LOGINภาสกรนั่งเงียบๆ อยู่บนแคร่ไม้ใต้แสงจันทร์สลัวบนเรือนชานที่ยื่นออกไป แสงสีขาวนวลทาบทอทั่วร่างสูงของเขาเป็นเงารางๆ นิ้วแกร่งเลื่อนไถหน้าจอมือถืออย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับความคิดล่องลอยไปไกลกว่านั้น
หลังจากที่น้องจีน่าหลับสนิทสู่ห้วงนิทราไปแล้ว พริมาก็ตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ในมือมีผ้าห่มผืนหนาพับไว้อย่างเรียบร้อย เธอเดินตรงไปยังชานนอกบ้านที่ภาสกรนั่งอยู่
“คุณภาส นี่ผ้าห่มค่ะ ฉันเอามาเพิ่มให้ ดึกๆ มันจะหนาว” พริมาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว มือเรียวบางยื่นผ้าห่มให้เขาโดยไม่สบตา
“ไม่เอามุ้งแน่นะคุณ ถ้ายุงหาม อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ!” เธอเสริมด้วยน้ำเสียงที่แฝงความประชดประชันเล็กน้อย ภาสกรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ รอยยิ้มบางๆ แต้มบนใบหน้าหล่อเหลา
“ครับ ผมอยู่ได้ สบายมากครับ” แววตาคมๆ ของเขากลับจ้องมองเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ราวกับกำลังสำรวจทุกรายละเอียด
แล้วในฉับพลัน เขาก็เอื้อมมือรั้งมือเรียวบางของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว พริมาเสียหลักเล็กน้อย ตามแรงดึงของเขาลงไปนั่งบนตักอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่วงแขนแกร่งจะโอบกระชับรอบเอวบางของเธอไว้แน่น
“คุณ!!!...” พริมาอุทานเสียงแผ่ว พยายามจะลุกขึ้น แต่ภาสกรกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
“อยู่นิ่งๆ ก่อนสิครับ... ผมแค่อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหู ราวกับต้องมนต์สะกด
พริมาตัวแข็งทื่ออยู่บนตักของภาสกร หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาอบอวลอยู่รอบกายเธอ สัมผัสจากวงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวทำให้เธอรู้สึกวูบไหวอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
“คุณภาส ปล่อยฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น” พริมาพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง แต่กลับสั่นเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมได้
“ไม่ปล่อยครับ คุณต้องให้ผมชื่นใจก่อน” ภาสกรเว้นคำพูด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการย้ำเตือนถึงความปรารถนา ใบหน้าของพริมาร้อนผ่าว เธอหลบสายตาของเขาอย่างรวดเร็ว
“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เราเพิ่งรู้จักกันเอง”
“เราก็รู้จักกันมาสักพักแล้วนี่ครับ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย?” ภาสกรกระซิบเสียงพร่า เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสัมผัสแก้มเนียนของเธอ พริมาเม้มปากแน่น พยายามรักษาระยะห่าง
“แต่คุณมีภรรยาแล้วนะคะ ฉันไม่อยากยุ่ง กลัวจะมีปัญหา”
“ไม่ต้องกังวลครับ ภรรยาของผมเค้าไม่ยุ่งเรื่องของผมหรอก” ภาสกรไม่ยอมลดละ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบไล้แก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลนั้นกลับทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวยอย่างน่าประหลาด
“อย่าค่ะ...” พริมาพยายามห้ามเสียงสั่น แต่สายตาของเธอกลับจ้องมองริมฝีปากหยักของเขาอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศรอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงม แสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นประกายสีเงิน ราวกับเป็นใจให้ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของทั้งสองค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น
ภาสกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งลมหายใจของพวกเขาแทบจะหลอมรวมกัน พริมาหลับตาลงอย่างห้ามไม่อยู่ เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับสัมผัสที่เธอทั้งหวาดหวั่นและปรารถนาในเวลาเดียวกัน...
ริมฝีปากหยักของภาสกรแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของพริมาอย่างแผ่วเบา สัมผัสแรกนั้นนุ่มนวล ราวกับกลีบดอกไม้ต้องสายลม แต่ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงปรารถนาที่เก็บกักมานาน
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักไส ในความมืดสลัวใต้แสงจันทร์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนรางลง เหลือเพียงแต่ความวูบไหวที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง
ภาสกรค่อยๆ เพิ่มแรงกดจูบ ริมฝีปากของเขาเริ่มรุกล้ำอย่างอ่อนโยน พริมาเผลอไผลคลายริมฝีปากออกเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เขาแทรกปลายลิ้นอุ่นชื้นเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากหวาน
รสจูบนั้นหวานล้ำและลุ่มลึก จนพริมาแทบจะลืมหายใจ มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นคล้องรอบคอของภาสกรอย่างไม่รู้ตัว ตอบสนองต่อรสจูบที่โหยหามานาน
อ้อมกอดของภาสกรกระชับแน่นขึ้น ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้น ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับไฟที่กำลังลุกลามเสียงจูบดูดดื่มดังแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน แสงจันทร์ส่องสว่างเป็นพยานให้กับความปรารถนาที่ทั้งคู่ต่างโหยหา
มือแกร่งของภาสกรลูบไล้แผ่นหลังเนียนของพริมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสส่วนโค้งเว้าที่ทำให้เขาแทบคลั่ง พริมาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ปล่อยให้ความรู้สึกนำพาไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา ปล่อยเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยไอแห่งความปรารถนา จันทราบนฟ้าสูงส่องแสงนวล ละเลยต่อความเร่าร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นบนชานบ้านหลังเล็กแห่งนี้...
ลมหายใจของทั้งสองหอบกระชั้น ริมฝีปากยังคงแนบชิด สัมผัสเร่าร้อนและลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ มือของภาสกรลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นเอวของพริมาอย่างชำนาญ ปลุกเร้าความรู้สึกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พริมาเองก็ตอบสนองต่อสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ มือเรียวเลื่อนลงมาสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อยืดบางเบา
ในที่สุด ภาสกรก็ผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานเยิ้มของพริมา แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้าม
โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ อีก ภาสกรค่อยๆ ช้อนร่างบางของพริมาขึ้นมาทาบทับบนร่างหนา หญิงสาวซบหน้าลงกับอกกว้างของเขา ปล่อยให้เขาพาไปยังทิศทางที่หัวใจทั้งสองปรารถนา แสงจันทร์สาดส่อง ทำให้เห็นเงารางๆ ของทั้งสองร่างที่แนบชิดกันบนแคร่ไม้
ก่อนที่กายหนาจะพลิกมาทาบทับร่างของเธอลงไป ริมฝีปากของเขายังคงมอบจูบที่เร่าร้อนและโหยหาให้กับเธออย่างต่อเนื่อง มือก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างทะนุถนอม เสื้อผ้าชุดค่อยๆ ถูกปลดเปลื้องออกอย่างช้า ๆ เหลือเพียงผิวเนื้อที่สัมผัสกันโดยตรง ความร้อนจากกายของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางกระเส่าดังแผ่วเบาในความมืดมิด สัมผัสที่ลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ นำพาไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ทั้งคู่โหยหามานาน
จนกระทั่งในที่สุด ทุกอย่างก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่รัว และอ้อมกอดที่กระชับแน่น ความเหนื่อยอ่อนและความสุขสมคลอเคลียอยู่รอบกายของทั้งสอง...
ประตูบานไม้ค่อยๆ แง้มออก เผยช่องว่างให้ร่างบางได้เล็ดลอดเข้าไปอย่างแผ่วเบาไร้เสียง ชั่วอึดใจก่อนที่จะรีบปิดลงกลอนอย่างเงียบเชียบ ราวกับต้องการผนึกตัวเองไว้ภายใน ตัดขาดจากโลกภายนอก
แสงจันทร์นวลสาดส่องเข้ามาในห้องไม่ได้บดบังสายตาที่อ่อนโยน เมื่อหญิงสาวทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ที่นอนหลับใหลอย่างสนิท ภาพของลูกน้อยในห้วงนิทรานั้นช่างสงบเงียบ
พริมาพยายามอย่างยิ่งที่จะสลัดภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ออกไปจากความคิด ราวกับมันเป็นเพียงฝันร้ายที่เธอปรารถนาจะลืมเลือน ร่างบางทิ้งกายเบาหวิวลงข้างลูกน้อย สัมผัสไออุ่นจากร่างเล็กๆ นั้นช่วยปลอบประโลมความรู้สึกผิดในใจเมื่อครู่
เวลาผ่านไปนานดวงตาคู่สวยก็ยังคงเบิกโพลง ทอดมองไปยังม่านมุ้งสีขาวบางๆ ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ภายในกลับก้องกังวานด้วยเสียงแห่งความสับสนในความคิดของเธอ
พริมาพลิกตัวตะแคงข้าง ก่อนจะช้อนตามองใบหน้าของลูกน้อยที่หลับพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องราว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความละอายใจ และความสับสนว้าวุ่นยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง ไม่ยอมจางหายไปง่าย ๆ ...เธอหวังเพียงว่าแสงอรุณในวันพรุ่งนี้ จะนำพาความกระจ่างและความสงบมาสู่จิตใจที่กำลังสับสนนี้ให้จางคลาย
ดวงตาของพริมาทอดมองภาพนั้นด้วยความรัก ความโล่งใจที่ลูกน้อยหลับสบาย พริมาสูดลมหายใจลึกๆ ราวกับต้องการซึมซับภาพลูกน้อยตรงหน้าไว้ในทุกอณูของหัวใจ
รัตติกาลในชนบทสงบเงียบ ราตรีถูกขับกล่อมด้วยเสียงจิ้งหรีดแว่วหวาน พริมานอนลืมตา จิตใจยังคงว้าวุ่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น สักพักโทรศัพท์ข้างกายของเธอก็สั่นขึ้นเล็กน้อยพอรู้สึกได้ ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเห็นเป็นภาสกรเองที่ส่งสติกเกอร์ฝันดีมาให้..ก่อนที่หญิงสาวจะโต้ตอบกลับไป
ไม่นานนักมือเรียวบางก็ปลดกลอนประตูออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเงาของร่างสูงที่เคลื่อนไหวในความมืดมิด ภาสกรตามเธอเข้ามาในห้อง ก่อนที่หญิงสาวจะแย้มชายมุ้งออก เพื่อให้เขาสอดกายเข้าไป ก่อนที่ร่างบางจะตามเข้ามาแนบชิดข้างกายหนา หญิงสาวสะดุ้งน้อยๆ ที่ถูกกอดรัด แต่จำต้องนิ่งเงียบ เพราะกลัวลูกน้อยจะตื่น
“ขอบคุณนะครับ...ข้างนอกยุงเยอะจริง ๆ” เสียงกระซิบแผ่วเบาร้อนระอุข้าง ๆ ใบหูของพริมา ปลุกเร้าความรู้สึกที่หญิงสาวพยายามเก็บกดเอาไว้ ก่อนริมฝีปากอิ่มจะเผลอหลุดปากเอ่ยออกไป
“ก็ฉันจะกางมุ้งให้คุณ คุณก็ไม่เอา..แล้วเป็นไงล่ะ” เธอตอบกลับด้วยกระซิบแผ่วเบาเช่นกัน ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความขุ่นเคืองระคนหวั่นไหว
“ผมขอโทษ..ที่ไม่เชื่อฟังคุณตั้งแต่แรก...” สิ้นเสียงออดอ้อน มือแกร่งที่วางทาบทามบนต้นแขนเปลือยเปล่าของเธอก็ค่อยๆ ลูบไล้ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นราวกับเปลวไฟลามเลีย ผิวเนื้อเธอร้อนวูบวาบ พริมาพยายามขยับหนี แต่เขากลับรุกคืบเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังเธอแนบสนิทกับอกกว้าง
“อย่าค่ะ คุณภาส!!! ฉันจะไม่ใจอ่อนแบบเมื่อกี้นี้อีกแล้วนะ...คุณหยุดเลย!!!” เธอเตือนเสียงสั่น แม้ความตั้งใจจะหนักแน่น แต่ร่างกายกลับทรยศ
“อย่าดิ้นสิครับ อยากให้ลูกคุณตื่นหรือไง” ภาสกรกระซิบเตือนกลับ น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นกลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้เธอชะงัก
ริมฝีปากร้อนผ่าวเริ่มไซร้ซอกคอระหง สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธออย่างยั่วยวน พริมาพยายามห้ามปรามด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“คุณภาส!!!!... อย่าค่ะ... จีน่าหลับอยู่...”
“โถ่วว...ที่รัก!!! น้องจีน่าหลับสนิทไปแล้ว...อย่าดื้อกับผมเลยนะ...เดี๋ยวกลับไป ผมสัญญาว่า..จะหาบ้านให้คุณอยู่ ไม่ให้คุณลำบากเลย นะครับที่รัก ให้ผมชื่นใจอีกครั้งนะ..” คำพูดหวานหูราวกับน้ำผึ้งเคลือบยาพิษ สอดคล้องกับสัมผัสที่เร้าร้อนจนแทบจะแผดเผา ในความเงียบงันยามค่ำคืน ความเหงาที่กัดกินหัวใจ ความสับสนในความรู้สึก และแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า ค่อยๆ คลายความแข็งกระด้างในตัวพริมาทีละน้อย เธอต่อต้านเขาได้ไม่นาน...
สุดท้าย ภายใต้มุ้งแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกายของทั้งสอง บวกกับความมืดมิดที่ปกคลุมทุกสิ่ง พริมาก็ยอมจำนน ปล่อยให้ภาสกรมอบจุมพิตเร่าร้อนและสัมผัสลึกซึ้งให้เธออีกครั้ง ริมฝีปากของเขาบดเบียดกับเธออย่างหนักหน่วง มือแกร่งลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นเอวอย่างชำนาญ ราวกับโลกทั้งใบในเวลานี้เหลือเพียงแค่เธอกับเขา... และความปรารถนาที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน
ตอนที่ 41 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นจบลง ความเงียบและความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางหายไปจากบ้านของมนต์ตราและภาสกร แซนดี้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาอีกคนของภาสกร ความสัมพันธ์ของสามคนผัวเมียเริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วนในตอนแรก แต่ด้วยความเข้าใจและการปรับตัว ทั้งสามคนก็ค่อยๆ สร้างสมดุลใหม่ให้กับชีวิตเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน ภาสกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“มนต์จ๋า... แซนดี้จ๋า... ผมขอบคุณ คุณสองคนมากนะ ที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ผมต้องการ”มนต์ตราและแซนดี้หันมายิ้มบางๆ ให้กับภาสกร ก่อนที่มนต์ตราจะเป็นตัวแทนเอ่ยขึ้น“เราสองคนก็ต้องขอบคุณ คุณเหมือนกันค่ะ..คุณภาส ที่ยังให้โอกาสเราสองคนได้เริ่มต้นใหม่” แซนดี้พยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ค่ะคุณภาส แซนดี้เองก็สำนึกผิดกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอบคุณที่คุณยังเมตตาแซนดี้”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ ทั้งสามคนพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเปิดอก ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่กำลังปรับตัวเข้าหากัน“พรุ่งนี้คุณพริมาจะเดินทางแล้วนะ” มนต์ตราเอ่ยขึ้นเพื่อบอ
ตอนที่ 40 ที่รักโปรดยกโทษให้ฉัน NCแซนดี้เฝ้ารออย่างใจเย็น ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ รอให้ภาสกรมาเห็นภรรยาในสภาพที่เร่าร้อนและกำลังร่วมรักกับนายเมฆ กับดักที่เธอวางไว้อย่างบรรจง...“คุณมนต์จ๋า ผมขอเบิ้ลได้มั้ยครับ ผมยังไม่อิ่มเลย” นายเมฆคลี่ยิ้มบางๆ มองมนต์ตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และปรารถนา“คุณไปอดอยากมาจากไหนคะ”“ไม่รู้สิครับ เวลาอยู่ใกล้คุณผมรู้สึกหิวตลอดเวลาเลย...” เขากล่าวพลางลูบแก้มเธอเบาๆมนต์ตรารู้สึกถึงความอบอุ่นและความเสน่หาที่ส่งผ่านมาจากการสัมผัสของเขา หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกโหยหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ถ้าคุณไหว ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ...อยู่กับคุณฉันก็มีอารมณ์ตลอดเวลาเหมือนกัน” มนต์ตรากระซิบเสียงแผ่ว พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาบ้าง“ต่อไปนี้...คุณต้องมาเจอผมบ่อย ๆ นะครับ ผมคิดถึงคุณ” นายเมฆไม่รอช้า โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ทวีความเร่าร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ให้ตื่นขึ้นม
ตอนที่ 39 คอร์สนวดลงรูฟื้นฟูสมรรถภาพ NCในช่วงเย็นของวันที่นัดหมาย ภายในห้องพักของโรงแรมที่แซนดี้จองเอาไว้ให้มนต์ตรา แซนดี้และนายเมฆมาถึงก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เธอกำลังคนเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยในแก้ว มองดูของเหลวสีอำพันหมุนวนด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก และไม่ลืมที่จะเติม 'ส่วนผสมพิเศษ' ลงไปเล็กน้อย เหมือนเช่นครั้งก่อนนายเมฆนั่งรออยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพใบหน้าสวยหวานของมนต์ตราและสัมผัสเร่าร้อนที่ร้านสปาในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา ความปรารถนาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่คิดถึงเรียวขาขาวเนียนและทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“พี่เมฆดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” แซนดี้เอ่ยทักขึ้นขณะยกเครื่องดื่มอีกแก้วให้นายเมฆ“ไม่ให้อารมณ์ดีได้ไงวะ ก็คุณมนต์เค้าออกจะสวยอึ๋มซะขนาดนั้น” นายเมฆตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ“คุณมนต์น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ รออีกนิด..เดี๋ยวเธอก็มาให้พี่กินแล้ว” แซนดี้พลางเหลือบมองนาฬิกาไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ แซนดี้รีบลุกไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างระหงของมนต์ตราที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดเดรสสีเรียบแต่ขับเน้นรูปร่างได
ตอนที่ 38 รู้อยู่แก่ใจมนต์ตราเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป น้ำอุ่นช่วยชะล้างคราบใครและความเหนียวเหนอะหนะออกจากร่างกาย แต่ความรู้สึกผิดในใจกลับยังคงเกาะกุมแน่นหนา มนต์ตราปล่อยให้น้ำไหลรินชะล้างความรู้สึกผิดนั้นออกไป พร้อมกับความปรารถนาที่จะลบล้างความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ และรู้สึกผิดต่อผู้เป็นสามี แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว... เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และหลังจากนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อไป?หญิงสาวรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนร่างกายจากน้ำมันนวดที่ผสมปนเปกับน้ำลายของเขา ความรู้สึกทางกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ทว่าความคิดของเธอกลับว้าวุ่นสับสนกว่านั้นมากนัก ภาพใบหน้าของภาสกรปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงอย่างฉับพลัน ความรู้สึกผิดบาปเริ่มกัดกินหัวใจของเธออย่างช้าๆ ทีละน้อย ราวกับยาพิษที่ค่อยๆ แล่นซึมเข้าไปในกระแสเลือดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากหาง
ตอนที่ 37 สปาพาเสียว...นวดนาบสะท้านทรวง NCรสจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนนั้นราวกับเป็นการเปิดฉากแห่งความปรารถนาครั้งใหม่ เมื่อผละริมฝีปากออก นายเมฆก็จ้องมองมนต์ตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงสัมผัสเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่มที่ยังคงสั่นระริก หน้าท้องแบนราบที่เกร็งเล็กน้อย และลงไปจนถึงหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและอุ่นร้อนอยู่เล็กน้อย เขาปลดเสื้อผ้าของตนเองให้เปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำที่มนต์ตราไม่เคยสัมผัสมาก่อน“พร้อมหรือยังครับ...คุณมนต์” นายเมฆกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูเล็ก ก่อนจะโน้มตัวลงมอบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ลึกซึ้งและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างกายที่เริ่มแนบชิดกันมากขึ้น เนื้อกายเปลือยเปล่าเบียดเสียดกันอย่างโจ่งแจ้ง ปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเพาะบ่มไว้จนถึงขีดสุด กำลังจะนำพาทั้งสองไปสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่อาจห้ามปรามได้อีกต่อไปนายเมฆไม่รอช้า เขาค่อยๆ แทรกตัวเข้าประชิดร่างเปลือยเปล่าของมนต์ตราบนเตียงนวดอย่างแนบแน่น เนื้อกายชายหญิงสัมผัสกันอย่างโจ่งแจ้ง สร้างความรู้สึ
ตอนที่ 36 สกินชิพเลือนลางสุดทางสายนวด NCมนต์ตราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป อาการแปลกประหลาดของร่างกายที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วร่างและตอบสนองต่อการสัมผัสของนายเมฆอย่างน่าประหลาด ทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่ม หนาวสั่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อนายเมฆเริ่มลงน้ำมันนวดไปเรื่อยๆ สัมผัสของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นการเล้าโลมบริเวณอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างจงใจ ราวกับนักมวยที่ค่อยๆ อัดคู่ต่อสู้จนบอบช้ำไม่มีทางหนี ก่อนจะปล่อยหมัดน็อคในยกสุดท้าย“รู้สึกสบายขึ้นไหมครับ?” นายเมฆถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“ค่ะ” มนต์ตราตอบเสียงแผ่ว รู้สึกถึงความผิดปกติในการสัมผัสที่เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย“มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเน้นเป็นพิเศษไหมครับ?” นายเมฆถามต่อ มือของเขายังคงวนเวียนอยู่บริเวณบั้นเอวของเธออย่างแผ่วเบา“เอ่อ... ไม่ค่ะ” มนต์ตราตอบพลางขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มก่อตัวขึ้น“ลองนวดด้านล่างดูไหมครับ เห็นบอกว่าน้องสาวของคุณไม่ค่อยมีอารมณ์ตอนสามีสอดใส่” นายเมฆกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรวยรินอยู่ข้างใบหูเล็ก“นวดอย่างเดียวจริง ๆ ใช่มั้ยคะ?” มนต์ตราถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ น้







