ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค

ภรรยาแสนร้ายกับนายขี้โรค

last updateآخر تحديث : 2025-12-19
بواسطة:  กัญจารีย์مكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
46فصول
2.6Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เธอตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ก็โดนสามีบอกเลิกซะแล้ว ได้สิถ้าเขาต้องการอย่างนั้นเธอก็ไม่ขัดข้อง แต่ลูกทั้งสองที่นั่งกอดคอกันร้องไห้นี่สิทำให้เธอตัดสินใจได้ยากยิ่ง

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ผีเร่ร่อนดูหมอลำ

กลางเดือนมีนาคมปีสองพันห้าร้อยสี่สิบ วันนี้เป็นงานบุญประจำปีหรือบุญพระเวสสันดรของหมู่บ้านคำม่วง เสียงเพลงโบว์รักสีดำกำลังถูกบรรเลงขึ้นอย่างสนุกสนาน ขับร้องโดยนักร้องหญิงของหมอลำคณะ ‘ล้มลุกคลุกคลานบันเทิงศิลป์’ เหล่าบรรดาชายหญิงที่กินเหล้าจนเมาได้ที่ต่างลุกขึ้นไปเต้นหน้าเวทีจนฝุ่นตลบ

“สนุกไหม” ชายร่างใหญ่บึกบึนเอ่ยถามมะปรางที่เป็นผีเร่ร่อนมาเกือบหนึ่งเดือน เธอกำลังนั่งหย่อนขาทำหน้าซังกะตายดูหมอลำอยู่บนกิ่งต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ข้างศาลาการเปรียญในวัด

            หึ ถามได้ว่าสนุกไหม ดูหน้าก็รู้แล้วมั้ง มะปรางบ่นในใจ

“ก็ดีกว่าไม่มีอะไรให้ดูค่ะ” ถึงเธอจะเป็นคนอีสานแต่เธอก็ไม่สันทัดเรื่องหมอลำสักเท่าไร ถ้าให้ดูช่วงที่หมอลำเต้นโชว์การแสดงและช่วงตลกเธอก็พอดูได้ แต่ถ้าจะให้ดูช่วงลำเรื่องต่อกลอนเธอคงเข้าไม่ถึง ดวงตากลมแหงนมองยมทูติหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ท่านยมพาข้ามาที่นี่ทำไมคะ” นี่มันไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่เธอเคยอยู่เลยสักนิด

            “หาร่างให้เจ้าอยู่ยังไงล่ะ”

            “ฮะ! หาร่างให้ข้าอยู่” มะปรางถามเสียงสูงแต่คนตัวใหญ่ยังวางหน้านิ่ง

            “อืม!”

            “ที่นี่อะนะ”

            “ใช่” ก็ตลอดเวลาเกือบเดือนที่เขาหาร่างใหม่ให้เธอ เธอก็ไม่เคยพอใจสักร่าง อ้วนบ้างละ ไม่สวยบ้างละ ผิวดำบ้างละ ฟันเหยินบ้างละ ตอนนี้คงไม่มีร่างให้เลือกอีกแล้ว เพราะอย่างไรก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องไปเกิดใหม่แล้ว

            มะปรางทำท่าทางผะอืดผะอม “เอาเถอะ ยังไงก็ขอคนสวย ๆ หน่อยก็แล้วกัน” มะปรางพูดอย่างปลง ๆ อย่างไรเธอก็ไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่ในร่างเดิมได้อีกแล้ว เหตุเพราะยมทูติทำงานผิดพลาด พาวิญญาณเธอออกจากร่างก่อนกำหนด กว่าทางนรกจะตรวจสอบประวัติเธอเสร็จ ร่างของเธอในยุคปัจจุบันก็โดนเผาเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว

            รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงเนือย ๆ ของอีกฝ่ายยมทูติจึงเอ่ยถาม “เจ้ายังโกรธข้าอยู่อีกรึ”

            “แน่นอนสิ ก็เพราะท่านคนเดียวที่ทำให้ข้าต้องกลายมาเป็นผีเร่ร่อนแบบนี้” มะปรางว่าเสียงเง้างอน

            “แหม…ก็แค่เอาวิญญาณเจ้ามาก่อนอายุขัยแค่เดือนเดียวเอง ก็ดีแล้วไม่ใช่รึเจ้าจะได้ไม่ต้องทรมานไง”

            “อือ ก็ดี แต่ข้าขอไปเป็นยมทูติกับท่านไม่ได้รึ” มะปรางต่อรอง เพราะตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ยมทูติหนุ่มคนนี้คอยอยู่เป็นเพื่อนเธอตลอด การที่ยมทูติให้เธอตายก่อนวัยอันควรมันก็ดีไปอย่าง เพราะเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ซึ่งก็ใกล้จะลาโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และการนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นก็เป็นอะไรที่ทรมานสุด ๆ

            “ไม่ได้” ยมทูติพูดขึ้นเสียงแข็ง

            “แต่ข้าทำงานเก่งนะ” มะปรางยังไม่ย่อท้อ เธอเป็นถึงพยายาบาลชำนาญการเชียวนะ ถึงอายุขัยสุดท้ายเธอจะอายุสี่สิบปีแล้วแต่เธอก็ยังหน้าเด็กผิวขาวผ่องเป็นยองใยเหมือนกับหญิงสาววัยยี่สิบปลายเท่านั้น

            “เขารับแต่ผู้ชาย” ท่านยมทูติทำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ มือใหญ่ถอดต่างหูโบราณออกมาจากหูตัวเองทั้งสองข้างแล้วยื่นให้หญิงสาวพร้อมเอ่ยต่อ “เอ้านี่ เจ้าเอาสิ่งนี้ไป ถือว่าข้าไถ่โทษที่ทำผิดต่อเจ้าก็แล้วกัน สิ่งนี้แม่ข้าให้มาก่อนที่ข้าจะไปเป็นยมทูติที่นรก”

            มะปรางทำหน้าหงอย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันคงสำคัญกับท่านมาก” แม่เขาอุตส่าห์ให้มาเธอจะรับไว้ได้อย่างไร และความผิดของเขาเธอก็ไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว

            “รับไว้เถอะน่า ถึงข้าเก็บไว้ข้าก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์” นรกไม่จำเป็นต้องมีสิ่งของมีค่าใด ๆ ทั้งสิ้น

            มะปรางชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะรับมาและกล่าวขอบคุณด้วยความเกรงใจ

            ยมทูติทำท่าเตรียมจะจากไป

            “ท่านจะไปแล้วเหรอ” มะปรางมองเขาตาละห้อย ต่อไปนี้เธอคงไม่มีเพื่อนคุยแล้ว

            “อือ ข้าต้องไปทำงานแล้ว เสร็จงานนี้ข้าก็ต้องไปรับโทษที่ข้าทำผิดต่อเจ้าไว้” ถ้าท่านยมทูติพูดเช่นนี้ก็แสดงว่ากำลังจะมีคนสิ้นอายุขัย

            “ท่านต้องรับโทษอย่างไรบ้างรึ” มะปรางเอียงคอถาม

            “ยืนคนกระทะทองแดงร้อน ๆ โดยไม่มีวันหยุดเป็นเวลาหนึ่งเดือนเท่ากับเวลาที่ข้าเอาวิญญาณเจ้ามานั่นแหละ” อุณหภูมิกระทะทองแดงสูงกว่าหนึ่งพันองศาเซลเซียส ใครกันอยากจะไปยืนอยู่นาน ๆ ผิวเสียแย่

            “ข้าไม่มีท่าน ข้าคงเหงา”

            “เจ้าจะไม่มีเวลาได้เหงาเลยละ ข้าต้องไปรับวิญญาณแล้ว”  สิ้นคำร่างสูงใหญ่ผิวสีเข้มก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา

            นักร้องนำหญิงกำลังร้องเพลงโบว์รักสีดำท่อนสุดท้ายพอดี ทันใดนั้นหน้าเวทีก็เกิดเหตุลชุลมุนวุ่นวายขึ้น เหตุเพราะมีวัยรุ่นเต้นเหยียบเท้ากันการตีกันจึงได้เริ่มต้นขึ้น ทั้งขวดแก้วทั้งท่อนไม้ปลิวว่อนอยู่ในอากาศ เสียงคนหวีดร้องกันดังระงม บ้างดึงแขนลูกที่กำลังหลับอยู่ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว บ้างเก็บเสื่อที่ใช้ปูนั่งแล้วพากันเตรียมกลับบ้าน หมอลำก็หยุดทำการแสดงทันที

            ขวดแก้วขนาดบรรจุหนึ่งลิตรใบเปล่าที่ใช้บรรจุน้ำสีใสสี่สิบดีกรีลอยไปปะทะศีรษะของหญิงสาวที่กำลังเต้นมั่วอยู่กับชายหนุ่มอีกหลายคนที่หน้าเวทีอย่างแรง คนกลุ่มนั้นไม่ได้สนใจอะไรเลยว่าตอนนี้กำลังมีคนตีกัน

            “โอ๊ย!” สิ้นเสียงของผู้หญิงคนนั้นเธอก็ล้มลงกับพื้นดินที่มีคนกำลังวิ่งหลบขวดกันให้วุ่น ศีรษะของเธอเหนือท้ายทอยขึ้นมามีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

            ไม่ถึงสองนาทีวิญญาณของผู้หญิงคนนั้นก็ออกจากร่าง พอเห็นยมทูติยืนอยู่ตรงนั้นมะปรางก็มายืนดูเช่นกัน ปกติเธอชอบดูยมทูติทั้งหลายทำงาน ซึ่งตอนนี้ก็มาเพิ่มอีกสองตนแล้ว

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
46 فصول
ตอนที่ 1 ผีเร่ร่อนดูหมอลำ
กลางเดือนมีนาคมปีสองพันห้าร้อยสี่สิบ วันนี้เป็นงานบุญประจำปีหรือบุญพระเวสสันดรของหมู่บ้านคำม่วง เสียงเพลงโบว์รักสีดำกำลังถูกบรรเลงขึ้นอย่างสนุกสนาน ขับร้องโดยนักร้องหญิงของหมอลำคณะ ‘ล้มลุกคลุกคลานบันเทิงศิลป์’ เหล่าบรรดาชายหญิงที่กินเหล้าจนเมาได้ที่ต่างลุกขึ้นไปเต้นหน้าเวทีจนฝุ่นตลบ“สนุกไหม” ชายร่างใหญ่บึกบึนเอ่ยถามมะปรางที่เป็นผีเร่ร่อนมาเกือบหนึ่งเดือน เธอกำลังนั่งหย่อนขาทำหน้าซังกะตายดูหมอลำอยู่บนกิ่งต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ข้างศาลาการเปรียญในวัด หึ ถามได้ว่าสนุกไหม ดูหน้าก็รู้แล้วมั้ง มะปรางบ่นในใจ“ก็ดีกว่าไม่มีอะไรให้ดูค่ะ” ถึงเธอจะเป็นคนอีสานแต่เธอก็ไม่สันทัดเรื่องหมอลำสักเท่าไร ถ้าให้ดูช่วงที่หมอลำเต้นโชว์การแสดงและช่วงตลกเธอก็พอดูได้ แต่ถ้าจะให้ดูช่วงลำเรื่องต่อกลอนเธอคงเข้าไม่ถึง ดวงตากลมแหงนมองยมทูติหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ท่านยมพาข้ามาที่นี่ทำไมคะ” นี่มันไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่เธอเคยอยู่เลยสักนิด “หาร่างให้เจ้าอยู่ยังไงล่ะ” “ฮะ! หาร่างให้ข้าอยู่” มะปรางถามเสียงสูงแต่คนตัวใหญ่ยังวางหน้านิ่ง “อืม!”
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 มาลีขี้เมา
ยมทูตสองตนยืนจับวิญญาณของผู้หญิงคนนั้นไว้ เธอยังอยู่ในอาการมึนเมา แต่เมื่อเห็นหน้ายมทูติและร่างของตัวเองนอนนิ่งอยู่ที่พื้น ที่มีผู้คนยืนห้อมล้อมอยู่ก็ต้องตกใจและสร่างเมาภายในพริบตา เธอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น “ปล่อยฉัน ฉันจะกลับไปหาลูกหาผัว พวกเขารอฉันอยู่” เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ลาลูกกับสามีเลย เธอจะจากไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด “เจ้าไม่ต้องห่วง ลูกทั้งสองกับสามีของเจ้าจะมีคนดูแลแทนเจ้าแล้ว” พูดจบยมทุติก็หันหน้ามาหามะปรางที่ยืนสังเกตการณ์อยู่อย่างเงียบ ๆ เธอส่ายหน้าพรืดเมื่อเห็นสายตาคมกล้ามองมาทางนี้ ทั้งที่ตอนนี้เธอก็เป็นแค่อากาศแต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล “ไม่นะ ข้าไม่เอาร่างนี้เด็ดขาด” ร่างนี้ทั้งขี้เมาทั้งหัวแตก ถึงจะสวยมากก็เถอะ แต่ดูแล้วเธอคงร้ายไม่เบาถึงได้กล้าดื่มเหล้าจนเมามายแล้วมาเต้นมั่วด้านหน้าเวทีหมอลำกับผู้ชายเช่นนี้ เจ้าของร่างก็พูดขึ้นอีก “ไม่ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ” เมื่อรู้ว่าตัวเองตายเธอถึงได้คิดถึงลูกกับสามีที่นอนรออยู่ที่บ้าน รู้สึกผิดที่ออกมาเที่ยวกับชายอื่นอีกครั้งจนตัวต้องมาตายจากเช่น
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 เมาค้าง
เสียงคนคุยกันดังอยู่ข้างหู ทำให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่ในคราแรกรู้สึกว่าโดนรบกวนจนรู้สึกรำคาญ คนจะหลับจะนอนมาคุยกันเสียงดังอยู่ได้มะปรางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพแรกที่เห็นคือหลังคามุงด้วยหญ้าคา เธอหันหน้าไปมองทุกคนที่มองเธออยู่ด้านข้าง แล้วกะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกปวดหัวเหมือนโดนอะไรบางอย่างทุบอย่างแรง มือเรียวเอื้อมไปกุมศีรษะตรงตำแหน่งที่ปวด มันเป็นเหมือนแผลเย็บ พอนึกขึ้นได้ก็เบะปากในใจ อยากจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ เธอเข้ามาอยู่ในร่างผู้หญิงคนเมื่อคืนจริง ๆ ด้วย หลังจากเข้าไปอยู่ในร่างนั้นแล้วเธอจำได้พอราง ๆ ว่ามีคนพาเธอไปเย็บแผลที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน แล้วก็พาเธอมาส่งที่นี่ จากนั้นเธอก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว “แม่ฟื้นแล้วครับพ่อ” เอื้อบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงดีใจ สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องใบหน้าขาวซีดของมาลี “ฟื้นแล้วก็ดี เย็นนี้รีบเก็บข้าวของออกไปจากบ้านฉันซะ” เธอทนเห็นสะใภ้ใหญ่ทำตัวแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว “ไม่นะคะย่า ย่าอย่าไล่แม่เลยนะคะ” อุ่นอ้อนวอนย่าด้วยแววตาน่าสงสาร ย่า แม่ เดี๋ยวก่อน ขอตั้งตัวก่อนได้ไหม ร่างขาวอวบค่อย ๆ ใช้มือยันก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 พี่อยากเลิกกับเธอ
เธอลุกขึ้นนั่งอีกครั้งยกถ้วยที่ใส่น้ำร้อนขึ้นมาเป่าแล้วยกขึ้นดื่มอย่างว่าง่าย เคนมองภรรยาด้วยความแปลกใจ ตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาเธอยังไม่พูดอะไรผิดหูเขาสักคำซึ่งผิดวิสัยของมาลีคนเดิม อีกทั้งน้ำต้มฟางข้าวนี้เธอไม่เคยคิดที่จะแตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่มีงานบุญไม่ว่าจะบุญบ้านตัวเองหรือหมู่บ้านใกล้เคียงเธอก็เมาแบบนี้ตลอด แต่ทุกครั้งที่เขาต้มฟางให้ดื่ม เธอก็ไม่คิดจะเหลียวแลมันเลย ปกติเธอจะเดินไปถอนสักเป๊กสองเป๊กที่ร้านค้าในหมู่บ้านแค่นั้นก็จบ “อุ่นกับเอื้อลงไปเล่นข้างล่างก่อนนะลูก แม่จะได้พักผ่อน” เคนอยากหาโอกาสคุยกับเมียสองต่อสองจึงบอกลูกเช่นนั้น “ครับ/ค่ะ” มาลีวางถ้วยที่ดื่มน้ำจนหมดลงข้างตัวแล้ว เคนเหลือบเห็นต่างหูโบราณที่ติ่งหูของเธอเขาจึงถามขึ้น “เธอได้ต่างหูคู่นั้นมาจากไหน” เคนไม่เคยเห็นภรรยาใส่มัน เพิ่งเห็นเมื่อเช้านี้ หรือว่า…สกลเป็นคนให้มา “เอ่อ…” มาลีเอื้อมมือไปจับต่างหูที่ยมทูติให้มาแล้วตอบเขา “มะ แม่ให้ฉันมาค่ะ ฉันเพิ่งนำออกมาใส่เมื่อคืน” มาลีกล่าวคำลวงออกไปแล้วยิ้มแหยให้ เคนไม่ได้เชื่อสิ่งที่ภรรยาพูดออกมานัก แต่ก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ไม่ใช่ม่วยคนเดิมแล้ว
มาลีเลือกเสื้อผ้าที่มีอยู่มากขึ้นมาสวม เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเตรียมจะขึ้นไปบนเรือนใหญ่เพื่อเอาอาหารออกไปส่งน้องสามีที่ไปเลี้ยงควายก่อนแล้ว ป่านนี้พวกเขาคงนอนรอแล้วกระมัง เพราะเมื่อคืนก็ไปดูหมอลำกันจนดึกดื่นเหมือนกัน “เธอจะไปไหน” เคนเอ่ยถามภรรยา “ไปนาค่ะ” ถึงจะยังมึนศีรษะอยู่บ้างแต่ก็พอทนได้ ไปถึงนาแล้วค่อยนอนพักก็แล้วกัน เพราะถ้าเธอไม่ไปพวกน้อง ๆ ของเขาก็คงไม่มีข้าวกิน “เดี๋ยวพี่ไปด้วย” ปกติถ้าเธอเมาค้างก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้กินข้าวจากเธอ “หนูไปด้วยค่ะ” “ผมไปด้วยครับ” ลูกทั้งสองปาดน้ำตาแล้วขอตามไปด้วย “พี่เคนเดินกลับไหวเหรอคะ” ความจำเดิมบอกเธอว่า เขาเดินไปนาและหอบไปตลอดทาง และต้องนั่งพักหลายครั้งกว่าจะถึงนา “วันนี้พี่จะเอารถอีแต๊กไปก็แล้วกัน” ปกติถ้าไม่มีอะไรให้บรรทุกของหนัก ๆ กำพลจะไม่ยอมให้ลูกคนไหนใช้รถอีแต๊กเด็ดขาด ช่วงนี้มีแต่เลี้ยงควายอย่างเดียวยิ่งแตะไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้เคนจำเป็นต้องใช้มัน “รถอีแต๊กเหรอคะ” มาลียืนคิดถึงรูปร่างหน้าตาของรถอีแต๊กอยู่ครู่หนึ่ง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 ขับรถครั้งแรก
มาลีสอดมือหมุนเข้าไปในบล็อกเครื่องยนต์ มือซ้ายกดวาล์ว มือขวาหมุนตามเข็มนาฬิกา เธอหมุนเพียงสี่ห้ารอบเมื่อได้จังหวะจึงถอดมือหมุนและปล่อยวาล์ว ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ทุกคนต่างยืนตะลึงเมื่อมาลีสามารถสตาร์ทรถไถเดินตามเพียงครั้งเดียวก็ติด ลูกทั้งสองต่างยิ้มและปรบมือให้ “แม่เก่งจังเลยครับ” เอื้อกับอุ่นไม่เคยเห็นแม่มายุ่งกับรถไถนาสักครั้ง แต่ทำไมแม่ถึงสตาร์ทรถได้ มาลียิ้มให้ทุกคนแล้วเอ่ยกับสามี “เดี๋ยววันนี้พี่เคนสอนฉันขับรถอีแต๊กนะคะ” เคนทำหน้าตาเหมือนหวาดกลัวนิด ๆ แล้วคิดในใจ จะรอดเหรอวะ! “เชื่อใจฉันเถอะน่า เอ้า ฉันซื้อนมมาให้พี่ด้วย” มาลีหยิบนมถั่วเหลืองที่ยังเย็นเฉียบให้สามีหนึ่งกล่อง เคนมองอย่างลังเล ตั้งแต่แต่งงานกันมา มาลีไม่เคยซื้อนมให้เขาดื่มเลย อย่าว่าแต่ซื้อให้เขา ซื้อให้ลูกกับตัวเองเธอก็ไม่เคย เหตุเพราะเธอขี้เหนียวกับการซื้อของกิน แต่ถ้าเป็นเหล้ากับบุหรี่เธอจะจ่ายไม่อั้น เห็นสามีชักช้ามาลีจึงดึงหลอดพลาสติกออกมาเจาะกล่องนมให้แล้วส่งให้เขาอีกครั้ง เขาจึงยอมรับไปดูดแบบงง ๆ “เด็ก ๆ มาขึ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 เป็นลม
“ลุงเคนจะพาลูกเมียไปไหนเหรอคะ” ดอกคูณถามสามีด้วยความแปลกใจ “ไปหาหน่อไม้” “พี่สะใภ้มานาด้วยเหรอคะ” อรสาน้องสาววัยยี่สิบสามปีงัวเงียตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงดอกคูณกับสำเริงคุยกัน “อือ ไปหาหน่อไม้กับพี่เคนด้วยนะ” “วันนี้ฝนอาจจะตกหนัก” ขนาดวันธรรมดามาลียังมานายากเย็น แต่นี่ทั้งเมาค้างทั้งหัวแตกเธอยังถ่อสังขารมาได้ “โดนแม่บังคับมั้ง ก็แกไม่เอาข้าวมาด้วยนี่ แล้วพวกเราจะกินอะไร” สำเริงว่าให้น้องสาว “ก็ฉันกลัวโดนพ่อด่าไง แล้วทำไมพี่ไม่รอเอามาด้วยเล่า” “ฉันก็กลัวเหมือนกัน” ลูกทุกคนล้วนกลัวกำพล ยิ่งถ้าไปเที่ยวงานแล้วไม่มาทำงาน เขาจะด่าจนไม่มีที่อยู่เลยทีเดียว เมื่อคืนพวกเขากลับจากดูหมอลำเกือบเช้า จึงไม่กล้านอนต่อเพราะกลัวไม่ตื่น พวกเขาจึงพากันไล่ควายออกมาแต่เช้ามืด แต่ก็พอที่จะรู้เรื่องของพี่สะใภ้กับสกล “สงสารพี่เคนนะพี่” อรสาหันหน้าไปคุยกับพี่ชาย “อย่าไปยุ่งเลยพี่เคนเขาก็รักของเขา” ทุกคนก็ได้แต่สงสาร แต่เรื่องของผัวเมียมันเข้าไปตัดสินใจแทนกันไม่ได้ “เ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 ล้ม
มาลีปลีกตัวไปจัดอาหารที่สามีเตรียมมาด้วย ในถุงย่ามมีกระติบข้าวเหนียว กระปุกปลาร้า หอมแดงสามหัว พริกสดสามสี่เม็ด และกระปุกพลาสติกอีกใบ มาลีเปิดฝากระปุกพลาสติกออกดูก็ต้องตกใจ ปลาทูตัวเดียวนอนอยู่ด้านใน กับปลาร้าสับอีกหนึ่งถ้วยเล็กอยู่ในกระติบข้าว หอมแดงกับพริกสดเขาคงเอามากินกับปลาร้า เห็นแม่นิ่งไปอุ่นจึงถามขึ้น “แม่เป็นอะไรเหรอคะ” “ปะ เปล่าจ้ะ” เห็นกับข้าวแล้วมาลีก็คิดหนักพวกเขาจะกินอิ่มได้อย่างไร ทั้งที่เพิ่งผ่านงานบุญมาแท้ ๆ เคนคงทำตามที่ภรรยาเคยบอกไว้ มาลีคนเดิมเป็นคนขี้เหนียวเรื่องอาหารการกิน ปลาทูเข่งหนึ่งมีสามตัวต้องกินได้สามมื้อ ถ้ามีหน่อไม้เหมือนวันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้กินอาหารที่อยู่ตามร้านค้า ยิ่งถ้าสามีหาปลามาได้มาลีก็ยิ่งชอบ เพราะเธอจะไม่ได้เสียเงินซื้อปลาทู หรือปลากระป๋องเลย ทำไมเรื่องเหล้าเรื่องบุหรี่เธอไม่เห็นประหยัดแบบนี้นะ ไม่งั้นก็คงรวยไปนานแล้ว ไม่ต้องมาอยู่บ้านต่อกับยุ้งข้าวแบบนี้หรอก ที่สามีผอมขนาดนี้หรือว่าเขาขาดสารอาหาร เพราะกินแต่ของเดิม ๆ และมันก็ทำให้เขาไม่อยากอาหาร และกินน้อยลงทุกวัน หรือไม่เขาก็ยอมอดอาหารเพื่อลู
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 โดนไล่ออกจากบ้าน
มาลีขนของขึ้นรถเสร็จก็ไปช่วยสามีเก็บฟืนขึ้นรถเพื่อนำไปต้มหน่อไม้คืนนี้ และนำไปไว้ใช้ในครัวเรือนทั้งบ้านของเขาและเรือนใหญ่ “ฉันกับลูกขอติดรถกลับด้วยนะคะลุง” ดอกคูณร้องถาม ควายสิบสองตัวสำเริงกับอรสาคงเอาอยู่ เธอต้องกลับไปหุงหาอาหารที่บ้านใหญ่จึงต้องกลับเร็ว เพราะเมื่อเช้าก็หนีออกมานาก่อน ปล่อยให้แม่ย่านึ่งข้าวและทำอาหารมาส่ง “ครับ” เสร็จแล้วมาลีก็เป็นคนขับรถอีแต๊กกลับบ้านเช่นเคย ตอนแรกดอกคูณรู้สึกเกร็ง ๆ เมื่อเห็นมาลีขับรถเอง แต่พอนั่งไปเรื่อย ๆ ก็ผ่อนคลายลง มาลีไปหัดขับรถอีแต๊กตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็น ถ้าเป็นอรสาขับเธอจะไม่แปลกใจสักนิด ดูท่าทางเคนก็เหมือนจะภูมิใจในตัวเมียมาก คอยนั่งอยู่ในกระบะด้านหลังเมียไม่ห่าง แล้วเรื่องเมื่อคืนเขาไม่โกรธให้มาลีบ้างเลยเหรอ ผู้ชายคนนี้ช่างใจประเสริฐนัก ดอกคูณแอบชื่นชมเคนในใจมาลีจอดรถอีแต๊กหน้าบ้านตัวเองแล้วขนของลงจากรถ จากนั้นก็ให้สามีนำรถไปเก็บที่เดิม“อาคูณเอาหน่อไม้ไปแกงด้วยนะคะ” มาลีบอกดอกคูณ หน่อที่เพิ่งโผล่พ้นจากดิน ถ้านำไปแกงจะหวานอร่อยนัก“ขายยังไงคะ” พรุ่งนี้เธอกะว่าจะชวน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 จะย้ายไปอยู่ที่ไหนดี
กำพลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อลูกชายยืนยันจะเลือกเมีย ก่อนจะเดินจากไปเขาหันหน้าไปมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาเกลียดชัง และพูดขึ้นว่า “หน้าด้าน” มาลีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาคมกล้าของพ่อสามี แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไปเคนก่อไฟต้มหน่อไม้เสร็จก็พาลูกทั้งสองไปอาบน้ำ เพราะภรรยากำลังทำอาหารอยู่ แปลกมากที่วันนี้มาลีไม่เถียงพ่อของเขาสักคำ ในใจครุ่นคิดตลอดว่าจะพาภรรยากับลูกย้ายไปอยู่ที่ไหนดี จะพาไปอยู่ที่นาก็นาพ่ออีกเหมือนเดิมมาลีอาบน้ำเป็นคนสุดท้าย เปลี่ยนชุดใหม่เสร็จแล้วจึงตักแกงหน่อไม้ใส่ชะอมใส่ไข่มดแดงมาสองถ้วย เธอแกงไม่เผ็ดเพราะแกงเผื่อลูกทั้งสองด้วย และยังมีห่อหมกไข่มดแดงอีก ตอนกลางวันไม่มีไฟแช็กมาลีจึงไม่ได้ทำสุกให้ลูก“แม่คะขอข้าวหน่อยค่ะ” อุ่นแบมือขอข้าวกับแม่ มาลีจึงเปิบข้าวให้ลูกทั้งสอง คนละปั้นเล็ก ๆ มือป้อมใช้ข้าวเหนียวคำเล็กจิ้มไข่มดแดงแล้วส่งเข้าปาก“อร่อยไหมคะ”“อร่อยที่สุดเลยค่ะ” จากนั้นก็ใช้ช้อนตักแกงหน่อไม้เข้าปากตามเคนสบตากับภรรยาที่กำลังยิ้มให้ลูกพอดี สองมื้อแล้วที่พวกเขารับประทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข แต่เพียงไม่นานในใจเขาก็หม่นลงเมื่อนึกถึงคำที่พ่อพูด เขาจะพาลูกกับเมีย
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status