ่ยลาแล้วเดินหันหลังเข้าไปด้านในสนามบินเจเดนกลับมาถึงบ้านในช่วงดึก หลังจากประชุมยืดเยื้อเกินเวลา เขาถอดเสื้อสูทลวก ๆ มาถือไว้ในมือ ก่อนก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างอ่อนล้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปในความมืด แสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามา ไม่มีร่างบางนอนอยู่บนเตียง ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันเจเดนขมวดคิ้ว เขากวาดตามองไปรอบห้อง รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว เขารีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ
reviews