INICIAR SESIÓNเธอตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ก็โดนสามีบอกเลิกซะแล้ว ได้สิถ้าเขาต้องการอย่างนั้นเธอก็ไม่ขัดข้อง แต่ลูกทั้งสองที่นั่งกอดคอกันร้องไห้นี่สิทำให้เธอตัดสินใจได้ยากยิ่ง
Ver másสองเดือนหลังจากนั้นอุ่นกับเอื้อจึงนัดกันกลับบ้านมาเยี่ยมพ่อกับแม่อีกครั้ง และพวกเขาเตรียมจะเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่ด้วย เสียงโทรศัพท์ของเอื้อดังขึ้นขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน แฟนสาวจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วบอก “อุ่นโทร. มา” เอื้อจึงตอบกลับไปว่า “รับให้เอื้อหน่อยจ้ะ” กิ่งฉัตรกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพง เอื้อจึงพูดออกไป “ว่า” “พี่เอื้อถึงไหนแล้วคะ” สองพี่น้องนั่งรถมากันคนละคัน “อยู่ข้างหลังรถแฟนอุ่นนี่ไง” อุ่นเหลือบมองกระจกหลังแล้วบอกพี่ “อ้อ โอเคค่ะ” ว่าจบเธอก็วางสายพี่ชายทันที “พี่เอื้อถึงไหนแล้วตัวเล็ก” แฟนหนุ่มเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ แต่อายุมากกว่าตนหนึ่งปี “รถคันข้างหลังเรานี่แหละค่ะ” “หอมแก้มหน่อยเดี๋ยวถึงบ้านแล้วไม่ได้หอม” แฟนหนุ่มบอกอุ่นอีกครั้ง หลังจากที่บอกแบบนี้มาตลอดทางจนนับครั้งไม่ถ้วน “ฮื้อ วันเดียวเองค่ะ” “ไม่ได้ ต้องหอมทุกวัน” “วันนี้ก็หอมมาตลอดทางแล้วนะคะ” “น้าตัวเล็ก ก็คนมันคิดถึง” เขาย่นหน้าทำตาเว้าวอนจนอุ่นต้อง
สิบห้าปีต่อมา มาลีกับสามีสร้างทุกอย่างด้วยตัวเองจนร่ำรวย เพราะเธอทำค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรอย่างรอบคอบ เพราะที่หมู่บ้านนี้ทำการเกษตรต้องอาศัยน้ำจากธรรมชาติเท่านั้น แต่เธอได้เปรียบคนอื่นตรงที่มีเงินทุนมาก จึงสามารถซื้ออาหารพืชมาบำรุงดินได้ ดูแลกำจัดวัชพืชให้ดี และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันเวลา เพียงเท่านี้มาลีก็ได้กำไรจากการทำเกษตรแล้ว เพราะที่นาก็ใช่ว่าจะมากเกินไปจนดูแลลำบาก ก็มีที่ของแม่ยี่สิบห้าไร่ และจากที่พ่อสามีแบ่งให้อีกแปดไร่ ยายแม้นเสียชีวิตไปได้สองปีแล้วเพราะไตวายเฉียบพลัน แต่เยี่ยมก็ยังหาเงินมาไถ่ที่นากับมาลีไม่ได้ทั้งที่ลูกสาวคนโตกับลูกเขยก็ไปทำงานต่างประเทศ แต่ยังดีที่ลูกสาวคนโตยังเอาเงินมาซื้อที่บ้านให้แม่อยู่ และตอนนี้เยี่ยมยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมเพียงลำพัง หลานคนแรกที่เคยรักนักหนาก็แยกบ้านไปอยู่คนเดียวหลังที่พ่อกับแม่สร้างไว้ให้ อ้อนไม่เคยกลับมาดูแลยายเลย ส่วนปรานีกับปลายฝนก็ออกเรือนไปอยู่กับสามี และพวกเขาต่างหนีไปทำงานที่กรุงเทพฯ กันหมด ไม่เคยกลับมาหาแม่สักครั้ง นานครั้งจะโทร. มาหาแม่สักที รวมถึงเงินก็ไม่ค่อยส่งให้แม่ หลายครั้งที่เยี่ยม
“ไม่ ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ข้ายังไม่อยากตาย ฮือ ๆ ในโลกนี้ผัวข้าหล่อที่สุดแล้ว” มาลียืนมองลูกและสามีที่นั่งกอดร่างเธอแล้วร้องไห้เสียงดังระงมด้วยความสงสาร “ข้าล้อเจ้าเล่นหรอกน่า ร้องไห้ฟูมฟายไปได้”ปากที่อ้ากว้างหุบลงทันควัน แล้วหันขวับมามองหน้ายมทูติตาเขียวสองมือปาดน้ำตาออกจนเหือดแห้ง แล้วถามยมทูติเสียงแข็ง “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“ข้าจะมาลาเจ้าเพื่อไปเกิดเป็นมนุษย์แล้ว”“ทำไมล่ะ เป็นยมทูติไม่ดีหรืออย่างไร”“เบื่อ ทำงานที่นรกมาหลายร้อยปีแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”“อย่างนี้ก็ได้เหรอคะ”“อืม อยากลองมีเมียเหมือนพวกมนุษย์ขี้เหม็นบ้าง ข้าไปแล้วนะ”“มาแค่เนี้ย” สิ้นคำมาลีก็ถูกยมทูติผลักเข้าร่างเดิม “ว้ายยย!”มาลีลืมตาตื่นขึ้นมารถกู้ภัยของตำบลก็วิ่งมาถึงพอดี แต่เธอไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกใจกลัวและสลบไปเท่านั้น“แม่ฟื้นแล้ว” ลูกทั้งสองร้องไห้น้ำตานองหน้า“พี่ว่าไปหาหมอดีกว่าไหม” เคนถามพลางสะอื้นฮึก ๆ เพราะกลัวภรรยาจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องไปก็ได้” มาลีมองพวกเขาด้วยความสงสารสุดหัวใจ เพราะยมทูติคนเดียวเลย พวกเขาถึงได้ร้องให้เป็นวรรคเป็นเวรเช่นนี้“แน่ใจนะ”“ค่ะ”
แม้นอาศัยอยู่กับมาลีและลูกเขยอย่างสุขสบายกว่าตอนที่อยู่กับเยี่ยมมาก ครบกำหนดที่หมอนัดมาลีกับสามีก็พาไปโรงพยาบาลตลอด ส่วนลูกทั้งสองเธอก็ฝากอรสาดูแลแทนในวันที่ต้องพาแม่ไปโรงพยาบาล เพราะต้องไปจองคิวแต่เช้า แต่เธอก็ไม่คิดว่าเป็นภาระแต่อย่างใด เพราะตอนนี้มาลีรู้สึกผูกพันกับแม้นเหมือนเป็นแม่แท้ ๆ ไปแล้วครบหนึ่งปีเต็มแล้วสินะที่เธอมาอยู่ที่นี่ บุญประจำปีปีนี้บ้านคำม่วงจ้างหมอลำคณะ ‘จุ๋มจิ๋มบันเทิงศิลป์’ ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่กว่าปีที่แล้ว แต่ปีนี้มีประกาศจากผู้ใหญ่บ้านว่าหากใครก่อเรื่องตีกันเหมือนปีที่ผ่านมาอีก บุคคลเหล่านั้นต้องจ่ายค่าหมอลำเอง ผู้ปกครองต่างกำชับบุตรหลานของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะต่างก็กลัวว่าต้องจ่ายค่าหมอลำ เพราะหมอลำที่จ้างมาราคาก็หลายหมื่นอยู่เหมือนกัน วันนี้เคนพาลูกเมียออกมาดูหมอลำ พ่อจูงมือลูกสาวมืออีกข้างถือเสื่อ ส่วนแม่มือหนึ่งจูงมือลูกชายมืออีกข้างถือขวดน้ำดื่ม เป็นครั้งแรกที่มาลีมาดูหมอลำด้วยความเต็มใจ ความรู้สึกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเดินไปตามถนนกลางหมู่บ้านมุ่งหน้าไปที่วัด เมื่อสกลเห็นมาลีเดินมากับครอบครัว
มาลีจึงพูดออกไปด้วยความโมโห “ทำไมพี่เยี่ยมไม่ออกไปดูแม่บ้างเลยคะ ทำไมไม่หาข้าวหาน้ำให้แม่กิน รู้ไหมว่าแม่อาการแย่แค่ไหน” ทำไมพี่สาวของเธอถึงกล้าปล่อยแม่ไว้เหมือนคนไร้ญาติเช่นนั้น ทั้งที่มีลูกหลานอยู่เต็มบ้าน เธอไม่ได้แวะมาหาแม่แค่สองวัน เยี่ยมก็ปล่อยปละละเลยแม่แล้ว “ดูแล้ว”
ลูกสาวคนเล็กเปิดมุ้งเดินส่ายก้นเหมือนเป็ดตามหลังพี่กับพ่อแล้วเอ่ยถาม “ถ้าพวกหนูเป็นหมา พ่อกับแม่ก็เป็นหมาใช่ไหมคะ” “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เคนขำออกมาเสียงดังอย่างกลั้นไม่ไหว เด็กอะไรช่างถามไปทุกเรื่องจริง ๆ พูดอะไรไม่ได้เลย เขาจึงตอบลูกออกไป “คงงั้นมั้ง”“เฮ่อ ๆ หมาพูดได้”ยัง ยังไม่หยุดพูดอีกตั้งแต่วันนั้
มาลีกับสามีและลูก ๆ เดินมาถึงฟั่นจึงเอ่ยถามลูกสะใภ้ “ยายแม้นออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอม่วย”“ค่ะแม่”“หมอว่าเป็นอะไร”“เป็นเบาหวานค่ะ”“ต้องรักษากันนานเลยสินะ” หลายคนในหมู่บ้านก็เป็น แก่ตัวมาก็มีแต่โรคภัยถามหา น้อยคนนักที่ร่างกายจะแข็งแรงจนแก่เฒ่า“ค่ะ”“แล้วจะไปกรุงเทพฯ วันไหนล่ะ” ฟั่นถามมาลีไปตรง ๆ
แม้นลุกขึ้นนั่งพิงเตียงผู้ป่วย หน้าตาเธอยังดูไม่สดชื่นนัก “แม่รู้สึกดีขึ้นหรือยังคะ” “อือ ดีขึ้นแล้ว” ถึงจะยังมึนงงอยู่แต่ก็ไม่หน้ามืดแล้ว “แม่มีอาการแบบนี้มานานหรือยังคะ” “สามสี่เดือนได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นลุกไม่ไหวแบบวันนี้” ก่อนหน้าก็คิดว่าเวียนศีรษะเ





