Masukจนคนที่จ้องคลิปตาเขม็งถลึงตาขึ้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าแม่หนูในคลิปหน้าเหมือนเธอมาก“เด็กคนนี้! ทำไมหน้าเหมือนฉันมากขนาดนี้...”
คนพูดต่อให้คือยศสรัน “หญ้าหวานหน้าเหมือนยันส์มากครับ แกเหมือนแม่มากแต่หน้าไม่เหมือนผม จนทำให้แกน้อยอกน้อยใจอยู่บ่อยๆ ที่หน้าไม่เหมือนผมกับยี่หวา เด็กทั้งคู่เป็นแฝดเทียม”
ก่อนเธอจะบินไปเกาหลีใต้เปมนีย์ทะเลาะกับเขา และยศสรันบอกว่าเขาจะยุติทุกเรื่องในสัญญา “ก็ไหนคุณบอกว่าได้ยุติการทำเรื่องนั้น...ไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
เขาส่ายหน้าช้าๆ “ฉันใจร้ายไม่พอไง และไม่ใจดำเหมือนเธอ ฉันไม่ได้ยุติไข่ที่ฝากแช่แข็งเอาไว้ พวกเธอได้ไปต่อหลังจากที่เธอเดินทางไปเกาหลีแล้ว” เขายอมจ่ายแสนแพงเพื่อการฝากไข่ด้วยการใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีอุณภูมิติดลบถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าองศาเซลเซียส เมือถึงเวลาที่เหมาะสมแพทย์ก็จะนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูกของหญิงที่รับอุ้มบุญเพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป
ฟังเขาแล้วเปมนีย์อึ้งเป็นไก่ตาแตก ส่วนยศสรันผู้ชายร้ายๆ เจ้าแผนการคนที่เพิ่งรู้ว่าความยุ่งยากของการมีลูกแต่ไม่มีเมียมันเป็นยังไงจุดยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น “ถึงเธอจะไม่เคยถูกฉันทับให้ท้อง แต่ฉันรับรองว่าเธอเป็นแม่ของลูกฉันแน่ๆ และตอนนี้ลูกของเรากำลังต้องการแม่” ที่ร้ายไปกว่านั้นเปมนีย์ยังไม่รู้ว่าการกลับมาที่เมืองไทยครั้งนี้นอกจากต้องทำธุระและนัดพบเพื่อนสนิทสมัยเรียน มีใครบางคนที่แอบวางแผนลับๆ ทำให้เธอต้องกลับมาเมืองไทยและกลับเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขาอีกครั้ง
เปมนีย์กำลังใช้ความคิดอย่างสับสนบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือตกใจ หากแต่เสียงโทรศัพท์มือถือของยศสรันกำลังทำลายความเงียบ มันดังขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ ยศสรันล้วงหยิบมันออกมามองไปยังหน้าจอที่มีแสงวาบขึ้น แล้วประหลาดใจเบอร์ที่โทร.เข้ามาเป็นเบอร์ของพี่เลี้ยงสาวชื่ออร ปลายนิ้วแข็งเลื่อนไปที่หน้าจอทัชสกรีนเพื่อกดรับสายเพราะคิดว่าแม่ลูกสาวตัวแสบคงให้พี่เลี้ยงโทร.มาหาเขา
“มีอะไรหรือครับคุณอร เด็กๆ ยังไม่นอนอีกเหรอ” เพราะเวลานี้เด็กๆ ควรจะหลับไปตั้งนานแล้ว
“เอ่อ คุณยศ คือว่า...คือ...คือคุณหนู” ยศสรันคุ้นเคยกับพี่เลี้ยงของเด็กๆ เป็นอย่างดี ทำให้จับความผิดปกติได้
น้ำเสียงขรึมถามขึ้น หัวอกคนเป็นพ่อเริ่มร้อนใจเกรงจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับลูก“ทำไมเสียงสั่นแบบนั้นล่ะครับ เกิดอะไรขึ้นกับด็กๆ หรือเปล่า”
ปลายสายกลั้นใจรีบรายงานออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจ เกรงจะถูกตำหนิว่าละเลยปล่อยให้คุณหนูจอมซนนั่นแอบหนีลงไปในครัวได้ ไปปีนเคาเตอร์จนลื่นตกลงมาเธอคงเสียใจแย่ถ้าไม่ได้ดูแลยัยคุณหนูจอมแสบ เท่ากับว่าเธอหมดโอกาสใกล้ชิดคุณยศสรันนักธุรกิจหมื่นล้านไปด้วย
“คือว่า...คุณหนูหญ้าหวานแอบหนีลงไปในครัว ไม่รู้ว่าแกไปปีนเคาเตอร์จะเอาอะไร แต่เกิดพลาดจนเกิดอุบัติเหตุลื่นตกจากเคาน์เตอร์ครัวค่ะ ตอนนี้พวกเราพาคุณหนูมาส่งโรงพยาบาล ถึงมือคุณหมอปลอดภัยแล้วค่ะ เอ็กซเรย์แล้วปลอดภัย แต่คุณหนูแขนหักต้องเข้าเฝือกค่ะ”
ยศสรันไม่ฟังต่อจนจบเสียงเข้มแทรกขึ้นอย่างร้อนรนผิดกับเรื่องอื่นที่เขาจะดูสุขมเยือกเย็น “ตอนนี้หญ้าหวานถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลไหนรีบบอกผมมา?”
พี่เลี้ยงรีบรายงานว่าทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเธอก็พาน้องหญ้วหวานไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ไกลจากคฤหาสน์ของเขามากนัก
“พระเจ้า! หญ้าหวานคนดีของพ่อ” เขาใจร้อนอยากไปเห็นอาการลูกสาวเองกับตาให้เร็วที่สุดถ้าเขาหายตัวได้ตอนนี้คงจะวาปไปอยู่ตรงหน้าแล้วจุมพิตหน้าผากปลอบขวัญลูกแล้ว
เปมนีย์มองดวงหน้าหล่อเข้ม อย่างร้อนใจ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ เด็กๆ เป็นอะไรไปคะ” น้ำเสียงใสดูร้อนรนขึ้นผิดกับเมื่อครู่
เขามองหน้าแม่ของลูกที่ฉายแววตาสงสัยแล้วรีบบอกเธอ “หญ้าหวานลูกสาวเรา แอบหนีพี่เลี้ยงไปปีนเคาเตอร์ ในห้องครัว แล้วลื่นตกลงมาตอนนี้พี่เลี้ยงพาส่งโรงพยาบาลแล้ว เรารีบไปดูอาการลูกกันเถอะ”
คนที่ยังไม่หายมึนงงเพราะถูกยัดเยียดให้เป็นแม่ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบอกด้วยอารมตกใจ “แย่จริง” มือข้างที่ว่างถูกมือหนาของเขาคว้าหมับที่ข้อมือบางแล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตามเขาไป
“ยีนส์ เธอไปโรงพยาบาลกับฉันนะ หญ้าหวานแกอยากเจอแม่มากๆ แกอ้อนวอนผมทุกวัน ให้พาคุณกลับมาเจอแก ถ้าได้เห็นหน้าเธอหญ้าหวานต้องดีใจแน่ๆ”
ถ้าหากเขาทำแบบนี้กับเธอโดยที่ไม่มีเรื่องเด็กๆ มาเกี่ยวข้องเปมนีย์จะสะบัดข้อมือจากเขาซะ และหันไปคว้าทรายบนหาดมาสักกำมือเพื่อปาใส่หน้าเขาแล้วบอกว่า
‘ไปตายซะ’
ก็เขาไม่ใช่เหรอที่ไล่เธอออกไปจากชีวิตอย่างเลือดเย็น ไร้หัวใจ แต่พอรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุกับเด็กคู่แฝดเท่านั้น ถึงแม้เธอจะไม่เคยอุ้มท้องพวกแกมาแต่ยังไงก็เชื่อว่าเด็กคู่แฝดเกิดจากการฝากไข่ของเธอจริงๆ ไม่อย่างนั้นแฝดคนน้องคงไม่หน้าเหมือนเธอเป๊ะขนาดนั้น จนแม่พิมพ์อย่างเธอไม่กล้าปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่ลูก
สัญชาติญาณบางอย่างก็แล่นปราดเข้าสู่หัวใจดวงน้อย แค่ได้เห็นคลิปวีดีโอที่เขาเพิ่งเปิดให้ดูไปเมื่อครู่เปมนีย์ก็รู้ทันทีว่ายศสรันไม่ได้พูดโกหกเด็กทั้งสองเป็นลูกของเธอจริงๆ
เปมนีย์หยุดเดินแล้วขืนข้อมือออกยศสรันรับรู้ถึงแรงบิดที่ข้อมือ “ปล่อยฉันก่อนค่ะคุณยศ”
“ทำไม หรือว่าเธอจะใจร้ายใจดำกับลูกของตัวเอง ไม่คิดจะไปดูแกสักนิด”
“ขอพ่อจุ๊บด้วยนะครับ” ยศสรันหันไปจุ๊บหน้าผากยี่หวากับหญ้าหวานอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นเสียงเล็กๆ ก็พูดเชียร์ “คุงพ่อกับคุงแม่จุ๊บกันบ้างสิคะ” ประโยคนั้นของหญ้าหวานทำให้เปมนีย์ถึงกับหน้าแดงทันที “เอ่อ…นอนได้แล้วลูก รีบนอนนะ พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นมาเจอกันไงคะ” เปมนีย์รีบตอบแบบเลี่ยงๆ ไม่แม้แต่จะสบตายศสรันสักนิด “ก็ได้ค่ะคุงแม่ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ กู๊ดไนต์ค่ะ” หญ้าหวานพูดก่อนจะหันไปจุ๊บแก้มเปมนีย์และยศสรัน ยศสรันกับเปมนีย์เดินออกจากห้องนอนของเด็กๆ เขาตั้งใจว่าหลังจากลูกหลับแล้วจะต้องหาโอกาสคุยกับเธอให้รู้เรื่อง “ทำไมคุณยศไม่ไปนอนกับลูกคะ” เมื่อออกมายืนหน้าห้องเปมนีย์ก็ถามเขา เพราะคืนนี้ค่อนข้างหนาวมาก “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ยศสรันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกัน คุณดูแลลูกยังไง ทำไมปล่อยให้เล็บยาว ลูกยังบอกว่าไม่ค่อยกินข้าว” เปมนีย์ถามเขา “ฉันดูแลลูกดีมาตลอด เรื่องนี้เธอน่าจะรู้ดี ลูกไม่กินข้าวเพราะแกบอกว่าติดฝีมือเธอ
ทว่าเสียงเล็กๆ นั้นปลุกเขาให้หยุดคิดเรื่องเปมนีย์และกลับมาสนใจเจ้าของเสียง “คุงพ่อขา” เสียงของหญ้าหวานทำให้ยศสรันออกจากภวังค์ เห็นหน้าลูกสาวคนนี้ทีไรก็เหมือนได้เห็นหน้าเปมนีย์ทุกที ทำให้ยิ่งคิดถึงมากขึ้นไปอีก “หือ ว่าไงครับคนเก่ง นอนไม่หลับเหรอ” ยศสรันเพิ่งกล่อมลูกนอนตะกี้ ยี่หวาหลับไปแล้ว เพราะวันนี้แฝดพี่ตัวรุมๆ เหมือนไม่ค่อยสบาย เขาจึงให้กินยาแล้วพาเข้านอนเร็วกว่าปกติ แต่จู่ๆ หญ้าหวานแฝดน้องก็ลืมตามองหน้ายศสรันด้วยแววตาเศร้า “หนูนอนไม่หลับค่ะ หนูคิดถึงคุงแม่จัง” หญ้าหวานพูดน้ำตาซึม “โถลูก ตอนนี้ก็มีพ่ออยู่นี่ไง” ยศสรันลูบหัวปลอบใจลูก “หนูอยากให้คุงพ่อซื้อยานอวกาศไปรับคุงแม่ที่ดาวอังคารกลับมาหาพวกเราได้ไหม” ยศรันพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกลูกอย่างไร “แต่ก่อนเราสามคนพ่อลูกก็อยู่กันได้ พ่อสัญญาว่าพ่อจะดูแลหนูสองคนอย่างเต็มที่เหมือนเดิม” เขาดึงหญ้าหวานเข้ามากอด รู้สึกสงสารลูกเหลือเกิน ตัวเขาเองก็ต้องการเปมนีย์ไม่ต่างจากหญ้าหวานเลย แต่ทำไมเธอถึงใจร้ายกับพวกเขานัก “เราไปตามหาคุงแม่ที่ดาวอังคารกันนะค
“ฉันแค่คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ฉันอยู่ที่นี่มาสองเดือน ควรจะกลับเกาหลีไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย” เปมนีย์กลั้นใจพูดออกมา ยศสรันไม่รู้ว่านี่คือการบอกลาแบบหนึ่งหรือเปล่า “เธอคิดดีแล้วหรือ เธอน่าจะรู้ว่าฉันกับลูกๆ คงเสียใจมากถ้าเธอไป” ยศสรันได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แม้ไม่อยากจะเสียเปมนีย์ไป แต่ก็ต้องรักษาคำพูดตัวเองว่าจะยอมปล่อยเธอไปทุกเมื่อที่เธอต้องการ ตอนนี้คงได้แต่พยายามยื้อเธอไว้ให้มากที่สุด “ฉันเองก็คงคิดถึงคุณกับลูกๆ มาก แต่ฉันเองยังมีเรื่องต้องรับผิดชอบที่นั่นอยู่” แม้ยศสรันจะไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร และแม้จะเสียใจมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำได้คงเป็นการยอมปล่อยเธอไปสินะ “ก็ได้ ฉันคงไม่อาจไปบังคับใจเธอได้ถ้าเธอไม่อยากจะอยู่ แต่ถ้าวันไหนอยากกลับมา ที่นี่ต้อนรับเธอเสมอ” คนตัวโตพยายามทำน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าตนก็เสียใจมากได้เหมือนกันเปมนีย์หันมาขอบคุณยศสรันก่อนที่จะเดินจากไป เธอเตรียมข้าวของไว้เรียบร้อยแล้ว ราวกับไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอะไร แปลว่าเธอตั้งใจที่จะจากเขากับลูกๆ ไปแต่แรก เขาก็ได้แต่พู
หลังจากวันเกิดของยศสรันผ่านพ้นไป ก็มีใครบางคนบ่นว่า งานวันเกิดของคุณพ่อที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ตนกลับอดกินเค้ก เป็นเพราะหญ้าหวานนั้นมัวเล่นสนุกอยู่กับเพื่อน เธอวางเค้กที่คุณแม่คนสวยตัดแบ่งไว้ให้บนโต๊ะ แต่พอกลับมาเค้กชิ้นนั้นก็ล่องหนไปแล้ว แม่หนูตัวอวบบ่นเรื่องเค้กที่หายไปถึงเจ็ดวันเต็มๆ แม้กระทั่งคนที่ต้องนอนด้วยกันทุกคืนอย่างพี่ยี่หวาก็ต้องทนฟังจนแทบจะเก็บไปฝันอยู่แล้ว และในวันนี้เองที่ยศรันเป็นคนไปรับลูกที่โรงเรียน เขาทนหญ้าหวานตัดพ้อเรื่องที่อดกินเค้กไม่ไหว จึงเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะขับรถกลับบ้านไปร้านเค้กชื่อดังแทน ไม่สิ ต้องบอกว่าร้านเค้กเจ้าปัญหาที่ทำให้เขากับเปมนีย์ต้องแยกย้ายกันไปในครั้งนั้นถึงจะถูก หลังจากจอดรถ ยศสรันก็รีบเร่งพาทั้งคู่เดินเข้าไปในร้าน แต่กลับถูกเปมนีย์ยื้อไว้เสียก่อน “ฉันว่าเราแวะร้านเค้กร้านอื่นกันไหมคะ แถวนี้มีตั้งหลายร้าน” เปมนีย์พูดขึ้นยิ้มๆ เพราะกลัวเขาจะเกิดอาการหน้ามืดหึงไร้เหตุผลขึ้นมาอีก “อย่าเลย เธอเคยบอกว่าร้านนี้อร่อยสุด ยี่หวากับหญ้าหวานควรได้กินเค้กอร่อย จะให้กินจนพอใจ หญ้าหวานจะได้เล
ทั้งคู่ยืนคุยกับคุณกัมปนาทกันอยู่พักใหญ่ เปมนีย์สามารถเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี เธอวางตัวได้ดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกได้ว่าเขาพอใจมากที่พาเมียมาออกงาน คุณกัมปนาทเองก็ไม่มีท่าทีรังเกียจเธอแม้แต่น้อยกับข่าวซุบซิบที่ว่าภรรยาของเขาเป็นแค่ลูกคนงานในบริษัท ยศสรันพาเปมนีย์เดินเลี่ยงออกมาเพื่อจะกลับไปหาเด็กๆ ที่ฝากเพื่อนดูแล ทันใดนั้น สายตาของยศสรันก็หันไปเห็น ‘มินตรา’ เธอมาในงานได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้เชิญ! หลายวันก่อนหน้านี้ เธอพยายามติดต่อเขาทุกช่องทาง เดาว่าคงเงินหมดแล้วเลยอยากกลับมาหาเขา แต่เธอคิดผิด คนที่ไม่คิดจะมีคู่ครองจริงจังอย่างเขา หากได้ปักหลักกับใครแล้วจะไม่คิดทรยศคู่ของตน “สวัสดีค่ะคุณยศ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” มินตราสวมชุดเดรสสีแดงเดินเข้ามาทักทายยศสรัน โดยไม่มองเปมนีย์สักนิด ราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ “ครับ ว่าแต่คุณมาได้ยังไง” ยศสรันถามออกไปตรงๆ เพราะอย่างที่บอกว่างานนี้เขาเป็นคนลิสต์รายชื่อแขกที่จะเชิญด้วยตัวเอง จากนั้นก็ให้เลขาฯ จัดการต่อ “แหม วันเกิดคุณยศจัดยิ่งใหญ่ทุกปี ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อ
แค่ได้ฟังคนปากหนักพูดคำนี้สักคำให้ได้ยิน หัวใจดวงน้อยก็พองโตขึ้นมา แต่ใบหน้าสวยใสยังแสร้งทำเป็นงอนเขา “หึ พูดแบบนี้กับผู้หญิงกี่คนแล้วคะ” เปมนีย์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “แล้วทุกวันนี้เธอเห็นฉันมีใครไหมล่ะ นอกจากเธอกับลูก” ยศสรันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ได้ ฉันยอมอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่คุณต้องทำตามข้อเสนอฉันก่อน” หญิงสาวพูดออกไปอย่างหยั่งเชิง “ได้ อยากให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย” ยศสรันตอบรับอย่างรวดเร็ว “ต่อไปนี้ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้ายี่หวากับหญ้าหวาน อย่ามายุ่งกับฉันอีก!” เปมนีย์พูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ต้องใจแข็งเพื่อตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธออาจต้องเสียใจอีกหากเขาไม่ยอมเปลี่ยน ยศสรันอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด พร้อมกับมองหน้าเธออย่างจริงจัง “ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ตกลง!”อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของยศสรันแล้ว ที่ผ่านมาเขาต้องจัดงานวันเกิดทุกปีเพื่อต้อนรับแขกผู้ใหญ่และหุ้นส่วนที่ทำงานร่วมกัน ประหนึ่งงานเลี้ยงเพื่อสานสัมพันธ์กับคนในแวดวงธุร







