สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา

สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา

last updateLast Updated : 2025-03-21
By:  rasita_suinOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
63Chapters
2.5Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สวามีสั่งลงทัณฑ์นางด้วยเชื่อคำยุยงของผู้อื่น นางจึงขอตัดขาดวาสนาเคียงคู่ ขอรับเคราะห์กรรมยังโลกมนุษย์ เพื่อจบสิ้นทุกสิ่งอย่าง “ฝ่าบาท ข้าขอพระเมตตา ขอตัดสัมพันธ์กับไท่จื่อ จบสิ้นวาสนา ไม่ขอเป็นชายาของไท่จื่ออีกต่อไป”

View More

Chapter 1

1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (1)

荷見寧音(はすみ ねね)には、金になるものを見抜く慧眼があると言われている。

彼女の手にかかれば、紙くず同然の株も一夜にして天井知らずに跳ね上がる。そんな彼女に言い寄る御曹司は引きも切らなかったが、彼女はあえて、何も持たない澤村辰生(さわむら たつお)を選んだ。

十年の月日が流れ、かつて何も持たなかった青年は今や数千億円の資産を握り、倒産寸前だった澤村グループを多国籍財閥へと成長させた。

誰もが寧音の先見の明を称賛し、近々辰生と結婚する彼女を羨んでいた。

だが、寧音が胸を躍らせて市役所へ向かったその日、日が暮れるまで待っても辰生は現れなかった。

代わりに目に飛び込んできたのは、彼のアシスタントである春日陽葵(かすが ひまり)がインスタに投稿した挑発的な一枚だった。

【親にお見合いを押しつけられそうになってた私を、社長が窮地から救ってくれて、そのまま入籍までしてくれました〜これからは上司としてだけじゃなく、旦那としてもよろしくお願いしま〜す!】

陽葵と辰生が、記入済みの婚姻届を手にして微笑むツーショット写真。それがひどく目に刺さった。

その瞬間、誰もが寧音が嫉妬で狂うのを面白半分に待ち構えていた。

しかし、寧音は慌てることなく「いいね」を押し、コメントを残した。

【入籍おめでとう。結婚式はいつにするつもり?二人のために、たっぷり20万円のご祝儀を包ませてもらうわ】

次の瞬間、ずっと音信不通だった辰生から突然電話がかかってきた。その声は酷く冷え切っていた。

「俺が陽葵と入籍したのは事情があってのことだ。彼女の親が突然電話してきて、仕事を辞めて見合いしろと無理を言ってきたんだよ。

俺は陽葵みたいな優秀な人材を失いたくなかったから、親を黙らせるために入籍してやっただけだ。本当の結婚じゃないってのに、なんでお前はそういちいち心が狭いんだ?

一分だけ待ってやる。今すぐあのコメントを消して、陽葵に謝れ。親の問題さえ片付けば、すぐにあいつとは離婚して、お前と入籍し直してやるから」

とうに心変わりしている辰生の言葉に、寧音はただせせら笑いを浮かべた。

「その必要はないわ。別れましょう」

そう告げると、電話の向こうの辰生は一瞬言葉を失い、再び口を開いた時には明らかな怒気を孕んでいた。

「寧音、何度説明させれば気が済むんだ?陽葵とは形だけの入籍だと言っただろ。親からの催促をかわすための、ただの手続きだ。お前はそこまで根に持たなきゃいけないのか?

それに、後でお前と入籍すると約束したじゃないか。これ以上俺にどうしろって言うんだ?

拗ねるにも限度がある。別れるなんて言葉、軽々しく口にするもんじゃないぞ!」

寧音は何も言い返さず、携帯を握りしめたまま、がらんとした市役所の待合ロビーを見つめて自嘲気味に笑った。

この十年間、辰生と結婚することはずっと彼女の夢だった。眠りの中ですら、見るのは彼との幸せな結婚生活ばかりだった。

そのために、寧音はとっくに引き出物や招待状を準備し、ウェディングフォトを撮るスタジオ、二人の衣装、さらには結婚式を挙げる式場まで下見を済ませていた。

辰生さえ頷けば、彼女はいつでも結婚できる状態だった。

しかし、寧音が結婚の話を進めようとするたび、辰生は会社を言い訳にした。今は会社の成長にとって重要な時期だから、経営が安定するまで待ってくれ、と。

彼のために会社を支えようと、彼女は泥をかぶる仕事もきつい仕事も進んで引き受け、寝食を忘れて働き続けた。

だが、会社が軌道に乗った後も、辰生はまだ心の準備ができていないと言い、寧音にさらに待つよう求めた。

寧音はそうやって、十年間も待ち続けたのだ。

ほんの昨日のことだった。彼女が会社のために海外企業との買収案件を勝ち取ったと知った日、これまで結婚を先延ばしにし続けていた辰生がついに入籍を承諾し、それを彼女への「ご褒美」だと言い放った。

寧音は有頂天になった。長年の苦労がついに報われたのだと思い、興奮して一睡もできなかった。丸一日休みを取り、早起きして市役所へ向かい、彼を待った。

だが、日が暮れるまで待っても辰生は現れず、代わりに陽葵がインスタに投稿した、辰生との婚姻届を見せびらかす挑発的な写真を目にしたのだ。

寧音を避けるため、二人はわざわざ隣の県まで出向いて届けを出していた。

写真に写る真新しい婚姻届が、寧音の目を容赦なく刺し貫いた。

辰生は心の準備ができていなかったわけではない。ただ、自分と結婚したくなかっただけなのだ。

寧音は深く息を吸い込んだ。これまでのように理不尽を飲み込むことはせず、冷ややかな声で言い返した。

「そうね、ただの手続きよ。市役所に入ってから届けが済むまで、十分もかからない。でも、そんな簡単な手続きすら、十年も一緒にいた私とはしてくれなかった。なのに、陽葵とはあっさり入籍したのね。

それに、今回入籍しようと言い出したのはあなたよ。それで丸一日すっぽかしておいて、私が怒らないとでも?」

電話の向こうの辰生は、寧音がこれほど強硬な態度に出るとは予想していなかったのか、途端に言葉を詰まらせた。

だがすぐに、さらに高圧的な口調で捲し立てた。

「寧音、いい加減に理不尽なこと言うのはやめろ。今回は事情があると言っただろ?俺は陽葵が親に見合いを押しつけられて苦しむのを、黙って見ていられなかったんだよ。

陽葵を育てるのに会社がどれだけ金をかけたと思ってる。俺は会社のために優秀な人材を引き留めただけだ。それのどこが悪いんだ?」

大真面目に嘘をつく辰生の言葉を聞き、寧音は呆れるしかなかった。

会社には他にも親から結婚を急かされている社員が大勢いるのに、なぜ辰生は彼らのためには動かず、陽葵だけに心を痛めるのか。

そもそも、陽葵のどこが優秀な人材だというのか。仕事の能力はほぼゼロで、ExcelやWordの基本操作すらできず、成績は常に最下位。入社して半年、契約の一つも取れていない。

他の社員であれば、成績ゼロはおろか、少しでも利益を逃したり余計な口を挟んだりしただけで、辰生に頭ごなしに怒鳴りつけられ、とうの昔にクビになっているはずだ。

しかし相手が陽葵となると、辰生は言い訳ばかりする。陽葵は他の社員に花を持たせるために、わざと手を抜いているだけだ。会社が本当のピンチに陥れば、必ず救世主になってくれる、と。

だが寧音は知っている。辰生が毎回寧音のプロジェクトを横取りして陽葵の実績に回してやらなければ、陽葵の実力ではとっくに解雇されていたことを。

おそらく辰生自身も気づいていないのだろう。陽葵への特別扱いは、とうの昔に日常の隅々にまで染み込んでいる。それは本人すら自覚していないほどの溺愛であり、無意識の偏愛だった。

寧音は急にどっと疲れを感じ、静かに呟いた。

「あなたは間違っていないわ。私が間違っていたのよ」

その言葉を聞き、辰生の眉間の皺がようやく少し緩み、声にわずかな得意げな色が混じった。

「分かったなら、さっさとあのコメントを消して、陽葵に謝れ。お前がそんな態度じゃ、会社の連中が陽葵をどう見るか……」

しかし彼の言葉が終わる前に、寧音が遮った。

「勘違いしないで、私の最大の過ちは、もっと早くあなたと別れなかったことよ」

「寧音、本当に話が通じないな!どうしてもそうやって意地を張るつもりか?覚えてろよ!」

辰生は怒りに任せて電話を切った。

しばらくすると、寧音の携帯にSNSや共有アプリの連携解除の通知が次々と届き始めた。それだけでなく、寧音とのペアアイコンまで変更されていた。

寧音にとっては、もはや見慣れた光景だった。

辰生は怒るたびにいつもこうする。すべての連絡手段を絶って威圧し、頭を下げるよう仕向けるのだ。

しかし今回ばかりは、彼女も本当に疲れ果てていた。過去のように機嫌を取る気すら起きなかった。

寧音が画面を消そうとした時、陽葵が突然業務用のグループチャットで彼女をメンションした。

【寧音さん、私と辰生さんが入籍したのは事情があるんです。彼はただ親切心で、親の催促をかわすのを手伝ってくれただけなんですよ。今どき、辰生さんみたいに人情味のある社長って珍しいですから、誤解しないでくださいね!

そこまで気にされるって分かっていたら、私も軽はずみにインスタに上げたりしませんでした。全部私のせいです、今すぐ謝りますから……】

辰生がすぐにその下で返信した。

【陽葵は何も悪くない。謝る必要なんてない。本当に謝るべきなのは、陰で当てつけがましいことをして、悪意で人を疑うような奴の方だ!】

たちまち、グループチャットにいる社員たちも辰生の言外の意味を察し、次々と陽葵に加勢し始めた。

【その通りですよ。陽葵さんが悪いんじゃなくて、荷見さんの心が狭いんです!若くて綺麗で社長に目をかけられてるあなたに嫉妬して、悪意のある噂を流してるだけですよ!】

【社長はこんなに優しいのに、恋人のはずの荷見さんは冷たくて、思いやりのかけらもない。社長にすっぽかされて当然ですよ!社長、よくやりました。あの人の鼻っ柱、少しへし折ってやった方がいいんです】

これらの悪意に満ちた返信を見ても、寧音の表情は微動だにしなかった。

陽葵が入社し、辰生が露骨にかばい始めてからというもの、風見鶏の同僚たちは辰生と陽葵に媚び、陰で寧音の悪口を叩くようになっていた。彼女はとうの昔に慣れきって麻痺しており、この程度の中傷で傷つくことはもうなかった。

寧音はこれ以上見る気になれず、携帯の画面を消した。

市役所の職員が、同情に満ちた顔で声をかけてきた。

「この方、受付終了になりますが……お連れ様はいらっしゃらないのでしょうか?また明日にされますか?」

寧音は首を横に振り、伏し目がちに答えた。

「あの人はもう別の人と届けを出したので、来ません。明日も、もう来ることはありません」

言葉を終え、寧音は婚姻届を見下ろした。ひどく皮肉な気分だった。

誰よりも早く来たはずなのに、一番最後まで残ることになった。

寧音は婚姻届を細かく引き裂き、ゴミ箱へと放り投げた。

来ることのない人を待つ結婚式など、もう待たない。応えてもらえない想いなど、もう要らなかった。

婚姻届を捨てた後、寧音は大股で市役所の正面玄関へと向かった。

しかし正面玄関に着いた途端、先ほど彼女をブロックしたはずの辰生から突然電話がかかってきた。
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
63 Chapters
1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (1)
“เราต้องบุกแล้วไท่จื่อ”แม่ทัพข้างกายรายงานผู้บัญชาการใหญ่ของทัพซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะตัวใหญ่ที่มีแผนที่จำลองเสมือนจริงของดินแดนมนุษย์โดยถูกเผ่าปิศาจครอบครองลอยอยู่ตรงกลาง“หากไม่เคลื่อนทัพเวลานี้ เราอาจตีขนาบพร้อมทัพท่านเทพสงครามไม่ทัน”ทัพสวรรค์แบ่งออกเป็นสองทัพนำโดยองค์ไท่จื่อเจิ้งหานที่มีทัพเสริมเป็นเผ่าวิหคหนึ่งทัพ กับเทพสงครามจิ่นลี่ซึ่งบุกมาพร้อมเผ่าบาดาลพันธมิตรอีกหนึ่งทัพ แม้กองทัพพร้อมแล้วทว่าผู้บัญชาการก็ยังไม่สั่งเคลื่อนพลทำให้แม่ทัพสวรรค์กับเผ่าวิหคต่างก็เริ่มกังวล“เคลื่อนทัพ”ไท่จื่อเจิ้งหานนิ่งเงียบไม่นานนักก็เอ่ยขึ้น“แต่พระชายา...”รองแม่ทัพเผ่าวิหคจะเอ่ยทัดทานแต่แม่ทัพกลับกระแทกแขนห้ามเอาไว้อีกฝ่ายจึงหยุดปาก“รับบัญชา”เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยขัด แม่ทัพสวรรค์มือขวาของเทพสงครามที่ร่วมทัพกับไท่จื่อเพื่อประสานกลศึกระหว่างสองทัพก็รับคำก่อนสั่งการออกไป“สั่งกองพลเตรียมเคลื่อนทัพ”คำสั่งมากองทัพพร้อม ไทจื่อนำทัพสวรรค์มุ่งหน้าสู่แดนมนุษย์ที่เวลานี้เหมือนเป็นกึ่งแดนปิศาจไปแล้ว ด้วยถูกปกครองโดยเผ่าปิศาจที่แผ่อิทธิพลรุกรานกินอาณาเขตกว้างขวางทั่วดินแดน ผู้คนถูกความมืดดำครอบงำ
Read more
1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (2)
ได้เทพสงครามช่วยพลังปราณในกายไท่จื่อเจิ้งหานจึงฟื้นตัวได้ในเวลาไม่นาน แม้ยังบอบช้ำภายในหากก็ไม่ทำให้สาหัส และต้องการเดินทางกลับสวรรค์ชั้นฟ้าทันที“ข้าต้องกลับไปทูลรายงานการศึกกับพระบิดา”เมื่อถูกเจ้าบาดาลขอให้พักผ่อนต่อไท่จื่อก็ปฏิเสธ แม้หมอจากวังบาดาลจะบอกว่าควรพักสักสองสามชั่วยามก็ตาม“ท่านเทพ...”ซีเหว่ยเจ้าบาดาลหันไปทางเทพสงครามที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก ทว่าอีกฝ่ายกลับตีหน้านิ่งขรึมขณะเอ่ยคำที่ทำเอาผู้ขอให้ช่วยหน้าชา“ข้ามีหน้าที่ทำตามประสงค์ของไท่จื่อ”“อย่างไรข้ากับเทพสงครามก็ต้องรีบนำทัพกลับ ขอบใจท่านเจ้าบาดาลมากที่ช่วยเหลือ รวมทั้งธิดาของท่านด้วย ไม่คิดเลยว่านางจะถึงขั้นยอมเสี่ยงตายเช่นนั้น ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”ไท่จื่อเจิ้งหานถามไถ่ด้วยความห่วงใย แม้ขัดใจปะปนขายหน้าอยู่บ้างที่ผู้หญิงต้องมาปกป้องโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นตน ทว่าการเสียสละของธิดาเจ้าบาดาลจนตัวเองต้องบาดเจ็บก็น่านับถือและมองข้ามไม่ได้“พระเมตตาของไท่จื่อข้าและบุตรสาวซาบซึ้งยิ่งนัก ซานซานยังอาการหนัก แต่ไม่ถึงกับชีวิต ตอนนี้รอเพียงนางฟื้น”“ศึกครั้งนี้ลำบากท่านเจ้าบาดาลกับธิดานัก ข้าทูลเรื่องการศึกแล้วพระบิดาต้องประทา
Read more
1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (3)
เทพสงครามกลับมาโดยมีเจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองในชุดทะมัดทะแมงพร้อมออกศึกของหนิงเฟิ่งพระชายาก้าวตามเข้ามาหยุดยืนหน้าแท่นประทับ“ไท่จื่อ”เจ้าของเสียงหวานเอ่ยพร้อมย่อตัวลง ใบหน้างามล้ำสงบนิ่งไม่มีลนลานกลัวเกรง ดวงตาคู่งามมองตรงแน่วนิ่งไร้แววหวาดหวั่นหรือรู้สึกผิดทำให้ผู้เห็นนึกขัดใจ“หนิงเฟิ่ง รู้ความผิดหรือไม่”คิ้วเรียวสวยกระตุกเล็กน้อยกับเสียงเข้มที่ดูเหมือนจะตัดสินนางไปแล้ว“ข้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจร่วมทัพ ขอไท่จื่อประทานอภัย”หนิงเฟิ่งคุกเข่าลงพร้อมขอในสิ่งที่คิดว่านางทำผิด“อภัย? กิจอันใดสำคัญกว่าการสู้ศึกใหญ่ปกป้องมวลมนุษย์กับทุกดินแดนจากเผ่าพันธุ์ปิศาจ”ยิ่งฟังคำขอของชายาตนไท่จื่อเจิ้งหานก็ยิ่งไม่พอใจ“ข้าไม่ได้มีกิจอันใด เพียงแต่ข้าไม่อาจร่วมทัพได้”“หนิงเฟิ่ง!”นอกจากไม่สำนึกแล้วชายายังใช้คำบิดเบือนหนีความผิดในสายตาไท่จื่อ“หรือเจ้าเห็นว่าตนไม่ผิด มีกิจกับไม่อาจร่วมทัพต่างกันอย่างไร นั่นถือเป็นความผิดด้วยกันทั้งสิ้น อย่าใช้ความเป็นชายาของข้าลบเลือนความผิดของเจ้า ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวข้ายิ่งไม่อาจละเลย”พระชายาเหมือนจะเอ่ยบางอย่างทว่าทหารยามด้านหน้าเอ่ยขึ้นมาก่อน“เรียนไทจื่อ ท่านเทพวิ
Read more
2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (1)
“องค์ชายของเจ้าบอกหรือไม่ เหตุใดต้องไปรับพระชายาของข้า”ไท่จื่อถามต่ออย่างไม่ยอมให้มีสิ่งใดหลุดรอดไปได้“ข้าน้อยเพียงทำตามคำสั่งหัวหน้าให้เดินทางไปแดนวิหคพร้อมองค์ชายขอรับ”“จะยังไงพระชายาก็ฆ่าบุตรชายของข้าจริง”“จากคำพูดทหารของเจ้า หนิงเฟิ่งป้องกันตัว”“ฆ่าคนคือฆ่าคน”“นี่เจ้า...”ทั้งเจ้าบาดาลกับเทพวิหคไม่มีผู้ใดยอมลดละ แต่เสียงทหารก็ดังขึ้น“องค์หญิงเจ้าบาดาลขอเข้าเฝ้าไท่จื่อ”แม้จะแปลกใจหากไท่จื่อก็อนุญาต ชั่วอึดใจร่างอ่อนระโหยอ้อนแอ้นขององค์หญิงเพ่ยซานบุตรีเจ้าบาดาลก็เข้ามา ผู้เป็นบิดาจึงรีบพยุงด้วยความเป็นห่วง“ซานซาน เจ้ายังไม่หายดี เหตุใดจึงมาถึงนี่”“ซานซานมีเรื่องต้องทูลไท่จื่อ”เพ่ยซานเอ่ยเบาโรยแรง“เป็นเรื่องที่ซานซานต้องพูดเพื่อความบริสุทธิ์ใจของพี่ชาย”นางทูลต่อไท่จื่อพร้อมน้ำตาไหลพราก“พูดมาเถิด”ไท่จื่อจำต้องรับฟังอย่างไม่อาจเลี่ยง แม้รู้แก่ใจว่าอาจได้ฟังในสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน“พี่ชายข้าผูกสมัครรักใคร่พระชายา นับแต่เริ่มการศึกได้พยายามแอบไปพบพระนางที่เผ่าวิหคบ่อยครั้ง แม้รู้ว่าไม่ควรแต่เพราะพระนางเองก็หยิบยื่นไมตรี”“เจ้าพูดอะไร”หนิงเฟิ่งหันมาเอ่ยกับธิดาเจ้าบาดาลทันที
Read more
2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (2)
ไท่จื่อนำทัพสวรรค์และแม่ทัพใหญ่เผ่าบาดาลกับเผ่าวิหคเข้าเฝ้ารายงานการศึกต่อหน้าจักรพรรดิและขุนนางสวรรค์ แม้จะมีชัยเหนือราชาปิศาจที่บาดเจ็บหนักจนต้องถอยทัพ แต่ยังต้องระแวดระวังดินแดนมนุษย์อยู่เพราะอ่อนแอและถูกครอบงำง่าย ไม่รู้ว่าราชาปิศาจจะกลับมาแข็งแกร่งและคิดมีอำนาจเหนือทุกดินแดนอีกเมื่อไร“ศึกนี้ข้าต้องขอบใจเผ่าวิหคกับเผ่าบาดาลยิ่งนัก”จักรพรรดิสวรรค์จินหวงเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“แต่ราชาบาดาลต้องสูญเสียบุตรชาย ทั้งบุตรีของท่านก็บาดเจ็บหนักเพราะช่วยไท่จื่อ ถือว่ามีความชอบต้องตอบแทนท่าน”สือเฟิ่งได้แต่แอบถอนใจ ขณะที่สีหน้าซีเหว่ยไม่ดีนัก เพราะไท่จื่อเอ่ยสั่งไว้ว่าให้การตายของบุตรชายตนเกี่ยวข้องกับการศึก โดยถูกเผ่าปิศาจจู่โจมขณะคุ้มกันพระชายาเดินทางมาหาไท่จื่อที่บาดเจ็บยังเผ่าบาดาล ขอให้เจ้าบาดาลเห็นแก่ไท่จื่อ ในเมื่อได้ลงโทษพระชายาสถานหนักแล้ว“เป็นพระกรุณาฝ่าบาท บุตรชายข้าอุทิศตนเพื่อการศึกเพื่อหกพิภพดินแดน ซานซานบุตรีของข้าแม้ตายแทนไท่จื่อได้ก็ยินดี”“สั่งสอนบุตรได้ดียิ่ง น่าชื่นชม น่าชื่นชม”เผ่าบาดาลช่างหวังสูงนัก คำชมจากจักรพรรดิทำให้สือเฟิ่งคิดพลางกำมือตนแน่น เวลานี้เผ่าวิหคเหมือนน
Read more
2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (3)
“นั่นคือ...”นางเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น“ดวงจิตลูกข้ายังอ่อนแอนัก เขาไม่อาจทนต่อสายฟ้าฟาดได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปข้าต้องสูญเสียเขาเป็นแน่”หนิงเฟิ่งพยายามใช้กำลังของตนสร้างเกราะป้องกันให้กับดวงจิตวิญญาณดวงน้อยของบุตรตนที่เกือบจะต้องแตกดับเพราะพลังสายฟ้า ปราการสีทองเปล่งประกายก่อตัวเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งล้อมรอบฟางเซียนมารดาของหนิงเฟิ่งเป็นเทพธิดาเผ่าบุปผา หนิงเฟิ่งจึงสามารถใช้พลังของเผ่าบุปผาได้ อิงอิงนั้นเทพธิดาสร้างขึ้นจากดอกอิงฮวาเพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นกับบุตรสาวของตนมาตั้งแต่อายุยังน้อย“ดอกอวี้หลันนี้ เจ้านำไปปลูกไปไว้ที่อุทยานตำหนักฮวาหรงของข้าในวังไท่จื่อ ข้าหวังให้เขาแข็งแกร่งดั่งดอกอวี้หลันที่มีกลีบแข็งแรง”ขณะพูดหนิงเฟิ่งมองดอกอวี้หลันทองสุกสกาวในมืออย่างเศร้าสร้อย“อย่าให้ใครรู้เห็น หรือเข้าใกล้ลูกข้าก่อนข้าจะรับพลังสายฟ้าครบสามวันสามคืน”“แต่เป็นเช่นนี้แล้วพลังปราณของท่านอาจรับสายฟ้าฟาดไม่ไหว ผิวกายปริแตก”อิงอิงเกรงว่านายตนจะต้องเจ็บปวดทรมาน“ข้าต้องปกป้องลูกข้า”ยิ่งได้ฟังเสียงหวานพร่าที่ราวแหลกสลายแล้วของพระชายาอิงอิงก็ยิ่งร้องไห้หนักด้วยความเสีย
Read more
3.สวามีช่างไร้ใจ (1)
“ไท่จื่อท่านลงโทษพระชายาแล้ว ยังต้องรับธิดาเจ้าบาดาลไว้อีกหรือ”เทพสงครามจิ่นลี่มาพบไท่จื่อถึงตำหนักเฉิงคุน หลังจากองค์จักรพรรดิประทานอภิเษกของไท่จื่อกับธิดาของเจ้าบาดาล“หากพระชายารู้จะเสียใจแค่ไหน ท่านลงโทษพระนางเพราะฆ่าคนที่ทำร้ายตนเอง แล้วยังรับคนที่พูดให้ร้ายมาเป็นสนม ราวท่านไม่นึกถึงใจพระนางเลย”มีเพียงเทพสงครามเท่านั้นที่กล้าออกความเห็นกับไท่จื่อ เพราะเป็นน้องชายในฮองเฮาพระมารดาเดียวกัน เรียนรู้ทั้งด้านกลการรบและวิชาความรู้มาด้วยกันเหมือนเพื่อนคู่คิด“เรื่องราวคลุมเครือ นางไม่อาจแก้ต่างให้ตัวเองพ้นผิดได้ จะให้ข้าทำอย่างไร ข้าไม่อาจมองข้ามได้จิ่นลี่ หากช่วยนางก็ต้องผิดใจกับเผ่าบาดาล ข้าคือไท่จื่อสวรรค์จะลำเอียงไม่ได้”ไท่จื่อเจิ้งหานถอนหายใจเคร่งเครียด“ถึงอย่างนั้นข้าก็คิดว่าท่านไม่จำเป็นต้องยอมรับธิดาของเจ้าบาดาล”“จุดประสงค์เจ้าบาดาลกับบุตรีมีหรือที่ข้าจะมองไม่ออก ยิ่งสูญเสียบุตรชายก็คงยากที่จะล้มเลิกความตั้งใจ ไม่ทำเช่นนี้คิดหรือว่าเผ่าบาดาลจะยอมจบโดยง่าย หากเรื่องถึงพระบิดา หนิงเฟิ่งอาจไม่เพียงแค่รับสายฟ้าฟาด”ใช่ว่าจิ่นลี่จะไม่เข้าใจไท่จื่อว่าที่ลงโทษพระชายาหนักเช่นนี้ส่วน
Read more
3.สวามีช่างไร้ใจ (2)
วังประดับประดาอย่างสวยงามทั้งโคมไฟและผ้าแดงมงคลทำให้หนิงเฟิ่งสังเกตได้ แม้ว่าเทพสงครามจะพานางมายังประตูสวรรค์แล้วเข้าวังทันที ทั้งยังตรงมายังตำหนักฮวาหรงอย่างไม่หยุดที่ใด“ขอบใจท่านมาก เทพสงคราม”“พระชายาพักผ่อนให้มาก ข้าต้องขอตัวก่อน”เมื่อเทพสงครามไปแล้วหนิงเฟิ่งก็สั่งอิงอิงทันที โดยเก็บความแปลกใจเอาไว้ก่อน“พาข้าไปที่อุทยาน”อิงอิงโล่งใจขึ้นมาหน่อยที่พระชายาไม่ถามถึงความเปลี่ยนแปลง แม้คาดว่าไม่นานพระนางต้องรู้เป็นแน่ แต่นางก็อยากให้นายตนแข็งแรงพอที่จะทนรับความเจ็บปวดเสียใจได้“ลูกแม่”มาถึงต้นอวี้หลันน้อยร่างของหนิงเฟิ่งก็ทรุดลงนั่งใกล้ชิด“เจ้ายังบอบบางนัก ยังไม่ทันได้เติบโต ก็ถูกสายฟ้าฟาดเสียแล้ว แม้จะให้พลังส่วนหนึ่งเสริมกายทิพย์ให้กับเจ้า เจ้าอาจต้องใช้เวลาบำเพ็ญตนประสานจิตกับกายทิพย์หลายพันปี แต่หากว่า...พ่อเจ้าได้รู้ เขา...เขาอาจช่วยเจ้า”แม้ไม่อยากคร่ำครวญแต่น้ำตาก็ไหลออกมาเอง นางยังไม่แน่ใจว่าจะพูดกับไท่จื่ออย่างไร ในเมื่อแคลงใจแล้ว บอกไปเขาจะเชื่อหรือไม่ว่าอวี้หลันน้อยนี้คือลูกของเขา เหนืออื่นใด นางยังไม่อยากเห็นหน้าสวามีของตนไม่อยากเห็นหน้าคนใจดำ“อิงเอ๋อร์ เจ้าพาอวี้หลั
Read more
4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (1)
หนิงเฟิ่งปรากฏกายกลางท้องพระโรงตำนักสวรรค์ชั้นฟ้าในสภาพที่เสื้อผ้าร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากสายฟ้า นางรำที่กำลังโชว์ต่อหน้าธารกำนัลที่มาร่วมงานรื่นเริ่งมงคลสวรรค์ต่างก็หยุดลง เทพเซียนทั้งหมดต่างก็หันมาสนใจร่างบอบบางที่บาดเจ็บหนักของพระชายาไท่จื่อ“หนิงเฟิ่ง”ฮองเฮาสวรรค์ฮุ่ยเฟิ่งพึมพำแล้วรีบลงไปช่วยพยุง“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดจึงบอบช้ำเช่นนี้”พระนางเอ็นดูสะใภ้อย่างมากด้วยเป็นเทพธิดาวิหค เป็นน้องสาวท่านปู่ของหนิงเฟิ่งจึงเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าบาดเจ็บ“หนิงเฟิ่งมีเรื่องทูลฝ่าบาทกับฮองเฮา”หนิงเฟิ่งเอ่ยโดยไม่ยอมให้เสียเวลา“มีเรื่องอะไรก็พูดมา”องค์จักรพรรดิสวรรค์จินหวงรู้สึกแปลกใจ เพราะวันนี้เป็นงานอภิเษกของไท่จื่อ แต่ชายากลับมาปรากฏเบื้องหน้าด้วยสภาพไม่ดีนัก ราวตั้งใจทำให้งานไม่เป็นมงคล และเวลานี้เกี้ยวเจ้าสาวน่าจะไปถึงวังไท่จื่อตามฤกษ์ยามแล้ว ไม่รู้ว่าที่นั่นเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นหรือไม่“ขอฝ่าบาทกับฮองเฮาเมตตา เผ่าบาดาลหลอกลวงเบื้องสูง หนิงเฟิ่งไม่อาจนิ่งเฉยได้”คำพูดของพระชายาไท่จื่อทำให้เทพเซียนต่างก็มองหน้ากันแล้วเริ่มซุบซิบด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าการณ์ภายในไม่ค่อยดีนัก องค์จัก
Read more
4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (2)
กรงจักรวัฎสงสารอยู่ตรงหน้า หนิงเฟิ่งยืนเคียงข้างเทพชะตา สำหรับนางแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก เวลานี้ลูกของนางปลอดภัยที่ดินแดนบุปผา หลังเผชิญวิบากกรรมนางก็จะได้ไปอุ้มชูลูกน้อยที่นั่น แม้ในโลกมนุษย์จะกินเวลาหลายสิบปี ทว่าดินแดนเทพเซียนก็เพียงไม่กี่วัน“พระชายา ลำบากท่านแล้ว”“ข้าจะไม่ใช่พระชายาอีกแล้ว”เทพชะตาหน้าเสีย เขาได้รู้เรื่องยังประหลาดใจทั้งยังเอ่ยทัดทานว่าไม่สมควรทำ แต่องค์จักรพรรดิรับสั่งอย่างเด็ดขาดตนจึงขัดไม่ได้“พระชายาดูแลตัวเองด้วย”เมื่อติดเรียกเช่นเดิมก็ถูกมองตาขุ่นแต่เทพชะตาไม่ยอมแก้ไข เขาผายมือเชิญให้หนิงเฟิ่งเตรียมพร้อม ก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์หนิงเฟิ่งหลับตาลง บอกตัวเองว่านางทำถูกแล้ว เพื่อตนเองและลูกน้อย ผู้หญิงร้ายกาจเช่นองค์หญิงเผ่าบาดาลหรือจะยอมให้นางกับลูกอยู่ในวังอย่างสงบสุขสวรรค์ชั้นฟ้า ไม่ใช่สวรรค์อันสงบสุขสำหรับนางอีกแล้ว‘ท่านเป็นฝ่ายทอดทิ้งข้าและลูกเจิ้งหาน ลาก่อน’นางคิดอยู่ในใจ หากสวามีไม่คลางแคลงใจ หากเขาปกป้องนางบ้างแม้เพียงเล็กน้อย นางคงพร้อมสู้เพื่อยืนเคียงข้างเขาต่อไป แต่เขากลับสั่งลงทัณฑ์แล้วไปแต่งงานกับธิดาเจ้าบาดาลอย่างไม่แย่แสแม้แต่จะไปเยือนนางที่แท
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status