Se connecterเวลา 10:30 น.
@ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ร่างบางก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่ามั่นใจ เรือนผมยาวสีแดงไวน์ถูกปล่อยสยายเป็นลอนคลื่นอ่อน ๆ รับกับผิวขาวเนียนละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบราคาแพง ดวงตาคู่เรียวเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเมกอัปโทนเย็นจนยิ่งขับให้สายตาของเธอดูทั้งเย้ายวนและหยิ่งทะนงในเวลาเดียวกัน เดรสสีดำแนบลำตัวเผยส่วนเว้าโค้งอย่างพอดิบพอดี สายเดี่ยวเส้นบางแทบทำให้คนมองเผลอคิดว่าเพียงแค่ปลายนิ้วเกี่ยวเบา ๆ ก็อาจหลุดลงจากไหล่มนได้ทุกเมื่อ เนินอกอวบอิ่มสะดุดตาใต้ผ้าเนื้อลื่น ขณะที่เอวคอดรับกับสะโพกผายสวยราวกับถูกปั้นขึ้นมาอย่างตั้งใจ ต่างหูห่วงสีเงินแกว่งไหวเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน พร้อมโชกเกอร์สีดำเส้นเล็กที่ยิ่งขับให้ลำคอขาวระหงของเธอดูน่ามองขึ้นอีกหลายเท่า ซินอวี้ยกมือขึ้นเสยผมอย่างรำคาญเล็กน้อย ก่อนจะลดแว่นกันแดดลงช้า ๆ เผยใบหน้าสวยคมที่ต่อให้ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ก็ยังเด่นสะดุดตาจนยากจะละสายตา ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยหวานแบบน่าทะนุถนอม แต่เป็นความสวยแบบอันตราย สวยจนคนมองอยากเข้าใกล้ ทั้งที่รู้ดีว่าอาจถูกเธอเหวี่ยงส้นสูงใส่หน้าได้ทุกเมื่อ “ท้องก็ไม่ใช่ปัญหาของการแต่งตัว แต่ทำไมท้องยิ่งดูสวยขึ้นแฮะ หรือว่าเพราะช่วงนี้ทานอาหารดีมีประโยชน์นะ” ซินอวี้พึมพำพลางหมุนตัวมองเงาสะท้อนในกระจก แล้วยกมือแตะเอวตัวเองเบา ๆ “ถ้าท้องแล้วสวยขึ้นแบบนี้ ผู้หญิงคนอื่นเขาจะยอมมีลูกกันง่าย ๆ แต่ก็แปลกดี” พูดจบร่างบางก็เดินไวก้าวเข้าไปภายในห้องสรรพสินค้าทันที แต่ก่อนจะถึงชั้นของงานอีเวนต์ ซินอวี้ก็ได้เดินผ่านร้านชานมไข่มุกชื่อดัง “หึ!” สองขาเรียวหยุดชะงักอยู่หน้าร้านชานมไข่มุกชื่อดัง ดวงตาคู่สวยเหลือบมองแก้วชานมในมือของลูกค้าคนอื่นอย่างเผลอตัว ทั้งที่ปกติแล้วซินอวี้แทบไม่แตะของหวานพวกนี้ด้วยซ้ำ “อะไรของฉันอีกเนี่ย…” เธอพึมพำพลางยกมือขึ้นกอดอก สายตายังไม่ยอมละออกจากเมนูหน้าร้าน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่เงียบ ๆ “ก็แค่ชานม ไม่ได้อยากกินสักหน่อย” แต่ห้าวินาทีต่อมา… “เอาชานมบราวน์ชูการ์ไข่มุกเพิ่มไข่มุกอีกเท่านึงค่ะ หวานปกติ แล้วก็ชีสโฟมด้วย” พนักงานกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบกดรายการแทบไม่ทัน ขณะที่ซินอวี้เองก็เม้มปากนิดหน่อยเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองสั่งอะไรออกไป “ฝากไว้ก่อนนะเด็กนี่” เธอพึมพำเสียงเบา พลางลูบท้องตัวเองผ่านผ้าเดรสแนบลำตัวเหมือนคนหิวข้าว ทั้งที่จริง… “ถ้าฉันน้ำหนักขึ้นเมื่อไหร่ แกโดนแน่” แม้ปากจะบ่น แต่สุดท้ายร่างบางก็ยืนรอรับแก้วชานมอย่างใจเย็น แถมยังดูเหมือน อารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนเดินเข้าห้างมานิดหน่อยด้วยซ้ำ “อร่อย” ทันทีที่ดูดคำแรก ดวงตาคู่สวยก็เบิกขึ้นเล็กน้อย ซินอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนดูดอีกคำเหมือนไม่อยากยอมรับความจริง “ฉันไม่ได้ติดนะ แค่รู้สึกอยากกินเฉย ๆ” อีกด้าน… “อื้ม ชาไข่มุกร้านนี้อร่อยดีนะ อี้เฉิน มึงไปซื้อที่ไหนมาวะ ไม่เคยกินอะไรอร่อยแบบนี้เลย” ไป๋เฮ่อนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวเอ่ยขึ้น ขณะกำลังแต่งหน้า พร้อมกับชิมชานมไข่มุกที่เพื่อนชายซื้อมาฝากช่างแต่งหน้า “มึงเพิ่งเคยกิน?” อี้เฉินหันมามองด้วยสายตาเหลือเชื่อ “กูไม่ใช่พวกติดของหวานไหมล่ะ” ไป๋เฮ่อยักไหล่ ก่อนจะดูดชานมอีกคำแบบไม่คิดอะไร “แต่เออ อร่อยจริง ดีนะซื้อมาเกินเลยได้ชิม” “ร้านดังในห้างนี่แหละ เห็นคนต่อคิวเยอะก็เลยซื้อมา” อี้เฉินตอบพลางก้มเช็กตารางงานในไอแพดต่อ “แต่แปลกนะ วันนี้คนแน่นกว่าปกติ เหมือนมีดารามาอีกคน” “ใคร” “ไม่รู้ว่ะ แต่ตอนกูเดินผ่าน คนมองทางเดียวกันหมด ไม่ได้สนใจมากนัก” สิ้นเสียงอี้เฉิน ไป๋เฮ่อจึงเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงช่างแต่งหน้าก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน “พี่เฮ่อ อย่าขยับค่ะ เขียนอายไลเนอร์อยู่” ไป๋เฮ่อไม่ตอบอะไร ใบหน้าหล่อเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะนั่งนิ่งให้ช่างแต่งหน้าจัดการแต่งหน้าให้ต่อ และใช้เวลาไม่นานไป๋เฮ่อก็แต่งหน้าเสร็จ พร้อมออกงานอีเวนต์ ซึ่งอีกด้านภายในชั้นจัดงานอีเวนต์ เสียงแฟนคลับที่ดังเซ็งแซ่เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังทีมงานประกาศว่าฉงไป๋เฮ่อกำลังจะออกมาขึ้นเวทีในอีกไม่กี่นาที บรรยากาศเต็มไปด้วยป้ายไฟ โทรศัพท์มือถือ และเสียงกดชัตเตอร์จากสื่อที่เริ่มประจำตำแหน่งกันแล้ว “ฉงไป๋เฮ่อมาแล้ว!” เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่กลุ่มแฟนคลับจะเริ่มขยับตัววุ่นวายทันที ร่างสูงในชุดสูทสีดำเรียบหรูเดินออกมาพร้อมทีมงาน ใบหน้าหล่อคมถูกแต่งแต้มอย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่มีมุมไหนให้ติ เส้นผมสีเข้มถูกเซ็ตเปิดหน้าผากเล็กน้อย ยิ่งขับให้ดวงตาคมดูโดดเด่นสะดุดตา ไป๋เฮ่อยกมือขึ้นโบกแฟนคลับและโค้งคำนับตามมารยาท ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มมุมปากบาง ๆ แบบที่ทำเอาเสียงกรี๊ดดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า “กรี๊ดดดดดด!” “พี่เฮ่อมองมาทางนี้!” “หล่อมากกก!” อี้เฉินที่เดินตามมาด้านหลังถึงกับส่ายหน้าเบา ๆ กับพลังแฟนคลับที่มองให้เพื่อน ก่อนจะหันไปคุยกับทีมงานเรื่องคิวขึ้นเวทีต่อ แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง… สายตาของไป๋เฮ่อกลับชะงักไปเสี้ยววินาที ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เดรสสีดำแนบลำตัว ผมสีแดงไวน์ แว่นกันแดดสีชาในมือ อีกมือกำลังถือแก้วชานมไข่มุก และที่สำคัญ เธอกำลังจ้องเขานิ่ง ๆ หน้าตาเอาเรื่อง แบบไม่มีรอยยิ้มเหมือนคนอื่น! ซินอวี้ยืนอยู่ขอบด้านซ้ายของเวทีด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่นเล็กน้อย ขณะดวงตาคมคู่สวยก็พลางมองคนที่นั่งบนเก้าอี้บนเวทีราวกับกำลังมองเธอ พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองกลับมา เธอก็ยกแก้วชานมขึ้นดูดหนึ่งคำช้า ๆ ก่อนจะขยับปากพูดแบบไร้เสียง “ในที่สุดก็เจอนายนะ ไอ้ดาราฉงไป๋เฮ่อขี้เก๊ก!” “ยิ้มได้หน้าหมั่นไส้ชะมัด!” พูดจบริมฝีปากสีสวยก็ยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ซึ่งแน่นอนว่าไป๋เฮ่อเองเมื่อเห็นซินอวี้ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันพลางเอียงศีรษะมองเธอมากกว่าเดิม “คุ้นจังวะ” ไป๋เฮ่อคิดคนเดียวในใจ ก่อนจะยันกลับไปยิ้มให้แฟนคลับเบื้องหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเวลาผ่านไป อีเวนต์จบลง ไป๋เฮ่อให้สัมภาษณ์คำถามสุดท้ายร่างสูงก็เตรียมตัวลาแฟนคลับและสื่อแล้วเดินกลับไปยังรถตู้ส่วนตัว โดยมีการ์ดและอี้เฉินเดิมตามไม่ห่างกายไปอีกทางที่เป็นช่องทางลับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการไปอีเวนต์งานต่อไป และในจังหวะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ อยู่ ๆ เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น! “ฉงไป๋เฮ่อ! ไอ้ดาราขี้เก๊ก” ไป๋เฮ่อและอี้เฉินรีบหันกลับไปตามเสียงนั้นทันทีซึ่งแน่นอนว่าเสียงนั้นมันดังชัดเจน ไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย ไม่ใช่เสียงแฟนคลับที่พยายามจะเข้ามาขอถ่ายรูป “ในที่สุดฉันก็เจอนายจนได้” สิ้นเสียง การ์ดสามคนแทบจะวิ่งเข้ามาจับร่างบางโดนออกจากตรงนั้น แต่ซินอวี้ก็ยังคงยืนกอดอกมองไป๋เฮ่อตาแข็ง “อย่าแตะตัวฉันนะ! ไม่อย่างงั้น ฉงไป๋เฮ่อเป็นข่าวดังข้ามคืนแน่!” ไม่เพียงแค่พูด ซินอวี้ยังเดินเข้าหาการ์ดอย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งพฤติกรรมนั้นมันทำให้ฉงไป๋เฮ่อต้องเดินกลับมาหาเธอในที่สุด “เธอนี่เอง” เขาพูดก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้การ์ดออกไปเหลือเพียงแค่อี้เฉิน เขาและซินอวี้เพียงสามคน “เธอที่ดีเอ็มมาหาฉันเมื่อคืนใช่ไหม” “มีธุระอะไร เดี๋ยวนะ… นี่อย่าบอกนะว่าติดใจฉันคืนนั้น?”ในที่สุด…เรื่องราวของฉงไป๋เฮ่อและซินอวี้หลินก็มาถึงหน้าสุดท้ายแล้วขอบคุณพี่ ๆ นักอ่านทุกท่านที่เดินทางมากับ ภรรยาลับซุปตาร์ตัวท็อป จนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณทุกการกดอ่าน ทุกหัวใจ ทุกคอมเมนต์ ทุกการรอคอย และทุกคำที่ส่งมาให้กันนะคะ 🥹🤍 และต้องขออภัยที่อัปให้อ่านล่าช้าสำหรับนักเขียนคนนี้ การได้เห็นทุกคนรักตัวละคร รักพระเอก เอ็นดูนางเอก รวมถึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องราวเล็ก ๆ ที่แมวดำดื้อสร้างขึ้นมา มันมีความหมายมากจริง ๆบางเรื่องอาจจบลงเมื่อถึงหน้าสุดท้าย แต่ความทรงจำของตัวละครและช่วงเวลาที่เราเคยใช้ร่วมกัน จะยังอยู่ในใจเสมอขอบคุณที่พา ไป๋เฮ่อ ซินอวี้ และเด็ก ๆ เดินทางมาจนถึงตรงนี้ แล้วพบกันในเรื่องถัด📢 แจ้งกำหนดเปิดนิยายเรื่องใหม่พี่ ๆ นักอ่านบ้านแมวดำดื้อ เตรียมตัวกันไว้เลยยย เรื่องใหม่กำลังมาแล้วค่ะ! พฤศจิกายน นี้ 🔥ชื่อเรื่อง : ป้อนด้วยคำหวาน สังหารด้วยการกระทำ(ฉงสุยอวี้ X ต้าเหนิง)จาก “คนรัก” สู่ “พี่น้องของตระกูล”ความสัมพันธ์ที่เคยหวาน กลับต้องจบลงโดยไม่มีคำอธิบายสองปีผ่านไป เธอกลับมาอีกครั้งในฐานะ ลูกสาวบุญธรรมของตระกูลฉงแต่สำหรับฉงสุยอวี้ ต้าเหนิงไม่ใช่น้องสาว แล
ห้าปีต่อมา…ฤดูใบไม้ผลิในเซี่ยงไฮ้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า“ฉงสุยอวี้! ห้ามวิ่งบนโซฟา!” เสียงใสของเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบดังลั่นบ้านหลังใหญ่ ขณะที่เด็กผู้ชายตัวเล็กอีกคนกำลังหัวเราะคิกคักแล้วกระโดดหนีพี่สาวไม่หยุด“พี่เยว่จับสุยไม่ได้หรอกกก~”“ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ซินเยว่วิ่งตามน้องชายรอบห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าจริงจังสุด ๆ ผมยาวนุ่มถูกมัดหางม้าสูงเหมือนมะม๊าตอนเด็กไม่มีผิด ต่างจากเด็กผู้ชายตัวกลมที่กำลังปีนโซฟาเหมือนลิงน้อยอย่างไม่มีใครเอาอยู่“สุยอวี้!”“ค้าบบผม~” สุยอวี้ขานรับเสียงใส แต่ขาเล็กยังปีนป่ายต่อไม่หยุด จากนั้นสุยอวี้ก็กระโดดลงจากโซฟาพรึบ!ซินเยว่แทบจะกุมขมับตอนเห็นน้องชายกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งเข้าห้องอาหารต่อเหมือนพลังงานไม่มีวันหมด“ปะป๊าขา! มะม๊าขา! น้องดื้ออีกแล้ว!” เสียงฟ้องดังลั่นบ้านทันที แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างสูงในเชิ้ตสีดำก็เดินออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาแทบไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อน ต่างแค่ว่า ตอนนี้ฉงไป๋เฮ่อกลายเป็นคุณพ่อลูกสองเต็มตัวแล้วดวงตาคมมองลูกชายตัวเล็กที่กำลังยืนหลบหลังเก้าอี้เงียบ ๆ ก่อนเลิกคิ้วนิดเดียว“สุยอวี้ครับ” เด็กต
หลังจบงานเปิดตัวสินค้าและให้สัมภาษณ์สื่อเรียบร้อยแล้ว รถตู้สีดำคันหรูก็ค่อย ๆ แล่นออกจากโรงแรมมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ตระกูลฉงภายในรถเงียบสนิท ซินเยว่ที่ตอนแรกยังตื่นเต้นกับการออกงานกับปะป๊า สุดท้ายก็แพ้ความง่วงจนได้ เด็กตัวกลมนอนหลับคาอกไป๋เฮ่อมาตั้งแต่ขึ้นรถ มือเล็กยังกำเนกไทของปะป๊าไว้แน่นเหมือนกลัวหายไป๋เฮ่อนั่งพิงเบาะเงียบ ๆ มือใหญ่ประคองลูกสาวไว้ตลอดทาง ด้านอี้เฉินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าพลางยิ้มด้วยความเอ็นดูจนกระทั่งเวลาเกือบสี่ทุ่ม รถตู้สีดำหรูค่อย ๆ แล่นเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลฉง ไฟบริเวณสวนด้านหน้ายังเปิดสว่างอยู่เหมือนทุกคืน ทันทีที่รถจอดสนิท ไป๋เฮ่อก็อุ้มลูกสาวลงจากรถอย่างระมัดระวัง“อืออ~”ซินเยว่ขยับตัวงัวเงียเล็กน้อย แก้มฟูนุ่มซบอยู่ตรงซอกคอปะป๊าเหมือนลูกหมีตัวเล็ก“ซินเยว่ถึงบ้านแล้วลูก”“หืออ…” เด็กน้อยพึมพำงัวเงีย ก่อนกอดคอปะป๊าแน่นกว่าเดิม ด้านอี้เฉินที่เดินตามลงมาด้วยหัวเราะทันที“ยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย เด็กดื้อของลุง”“อือ”“งั้นกูกลับก่อนนะ” ไป๋เฮ่อพยักหน้า จากนั้นจึงเอ่ยบอกเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง“ขับรถดี ๆ”“เออ” แต่อี้เฉินเพิ่งจะหันหลังเดินได
ห้าสัปดาห์ต่อมา…@เซี่ยงไฮ้“ปะป๊า” เสียงหวานเรียกเบา ๆ จนคนที่กำลังนั่งดูบทซีรีส์เรื่องใหม่อยู่ปลายเตียงรีบเงยหน้าขึ้นแทบจะทันทีไป๋เฮ่อขมวดคิ้วนิด ๆ เมื่อเห็นซินอวี้เดินออกมาจากห้องน้ำช้า ๆ ในมือเล็กถืออะไรบางอย่างไว้แน่น สีหน้าดูนิ่งผิดปกติจนเขาเริ่มลุกขึ้นยืนมองพร้อมกับเอ่ยถาม“เป็นอะไรมะม๊า เสียงหวานแต่เช้าเชียว” ซินอวี้เม้มปากเบา ๆ จากนั้นเธอจึงเดินมาหยุดตรงหน้าคนเป็นสามีแล้วค่อย ๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือส่งไปให้“คราวนี้…” เสียงหวานหยุดนิดหนึ่ง เหมือนยังไม่ชินกับความรู้สึกนี้“สองขีดจริงแล้วปะป๊า”ไป๋เฮ่อมองที่ตรวจครรภ์ในมือภรรยาเหมือนกำลังประมวลผล ดวงตาคมนิ่งค้างไปหลายวินาทีเต็ม ขณะซินอวี้กลับทำหน้ายู่ลงเรื่อย ๆ เหมือนจะร้องไห้ ซึ่งแน่นอนว่าไป๋เฮ่อที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”“ก็… ตื่นเต้นไม่รู้จะทำตัวยังไง”“ไม่ได้ดูผิดใช่ไหม?”“อือตรวจไปสามอันแล้วนะ!” คราวนี้คนตัวสูงเงียบไปจริง ๆ ก่อนสุดท้ายเขาจะค่อย ๆ ก้มหน้ามองภรรยารัก ดวงตาที่ปกตินิ่งเสมอ ตอนนี้กลับสั่นนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“มะม๊า…” ซินอวี้ยังไม่ทันตอบ ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปกอดแน่นทันที แบ
“แบบนี้พอได้ไหม ปะป๊าชอบรึเปล่า? หรือต้องให้มะม๊าเร่งจังหวะเร็วกว่านี้” ร่างบางร่อนสะโพกไปมา กลีบกุหลาบสีสวยเต็มไปด้วยน้ำหวานสีใสเยิ้มเบียดเสียดกับท่อนเนื้อลำใหญ่ของคนเป็นสามีจนมันวาว“ยั่วป๊าเกิ๊น!” ไป๋เฮ่อพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะกัดกรามแน่น พลางมองภรรยาที่กำลังร่อนเอวไปมาอยู่เหนือกายเมียคนนี้รู้ดีเหลือเกินว่าจะแกล้งเขายังไง… แต่ถึงแม้ว่าจะรู้แบบนั้น ไป๋เฮ่อก็ยังนอนให้คนเป็นภรรยาแกล้งให้หนำใจอย่างคนจำยอม“ซี๊ด~ มะม๊า เสียวสุด อื้อ~ ไม่บดแบบนั้น”“บดแบบไหนอ่าปะป๊า แบบนี้เหรอ หรือแบบไหน อื้อ~” ซินอวี้เอ่ยถามน้ำเสียงยั่วยวน เธอกดร่างให้กลีบกุหลาบใต้ร่างบดลงท่อนเนื้อลำใหญ่ของไป๋เฮ่อแรง ๆ อย่างจงใจ และในจังหวะนั้นหัวบานสีชมหูมันวาวก็กระตุก“ซี๊ด~ อ่าส์ ยั่วค… สุดมะม๊า” ร่างสูงสูดปากความเสียวซ่านที่ภรรยามอบให้มันซาบซ่านจนแทบจะทันไม่ไหว“อ๊าส์ จับค… ยัดเลยได้ไหมมะม๊า เร้ามาก” สะโพกเล็กขยับเพื่อเร่าเร้าคนใต้ร่างไป๋เฮ่อสูดปากเฮือกหนึ่ง ความรู้สึกที่ภรรยามอบให้เล่นเอาเขาแทบควบคุมสีหน้าไม่อยู่ น้ำเสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอ ขณะที่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องคนบนร่างไม่วางใบหน้าหล่อเหล่าที
เหงื่อบาง ๆ เกาะพราวอยู่ตามหน้าผากของทั้งคู่ ซินอวี้หอบหายใจหนักจนเนินอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ ขณะที่เส้นผมบางส่วนเปียกชื้นแนบข้างใบหน้าไป๋เฮ่อเองก็ไม่ได้ดูดีกว่าเท่าไรนัก เหงื่อซึมตามไรผมและลำคอ แผ่นอกกว้างยกขึ้นลงช้า ๆ จากความเหนื่อยล้า แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคมก็ยังจับจ้องภรรยาตรงหน้าไม่วาง ราวกับมองเท่าไรก็ไม่เคยพอ“มะม๊าเสียวหอยไหม อืม~” เขาเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ปรกแก้มของเธอ ซินอวี้นอนครางกระเส่าอยู่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เพราะตอนนี้ความเสียวซานมันแล่นไปทั่วทั้งตัวจนเธอแทบสติหลุด“เสียวหอยไหมครับม๊ะม๊า อ๊า~ ป๊ะป๊าเสียวหัว… มาก อืม” ไป๋เฮ่อถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนขบเม้มริมฝีปาก พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงหาเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อซินอวี้เห็นสามีโน้มใบหน้าลงมาเธอก็กดไม่ได้เลยที่จะยื่นใบหน้าเข้าไปพรมจูบหนึ่งครั้งแล้วผละออก“ปะป๊า เอาดุจัง อื้อ” เธอพูดชิดริมฝีปากของเขา ไป๋เฮ่อไม่รอช้าที่จะพรมจูบกลับไปหนึ่งที ก่อนที่เขาจะเอนกายกลับไปแล้วจับเรียวขาภรรยาพาดขึ้นบ่าทั้งสองข้างตับ! ตับ! ตับ!“ไม่ดุได้ยังไง ก็หอยมะม๊าม
“แล้วนั่นเสื้อฉันไปอยู่บนตัวเธอได้ไง” พูดจบ ซินอวี้ก็ก้มมองเสื้อโอเวอร์ไซซ์ตัวเอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจังมากพอควร“อี้เฉินบอกถ้าใส่ชุดเดิมแล้วอ้วกขึ้นมาจะซักยาก ฉันก็เลยตัดปัญหาด้วยการใส่เสื้อนายแทน”“ไอ้เวร!” ไป๋เฮ่อสบถออกมาเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นกดขมับตัวเองเหมือนเริ่มปวดหัวอีกรอบ แล้วจ้องคนตัวบางเข
“เลิกพูดดีกว่า เดี๋ยวคนในกองได้ยิน”“มึงเพิ่งนึกได้รึยังไง ปล่อยให้ไปด้วยกันครึ่งวัน มึงเข้าข้างยัยนั่นเหรอ?” ไป๋เฮ่อยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนมือใหญ่จะยื่นไปยกกาแฟขึ้นมาดูดจิบเข้าปาก ดวงตาคมหลุบต่ำเหมือนขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับเพื่อนตัวเอง ส่วนอี้เฉินก็ได้แต่แค่นหัวเราะในลำคออย่างรู้ทันแล้วเอ่ย
ด้านไป๋เฮ่อ…ภายในกองถ่ายละครที่วุ่นวายตั้งแต่เช้ามืด เสียงทีมงานเดินสวนกันไปมาไม่เคยหยุด ไฟสปอร์ตไลต์ดวงใหญ่ส่องสว่างทั่วเซ็ตจนแทบแสบตาแต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ฉงไป๋เฮ่อกลับนั่งเงียบอยู่คนเดียวตรงมุมพักนักแสดง มือข้างหนึ่งยังถือโทรศัพท์ค้างไว้หลังวางสายจากอี้เฉินไปแล้วพักใหญ่“ไป๋เฮ่อ! เตรียมเข
เช้าวันต่อมา…@โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซินอวี้มาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เก้าโมงเช้า ทั้งที่เมื่อก่อน ต่อให้มีเรื่องให้ตื่นเช้าแค่ไหน เธอก็ยังสามารถนอนต่อได้อีกเป็นชั่วโมงแบบไม่สะทกสะท้านแต่หลังจากรู้ว่ามีเด็กอยู่ในท้อง ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ การตื่นสายแทบไม่เกิดขึ้นกับเธออี







