Mag-log inเสิ่นจื่อเหลยทวนสิ่งที่เคยบอกกับโม่ซือเฉินแล้วหนหนึ่ง ตอนนั้นอีกฝ่ายไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากผู้ปกครองวังหลังไม่มีเหตุผลในการเอาชีวิตเขาและผู้ใต้บังคับบัญชา“ลองย้อนนึกดูตอนนั้นสายสัมพันธ์ระหว่างน้าหลานมิได้แน่นแฟ้นอะไร ไม่ว่าชีวิตเก่าหรือปัจจุบันองค์ชายห้ามักเว้นระยะห่างจากฉีซู่เพราะเขาชอบทำตัวเป็นอัน
เสิ่นจื่อเหลยถามตรงไปตรงมา “เจ้าลงมือกับฟางอี๋เหนียงทว่าละเว้นโม่เหวินมีจุดประสงค์อะไร? หรือต้องการแก้แค้น?”“แก้แค้น?” โม่ซือเฉินส่ายหน้า เอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “บีบคั้นต่างหาก”เจ้าของร้านชาไป๋เล่อตัวจริงสั่งหวังหย่งยื่นซองจดหมายแก่อีกฝ่ายภายในซองมีกระดาษสามแผ่น แผ่นแรกเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสำนักคุ้มภ
นางไม่พูดตามตรงแต่แรกเพราะไม่มีหลักฐานอื่นช่วยยืนยันโม่ซือเฉินเข้าใจ หากคนนอกบุ่มบ่ามมาฟ้องเขาว่าน้องชายคิดร้ายต่อคู่หมั้น ต่อให้รู้นิสัยของโม่เหวินก็ยังต้องซักถามที่มาของข้อกล่าวหาสักหลายประโยค ส่วนสำคัญคือไม่มีหลักฐานมัดตัวทั้งเหลียงเหว่ยจงและโม่เหวิน ด้วยเหตุนี้โจวเจินอวี่ถึงเลือกเอ่ยเตือนทางอ้อ
บทที่สามสิบสี่ วาสนาถูกถักทอ (2/2)“ท่านรองเข้าใจผิด ไม่สิ มองผิดกระมัง” โจวเจินอวี่แสร้งหัวเราะเบา ๆ “เดินทางไกลคงอ่อนเพลียจนตาลาย วันนั้นข้าไม่ได้ไปต้อนรับขบวนเสียหน่อยจะเห็นได้อย่างไร”“เป็นไปได้ว่าข้าอาจตาลาย แต่ผู้ที่เห็นคุณหนูมิได้มีแค่ข้าเท่านั้น น้องสามเองก็เห็น” เมื่อครู่หญิงสาวสามารถซ่อนแว
โม่ซือเฉินสั่งคนเตรียมห้องรับรองบนชั้นสองของอาคาร มิได้ใช้งานศาลากลางสวนอันร่มรื่นเหมือนเมื่อคราวจิบชาเดินหมากกับเสิ่นจื่อเหลย การตกแต่งภายในห้องรับรองนี้ไม่นับว่าหรูหรา ออกไปทางสุขุมเรียบง่าย เน้นเครื่องเรือนไม้สีเข้มช่วยขับความโดดเด่นของบอนไซในกระถางทรงเหลี่ยมกลางห้อง ยามซื่อสามเค่อคุณหนูโจวเดินท
ตอนพวกนางทั้งสี่เข้าไปนั่งเล่นในเรือน จ้าวเหม่ยซือใช้ตุ๊กตาผ้าโบกไปมาให้เด็กน้อยมองตาม โม่ชิวดีดขาขยับแขน ส่งเสียงร้องอย่างอารมณ์ดี แม่นมเล่าว่าโม่ชิวเลี้ยงง่ายไม่งอแง หากตื่นกลางดึกมักร้องเรียกหาคนก่อน ไม่แผดเสียงจ้าในทันที โตไปต้องเป็นคุณชายน้อยที่ว่านอนสอนง่ายคนหนึ่งแน่ ตอนนั้นเองสาวใช้จากเรือนเห







