LOGINนอกจากอาหารอร่อย ดนตรีเพราะ และบรรยากาศดีแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่กลุ่มเพื่อนลงความเห็นกันว่าถ้าจะนัดคุยเรื่องธุรกิจหรือจะมานั่งแฮงก์เอาต์กันทีไรต้องนัดกันมาที่ร้านของธนกรก็คือ ลูกค้าสาวๆ ที่มาเที่ยวที่นี่หน้าตาสวยแจ่มกันทุกคน ทำให้ยศสรันที่เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของธนกรกลายเป็นลูกค้าประจำของทางร้านไปโดยปริยาย
“เฮ้ยกร มึงดูน้องคนนั้นสิวะ โคตรแจ่มเลยว่ะ สวยเด็ดเหมือนนางเอกเกาหลี กูมาที่นี่ออกจะบ่อยไม่เคยเห็นน้องเขาเลยว่ะ”
นิทัศน์ เพื่อนสนิทอีกคนของธนกรที่เป็นหนุ่มโสดไม่สนิท เพราะมีตัวเลือกอยู่หลายคนที่ยังเลือกไม่ได้ เอ่ยขึ้นพร้อมหูตาแพรวพราว ร้องเรียกเจ้าของผับแห่งนี้ให้ดูหญิงสาวในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีแดงเพลิงตัดกับผิวกายขาวผ่องที่กำลังโยกสะโพกสวยกลมกลึงไปตามจังหวะของเสียงดนตรีกับกลุ่มเพื่อนสาวที่มาด้วยกันอีกสามสี่คน
ธนกรมองตามสายตานิทัศน์ไป“เออว่ะ สวยมาก ขาเรียวยาว ผิวขาวอย่างกับคนเกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่น สงสัยไม่ใช่คนไทยว่ะ แต่กูไม่เคยเห็นน้องเขามาก่อน น่าจะเพิ่งเคยมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรก”
ธนกรตอบกลับเพื่อนสนิท ขณะที่ดวงตาคมเข้มยังคงจับจ้องเจ้าของเรือนร่างขาวผ่องอย่างไม่ละสายตา ทำเอาคุณพ่อลูกสองอย่างยศสรันต้องหันไปมองตามด้วยความสงสัย ว่าสาวคนไหนที่ทำให้เพื่อนสนิททั้งสองของเขานั้นจ้องมองกันไม่วางตาขนาดนี้ ระดับเพื่อนของเขาคงไม่ได้มองสาวสวยธรรมดาทั้งคู่มีรสนิยมที่ดีในการเลือกผู้หญิง
“ยีนส์!”
เสียงเพลงกระหึ่มดังก้องผับเปมนีย์ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว เธอชอบเต้นแต่ไม่ชอบดื่ม ส่วนเพื่อนที่มาด้วยเริ่มจะเมาจึงขอตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นเป้าสายตาของผู้ชายหลายคนในผับ
“ยีนส์!” ฉันเคยบอกเธอแล้วนี่ ถ้าได้เจอกันอีกที่ไม่ปล่อยเธอไปแล้วนะยศสรันเผลอเรียกชื่อหญิงสาวชาวไทยแท้ ที่ไม่ใช่สาวญี่ปุ่นหรือเกาหลีอย่างที่เพื่อนสนิทของเขาทั้งสองเข้าใจ หากแต่เป็นลูกสาวของลูกน้องเก่าแก่ในบริษัทที่เขานั้นรู้จักเป็นอย่างดี
สองเพื่อนซี้มองยศรันด้วยแววตาสงสัย“ไอ้ยศ ไอ้ตาถั่ว ไม่ใช่สาวหน้าหมวยที่ใส่กางเกงยีนเสื้อสีดำคนนั้นโว้ย อีกคนนึงเดรสแดงแจ่มกว่าเยอะ” ธนกรแย้ง เขาคิดว่ายศสรันกำลังมองสาวที่สวมกางเกงยีนกับเสื้อครอปโชว์เอวคอดบางที่เต้นอยู่ด้านหลังของสาวสวยสวมเดรสแดง
นิทัศน์ช่วยเสริม “พวกกูหมายถึงน้องคนสวยในชุดเดรสสีแดง ไม่รู้ว่าคนไทยหรือเกาหลี ทั้งขาวทั้งเนียน”
“เออ ใช่ พวกกูหมายถึงสาวสวยใส่ชุดเดรสสั้นสีแดงคนนั้น ที่กำลังหันมามองพวกเราต่างหาก” นิทัศน์กล่าวเสริม พลางหันไปพยักพเยิดกับธนกร ที่เห็นตรงกันว่าเธอคือลูกค้าสาวสวยที่สุดในร้านของค่ำคืนนี้ กระแทกตา กระแทกใจทั้งพวกเขาและผู้ชายทั้งร้านโครมเบ้อเร่อ
“เออ...กูรู้ กูหมายถึงคนนั้นแหละ ขอตัวเดี๋ยว” ยศสรันไม่พูดพร่ำทำเพลงให้ยืดยาว เดินตรงไปหาสาวสวยที่ตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร
“อ้าว! ไอ้ยศ นั่นมึงจะไปไหนวะ” ธนกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“กูจะไปคุยกับเมียกูหน่อย”
พูดจบยศสรันก็พาร่างสูงใหญ่ไซซ์ลูกครึ่งไทยอเมริกันพรวดพราดลุกออกไปจากโต๊ะ ทั้งธนกรและนิทัศน์ต่างหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“ไอ้ยศมันแอบไปมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้กร มึงรู้ปะ แล้วเมียของมันคือใคร ยังไง” นิทัศน์หันไปถามธนกร ขณะที่สายตายังฉายความสงสัย มือหนาเกาศีรษะตัวเองแกรกๆ พลางมองเจ้าของผับเหมือนรอคำตอบ
แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบ ชายหนุ่มทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของยศสรันที่พวกเขาไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ร่างสูงกำลังก้าวฉับๆ ปรี่เข้าไปหาสาวเดรสแดงที่พวกเขาพูดถึง
เปมนีย์อ้าปากค้าง ร้องลั่น ด้วยความตกใจคาดไม่ถึงว่าจะพบเขาที่นี่ “คุณยศ!”
ยศสรันคว้าหมับที่ต้นแขนของหญิงสาว “ยีนส์! เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
หัวใจของสาวสวยแทบจะหยุดเต้าม เมื่อคนเอาแต่ใจออกแรงดึงเธอให้ตามไป “ตามฉันมานี่หน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย”
เขาจู่โจมเธออย่างรวดเร็วจนเปมนีย์ที่ไม่ได้ตั้งหลักตกใจเผลอกรี๊ด แต่ถูกเขามองดุ “อย่ากรี๊ด ให้ฉันรำคาญ ไม่เจอกันนานเห็นหน้าสามี ตกใจขนาดนี้เชียวหรือ” สายตาคู่คมเห็นหนุ่มๆ หลายคนในร้านมองมาอย่างสนใจ ขยับเนื้อตัวจะเข้ามา ยศสรันบอกคนที่เขากำลังกึ่งลากกึ่งจูงให้ตามไป “หยุดร้อง และตามไปคุยกับฉันดีๆ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ”
เปมนีย์รู้ว่ายศสรันเป็นคนพูดจริงทำจริง จำใจยอมถูกเขากึ่งลากกึ่งจูงพาเดินออกไปทางชายหาดหลังร้าน สองหนุ่มเพื่อนของยศสรันเห็นเหตุการณ์ในระยะไกล จึงรีบเดินตามไปด้วยความรู้สึกตกตะลึงเขาไม่เคยเห็นยศสรันออกอาการแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน ปกติไอ้หมอนี่กินเงียบๆ ไม่ใช่ทำตัวเป็นพระเอกหลังข่าวฉุดกระชาก ลาก ถู ลากสาว กลับถ้ำไปกินแบบเอิกเริก
เปมนีย์ไม่คิดว่าจะเจอยศสรันที่นี่ พอรู้ตัวอีกทีก็ตามเขามานอกร้านอยู่บริเวณริมหาดทรายแล้ว ดวงตาคู่สวยตื่นตะลึงกับความห่ามของเขา รีบถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ “คุณยศจะพายีนส์ไปไหนคะ เราไม่มีอะไรคุยกันแล้วนี่คะ”
ส่วนเพื่อนทั้งสองที่ตามมาติดๆ พอถึงตัวยศสรัน ก็รีบปราม เกรงว่าเดี๋ยวจะได้เรื่องใหญ่ หากสาวเจ้ามีเจ้าของ สวยๆ แบบนี้คงไม่มีทางโสด
“เดี๋ยวๆ ไอ้ยศใจเย็นๆ โว้ย นี่มันเรื่องอะไรกันวะ มึงจะพาน้องเขาไปไหน” ธนกรเจ้าของผับเอ่ยถามด้วยท่าทีตกตะลึงและเป็นกังวล เขาเกรงจะมีเรื่องหากเธอมากับแฟน หรือกลุ่มเพื่อนๆ ที่มาด้วยอาจไม่พอใจกับการกระทำของเพื่อนเขา
ยศสรันเบนใบหน้าหล่อมามองหน้าเพื่อน “ไม่มีอะไร ไม่ต้องตกใจ พวกมึงกลับไปที่โต๊ะนั่งดื่มต่อเถอะ กูแค่มีเรื่องต้องเคลียร์กับเมียกูหน่อย”
“เมีย/เมีย” แทบจะเป็นเสียงเดียวกันตอกย้ำให้รู้ว่าที่ได้ยินในผับไม่ได้ฟังผิด
ยศสรันหันมาตอบเพียงสั้นๆ แค่นั้น แล้วไม่สนใจท่าทางตกใจของเพื่อนอีก เพราะต้องการใช้เวลาเคลียร์ใจกับเมียที่ทิ้งเขาไปอยู่เกาหลีใต้ ปล่อยให้เขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมานานหลายปี ก่อนจะหันกลับมารั้งข้อมือเล็กของเปมนีย์ให้เดินตามเขาออกไปตรงชายหาดที่ติดกับด้านหลังของร้านซึ่งบริเวณนั้นเงียบสงบ เสียงเพลงไม่ดังรบกวน เพื่อคุยเรื่องส่วนตัว ปล่อยให้เพื่อนสนิททั้งสองยืนงงเป็นไก่ตาแตก และหันกลับมามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“ไอ้ยศมีเมียตอนไหนวะไอ้กร ทำไมกูก็เพื่อนสนิทถึงไม่ได้ไปงานแต่งมัน” ก็เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของยศสรันเพื่อนมีเมียทำไมไม่รู้
“ขอพ่อจุ๊บด้วยนะครับ” ยศสรันหันไปจุ๊บหน้าผากยี่หวากับหญ้าหวานอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นเสียงเล็กๆ ก็พูดเชียร์ “คุงพ่อกับคุงแม่จุ๊บกันบ้างสิคะ” ประโยคนั้นของหญ้าหวานทำให้เปมนีย์ถึงกับหน้าแดงทันที “เอ่อ…นอนได้แล้วลูก รีบนอนนะ พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นมาเจอกันไงคะ” เปมนีย์รีบตอบแบบเลี่ยงๆ ไม่แม้แต่จะสบตายศสรันสักนิด “ก็ได้ค่ะคุงแม่ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ กู๊ดไนต์ค่ะ” หญ้าหวานพูดก่อนจะหันไปจุ๊บแก้มเปมนีย์และยศสรัน ยศสรันกับเปมนีย์เดินออกจากห้องนอนของเด็กๆ เขาตั้งใจว่าหลังจากลูกหลับแล้วจะต้องหาโอกาสคุยกับเธอให้รู้เรื่อง “ทำไมคุณยศไม่ไปนอนกับลูกคะ” เมื่อออกมายืนหน้าห้องเปมนีย์ก็ถามเขา เพราะคืนนี้ค่อนข้างหนาวมาก “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ยศสรันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันก็มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกัน คุณดูแลลูกยังไง ทำไมปล่อยให้เล็บยาว ลูกยังบอกว่าไม่ค่อยกินข้าว” เปมนีย์ถามเขา “ฉันดูแลลูกดีมาตลอด เรื่องนี้เธอน่าจะรู้ดี ลูกไม่กินข้าวเพราะแกบอกว่าติดฝีมือเธอ
ทว่าเสียงเล็กๆ นั้นปลุกเขาให้หยุดคิดเรื่องเปมนีย์และกลับมาสนใจเจ้าของเสียง “คุงพ่อขา” เสียงของหญ้าหวานทำให้ยศสรันออกจากภวังค์ เห็นหน้าลูกสาวคนนี้ทีไรก็เหมือนได้เห็นหน้าเปมนีย์ทุกที ทำให้ยิ่งคิดถึงมากขึ้นไปอีก “หือ ว่าไงครับคนเก่ง นอนไม่หลับเหรอ” ยศสรันเพิ่งกล่อมลูกนอนตะกี้ ยี่หวาหลับไปแล้ว เพราะวันนี้แฝดพี่ตัวรุมๆ เหมือนไม่ค่อยสบาย เขาจึงให้กินยาแล้วพาเข้านอนเร็วกว่าปกติ แต่จู่ๆ หญ้าหวานแฝดน้องก็ลืมตามองหน้ายศสรันด้วยแววตาเศร้า “หนูนอนไม่หลับค่ะ หนูคิดถึงคุงแม่จัง” หญ้าหวานพูดน้ำตาซึม “โถลูก ตอนนี้ก็มีพ่ออยู่นี่ไง” ยศสรันลูบหัวปลอบใจลูก “หนูอยากให้คุงพ่อซื้อยานอวกาศไปรับคุงแม่ที่ดาวอังคารกลับมาหาพวกเราได้ไหม” ยศรันพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกลูกอย่างไร “แต่ก่อนเราสามคนพ่อลูกก็อยู่กันได้ พ่อสัญญาว่าพ่อจะดูแลหนูสองคนอย่างเต็มที่เหมือนเดิม” เขาดึงหญ้าหวานเข้ามากอด รู้สึกสงสารลูกเหลือเกิน ตัวเขาเองก็ต้องการเปมนีย์ไม่ต่างจากหญ้าหวานเลย แต่ทำไมเธอถึงใจร้ายกับพวกเขานัก “เราไปตามหาคุงแม่ที่ดาวอังคารกันนะค
“ฉันแค่คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ฉันอยู่ที่นี่มาสองเดือน ควรจะกลับเกาหลีไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย” เปมนีย์กลั้นใจพูดออกมา ยศสรันไม่รู้ว่านี่คือการบอกลาแบบหนึ่งหรือเปล่า “เธอคิดดีแล้วหรือ เธอน่าจะรู้ว่าฉันกับลูกๆ คงเสียใจมากถ้าเธอไป” ยศสรันได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แม้ไม่อยากจะเสียเปมนีย์ไป แต่ก็ต้องรักษาคำพูดตัวเองว่าจะยอมปล่อยเธอไปทุกเมื่อที่เธอต้องการ ตอนนี้คงได้แต่พยายามยื้อเธอไว้ให้มากที่สุด “ฉันเองก็คงคิดถึงคุณกับลูกๆ มาก แต่ฉันเองยังมีเรื่องต้องรับผิดชอบที่นั่นอยู่” แม้ยศสรันจะไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร และแม้จะเสียใจมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำได้คงเป็นการยอมปล่อยเธอไปสินะ “ก็ได้ ฉันคงไม่อาจไปบังคับใจเธอได้ถ้าเธอไม่อยากจะอยู่ แต่ถ้าวันไหนอยากกลับมา ที่นี่ต้อนรับเธอเสมอ” คนตัวโตพยายามทำน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าตนก็เสียใจมากได้เหมือนกันเปมนีย์หันมาขอบคุณยศสรันก่อนที่จะเดินจากไป เธอเตรียมข้าวของไว้เรียบร้อยแล้ว ราวกับไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอะไร แปลว่าเธอตั้งใจที่จะจากเขากับลูกๆ ไปแต่แรก เขาก็ได้แต่พู
หลังจากวันเกิดของยศสรันผ่านพ้นไป ก็มีใครบางคนบ่นว่า งานวันเกิดของคุณพ่อที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ตนกลับอดกินเค้ก เป็นเพราะหญ้าหวานนั้นมัวเล่นสนุกอยู่กับเพื่อน เธอวางเค้กที่คุณแม่คนสวยตัดแบ่งไว้ให้บนโต๊ะ แต่พอกลับมาเค้กชิ้นนั้นก็ล่องหนไปแล้ว แม่หนูตัวอวบบ่นเรื่องเค้กที่หายไปถึงเจ็ดวันเต็มๆ แม้กระทั่งคนที่ต้องนอนด้วยกันทุกคืนอย่างพี่ยี่หวาก็ต้องทนฟังจนแทบจะเก็บไปฝันอยู่แล้ว และในวันนี้เองที่ยศรันเป็นคนไปรับลูกที่โรงเรียน เขาทนหญ้าหวานตัดพ้อเรื่องที่อดกินเค้กไม่ไหว จึงเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะขับรถกลับบ้านไปร้านเค้กชื่อดังแทน ไม่สิ ต้องบอกว่าร้านเค้กเจ้าปัญหาที่ทำให้เขากับเปมนีย์ต้องแยกย้ายกันไปในครั้งนั้นถึงจะถูก หลังจากจอดรถ ยศสรันก็รีบเร่งพาทั้งคู่เดินเข้าไปในร้าน แต่กลับถูกเปมนีย์ยื้อไว้เสียก่อน “ฉันว่าเราแวะร้านเค้กร้านอื่นกันไหมคะ แถวนี้มีตั้งหลายร้าน” เปมนีย์พูดขึ้นยิ้มๆ เพราะกลัวเขาจะเกิดอาการหน้ามืดหึงไร้เหตุผลขึ้นมาอีก “อย่าเลย เธอเคยบอกว่าร้านนี้อร่อยสุด ยี่หวากับหญ้าหวานควรได้กินเค้กอร่อย จะให้กินจนพอใจ หญ้าหวานจะได้เล
ทั้งคู่ยืนคุยกับคุณกัมปนาทกันอยู่พักใหญ่ เปมนีย์สามารถเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี เธอวางตัวได้ดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกได้ว่าเขาพอใจมากที่พาเมียมาออกงาน คุณกัมปนาทเองก็ไม่มีท่าทีรังเกียจเธอแม้แต่น้อยกับข่าวซุบซิบที่ว่าภรรยาของเขาเป็นแค่ลูกคนงานในบริษัท ยศสรันพาเปมนีย์เดินเลี่ยงออกมาเพื่อจะกลับไปหาเด็กๆ ที่ฝากเพื่อนดูแล ทันใดนั้น สายตาของยศสรันก็หันไปเห็น ‘มินตรา’ เธอมาในงานได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้เชิญ! หลายวันก่อนหน้านี้ เธอพยายามติดต่อเขาทุกช่องทาง เดาว่าคงเงินหมดแล้วเลยอยากกลับมาหาเขา แต่เธอคิดผิด คนที่ไม่คิดจะมีคู่ครองจริงจังอย่างเขา หากได้ปักหลักกับใครแล้วจะไม่คิดทรยศคู่ของตน “สวัสดีค่ะคุณยศ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” มินตราสวมชุดเดรสสีแดงเดินเข้ามาทักทายยศสรัน โดยไม่มองเปมนีย์สักนิด ราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ “ครับ ว่าแต่คุณมาได้ยังไง” ยศสรันถามออกไปตรงๆ เพราะอย่างที่บอกว่างานนี้เขาเป็นคนลิสต์รายชื่อแขกที่จะเชิญด้วยตัวเอง จากนั้นก็ให้เลขาฯ จัดการต่อ “แหม วันเกิดคุณยศจัดยิ่งใหญ่ทุกปี ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อ
แค่ได้ฟังคนปากหนักพูดคำนี้สักคำให้ได้ยิน หัวใจดวงน้อยก็พองโตขึ้นมา แต่ใบหน้าสวยใสยังแสร้งทำเป็นงอนเขา “หึ พูดแบบนี้กับผู้หญิงกี่คนแล้วคะ” เปมนีย์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “แล้วทุกวันนี้เธอเห็นฉันมีใครไหมล่ะ นอกจากเธอกับลูก” ยศสรันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ได้ ฉันยอมอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่คุณต้องทำตามข้อเสนอฉันก่อน” หญิงสาวพูดออกไปอย่างหยั่งเชิง “ได้ อยากให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย” ยศสรันตอบรับอย่างรวดเร็ว “ต่อไปนี้ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้ายี่หวากับหญ้าหวาน อย่ามายุ่งกับฉันอีก!” เปมนีย์พูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ต้องใจแข็งเพื่อตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธออาจต้องเสียใจอีกหากเขาไม่ยอมเปลี่ยน ยศสรันอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด พร้อมกับมองหน้าเธออย่างจริงจัง “ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ตกลง!”อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของยศสรันแล้ว ที่ผ่านมาเขาต้องจัดงานวันเกิดทุกปีเพื่อต้อนรับแขกผู้ใหญ่และหุ้นส่วนที่ทำงานร่วมกัน ประหนึ่งงานเลี้ยงเพื่อสานสัมพันธ์กับคนในแวดวงธุร







