หน้าหลัก / แฟนตาซี / ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค / ตอนที่ 5 ไม่ใช่ม่วยคนเดิมแล้ว

แชร์

ตอนที่ 5 ไม่ใช่ม่วยคนเดิมแล้ว

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-09 19:45:28

มาลีเลือกเสื้อผ้าที่มีอยู่มากขึ้นมาสวม เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเตรียมจะขึ้นไปบนเรือนใหญ่เพื่อเอาอาหารออกไปส่งน้องสามีที่ไปเลี้ยงควายก่อนแล้ว ป่านนี้พวกเขาคงนอนรอแล้วกระมัง เพราะเมื่อคืนก็ไปดูหมอลำกันจนดึกดื่นเหมือนกัน

            “เธอจะไปไหน” เคนเอ่ยถามภรรยา

            “ไปนาค่ะ” ถึงจะยังมึนศีรษะอยู่บ้างแต่ก็พอทนได้ ไปถึงนาแล้วค่อยนอนพักก็แล้วกัน เพราะถ้าเธอไม่ไปพวกน้อง ๆ ของเขาก็คงไม่มีข้าวกิน

            “เดี๋ยวพี่ไปด้วย” ปกติถ้าเธอเมาค้างก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้กินข้าวจากเธอ

            “หนูไปด้วยค่ะ”

            “ผมไปด้วยครับ”

            ลูกทั้งสองปาดน้ำตาแล้วขอตามไปด้วย

            “พี่เคนเดินกลับไหวเหรอคะ” ความจำเดิมบอกเธอว่า เขาเดินไปนาและหอบไปตลอดทาง และต้องนั่งพักหลายครั้งกว่าจะถึงนา

            “วันนี้พี่จะเอารถอีแต๊กไปก็แล้วกัน” ปกติถ้าไม่มีอะไรให้บรรทุกของหนัก ๆ กำพลจะไม่ยอมให้ลูกคนไหนใช้รถอีแต๊กเด็ดขาด ช่วงนี้มีแต่เลี้ยงควายอย่างเดียวยิ่งแตะไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้เคนจำเป็นต้องใช้มัน

            “รถอีแต๊กเหรอคะ” มาลียืนคิดถึงรูปร่างหน้าตาของรถอีแต๊กอยู่ครู่หนึ่ง

            อ้อ รถที่เอารถไถนาเดินตามมาต่อพ่วงเข้ากับสิ่งที่คล้ายกับเกวียนไม้นั่นเอง แต่ด้านข้างจะเตี้ยกว่าเกวียนมาก

            “อือ แต่เธอต้องกินข้าวก่อน”

            มาลีมองถ้วยข้าวต้มที่อยู่ในมือเขาแล้วก็รู้สึกผะอืดผะอม แต่เธอจะลองซดน้ำข้าวต้มร้อน ๆ ดู เผื่ออาการจะดีขึ้น  อีกอย่างเธอจะได้กินยาที่หมอให้มาด้วย แต่ตอนนี้อาการเธอก็ดีขึ้นมากแล้ว ร่างกายผู้หญิงคนนี้แข็งแรงจริง ๆ

            กินข้าวเสร็จมาลีเดินไปร้านค้าในหมู่บ้านกับลูก ๆ เพื่อซื้อน้ำแข็งหลอดใส่กระติกออกไปนาด้วย เพราะช่วงเดือนสามถึงเดือนห้าอากาศที่นี่จะร้อนมาก

พอเจ้าของร้านขายของชำเห็นหน้ามาลีก็รีบทักขึ้นทันที “ฟื้นแล้วเหรอม่วย” ข่าวที่ว่าเธอโดนลูกหลงจนสลบเมื่อคืนชาวบ้านลือกันให้แซด รวมถึงที่เธอควงสกลไปดูหมอลำด้วย พอเมาได้ที่หน่อยความกล้าของเธอคงมากตามไปด้วย แม้แต่ผัวเธอก็ไม่สนใจ

“ค่ะป้าศรี”

“วันนี้เอากี่เป๊กดี” สมศรีถามพลางหยิบขวดเหล้าขาวที่วางอยู่บนโต๊ะมาเตรียมพร้อม มืออีกข้างคว้าแก้วใบเล็กสำหรับตวงเหล้าขายมาเคียงข้าง

มาลียิ้มแหยให้แล้วว่าไปตามน้ำ แค่คิดถึงเหล้าขาวก็รู้สึกแสบคอรอแล้ว “วันนี้ไม่เอาดีกว่าค่ะ ฉันอยากพักตับมันบ้างน่ะ เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย”

“แล้วบุหรี่ล่ะ เอากี่ตัวดี”

“ไม่เหมือนกันค่ะ วันนี้จะมาซื้อน้ำแข็งและก็ขนมให้เด็ก ๆ ก็พอค่ะ”

สมศรีทำหน้างงหนักขึ้นและมองหน้ามาลีอย่างไม่เชื่อสายตา เหล้าก็ไม่ บุหรี่ก็ไม่ เป็นไปได้อย่างไรที่วันนี้เธอจะไม่ได้เงินค่าเหล้าค่ายาจากลูกค้าประจำคนนี้

สมศรีตักน้ำแข็งใส่กระติกสองใบให้มาลีจนเต็มและนำไปวางไว้ข้างโต๊ะคิดเงิน

“อุ่นกับเอื้อจะเอาขนมอะไรก็เลือกเอาเลยจ้ะ” มาลีบอกลูกเมื่อเห็นพวกเขายืนเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนเกรงใจ

“แม่พูดจริงเหรอคะ” ปกติแม่ไม่เคยซื้อขนมให้กินเลย นานครั้งเธอถึงจะซื้อให้สักห่อ

“จริงสิจ๊ะ” ถึงในกระเป๋าจะเหลือเงินไม่มาก แต่ค่อยคิดหาทางทำกินใหม่ก็แล้วกัน ถ้าเธอหายดีอาจจะพอไปรับจ้างได้ คนขยันอย่างเธอไม่มีทางอยู่เฉยหรอก ยิ่งร่างนี้ค่อนข้างจะอวบเกินไปสำหรับเธอ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องรีดน้ำหนักออกสักสองสามกิโลกรัม จะได้สวยใสตามที่เธอต้องการ

“พี่เอื้อมาเลือกขนมช่วยหนูหน่อยค่ะ”

เอื้อเดินไปหาน้อง ทั้งสองตื่นเต้นมากที่ได้เลือกซื้อขนมคนละหลายห่อเป็นครั้งแรก

เสร็จแล้วเด็ก ๆ ก็เอาขนมมาวางบนโต๊ะคิดเงิน มาลีหยิบนมถั่วเหลืองไปฝากสามีด้วยสองกล่อง

“ทั้งหมดสี่สิบบาทจ้ะ” สมศรีบอกราคาสินค้าทั้งหมด

“นี่ค่ะ” มาลียื่นธนบัตรใบละห้าสิบบาทให้เจ้าของร้าน

“ไม่เป๊กจริงเหรอ” สมศรียังรบเร้าต่อ

“ไม่ล่ะค่ะ” มาลีพูดพร้อมส่ายหน้าให้

“บุหรี่ก็ไม่เหรอ”

“ค่ะ” มาลีตอบเสียงหนักแน่น

 “ม่วยจะทนได้เหรอ”

“ไม่มีอะไรต้องทนอีกแล้วค่ะ” เธอจะต้องลบภาพไม่ดีเก่า ๆ ของม่วยคนเดิมให้ได้

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว” สมศรีว่าอย่างเสียดาย วันนี้เธอขาดรายได้ส่วนนั้นจากมาลีไปตั้งยี่สิบบาท

         ไม่ใช่แค่สมศรีเท่านั้นที่แปลกใจ ลูกทั้งสองก็แปลกใจไปด้วยที่วันนี้แม่ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ ปกติทุกเช้าพวกเขาจะได้กลิ่นเหล้าจากตัวแม่ตลอด ไม่ใช่แค่วันที่มีงานบุญอย่างเมื่อวานนี้ แต่ก็ดีแล้ว พวกเขาไม่ชอบกลิ่นเหม็นของมันเลยสักนิด ไม่รู้ว่าแม่กินเข้าไปได้อย่างไร ขนาดพ่อเป็นผู้ชายพ่อยังไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่

            มาลีกับลูกเดินออกมายังไม่พ้นร้านดีก็มีเสียงพูดขึ้นตามหลังมาให้ได้ยิน มาลีจึงเดินช้าลง

            “แกว่าเขาสองคนได้กันยังวะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น

            “ใคร?”

            “ก็นังม่วยกับไอ้กลไง เมื่อคืนมั่วกันอยู่หน้าเวทีหมอลำ แกไม่เห็นหรือไง”

            “เห็นสิฉันไม่ได้ตาบอด…ก็อาจจะ เพราะเห็นเขาลือกันว่าแอบคุยกันตั้งแต่ผัวไปเมืองนอกแล้วนี่ พอผัวกลับมาก็ยังคุยกันเหมือนเดิม หน้าหนาสุด ๆ” ผู้หญิงอีกคนกล่าวขึ้น

            “ถ้าฉันเป็นไอ้เคนนะฉันเลิกไปนานแล้วว่ะ ไม่รู้มันทนเมียสำส่อนแบบนี้ได้ยังไง”

            มาลีหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมามองหน้าคนที่นินทาเธอตาเขม็ง ยายรัตนากับยายอรอนงค์นี่เอง มาลีกำลังจะเดินไปหาทั้งคู่แต่พวกเขาหลบสายตาแล้วรีบเดินเข้าไปในร้านค้าเสียก่อน

            มาลีส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนจะพาลูกเดินกลับบ้าน ไม่ว่าใครก็ชอบเรื่องของชาวบ้านทั้งนั้น ยิ่งเป็นเรื่องคาว ๆ คนยิ่งชอบ และที่ผ่านมาเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาลีทำให้คนอยากนินทาจริง ๆ

            มาถึงบ้านเธอก็เห็นสามีนั่งหอบแฮ่ก ๆ อยู่หน้ารถอีแต๊ก โดยมีแม่สามียืนให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ

            “พี่เคนเป็นอะไรเหรอคะ” ดูท่าทางเขาเหมือนคนหมดแรง

            “หมุนรถไม่ติด” เขาบอกสียงแผ่ว

            ตาย! แล้วแบบนี้จะขับรถถึงนาไหมเนี่ย ขนาดสตาร์ทรถก็ยังไม่ติด

            “ไม่ให้แม่ช่วยหมุนล่ะคะ” พูดพร้อมเหล่ตามองหน้าแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว

            “นี่แก” ฟั่นทำเสียงเขียวใส่ลูกสะใภ้

            “ฉันล้อเล่นค่ะแม่ ทำจริงจังไปได้ มา ให้ฉันช่วยดีกว่าค่ะ” เธอวางกระติกน้ำแข็งไว้บนรถ แล้วเดินไปหยิบมือหมุนกับสามีมาถือไว้

            “ม่วยทำไม่ไหวหรอกมันหนัก” เธอไม่เคยทำสักทีจะหมุนรถติดได้อย่างไร

            “ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ” เธอก็ลูกชาวนาคนหนึ่งเหมือนกัน อีกอย่างเธอก็เคยไถนาด้วยรถไถนาเดินตามมาก่อน ขับรถอีแต๋นก็ยังได้ทำไมเธอจะหมุนไม่ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนพิเศษ 2

    สองเดือนหลังจากนั้นอุ่นกับเอื้อจึงนัดกันกลับบ้านมาเยี่ยมพ่อกับแม่อีกครั้ง และพวกเขาเตรียมจะเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่ด้วย เสียงโทรศัพท์ของเอื้อดังขึ้นขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน แฟนสาวจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วบอก “อุ่นโทร. มา” เอื้อจึงตอบกลับไปว่า “รับให้เอื้อหน่อยจ้ะ” กิ่งฉัตรกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพง เอื้อจึงพูดออกไป “ว่า” “พี่เอื้อถึงไหนแล้วคะ” สองพี่น้องนั่งรถมากันคนละคัน “อยู่ข้างหลังรถแฟนอุ่นนี่ไง” อุ่นเหลือบมองกระจกหลังแล้วบอกพี่ “อ้อ โอเคค่ะ” ว่าจบเธอก็วางสายพี่ชายทันที “พี่เอื้อถึงไหนแล้วตัวเล็ก” แฟนหนุ่มเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ แต่อายุมากกว่าตนหนึ่งปี “รถคันข้างหลังเรานี่แหละค่ะ” “หอมแก้มหน่อยเดี๋ยวถึงบ้านแล้วไม่ได้หอม” แฟนหนุ่มบอกอุ่นอีกครั้ง หลังจากที่บอกแบบนี้มาตลอดทางจนนับครั้งไม่ถ้วน “ฮื้อ วันเดียวเองค่ะ” “ไม่ได้ ต้องหอมทุกวัน” “วันนี้ก็หอมมาตลอดทางแล้วนะคะ” “น้าตัวเล็ก ก็คนมันคิดถึง” เขาย่นหน้าทำตาเว้าวอนจนอุ่นต้อง

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนพิเศษ 1

    สิบห้าปีต่อมา มาลีกับสามีสร้างทุกอย่างด้วยตัวเองจนร่ำรวย เพราะเธอทำค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรอย่างรอบคอบ เพราะที่หมู่บ้านนี้ทำการเกษตรต้องอาศัยน้ำจากธรรมชาติเท่านั้น แต่เธอได้เปรียบคนอื่นตรงที่มีเงินทุนมาก จึงสามารถซื้ออาหารพืชมาบำรุงดินได้ ดูแลกำจัดวัชพืชให้ดี และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันเวลา เพียงเท่านี้มาลีก็ได้กำไรจากการทำเกษตรแล้ว เพราะที่นาก็ใช่ว่าจะมากเกินไปจนดูแลลำบาก ก็มีที่ของแม่ยี่สิบห้าไร่ และจากที่พ่อสามีแบ่งให้อีกแปดไร่ ยายแม้นเสียชีวิตไปได้สองปีแล้วเพราะไตวายเฉียบพลัน แต่เยี่ยมก็ยังหาเงินมาไถ่ที่นากับมาลีไม่ได้ทั้งที่ลูกสาวคนโตกับลูกเขยก็ไปทำงานต่างประเทศ แต่ยังดีที่ลูกสาวคนโตยังเอาเงินมาซื้อที่บ้านให้แม่อยู่ และตอนนี้เยี่ยมยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมเพียงลำพัง หลานคนแรกที่เคยรักนักหนาก็แยกบ้านไปอยู่คนเดียวหลังที่พ่อกับแม่สร้างไว้ให้ อ้อนไม่เคยกลับมาดูแลยายเลย ส่วนปรานีกับปลายฝนก็ออกเรือนไปอยู่กับสามี และพวกเขาต่างหนีไปทำงานที่กรุงเทพฯ กันหมด ไม่เคยกลับมาหาแม่สักครั้ง นานครั้งจะโทร. มาหาแม่สักที รวมถึงเงินก็ไม่ค่อยส่งให้แม่ หลายครั้งที่เยี่ยม

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนที่ 44 ความลับของมาลี (ตอนจบ)

    “ไม่ ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ข้ายังไม่อยากตาย ฮือ ๆ ในโลกนี้ผัวข้าหล่อที่สุดแล้ว” มาลียืนมองลูกและสามีที่นั่งกอดร่างเธอแล้วร้องไห้เสียงดังระงมด้วยความสงสาร “ข้าล้อเจ้าเล่นหรอกน่า ร้องไห้ฟูมฟายไปได้”ปากที่อ้ากว้างหุบลงทันควัน แล้วหันขวับมามองหน้ายมทูติตาเขียวสองมือปาดน้ำตาออกจนเหือดแห้ง แล้วถามยมทูติเสียงแข็ง “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“ข้าจะมาลาเจ้าเพื่อไปเกิดเป็นมนุษย์แล้ว”“ทำไมล่ะ เป็นยมทูติไม่ดีหรืออย่างไร”“เบื่อ ทำงานที่นรกมาหลายร้อยปีแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”“อย่างนี้ก็ได้เหรอคะ”“อืม อยากลองมีเมียเหมือนพวกมนุษย์ขี้เหม็นบ้าง ข้าไปแล้วนะ”“มาแค่เนี้ย” สิ้นคำมาลีก็ถูกยมทูติผลักเข้าร่างเดิม “ว้ายยย!”มาลีลืมตาตื่นขึ้นมารถกู้ภัยของตำบลก็วิ่งมาถึงพอดี แต่เธอไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกใจกลัวและสลบไปเท่านั้น“แม่ฟื้นแล้ว” ลูกทั้งสองร้องไห้น้ำตานองหน้า“พี่ว่าไปหาหมอดีกว่าไหม” เคนถามพลางสะอื้นฮึก ๆ เพราะกลัวภรรยาจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องไปก็ได้” มาลีมองพวกเขาด้วยความสงสารสุดหัวใจ เพราะยมทูติคนเดียวเลย พวกเขาถึงได้ร้องให้เป็นวรรคเป็นเวรเช่นนี้“แน่ใจนะ”“ค่ะ”

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนที่ 43 ยมทูติกลับมา

    แม้นอาศัยอยู่กับมาลีและลูกเขยอย่างสุขสบายกว่าตอนที่อยู่กับเยี่ยมมาก ครบกำหนดที่หมอนัดมาลีกับสามีก็พาไปโรงพยาบาลตลอด ส่วนลูกทั้งสองเธอก็ฝากอรสาดูแลแทนในวันที่ต้องพาแม่ไปโรงพยาบาล เพราะต้องไปจองคิวแต่เช้า แต่เธอก็ไม่คิดว่าเป็นภาระแต่อย่างใด เพราะตอนนี้มาลีรู้สึกผูกพันกับแม้นเหมือนเป็นแม่แท้ ๆ ไปแล้วครบหนึ่งปีเต็มแล้วสินะที่เธอมาอยู่ที่นี่ บุญประจำปีปีนี้บ้านคำม่วงจ้างหมอลำคณะ ‘จุ๋มจิ๋มบันเทิงศิลป์’ ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่กว่าปีที่แล้ว แต่ปีนี้มีประกาศจากผู้ใหญ่บ้านว่าหากใครก่อเรื่องตีกันเหมือนปีที่ผ่านมาอีก บุคคลเหล่านั้นต้องจ่ายค่าหมอลำเอง ผู้ปกครองต่างกำชับบุตรหลานของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะต่างก็กลัวว่าต้องจ่ายค่าหมอลำ เพราะหมอลำที่จ้างมาราคาก็หลายหมื่นอยู่เหมือนกัน วันนี้เคนพาลูกเมียออกมาดูหมอลำ พ่อจูงมือลูกสาวมืออีกข้างถือเสื่อ ส่วนแม่มือหนึ่งจูงมือลูกชายมืออีกข้างถือขวดน้ำดื่ม เป็นครั้งแรกที่มาลีมาดูหมอลำด้วยความเต็มใจ ความรู้สึกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเดินไปตามถนนกลางหมู่บ้านมุ่งหน้าไปที่วัด เมื่อสกลเห็นมาลีเดินมากับครอบครัว

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนที่ 42 ปากดีแบบนี้ต้องโดนทำโทษ

    เคนชะงักไปเมื่อรู้ว่ามีคนรู้ทันว่าเขาแอบทำอะไร “เธอรู้?” “แน่นอนสิคะ ก็ผัวฉันทั้งคนทำไมฉันจะไม่รู้ละคะ” “ว่าแล้วว่าทำไมไม่สนใจผัวเลย” เคนพูดอย่างมันเขี้ยว “งั้นคืนนี้ต้องโดนทำโทษทั้งคืน” “ที่ไหนดีคะ” มาลีถามอย่างท้าทาย “ปากดีอย่างนี้ไปที่ป่ากล้วยดีไหมฮึ” เขาชักจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ มาลีทำให้เขารู้สึกมันเขี้ยวเหลือเกิน “พี่เคนโรคจิตอะ” “แล้วรักคนโรคจิตไหมล่ะ” ก็ทำด้วยกันทุกวันยังจะว่าเขาฝ่ายเดียวอีก มาลียกมือขึ้นมาแล้วนับ “รัก…ไม่รัก…รัก…ไม่รัก” “พูดดี ๆ ม่วย ไม่งั้นคืนนี้พี่ไม่ให้นอนจริง ๆ ด้วย” “โอ้ย ไม่อยากนอนทำไงดีอ่า” เธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงน่าหยิก “ม่วยยยย! ตอบมาเดี๋ยวนี้ว่ารักพี่หรือเปล่า” ลีลาจริง ๆ ถึงจะอยู่กันมาเป็นสิบปีแต่เขาก็ยังอยากได้ยินคำนี้จากปากเมียอยู่ดี หลายปีมานี้เขาไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยสักนิด “รักก็ได้ค่ะ” “เอาใหม่ พูดเหมือนไม่เต็มใจ” เมียยังเงียบ “ม่วยยย! พูดมา พี่ใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย” หึ ดูพ่อคุณเขาอ้อนสิ ใ

  • ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค   ตอนที่ 41 ไม่ไปได้ไหม

    ทุกคืนแม้นได้แต่นอนร้องไห้ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน แม้แต่เงินที่ลูกหามาให้ก็ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ เสียงสะอื้นของแม้นดังขึ้นเรื่อย ๆ การโดนหักหลังจากคนที่เราไว้ใจทำไมมันเจ็บเช่นนี้ โดยเฉพาะคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูก ลูกชายก็มาหนีไกลห่าง เธอจะทำอย่างไรกับหนี้ก้อนนี้ดี มาลีตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับแม่ในห้อง เมื่อเธอไตร่ตรองทุกอย่างดีแล้ว แม้นเห็นลูกสาวเข้ามาก็รีบใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดน้ำตาเป็นการใหญ่ แต่กระนั้นมาลีก็รู้ว่าแม่กำลังนอนร้องไห้ แม้นลุกขึ้นนั่งอยู่ข้างมุ้งตัวเอง มาลีนั่งลงไม่ห่างนัก “ม่วย” แม้นเรียกชื่อลูกเสียงสั่นเครือ “คะแม่” “แกหาเงินมาไถ่ที่ให้แม่ได้ไหม เดี๋ยวแม่จะโอนที่ให้แกทั้งหมด” เวลานี้แม้นคิดว่ามาลีเหมาะสมที่จะดูแลสมบัติของเธอมากที่สุด “เอ่อ…” เธอไม่ได้ต้องการอย่างนั้นสักหน่อย แต่ถ้าเธอจะทำก็เพราะอยากช่วยแม่ต่างหาก “เงินเก็บแกยังพอมีไหม” “…ก็ยังพอมีอยู่บ้างค่ะ” มาลีพูดไม่เต็มเสียงนัก “แม่ไม่เหลือใครแล้ว แกช่วยแม่หน่อยนะ ฮือ ๆ” แม้นปล่อยโฮอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status