Masuk“อย่าว่าแต่มึง กูยังไม่เคยได้เห็นการ์ดแต่งงานของมันเลย” เจ้าของผับไหวไหล่ แต่รู้ดีว่านิสัยยศสรันไม่เคยพูดเล่น และสาวสวยที่ถูกมันพาออกมาเคลียร์ก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ ธนกรจึงส่งสัญญาณชวนเพื่อนกับไปนั่งที่โต๊ะ ทิ้งให้คนทั้งคู่เคลียร์กันเป็นการส่วนตัว
เปมนีย์ชักสีหน้าตกใจ “คุณยศ ปล่อยนะคะ ตอนนี้ฉันเป็นอิสระจากคุณแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉันอีก เพราะเรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งนานแล้ว ทำไมต้องมาฉุดกระชากกันแบบนี้ กรุณาให้เกียรติผู้หญิงด้วยค่ะ” เธอขึงตามองเขา พยายามจะดึงมือออก แต่ยศสรันข้อแข็งมาก
ยศสรันย่นคิ้วพลางจ้องหน้าคนถามตาเขม็ง “จบเหรอ เรื่องเก่าจบแล้ว แต่เรื่องใหม่กำลังจะเริ่ม”
เปมนีย์ไม่เข้าใจเขาเลย เธอร้องโวยวายขณะพยายามแกะมือหนาที่เกาะกุมข้อมือเล็กของเธอเอาไว้แน่นและพาเธอเดินเลียบชายหาดซึ่งห่างออกมาจากผับของธนกรเรื่อยๆ
“เรื่องใหม่หมายความว่ายังไงคะ ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด ก็สัญญาระหว่างเราคุณเป็นฝ่ายจบมันเอง คุณเองที่ไล่ฉันออกไปให้พ้นจากชีวิตคุณไม่ใช่หรือคะ”
ยศสรันมองไปที่ดวงหน้าสวยของคนพูด สายตาของเขาเวลานี้เหมือนเรดาร์ที่กำลังสำรวจรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภรรยาถูกต้องตามนิตินัยของเขามาก่อนเพียงแต่เป็นการจดทะเบียนลับๆ ที่เขาไม่ต้องการให้ใครรู้เพื่อแผนการบางอย่างเท่านั้น
เขาย้ำสีหน้าเคร่งเครียด “ตอนนี้มันจบไม่ได้แล้วเธอต้องช่วยฉัน รู้ไหมว่าฉันต้องยุ่งยากใจแค่ไหน ตอนนี้ทั้งยี่หวาและหญ้าหวาน ลูกสาวฝาแฝดของเรา กำลังทั้งดื้อทั้งแสบสุดๆ ถึงฉันจะดูแลเอาใจใส่พวกแกดีมากแค่ไหน เด็กๆ ก็ยังต้องการแม่อยู่ดี”
“ลูกของเรา คุณเมาแล้วใช่ไหมคะคุณยศ ถ้าไม่ไหวฉันไปตามเพื่อนคุณสองคนเมื่อครู่นี้ให้มาพาคุณกลับไปส่งที่บ้านจะดีกว่า” เพื่อนของเขาเมื่อครู่เธอเองก็ไม่รู้จักเพราะสถานะภรรยาตามกฏหมายของเธอในเวลานั้นเป็นความลับ การจดทะเบียนที่ไม่ได้มีพิธีการใดๆ ไม่มีใครรู้ นอกจากเธอ เขา น้องสาวของยศรันกับท่านนายอำเภอที่เป็นสักขีพยาน
เปมนีย์ทั้งสับสนและตกใจ ยี่หวากับหญ้าหวานคือใคร หรือว่าเป็นลูกของเขา
“ลูกคุณขาดแม่!? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ฉันไม่ใช่แม่ของลูกๆ คุณสักหน่อย นี่ถ้าคุณเมาฉันขอตัวก่อนนะคะ ออกมานานแล้วกลัวเพื่อนๆ จะเป็นห่วง”
เปมนีย์ก้าวเดินไปข้างหน้าจากนั้นร่างบางผวาลุกขึ้นอย่างอัตโนมัติเมื่อยศรันก้าวพรวดมารั้งแขนเธอไว้ทัน
“จะไปไหน เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครเดินหนีแบบนี้ ”
ยศสรันฉุนขาด เสียงเข้มขึ้นอย่างลืมตัว เมื่อเห็นท่าทีเฉยชาอย่างไร้เยื่อใยของเปมนีย์
“ถ้าพวกเด็กๆ ต้องการแม่ คุณก็แค่ไปง้อขอคืนดีกับแม่เด็กสิคะ หรือว่าคุณไปทำอะไรแม่เด็กๆ โกรธ เขาถึงทิ้งลูกให้คุณดูแล” สุดท้ายเธอคิดอย่างเลวร้ายที่สุด “หรือว่าเธอเสียไปแล้วคะ”
อารมณ์คนพูดพุ่งขึ้นเมียคงลบความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องของเขาไปจนหมด มันน่านัก“นี่เธอไม่เข้าใจที่ฉันพูดจริงๆ ใช่ไหม หรือแกล้งยั่วโมโหฉันแน่ แม่ของยี่หวากับหญ้าหวานยังไม่ได้เสียชีวิต”
เขาขึ้นเสียงใส่เธอแบบนี้เปมนีย์เลย“ถ้างั้นคุณก็ไปบอกเธอสิ ไปขอร้องให้เธอกลับมาดูแลลูกๆ เด็กๆ จะได้ไม่ขาดแม่”
กลายเป็นว่ายศสรันจับมือเธอทั้งสองข้างเอาไว้ หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าที่ตอนนี้สวยสะพรั่งขึ้นไปอีกยิ่งตอนเห็นเธอเต้นอยู่ในผับเขาชัดเจนกับคำว่าอาการหึงหวงจนควันออกหู
“งั้นจะบอกแล้วนะ กลับมาช่วยฉันดูแลลูกๆ หน่อยได้ไหม พวกแกต้องการแม่”
คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นด้วยความงุนงง ใบหน้าสวยฉายแววฉงนไม่คลาย เมื่อสิ่งที่ยศสรันพูดประหนึ่งว่ากำลังบอกเธอ จากนั้นเปมนีย์ก็เชิดหน้าเถียงกลับอย่างเย่อหยิ่ง หลังถูกกล่าวหาทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด
“ฉันหมายถึงให้คุณไปง้อขอคืนดีกับแม่ของลูกคุณ ไม่ใช่มาบอกฉัน เพราะฉันคงช่วยอะไรไม่ได้”
“ลืมเรื่องเก่าของเราไปหมดแล้วเหรอ”
สิ่งที่ยศสรันตอกย้ำทำให้เปมนีย์เม้มริมฝีปากแน่น มองเขาด้วยสายตามีคำถามเมื่อนึกขึ้นได้
“อุ๊ย!...หรือว่า ...อย่าบอกนะว่า” พลันมือบางก็ยกขึ้นมาปิดริมฝีปากสวยได้รูปทันที
ฟากยศสรันเงียบไปเล็กน้อยหลังจากสะกิดเรื่องลับที่เปมนีย์พยายามลืมไปหมดแล้ว และเริ่มต้นชีวิตใหม่ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มกริ่มขึ้นที่มุมปากหยัก
“ก็เธอนั่นแหละ แม่ของยี่หวากับหญ้าหวาน และตอนนี้พวกแกต้องการให้เธอดูแล”
“หรือว่าคุณ...ไม่ได้ยุติ...” เปมนีย์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเรื่องที่เธ
เธอไม่เคยตั้งท้อง?
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นสาวเวอร์จิน?
ถ้าเขาบอกว่าเธอคือแม่ของลูกก็คงเป็นเพราะ...
ยศสรันมองเห็นความลังเลสงสัยในแววตาคู่สวย รู้ดีว่าเปมนีย์เป็นคนฉลาดทันคน คงเข้าใจแล้ว แค่ตั้งรับไม่ทันมากกว่าเขารู้สึกชอบท่าทางตื่นๆ ของอดีตเมียที่เคยอุปถัมภ์ตรงหน้า ยิ่งได้เห็นเธออีกครั้งเขาก็รู้ว่าไม่อาจจะปล่อยเธอออกไปจากชีวิตได้อีก
ยศสรันยิ้มเย็น ไม่เพียงแค่พูดเปล่า เขายังพร้อมโชว์หลักฐานที่เธอจะไม่มีทางปฏิเสธได้
“ถ้าเธอไม่เชื่อ ฉันจะเอาหลักฐานให้เธอดู หญ้าหวาน ลูกสาวคนเล็กของเรา หน้าเหมือนเธอราวกับถอดพิมพ์มา ไม่เชื่อเธอดูสิ ว่าแกหน้าตาน่ารักเหมือนแม่ของแกแค่ไหน” ยศสรันรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกางเกงแสลกเนื้อดี แล้วเปิดคลิปวีดีโอลูกสาวฝาแฝดของเขาที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้าด้านหน้าของคฤหาสน์ซึ่งเขาจัดโซนหนึ่งสำหรับเป็นสนามเด็กเล่นของลูกๆ เด็กทั้งสองหน้าตาน่ารักหน้าชัง แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน คนหนึ่งน่ารักไปทางลูกครึ่งมองออกทันทีว่าเบ้าหน้าได้รับดีเอ็นเอมาจากเจ้าของมือถือเครื่องนี้ ส่วนเด็กอีกคนที่กล้องกำลังแพนไปกำลังวิ่งปีนป่ายบนเครื่องเล่นเด็กที่เรียกว่า จั๊มเปอร์ สีน้ำเงินเหลือง ลักษณะเป็นชิงช้ากระโดด แม่หนูคนนั้นดูซุกซน ปีนขึ้นไปเล่นกวัดแกว่งอย่างโลดโผน แล้วโบกมือบ๊ายบายให้กล้อง
“คุงพ่อขา มาเล่นกันเถอะ” จากนั้นแจกยิ้มที่ทำให้โลกสีเท่าๆ ของยศสรันสดใสขึ้นมาฉับพลัน
คนที่ถ่ายคลิปนี้คือพ่อของแก และแม่หนูตัวน้อยที่กำลังโบกไม้โบกมืออยู่นั้นช่างมีใบหน้าเหมือนเปมนีย์ราวกับถอดพิมพ์มา
“ขอพ่อจุ๊บด้วยนะครับ” ยศสรันหันไปจุ๊บหน้าผากยี่หวากับหญ้าหวานอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นเสียงเล็กๆ ก็พูดเชียร์ “คุงพ่อกับคุงแม่จุ๊บกันบ้างสิคะ” ประโยคนั้นของหญ้าหวานทำให้เปมนีย์ถึงกับหน้าแดงทันที “เอ่อ…นอนได้แล้วลูก รีบนอนนะ พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นมาเจอกันไงคะ” เปมนีย์รีบตอบแบบเลี่ยงๆ ไม่แม้แต่จะสบตายศสรันสักนิด “ก็ได้ค่ะคุงแม่ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ กู๊ดไนต์ค่ะ” หญ้าหวานพูดก่อนจะหันไปจุ๊บแก้มเปมนีย์และยศสรัน ยศสรันกับเปมนีย์เดินออกจากห้องนอนของเด็กๆ เขาตั้งใจว่าหลังจากลูกหลับแล้วจะต้องหาโอกาสคุยกับเธอให้รู้เรื่อง “ทำไมคุณยศไม่ไปนอนกับลูกคะ” เมื่อออกมายืนหน้าห้องเปมนีย์ก็ถามเขา เพราะคืนนี้ค่อนข้างหนาวมาก “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ยศสรันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกัน คุณดูแลลูกยังไง ทำไมปล่อยให้เล็บยาว ลูกยังบอกว่าไม่ค่อยกินข้าว” เปมนีย์ถามเขา “ฉันดูแลลูกดีมาตลอด เรื่องนี้เธอน่าจะรู้ดี ลูกไม่กินข้าวเพราะแกบอกว่าติดฝีมือเธอ
ทว่าเสียงเล็กๆ นั้นปลุกเขาให้หยุดคิดเรื่องเปมนีย์และกลับมาสนใจเจ้าของเสียง “คุงพ่อขา” เสียงของหญ้าหวานทำให้ยศสรันออกจากภวังค์ เห็นหน้าลูกสาวคนนี้ทีไรก็เหมือนได้เห็นหน้าเปมนีย์ทุกที ทำให้ยิ่งคิดถึงมากขึ้นไปอีก “หือ ว่าไงครับคนเก่ง นอนไม่หลับเหรอ” ยศสรันเพิ่งกล่อมลูกนอนตะกี้ ยี่หวาหลับไปแล้ว เพราะวันนี้แฝดพี่ตัวรุมๆ เหมือนไม่ค่อยสบาย เขาจึงให้กินยาแล้วพาเข้านอนเร็วกว่าปกติ แต่จู่ๆ หญ้าหวานแฝดน้องก็ลืมตามองหน้ายศสรันด้วยแววตาเศร้า “หนูนอนไม่หลับค่ะ หนูคิดถึงคุงแม่จัง” หญ้าหวานพูดน้ำตาซึม “โถลูก ตอนนี้ก็มีพ่ออยู่นี่ไง” ยศสรันลูบหัวปลอบใจลูก “หนูอยากให้คุงพ่อซื้อยานอวกาศไปรับคุงแม่ที่ดาวอังคารกลับมาหาพวกเราได้ไหม” ยศรันพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกลูกอย่างไร “แต่ก่อนเราสามคนพ่อลูกก็อยู่กันได้ พ่อสัญญาว่าพ่อจะดูแลหนูสองคนอย่างเต็มที่เหมือนเดิม” เขาดึงหญ้าหวานเข้ามากอด รู้สึกสงสารลูกเหลือเกิน ตัวเขาเองก็ต้องการเปมนีย์ไม่ต่างจากหญ้าหวานเลย แต่ทำไมเธอถึงใจร้ายกับพวกเขานัก “เราไปตามหาคุงแม่ที่ดาวอังคารกันนะค
“ฉันแค่คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ฉันอยู่ที่นี่มาสองเดือน ควรจะกลับเกาหลีไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย” เปมนีย์กลั้นใจพูดออกมา ยศสรันไม่รู้ว่านี่คือการบอกลาแบบหนึ่งหรือเปล่า “เธอคิดดีแล้วหรือ เธอน่าจะรู้ว่าฉันกับลูกๆ คงเสียใจมากถ้าเธอไป” ยศสรันได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แม้ไม่อยากจะเสียเปมนีย์ไป แต่ก็ต้องรักษาคำพูดตัวเองว่าจะยอมปล่อยเธอไปทุกเมื่อที่เธอต้องการ ตอนนี้คงได้แต่พยายามยื้อเธอไว้ให้มากที่สุด “ฉันเองก็คงคิดถึงคุณกับลูกๆ มาก แต่ฉันเองยังมีเรื่องต้องรับผิดชอบที่นั่นอยู่” แม้ยศสรันจะไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร และแม้จะเสียใจมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำได้คงเป็นการยอมปล่อยเธอไปสินะ “ก็ได้ ฉันคงไม่อาจไปบังคับใจเธอได้ถ้าเธอไม่อยากจะอยู่ แต่ถ้าวันไหนอยากกลับมา ที่นี่ต้อนรับเธอเสมอ” คนตัวโตพยายามทำน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าตนก็เสียใจมากได้เหมือนกันเปมนีย์หันมาขอบคุณยศสรันก่อนที่จะเดินจากไป เธอเตรียมข้าวของไว้เรียบร้อยแล้ว ราวกับไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอะไร แปลว่าเธอตั้งใจที่จะจากเขากับลูกๆ ไปแต่แรก เขาก็ได้แต่พู
หลังจากวันเกิดของยศสรันผ่านพ้นไป ก็มีใครบางคนบ่นว่า งานวันเกิดของคุณพ่อที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ตนกลับอดกินเค้ก เป็นเพราะหญ้าหวานนั้นมัวเล่นสนุกอยู่กับเพื่อน เธอวางเค้กที่คุณแม่คนสวยตัดแบ่งไว้ให้บนโต๊ะ แต่พอกลับมาเค้กชิ้นนั้นก็ล่องหนไปแล้ว แม่หนูตัวอวบบ่นเรื่องเค้กที่หายไปถึงเจ็ดวันเต็มๆ แม้กระทั่งคนที่ต้องนอนด้วยกันทุกคืนอย่างพี่ยี่หวาก็ต้องทนฟังจนแทบจะเก็บไปฝันอยู่แล้ว และในวันนี้เองที่ยศรันเป็นคนไปรับลูกที่โรงเรียน เขาทนหญ้าหวานตัดพ้อเรื่องที่อดกินเค้กไม่ไหว จึงเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะขับรถกลับบ้านไปร้านเค้กชื่อดังแทน ไม่สิ ต้องบอกว่าร้านเค้กเจ้าปัญหาที่ทำให้เขากับเปมนีย์ต้องแยกย้ายกันไปในครั้งนั้นถึงจะถูก หลังจากจอดรถ ยศสรันก็รีบเร่งพาทั้งคู่เดินเข้าไปในร้าน แต่กลับถูกเปมนีย์ยื้อไว้เสียก่อน “ฉันว่าเราแวะร้านเค้กร้านอื่นกันไหมคะ แถวนี้มีตั้งหลายร้าน” เปมนีย์พูดขึ้นยิ้มๆ เพราะกลัวเขาจะเกิดอาการหน้ามืดหึงไร้เหตุผลขึ้นมาอีก “อย่าเลย เธอเคยบอกว่าร้านนี้อร่อยสุด ยี่หวากับหญ้าหวานควรได้กินเค้กอร่อย จะให้กินจนพอใจ หญ้าหวานจะได้เล
ทั้งคู่ยืนคุยกับคุณกัมปนาทกันอยู่พักใหญ่ เปมนีย์สามารถเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี เธอวางตัวได้ดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกได้ว่าเขาพอใจมากที่พาเมียมาออกงาน คุณกัมปนาทเองก็ไม่มีท่าทีรังเกียจเธอแม้แต่น้อยกับข่าวซุบซิบที่ว่าภรรยาของเขาเป็นแค่ลูกคนงานในบริษัท ยศสรันพาเปมนีย์เดินเลี่ยงออกมาเพื่อจะกลับไปหาเด็กๆ ที่ฝากเพื่อนดูแล ทันใดนั้น สายตาของยศสรันก็หันไปเห็น ‘มินตรา’ เธอมาในงานได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้เชิญ! หลายวันก่อนหน้านี้ เธอพยายามติดต่อเขาทุกช่องทาง เดาว่าคงเงินหมดแล้วเลยอยากกลับมาหาเขา แต่เธอคิดผิด คนที่ไม่คิดจะมีคู่ครองจริงจังอย่างเขา หากได้ปักหลักกับใครแล้วจะไม่คิดทรยศคู่ของตน “สวัสดีค่ะคุณยศ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” มินตราสวมชุดเดรสสีแดงเดินเข้ามาทักทายยศสรัน โดยไม่มองเปมนีย์สักนิด ราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ “ครับ ว่าแต่คุณมาได้ยังไง” ยศสรันถามออกไปตรงๆ เพราะอย่างที่บอกว่างานนี้เขาเป็นคนลิสต์รายชื่อแขกที่จะเชิญด้วยตัวเอง จากนั้นก็ให้เลขาฯ จัดการต่อ “แหม วันเกิดคุณยศจัดยิ่งใหญ่ทุกปี ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อ
แค่ได้ฟังคนปากหนักพูดคำนี้สักคำให้ได้ยิน หัวใจดวงน้อยก็พองโตขึ้นมา แต่ใบหน้าสวยใสยังแสร้งทำเป็นงอนเขา “หึ พูดแบบนี้กับผู้หญิงกี่คนแล้วคะ” เปมนีย์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “แล้วทุกวันนี้เธอเห็นฉันมีใครไหมล่ะ นอกจากเธอกับลูก” ยศสรันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ได้ ฉันยอมอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่คุณต้องทำตามข้อเสนอฉันก่อน” หญิงสาวพูดออกไปอย่างหยั่งเชิง “ได้ อยากให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย” ยศสรันตอบรับอย่างรวดเร็ว “ต่อไปนี้ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้ายี่หวากับหญ้าหวาน อย่ามายุ่งกับฉันอีก!” เปมนีย์พูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ต้องใจแข็งเพื่อตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธออาจต้องเสียใจอีกหากเขาไม่ยอมเปลี่ยน ยศสรันอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด พร้อมกับมองหน้าเธออย่างจริงจัง “ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ตกลง!”อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของยศสรันแล้ว ที่ผ่านมาเขาต้องจัดงานวันเกิดทุกปีเพื่อต้อนรับแขกผู้ใหญ่และหุ้นส่วนที่ทำงานร่วมกัน ประหนึ่งงานเลี้ยงเพื่อสานสัมพันธ์กับคนในแวดวงธุร







